อนาจาร

บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อล่าสุดมีข่าวการ บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับแจ้งความจากหญิงสาวผู้เสียหาย จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิดถึงที่พักในจังหวัดสกลนคร เรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้

บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล

เหตุการณ์ บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้ต้องหาวัย 23 ปี ถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมคาห้องพัก พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และมือถือจำนวนมาก ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าทำไปเพราะความคึกคะนอง โดยมีการนำคลิปไปปล่อยในกลุ่มลับที่มีสมาชิกกว่าแสนคน ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้เสียหาย แต่ยังสะท้อนถึงภัยเงียบของช่างภาพที่ไม่หวังดีต่อลูกค้าของตัวเองอีกด้วย

ภัยร้ายจากโลกออนไลน์และการแบล็กเมล

จากคำให้การและข้อมูลของทนายความ พบว่าคดี บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการใหญ่ที่นำสื่อลามกไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งการนำไปผูกกับเว็บพนันออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บเป็นดิจิทัลดาต้าที่ยากจะลบออกไปได้หมด หากภาพถ่ายเหล่านั้นหลุดไปแล้ว ผลกระทบที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เหยื่อสูญเสียอนาคตและสุขภาพจิตอย่างรุนแรง

  • ระมัดระวังการถ่ายภาพส่วนตัวหรือภาพลับเก็บไว้ในมือถือ
  • ตรวจสอบประวัติช่างภาพก่อนที่จะรับงานถ่ายภาพส่วนตัว
  • อย่าหลงเชื่อคำพูดหรือการข่มขู่จากอดีตคนรักหรือใครก็ตาม
  • หากถูกแอบถ่ายหรือขู่แบล็กเมล ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ หลายกรณีเป็นเด็กนักเรียนมัธยมและนักศึกษาที่ไว้ใจช่างภาพ เพราะเห็นว่าเปิดเพจรับงานอย่างเป็นทางการ จึงอยากฝากเตือนไปยังน้องๆ ทุกคนว่า การเห็นว่าสนิทสนมหรือเป็นแฟนกัน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าภาพเหล่านั้นจะปลอดภัย หากวันหนึ่งความสัมพันธ์จบลง สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นอาวุธที่ฝ่ายชายหยิบมาใช้ทำร้ายเราได้ทุกเมื่อ

สุดท้ายนี้ การดูแลตัวเองในโลกดิจิทัลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยให้ความไว้ใจหรือความใจอ่อนนำพาเราไปสู่จุดที่แก้ไขไม่ได้ หากเจอปัญหาถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ ให้รวบรวมหลักฐานและเข้าพบเจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลครับ

ที่มา – บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล อ้างทำไปเพราะความคึกคะนอง

ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม

ข่าวดราม่าร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อ ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม ชื่อดังจากจังหวัดลำพูน หลังจากมีนักธุรกิจหนุ่มวัย 32 ปี ออกมาแฉผ่านเพจดัง “สายไหมต้องรอด” ว่าถูกหลอกทำพิธีแก้กรรม จนนำไปสู่การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ลูกศิษย์ของอาจารย์ยังคงยืนยันศรัทธาเต็มเปี่ยม และเตรียมจัดทีมทนายความเพื่อสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเต็มที่

ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม

จากรายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กรณีดังกล่าวเริ่มต้นจากนักธุรกิจหนุ่มที่ร้องขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าอาจารย์แก้กรรมรายนี้ชวนทำพิธีแก้กรรม เกลี้ยกล่อมให้ถอดเสื้อผ้า ก่อนจะเกิดการกระทำอนาจารและอมอวัยวะเพศชาย ผู้เสียหายนำเรื่องโพสต์ลงเพจสายไหมต้องรอด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านพักของอาจารย์ที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ในช่วงค่ำวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 พบว่าประตูบ้านปิดสนิท อาจารย์ขึ้นพักผ่อนแล้ว แต่ยังมีลูกศิษย์แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย จากการสอบถามลูกศิษย์ ทราบว่าอาจารย์ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ตอนแรกอยากออกชี้แจงด้วยตัวเอง แต่ทนายความแนะนำให้งด เพื่อไม่ให้กระทบคดี และยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำกล่าวหา

ตามคำร้องของผู้เสียหาย อาจารย์บอกให้ทำพิธีแก้กรรม โดยให้ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ก่อนเกิดเหตุล่วงละเมิด ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าแม่ของตนอยู่หน้าห้อง และมีลูกศิษย์คอยดูแลอาจารย์ด้วย แต่เหตุการณ์นี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

มุมมองจากลูกศิษย์ที่ยังศรัทธา

ลูกศิษย์หลายรายแสดงความไม่เชื่อในข้อกล่าวหา โดยตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของเรื่องราว เช่น

  • ผู้กล่าวหาอายุ 32 ปี มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ หากถูกกระทำจริง ทำไมไม่ร้องขอความช่วยเหลือ หรือผลักอาจารย์ที่อายุ 60 กว่าปีซึ่งไม่มีแรงมากนัก
  • ทำไมไม่โวยวายในขณะนั้น ทั้งที่แม่ผู้เสียหายอยู่หน้าห้อง และลูกศิษย์น่าจะอยู่ใกล้เคียง
  • อาจารย์มีชื่อเสียงด้านแก้กรรมมานาน ลูกศิษย์นับหมื่นทั่วประเทศ ไม่น่าจะเสี่ยงทำพฤติกรรมเช่นนี้

นอกจากนี้ ลูกศิษย์ยังเผยว่าอาจารย์จะเปิดรับพบลูกศิษย์ตามปกติในวันที่ 7 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 10.30-16.30 น. ไม่ได้หลบหนีไปไหน แสดงถึงความมั่นใจในความบริสุทธิ์

อาจารย์แก้กรรมรายนี้เป็นที่รู้จักในพื้นที่ลำพูนและใกล้เคียง ด้วยการทำพิธีกรรมแก้เคล็ด กรรมเก่า ด้วยวิธีการแปลกๆ เช่น การถอดเสื้อผ้าเพื่อไล่สิ่งชั่วร้าย ซึ่งลูกศิษย์เชื่อว่ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเสียงของอาจารย์แพร่กระจายผ่านปากต่อปากและโซเชียลมีเดีย ทำให้มีผู้ศรัทธามากมาย แต่กรณีนี้กลับกลายเป็นดราม่าที่จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการแก้กรรมแบบไทยๆ กับกฎหมายสมัยใหม่

ในมุมกฎหมาย คดีอนาจารเป็นเรื่องร้ายแรง ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน หากเข้าสู่ศาล อาจารย์และทีมทนายจะมีโอกาสต่อสู้ โดยลูกศิษย์มั่นใจว่าความจริงจะปรากฏ กระแสโซเชียลมีเดียแบ่งฝ่ายชัดเจน บางคนเชื่อผู้เสียหาย บางคนปกป้องอาจารย์ โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่เคยได้รับการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายๆ กันในอดีตของอาจารย์แก้กรรมหรือหมอธรรมที่ถูกกล่าวหา จนสุดท้ายบางคดีตัดสินว่าบิดเบือน ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้กล่าวหา

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายรอฟังคำตัดสินจากศาล อย่ารีบตัดสินจากข่าวลือเพียงฝ่ายเดียว หากคุณมีประสบการณ์เกี่ยวกับพิธีแก้กรรมหรือคดีลักษณะนี้ แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลกระจายสู่สาธารณะมากขึ้น

ที่มา – ลูกศิษย์ไม่เชื่อ อาจารย์แก้กรรมลวงอนาจารนักธุรกิจหนุ่ม เตรียมจัดทีมทนายสู้

เด็กเอนฯ ร้องถูกแก๊งฮาร์เลย์ดัง ถกเสื้ออนาจาร โพสต์คลิปโซเชียล

เหตุการณ์เด็กเอนฯ ร้องถูกแก๊งฮาร์เลย์ดัง ถกเสื้ออนาจาร โพสต์คลิปโซเชียลกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยในช่วงนี้ เด็กเอนเตอร์เทนรายหนึ่งตกเป็นเหยื่อของกลุ่มบิ๊กไบค์ชื่อดัง หลังจากรับจ้างชงเหล้าในทริป แต่กลับถูกลวนลามรุนแรง จับหน้าอก ถกเสื้ออนาจาร และที่แย่กว่านั้นคือมีการถ่ายคลิปเหตุการณ์โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ทำให้ชื่อเสียงเสียหายหนัก ผู้เสียหายกล้าเปิดเผยเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

เด็กเอนฯ ร้องถูกแก๊งฮาร์เลย์ดัง ถกเสื้ออนาจาร โพสต์คลิปโซเชียล

จากรายงานเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งประกอบอาชีพเด็กเอนเตอร์เทน ได้เข้าร้องทุกข์กับเพจดัง “สายไหมต้องรอด” โดยเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา เธอรับงานชงเหล้าให้กับแก๊งฮาร์เลย์หรือกลุ่มบิ๊กไบค์ชื่อดังระดับประเทศ ที่จัดทริปท่องเที่ยวที่จังหวัดนครสวรรค์ ในวันนั้นมีเด็กเอนเตอร์เทนรวม 3 คน แต่สมาชิกแก๊งมีมากกว่า 30 คน

เริ่มต้นทุกอย่างดูปกติ มีการชงเหล้าตามงานอีเวนต์ แต่หลังจากดื่มกันไปสักพัก สมาชิกบางคนเริ่มลงมือลวนลาม จับหน้าอกเด็กเอนฯ หนักสุดคือถกเสื้อแล้วใช้ปากอนาจารที่หน้าอก โดยเด็กเอนฯ ทุกคนในงานโดนแบบนี้ทั้งหมด ผู้เสียหายยอมรับว่าปกติในงานแบบนี้มี “ทิป” ให้เมื่อถูกลวนลาม แต่สิ่งที่เธอรับไม่ได้คือ มีคนถ่ายคลิปเหตุการณ์เหล่านี้แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย แชร์กันกระจาย จนเรื่องถึงหูคนรู้จัก ทำให้เธออับอายและเสียชื่อเสียงอย่างหนัก

ความพยายามเจรจาและการแจ้งความ

ช่วงแรก ผู้เสียหายพยายามเจรจาแบบนอกโรงพัก โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวกลาง คู่กรณีเสนอเงินเยียวยา 10,000 บาท แต่เธอรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนของคู่กรณีที่พูดจาเยาะเย้ย ถากถาง ทำให้เธออับอายมากขึ้น และพวกเขายังยืนกรานว่าจะเคลียร์ที่บ้าน ไม่ยอมไปโรงพัก สุดท้ายจึงตัดสินใจแจ้งความ

หลังแจ้งความ ตำรวจออกหมายเรียกคู่กรณีถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่มาพบเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้เสียหายกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะเพราะแก๊งนี้มีชื่อเสียงระดับประเทศ เธอจึงร้องขอความช่วยเหลือจากเพจ “สายไหมต้องรอด” เพื่อให้คดีเดินหน้า

มุมมองทางกฎหมายและผลกระทบ

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด วิเคราะห์ว่า กรณีเด็กเอนฯ ร้องถูกแก๊งฮาร์เลย์ดัง ถกเสื้ออนาจาร โพสต์คลิปโซเชียลนี้ มีความผิดหลายประการทั้งตัวคนถ่ายคลิป คนโพสต์ และคนแชร์ เช่น

  • พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: การเผยแพร่ภาพอนาจารโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • PDPA: การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
  • หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา: ทำให้เสียชื่อเสียงผ่านสื่อสาธารณะ
  • ฐานอนาจาร: การกระทำล่วงละเมิดทางเพศ

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำร้ายจิตใจผู้เสียหาย แต่ยังสะท้อนปัญหาสังคมในวงการงานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เด็กเอนฯ มักตกเป็นเหยื่อเพราะอาชีพ ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้หญิงอย่างร้ายแรง แม้จะอ้างว่างานนี้ “ปกติ” แต่การถ่ายคลิปแชร์คือจุดแตกหักที่ผิดกฎหมายชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องวัฒนธรรมบิ๊กไบค์ที่บางกลุ่มอาจมองข้ามขอบเขต สังคมควรตระหนักและสนับสนุนให้ผู้เสียหายได้รับความยุติธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ในมุมมองของเรา เหตุการณ์เด็กเอนฯ ร้องถูกแก๊งฮาร์เลย์ดัง ถกเสื้ออนาจาร โพสต์คลิปโซเชียลนี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญ ว่าการใช้โซเชียลมีเดียต้องรับผิดชอบ หากคุณหรือคนใกล้ตัวเจอปัญหาคล้ายนี้ อย่าลังเลที่จะแจ้งความและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคม และปกป้องสิทธิผู้หญิงทุกคน

ที่มา – เด็กเอนฯ ร้องถูกแก๊งฮาร์เลย์ดัง ถกเสื้ออนาจาร โพสต์คลิปโซเชียล

รวบแขกรับเชิญรายการดัง ซื้อบริการเยาวชนต่ำกว่า 18 เจ้าตัวปฏิเสธ

รวบแขกรับเชิญรายการดัง ซื้อบริการเยาวชนต่ำกว่า 18 เจ้าตัวปฏิเสธ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการบันเทิงและสังคมไทยในช่วงนี้ เมื่อตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาคนสำคัญได้สำเร็จ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ขยายผลจากการจับกุมแก๊งโมเดลลิ่งที่ลักลอบค้าประเวณีเด็กและเยาวชน

รวบแขกรับเชิญรายการดัง ซื้อบริการเยาวชนต่ำกว่า 18 เจ้าตัวปฏิเสธ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการ ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.วริษฐ์ ปทุมารักษ์ ผู้กำกับการกองกำกับการ 2 บก.ปคม. พร้อม พ.ต.ต.ณรงเวทย์ จิวเดช สารวัตรกองกำกับการ 2 บก.ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม นายสมหวัง อายุ 30 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 135/2569 ลงวันที่ 29 มกราคม 2569

ข้อหารมที่ถูกแจ้งคือ “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย” และ “พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม” การจับกุมเกิดขึ้นที่ลานจอดรถตลาดแห่งหนึ่งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

เส้นทางสู่การจับกุม

ก่อนหน้านี้ ตำรวจกองกำกับการ 2 บก.ปคม. ได้จับกุมโมเดลลิ่งที่นำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไปขายบริการทางเพศในข้อหาค้ามนุษย์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงขยายผลพบว่านายสมหวังเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ใช้บริการเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายนี้ ที่น่าสนใจคือ นายสมหวังเคยเป็นแขกรับเชิญในรายการโทรทัศน์ชื่อดังที่เล่าเรื่องราวการหลงรักหญิงสาวแล้วถูกหลอก

  • นายสมหวังติดต่อโมเดลลิ่งผ่านแอปพลิเคชันไลน์
  • โมเดลลิ่งส่งรูปภาพเด็กหญิงและหญิงสาวมาให้เลือก
  • ราคาบริการตั้งแต่ 10,000 – 30,000 บาทต่อครั้ง
  • หลังตกลง โมเดลลิ่งส่งโลเคชันให้เด็กเดินทางไปพบเพื่อมีเพศสัมพันธ์

เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนได้หมายจับ และเมื่อได้รับแจ้งว่านายสมหวังหลบหนีมาพักอาศัยแถวถนนจรัญสนิทวงศ์ จึงนำกำลังเข้าจับกุมทันที

การสอบสวนเบื้องต้น

ในการสอบสวนเบื้องต้น นายสมหวังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเคยซื้อบริการทางเพศผ่านไลน์กับโมเดลลิ่งจริง โดยมีการส่งภาพหญิงสาวมาให้เลือก หลังตกลงราคาก็โอนเงิน แล้วส่งโลเคชันให้เด็กมาพบเพื่อมีเพศสัมพันธ์ ก่อนแยกย้ายกันไป อย่างไรก็ตาม เขาอ้างว่าไม่ทราบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่แน่ใจว่าถามอายุกับโมเดลลิ่งหรือเด็กหรือไม่ ปัจจุบันถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีต่อไป

กรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาการค้ามนุษย์และการค้าประเวณีเยาวชนในสังคมไทยที่ยังคงรุนแรง แม้ผู้ต้องหาจะเป็นบุคคลสาธารณะที่เคยปรากฏในสื่อ แต่กฎหมายไม่เว้นใคร การกระทำดังกล่าวไม่เพียงละเมิดสิทธิเด็ก แต่ยังสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมที่ซ่อนตัวในช่องทางออนไลน์

เพื่อป้องกันปัญหานี้ สังคมควรตื่นตัวมากขึ้น โดยผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด รายงานเบาะแสต้องสงสัยให้ตำรวจทราบทันที และใช้เทคโนโลยีตรวจสอบอายุผู้ให้บริการ หากคุณพบเห็นการล่อลวงเยาวชน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคม. 1155 เพื่อช่วยกันหยุดยั้งอาชญากรรมนี้

ที่มา – รวบแขกรับเชิญรายการดัง ซื้อบริการเยาวชนต่ำกว่า 18 เจ้าตัวปฏิเสธ

สืบนครบาลช่วยเด็ก 12 ปี หลงเชื่อเกมออนไลน์

“รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ” นำทีมสืบนครบาล พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง แกะรอยบุกช่วยเด็กหญิง 12 ปี หายตัว 4 วัน ถูกหนุ่มลวงผ่านเกมออนไลน์ ก่อนใช้จิตวิทยาในการควบคุมและบังคับเหยื่อให้อยู่ในคอนโด อยู่ระหว่างสอบสวนเหตุการณ์โดยละเอียด และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับคนร้ายต่อไป

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 29 ม.ค. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.วรรษธร วาเกียรธนะ รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.จักรพงศ์ พิทักษ์กรสกุล สว.สส.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ สว.กก.สส. 2 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ต.พลวัต นาคถมยา สว.(สอบสวน) สน.บางยี่ขัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร. , ศอ.ปส.บช.น. , บก.สส.บช.น. และ สน.วัดพระยาไกร ร่วมกันสืบสวนจับกุม

นายนรภัทร มิ่งสมบูรณ์ หรือเก่ง อายุ 26 ปี ชาว กทม. ข้อหา โดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ไปเพื่อการอนาจาร ในส่วนข้อหาการกระทำชำเราหรือความผิดอื่นๆ อยู่ระหว่างรอหลักฐานจากการสอบสวนขยายผลเพื่อแจ้งเพิ่มเติมต่อไป จับกุมได้ที่ ห้องพักชั้น 11 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.

พฤติการณ์กล่าวคือ “ปริศนา 4 วันดั่งขุมนรก” เด็กหญิง ชั้น ป.5 วัย 12 ปี ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ในวันที่ 24 ม.ค. 69 มืดค่ำแล้ว เด็กหญิง 12 ปี ยังไม่กลับบ้าน แม่และครอบครัว เป็นห่วงในความปลอดภัยเป็นอย่างมาก เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.วัดพระยาไกร “ไม่รอถึง 24 ชั่วโมง” พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร และ พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร สังเกตเห็นถึงความผิดปกติจากการสอบถาม พบว่าหลักฐานแชตสนทนาระหว่างเด็กหญิงและครอบครัวจู่ ๆ ถูกตัดขาดไปดื้อ ๆ หลังจากได้รับแจ้งความ ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบเบาะแส “2 ผู้ต้องสงสัยพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดพาน้องไป” ปริศนาการลักพาตัวเด็กหญิงเริ่มซับซ้อนซ่อนเงื่อน เนื่องจากเบาะแสกลับหายไปจนไร้ทางไปต่อ 24 ชั่วโมงแห่งการติดตามในวันแรกต้องคว้าน้ำเหลว แม่และครอบครัวหอบความหวังนั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่ สน.วัดพระยาไกร เติมพลังใจให้เจ้าหน้าที่ไม่ยอมแพ้แม้จะยังไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

เจ้าหน้าที่ยังคงนำกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสทั้งละแวกบ้านและโรงเรียนที่เด็กหญิงเรียนอยู่ กลายเป็นข่าวแพร่กระจายทั่วพื้นที่ แต่ทว่าการกราดปูพรมของเจ้าหน้าที่ยังคงไร้เบาะแสของเด็กหญิง ดั่งปริศนาที่ไร้คำตอบ เข้าสู่ห้วงวันที่ 3 ของการหายตัวไป สื่อโซเชียล เพจดราม่า – addict ได้เริ่มออกประกาศติดตามตัวเด็กหญิง 12 ปี แต่ไร้ร่องรอย พ.ต.อ.วาทิตย์ เร่งรายงานด่วน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เห็นถึงความผิดปกติของคดีนี้ สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ส่งชุดสารวัตรแจ๊ะ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.เข้าร่วมการสืบสวนกับ สน.วัดพระยาไกร ทันที พล.ต.ต.ธีรเดช สั่งการนำกำลังเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ปูพรมนำภาพถ่ายเด็กหญิงแห่ทั่วกรุงเทพ แต่ยังไร้วี่แวว ขณะที่ชุดสืบสวนใกล้จะไร้หนทางไปต่อ เวลาที่ล่วงเลยพร้อมความหวังที่ลดลงไปทุกวินาที จุดไฟให้ชุดสืบสวนไม่ยอมแพ้ จนต้องกลับมานั่งวนดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ ๆ กับบ้านของเด็กหญิงซ้ำ ๆ จนได้ค้นพบเศษเสี้ยวแห่งความหวัง “แกะรอยจากรองเท้า” เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะนั่นเป็นรองเท้าคู่เดียวกันกับชายลึกลับที่ได้แอดมาขอเป็นเพื่อนกับเด็กหญิงเมื่อไม่นาน ความเชื่อมโยงเพียงน้อยนิด กลับกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ชุดสืบสวนเร่งตามรอยเท้าชายปริศนาไป กระทั่งพบกับหลักฐานสำคัญห่างจากบ้านของเธอกว่า 15 กิโลเมตร

“มอเตอร์ไซค์ซ้อน 3” โดยเด็กหญิงผู้เป็นเหยื่อนั่งอยู่ตรงกลางและถูกประกบด้วยชายปริศนา 2 คน ก่อนหายเข้ากลีบเมฆไป เวลาที่ล่วงเลยมาแล้ว 4 วัน ชุดสืบสวนไล่ล่าติดตามไปอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งกลางดึก 29 ม.ค. 69 เวลา 01.30 น. ระหว่างชุดสืบสวนปูพรมค้นหาย่านทุ่งครุ สายตาของชุดสืบสวนพลันไปสะดุดกับสิ่งหนึ่ง “รองเท้าคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ชุดสืบสวนตามหามาตลอด 4 วัน ชายผู้สวมใส่เดินเฉียดไกล ๆ ก่อนหายเข้าไปในคอนโด”

สั่งชุดสืบสวนบุก เข้าห้องพักชั้น 11 ภาพที่ปรากฏคือพบเด็กหญิงในสภาพอิดโรย นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม โดยมี นายนรภัทร (สงวนนามสกุล) หรือเก่ง อยู่ภายในห้องพักด้วย จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์ของเหยื่อที่ถูกปิดซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าผู้ต้องหา หลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ว่า ขุมนรก 4 วันของเด็กหญิงสิ้นสุดลงแล้ว ควบคุมนายนรภัทร ไว้ทันที ก่อนนำตัวเด็กหญิง และ นายนรภัทรมาที่ สน.วัดพระยาไกร น้องกลับสู่อ้อมกอดของแม่ทันที นำตัวผู้ต้องหาส่ง สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลถึงที่สุดต่อไป

นายนรภัทร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่า ตนไม่ทราบว่าเด็กอายุเท่าใด ยืนยันว่าไม่ได้กระทำการใด ๆ กับเด็กหญิง เลือดที่อยู่บนเตียงมาจากแผลที่ขาของตน ส่วนสถานที่รู้จักกับเด็กหญิงเพราะว่าเล่นเกมออนไลน์ ด้วยกัน แล้วแค่พามาเล่นเกมด้วยกันที่ห้อง ส่วนโทรศัพท์เด็กหญิงที่ปิดอยู่นั้นเพราะแบตหมด

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า จากการซักถามปากคำในเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายใช้ความเป็นผ้าขาวของเด็กหญิงไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของผู้ชาย ผูกความสัมพันธ์จากโลกออนไลน์ นำไปสู่การล่อลวงให้ออกมาพบ ก่อนใช้จิตวิทยาในการควบคุมและบังคับเหยื่อ จะมีการสอบสวนเหตุการณ์โดยละเอียด และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับคนร้ายต่อไป

และขอเตือนเยาวชนทุกคน โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยเสมอไป คนแปลกหน้า ที่รู้จักกันผ่านเกมหรือโซเชียล อาจไม่ใช่เพื่อนอย่างที่คิด ความรักจากชายแปลกหน้า ไม่อาจเทียบได้กับความรักจากพ่อและแม่ และฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นสอดส่องการเล่นโซเชียลของบุตรหลาน อย่าปล่อยให้คนร้ายใช้ “เกม” มาเป็นเครื่องมือพรากดวงใจของท่านไป หากพบเหตุผิดปกติ แจ้งสายด่วน 191 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก กองบัญชาการตำรวจนครบาล MPB หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราดำเนินการทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.

สืบนครบาล แกะรอยช่วยเด็กหญิง 12 ปี

สืบนครบาล รวบหนุ่มล่อลวงเด็ก 12 ผ่านเกม

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงภัยร้ายบนโลกออนไลน์ที่แฝงตัวมาในรูปแบบของเกม การทำงานอย่างหนักของสืบนครบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้เด็กหญิงปลอดภัยและกลับสู่อ้อมอกครอบครัวได้สำเร็จ

ที่มา – “สืบนครบาล” แกะรอยบุกช่วยเด็กหญิง 12 ปี หายตัว 4 วัน หลงเชื่อคำลวงในแชตเกมออนไลน์

จับสาว**ข้อหาค้ามนุษย์** พาลูกขายบริการ

ข่าวสะเทือนใจ! ตำรวจภูกระดึงออกหมายจับสาวใน**ข้อหาค้ามนุษย์** หลังพบพฤติกรรมสุดช็อก พาลูกสาววัยเพียง 12 ขวบ เร่ขายบริการทางเพศให้กับชายสูงวัยในหมู่บ้าน งานนี้ผู้ซื้อบริการก็ไม่รอด เตรียมโดนร่างแหไปด้วย!

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์สุดสลดใจในพื้นที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย เมื่อมีแม่รายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าพาลูกสาววัย 12 ปี ไปเร่ขายบริการให้กับชายสูงอายุ 60-75 ปี จำนวนหลายรายในหมู่บ้าน หลังทราบเรื่อง เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง และได้พบกับนายดำ (นามสมมติ) อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นตาของเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้าย นายดำเล่าว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย และตำรวจ ได้เข้าจับกุม นางแดง (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของตน เนื่องจากนางแดงถูกกล่าวหาว่าพาลูกสาวไปเร่ขายบริการให้ผู้ชายในหมู่บ้าน ตอนแรกตนไม่ปักใจเชื่อ แต่เมื่อสอบถามลูกสาว นางแดงกลับอ้างว่าตนเองขายบริการ ไม่ได้พาหลานไปขายด้วย ทำให้ตนโกรธจัด และหากเป็นเรื่องจริง ก็อยากให้คนที่ทำกับหลานตนได้รับโทษสูงสุด

พ.ต.ท.ณัศฐวัฒรฆ์ สุทธิชา สว.(สอบสวน) สภ.ภูกระดึง เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งเรื่องจากเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย ว่านางแดงมีพฤติกรรมนำลูกสาวไปเร่ขายบริการให้คนในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและจับกุมตัวนางแดงตามหลักฐานใน**ข้อหาค้ามนุษย์** ส่วนเด็กหญิงผู้เสียหาย ได้ส่งตัวให้ทีมสหวิชาชีพสอบปากคำ และนำไปดูแลที่บ้านพักเด็กฯ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับชายวัย 75 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาว่าซื้อบริการจากนางแดงที่บ้าน แต่ขอร่วมหลับนอนกับลูกสาวของนางแดงด้วย แต่เนื่องจากอวัยวะเพศไม่แข็งตัว จึงได้กระทำการอนาจารแทน ส่วนชายอีก 6 คนที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดเลยออกหมายจับต่อไป

พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผบก.ภ.จว.เลย กล่าวว่า แม่ของเด็กถูกออกหมายจับใน**ข้อหาค้ามนุษย์**แล้ว ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 6-7 คน อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการตรวจจากโรงพยาบาล ว่าเด็กหญิงถูกกระทำชำเราจริงหรือไม่ หากผลออกมาว่ามีการกระทำชำเราจริง ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับทั้งหมด ในข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ขณะนี้ทีมสหวิชาชีพกำลังสอบปากคำเด็กเพิ่มเติม

จับสาวข้อหาค้ามนุษย์ หลังนำลูกวัย 12 เร่ขายบริการให้ชายในหมู่บ้าน

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสังคมถึงความสำคัญของการปกป้องคุ้มครองเด็กจากภัยร้ายทุกรูปแบบ การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ต้องได้รับการลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ผลกระทบทางจิตใจต่อเด็กที่ถูกกระทำ

การถูกกระทำทางเพศส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพจิตและพัฒนาการของเด็ก เด็กที่ตกเป็นเหยื่ออาจเผชิญกับปัญหาทางอารมณ์ พฤติกรรม และสังคมมากมาย เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ความรู้สึกผิด ความอับอาย ความโกรธแค้น และความไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ เด็กอาจมีปัญหาในการเรียนรู้ ปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และอาจมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดหรือก่ออาชญากรรม

ดังนั้น การให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทางจิตใจแก่เด็กที่ถูกกระทำทางเพศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เด็กเหล่านี้ต้องการความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการดูแลจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตสามารถให้การบำบัดและให้คำปรึกษาแก่เด็กและครอบครัว เพื่อช่วยให้เด็กฟื้นตัวจากบาดแผลทางจิตใจและกลับมามีชีวิตที่มีความสุขและปกติสุข

การรายงานเหตุการณ์ที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการละเมิดทางเพศเด็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากคุณสงสัยว่าเด็กคนไหนกำลังตกอยู่ในอันตราย โปรดติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือและปกป้อง

สังคมไทยต้องร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งเพื่อป้องกันและขจัดการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเติบโตและพัฒนาการของเด็กทุกคน เพื่อให้เด็กๆ สามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมต่อไป

การกระทำที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้กับเยาวชนเป็นสิ่งจำเป็นในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

ที่มา – จับสาวข้อหาค้ามนุษย์ หลังนำลูกวัย 12 เร่ขายบริการให้ชายในหมู่บ้าน

สารวัตรแจ๊ะจับครูศิลปะ ล่วงละเมิด ป.5!

ข่าวช็อกสะเทือนวงการการศึกษา! “สารวัตรแจ๊ะ” นำทีมบุกจับ “ครูศิลปะ” โรงเรียนดังในจังหวัดสระแก้ว หลังก่อเหตุสุดอื้อฉาว ล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5 งานนี้ทำเอาผู้ปกครองและชาวบ้านต่างตกตะลึงกับพฤติกรรมของครูที่ควรจะเป็นแบบอย่าง

ปฏิบัติการฟ้าผ่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 21 กันยายน 2568 พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ อินทสิทธิ์ ผกก.สภ.โคกสูง จ.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.ท.สกลรัตน์ เขมสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.โคกสูง พ.ต.ท.หญิง ชาดา เสสะเวช สว.กก.ดส. และ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายสมิท (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ข้าราชการครู สอนวิชาศิลปะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 281/2568 ลงวันที่ 16 ก.ย. 68 ได้คาคอนโดมิเนียมหรูย่านบางกอกน้อย ขณะที่กำลังหลบหนีความผิด

สารวัตรแจ๊ะจับครูศิลปะ ล่วงละเมิด ป.5

จากการสืบสวนขยายผล พบว่า ครูหื่นรายนี้ได้ก่อเหตุ ล่วงละเมิดทางเพศ เด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5 จริง โดยใช้วิธีการล่อลวงเหยื่อไปกระทำการชำเราหลายครั้ง มิหนำซ้ำยังใช้ความรุนแรงจนเด็กได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนานนับเดือน

หลังได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว ตำรวจ สภ.โคกสูง ไม่รอช้า เร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนสามารถขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสระแก้ว และนำไปสู่การติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว

รายละเอียดข้อกล่าวหา สารวัตรแจ๊ะจับครูศิลปะ ล่วงละเมิด ป.5

นายสมิท ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนัก ได้แก่ กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจาร และพาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่แก้ตัวอย่างหน้าไม่อายว่า เด็กเป็นฝ่ายยั่วยวนตนเองก่อน

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวถึงคดีนี้ว่า “การสืบสวนติดตามจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกท่าน ที่มุ่งเน้นปราบปรามอาชญากรรมภัยสังคมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความสงบสุขและความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน”

“การกระทำเช่นนี้เป็นอาชญากรรมร้ายแรง ผู้ก่อเหตุเป็นครู แต่กลับทำตัวเป็นภัยสังคม เป็นอาชญากรเสียเอง ตำรวจจะไม่ยอมให้คนแบบนี้ลอยนวลไปก่อเหตุซ้ำ ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวย้ำ

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้สังคมตระหนักถึงภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ใกล้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานศึกษา ซึ่งควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กๆ การที่ครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจ กลับกลายเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ ผู้ปกครองและโรงเรียนต้องร่วมมือกันสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

สำหรับใครที่กำลังประสบปัญหา หรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ สามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1300 เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที

ที่มา – “สารวัตรแจ๊ะ” บุกจับ “ครูศิลปะ” ล่วงละเมิดทางเพศ เด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5

Scroll to top