อนุชา นาคาศัย

“อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล

สวัสดีครับพี่น้องชาวเกษตรกรทุกท่าน วันนี้เรามีประเด็นสำคัญในจังหวัดชัยนาทมาฝากกันครับ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยหัวข้อสำคัญคือ “อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล เพื่อเร่งหาทางออกให้กับพี่น้องที่กำลังเผชิญกับสภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างหนักในขณะนี้

“อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล

การลงพื้นที่ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่อาคารโดม เทศบาลตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยมีการระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน นายอำเภอวัดสิงห์ และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อร่วมกันวางแผนรับมือ หลังจากเกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำนาอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากสถานการณ์เอลนีโญ นายอนุชาเน้นย้ำว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอเหล่านี้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดการปรับปรุงระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่นอกเขตชลประทานด้วย

สรุปสถานการณ์: ทำไมเกษตรกรจึงขาดแคลนน้ำทำนา?

ทางผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาทได้ชี้แจงสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับต่ำจนโรงสูบน้ำทุ่งวัดสิงห์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมาก
  • ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ภาคกลาง
  • ความจำเป็นในการปรับแผนการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

ทางชลประทานยืนยันว่า ขณะนี้กำลังเร่งปรับการระบายน้ำเพื่อยกระดับน้ำเหนือน้ำเจ้าพระยาให้สูงกว่า 15.50 เมตร/รทก. เพื่อให้สถานีสูบน้ำในทุ่งวัดสิงห์ รวมถึงทุ่งฝั่งตะวันออกและตะวันตกสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรน้ำในระบบชลประทานหมุนเวียนให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมที่จะถึงนี้

ในฐานะตัวแทนประชาชน นายอนุชาได้ฝากถึงหน่วยงานท้องถิ่นให้บูรณาการร่วมกันทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกรเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคการเกษตรของไทยยังคงอยู่รอดและผลิตผลผลิตที่มีคุณภาพต่อไป เราเชื่อมั่นว่าการที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตครับ

ที่มา – “อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล

“อนุชา” ร่วมงานสงกรานต์ท่าฉนวน ชัยนาท อวยพรประชาชนให้มีความสุข

“อนุชา” ร่วมงานสงกรานต์ท่าฉนวน ชัยนาท อวยพรประชาชนให้มีความสุข เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่น่าประทับใจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยนายอนุชา นาคาศัย สส.จังหวัดชัยนาท เขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมงานโครงการสืบสานประเพณีสงกรานต์ประจำปีขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567 ณ อาคารอเนกประสงค์ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน

“อนุชา” ร่วมงานสงกรานต์ท่าฉนวน ชัยนาท อวยพรประชาชนให้มีความสุข

ในงานดังกล่าว นายอนุชา ได้กล่าวชื่นชมผู้จัดงานอย่างเต็มที่ โดยย้ำว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาประเพณีอันดีงามของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ เยาวชน และวัยรุ่นได้มาร่วมกันสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อขอพรและความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความรัก ความผูกพันระหว่างคนในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวันปีใหม่ไทยที่ทุกคนเฝ้ารอคอย เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อรวมญาติ สาดน้ำเล่นสนุก และทำบุญเพื่อความเป็นมงคล “อนุชา” ร่วมงานสงกรานต์ท่าฉนวน ชัยนาท อวยพรประชาชนให้มีความสุข โดยได้กล่าวอวยพรว่า “ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุข เดินทางปลอดภัยในการไปเยี่ยมครอบครัวในต่างจังหวัด และขอให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันรักษาประเพณีดีงามนี้ต่อไป” คำอวยพรนี้สะท้อนถึงความห่วงใยต่อประชาชนในช่วงที่การเดินทางอาจมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

ความสำคัญของประเพณีสงกรานต์ในชุมชนท่าฉนวน

งานสงกรานต์ท่าฉนวน จังหวัดชัยนาท เป็นกิจกรรมที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการละเล่นน้ำ การรดน้ำดำหัว การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมทำบุญร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างเอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอมโนรมย์ให้คงอยู่ นายอนุชาในฐานะตัวแทน สส. ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนในการสืบสานประเพณี เพื่อไม่ให้สูญหายไปในยุคสมัยใหม่

  • สรงน้ำพระและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • สร้างความผูกพันในครอบครัวและชุมชน
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • อวยพรให้เดินทางปลอดภัยในช่วงสงกรานต์
  • ชวนเยาวชนรักษาประเพณีไทย

นอกจากนี้ จังหวัดชัยนาทยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสงกรานต์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น วัดป่าแก้ว หรือตลาดน้ำท่าฉนวน ที่ผู้คนมาร่วมฉลองกันอย่างคึกคัก การเข้าร่วมของนักการเมืองอย่างนายอนุชายังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับกิจกรรม ทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิดกับตัวแทนของตนมากขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน “อนุชา” ร่วมงานสงกรานต์ท่าฉนวน ชัยนาท อวยพรประชาชนให้มีความสุข ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของนักการเมืองที่ลงพื้นที่จริง ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูป แต่มาสนับสนุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง สิ่งนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคเพื่อไทยในพื้นที่ชัยนาทให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากทุกคนช่วยกันรักษาประเพณีสงกรานต์แบบนี้ต่อไป ไทยเราจะคงความเป็นไทยไว้ได้อย่างยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามข่าวสารการเมืองและกิจกรรมท้องถิ่นเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจสังคมไทยมากขึ้น หากคุณเคยเข้าร่วมงานสงกรานต์ที่ชัยนาท ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – “อนุชา” ร่วมงานสงกรานต์ท่าฉนวน ชัยนาท อวยพรประชาชนให้มีความสุข

ยศชนัน หาเสียงครั้งแรก! อนุชาหนุนเต็มที่


“ยศชนัน” นำทีมเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกที่อยุธยา มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำและเกษตรกรรมอย่างครบวงจร ด้าน “อนุชา” การันตีความสามารถของยศชนัน พร้อมสนับสนุนให้คนไทยเลือกนายกฯ คนนี้ ขณะที่ “จุลพันธ์” เปิดนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ ต.ชายนา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อาทิ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย ลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรกของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ โดยช่วงหนึ่งมีประชาชนสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่รับน้ำ จึงต้องการให้มีการบริหารจัดการกระจายน้ำไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน พร้อมทั้งขอให้พิจารณาเรื่องการเยียวยาที่ผ่านมา ซึ่งมักจะได้รับเงินช่วยเหลือหลังจากน้ำลดลงแล้ว

นายยศชนัน กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข การกำหนดนโยบายจากในห้องประชุมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น การลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนหลัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ เรื่องราคาสินค้าเกษตรเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลอย่างครบวงจร ทั้งในเรื่องราคาตกต่ำและการปลูกพืชนอกฤดูกาล รวมถึงการเจรจากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม การเยียวยาต้องมีความเหมาะสม และจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหา และการแก้ไขปัญหาน้ำไม่ใช่แค่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ต้องพิจารณาถึงต้นน้ำด้วย ซึ่งที่ผ่านมามีโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับน้ำ แต่ถูกระงับไป

ยศชนัน ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก! อนุชาหนุนเต็มที่

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลว่า แม้จะมีปัญหาที่ชายแดน แต่ไม่ควรละเลยประชาชนที่อยู่เบื้องหลัง ชาวเสนานั่งแช่น้ำมา 3 เดือน เช่นเดียวกับชาวหาดใหญ่ที่ไม่ควรถูกลืม รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขและเยียวยาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว สภาพน้ำในเสนาลดลงไม่เกินคืบจากครั้งก่อนที่เคยมา ส่วนการเยียวยาจากรัฐบาล 9,000 บาทได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ 20,000 บาท ยังไม่ได้รับ จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ สำหรับราคาพืชผล สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีโครงการจำนำข้าวที่ทำให้เงินถึงมือเกษตรกรอย่างแน่นอน แต่ในปัจจุบันไม่สามารถทำได้แล้ว จึงต้องเปลี่ยนกลไก วันนี้พรรคเพื่อไทยขอนำเสนอนโยบายด้านการเกษตร คือ การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ซึ่งเป็นนโยบายที่จะขับเคลื่อน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะแก้ไขทั้งราคาพืชผลเกษตรและปัญหาน้ำ หากได้รับโอกาสในการทำงาน

อนุชา การันตี ยศชนัน เป็นคนเก่ง

ขณะที่นายอนุชา กล่าวว่า เข้าใจถึงชีวิตของชาวไร่ชาวนา ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ และเป็นผู้สร้างรายได้แรกของแผ่นดิน เหตุผลที่ทำให้คิดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะทั้งสองท่านทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีความหวังในอนาคต วันนี้นายยศชนัน คือว่าที่นายกฯ ของเรา จากการพูดคุยพบว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถ ตนยอมรับในสติปัญญาและวิสัยทัศน์ของท่าน ยืนยันได้ว่าเป็นคนเก่งของประเทศ เพราะคิดแบบวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ไม่ต้องคาดเดาหรือพยากรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนชื่นชม และรับรองได้ว่าประเทศไทยจะได้คนดีมีความสามารถมาบริหารประเทศอย่างแน่นอน จึงขอให้ประชาชนบอกต่อคนไทยทั้งประเทศ ให้สนับสนุนนายกฯ คนนี้มาดูแลประเทศของเรา และนำพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นพรรครัฐบาลพรรคเดียว เพื่อให้พี่น้องชาวนาอยู่ดีกินดีอย่างแน่นอน

การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ถือเป็นนโยบายที่น่าสนใจและอาจเป็นทางออกสำหรับเกษตรกรไทยได้

ที่มา – “ยศชนัน” ลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก “อนุชา” การันตีคนเก่ง ขอให้คนไทยเอานายกฯคนนี้

อนุทินบอก ตื๊อ “อนุชา” เท่านั้น ย้ำน้ำไม่ท่วม!

“อนุทิน” หยอดหวาน “อนุชา” ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก! หลังสื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะชวน “อนุชา” เข้าพรรคภูมิใจไทย อนุทินตอบอย่างอารมณ์ดี พร้อมยืนยันว่าดีใจที่ผลโพลออกมาดี แต่ยิ่งต้องทำงานให้หนักขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังเมินเสียงวิจารณ์จาก “พิธา” เรื่องการดูด สส.​ พร้อมให้ความมั่นใจว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมหนักเหมือนปี 54 อย่างแน่นอน เพราะได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่จ.ชัยนาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทโดยมีนายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท ให้การต้อนรับ จะถือโอกาสนี้ทาบทามนายอนุชามาอยู่พรรคภูมิใจไทยเลยหรือไม่ ว่า นอกจากภรรยาผมแล้ว ผมก็รักพี่แฮงค์ (นายอนุชา) เป็นคนที่สอง

เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่านายอนุทินจะชวนนายอนุชามาอยู่ภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า นายอนุทิน กล่าวว่า “ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก”

เมื่อถามว่า ล่าสุดอีสานโพลได้เผยผลสำรวจ ถ้าเลือกตั้งวันนี้อยากให้ใครเป็นนายกมากที่สุด โดยชื่อนายอนุทินมาเป็นอันดับหนึ่ง รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า ตรงนั้นดีใจคืนเดียว แต่ต้องทำงาน ยิ่งมาแบบนี้ ต้องยิ่งทำให้ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนไม่สูญเปล่า ยอมรับว่าจากบ๊วยมาเป็นที่หนึ่งครั้งแรก

เมื่อถามว่า 4 เดือนนี้ภูมิใจไทยจะทำโพลของตัวเองหรือไม่ นายอนุทิน ได้ชี้ไปที่ สส.พรรคภูมิใจไทยที่อยู่ด้านข้าง พร้อมกล่าวว่า โพลของเราคือการลงพื้นที่ และเข้าใจชาวบ้าน ไม่ต้องทำโพลหรอก เราต้องการให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในตัวเราว่าเราทุ่มเทให้เขาอย่างเต็มที่ จะอยู่ได้หรือไม่ได้ก็ตรงนี้แหละ

เมื่อถามว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุถึงกระแสพรรคภูมิใจไทยดูด สส. ว่าที่ผ่านมาแม้จะดูดแต่ก็แพ้นายพิธามาแล้ว นายอนุทิน ย้อนถามว่า เลือกตั้งครั้งที่แล้วไม่มีดูดใคร

ถามต่อว่า นายพิธากล่าวเช่นนี้จะมีผลกระทบกับพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่มี ไม่เคยมีปัญหา เราทำงานกับสส.พรรคประชาชนในสภาเป็นอย่างดี เป้าหมายเดียวกันเราก็ทำร่วมกันเป็นอย่างดี เช่น เรื่องรัฐธรรมนูญ กฎหมายอากาศสะอาด ก็ครบองค์ประชุม ซึ่งเป็นกฎหมายที่พรรคประชาชนเสนอก็ผ่านสภา และในเอ็มโอเอก็เขียนไว้ ตกลงกันไว้ กฎหมายอะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะสนับสนุนกัน อย่าไปคิดว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นฝ่ายรัฐบาล และเราก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจน

อนุทินบอก ตื๊อ “อนุชา” เท่านั้นหลังยังไม่เข้าภูมิใจไทย-ยืนยันน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54

นอกจากนี้นายอนุทิน ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณประตูเขื่อนระบายน้ำก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะให้ความมั่นใจได้ว่า สถานการณ์จะไม่ซ้ำรอยปี 2554 ว่า ปริมาณน้ำน้อยกว่าปี 54 เราจะเร่งบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ ให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่ามั่นใจได้หรือไม่ว่าคนกรุงเทพฯ จะไม่เผชิญน้ำท่วม คล้ายปี 2554 นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าไม่มีฝนตกหนักมาเติมก็มั่นใจ อีก 2-3 อาทิตย์จะเข้าสู่ปลายฤดูฝน ปริมาณน้ำทั่วประเทศ น่าจะได้ระบายคล่องตัวทำให้การท่วมขังน้อยลง

ส่วนพื้นที่อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ที่เป็นพื้นที่รับน้ำทุกปีสถานการณ์น่าจะคลี่คลายในกี่สัปดาห์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าน่าจะประมาณ 2-3 สัปดาห์ ส่วนใหญ่สิ้นเดือนตุลาคมเข้าเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ตอนนี้เราคิดไปไกลกว่านั้นต้องคิดถึงเรื่องของการบริหารจัดการในระยะยาวด้วย ทุกปีเราเน้นเรื่องของการเยียวยา ใช้เงินปีละประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ถ้าเราใช้เงินก้อนนี้มาเป็นเรื่องของการลงทุน ระบบสาธารณูปโภค ระบบเขื่อน ระบบเส้นทางน้ำ ระบบฝาย เรื่องการบริหารจัดการน้ำ เราน่าจะทำให้เงินงบประมาณเหล่านี้เกิดประโยชน์มากขึ้น

ชี้เยียวยา 9,000 บาท เดือนเดียว 2 หมื่นล้านไม่ได้อะไร แต่เท่ากับโครงการใหญ่ที่เบิกจ่าย 3-4 ปี

เมื่อถามถึงแนวโน้มในการสร้างเขื่อนเพิ่ม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สทนช. ต้องไปศึกษาและหาวิธีที่จะทำให้สภาพน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีคลี่คลาย ไม่เช่นนั้นทุกปีก็จะต้องเกิดปัญหา แบบนี้แล้วกลับไปก็ต้องหาตังค์มาจ่าย

“อนุมัติงบกลางชาวบ้านได้ 9,000 บาท ถามว่าวันนี้ต่อให้เขาแสนบาทเขาก็ไม่เอาหรอกเงิน ขอให้น้ำไม่ท่วมดีกว่า เราก็ต้องหาวิธีที่จะทำให้น้ำไม่ท่วม ไม่ให้เขาเดือดร้อน เงินใช้พอๆ กันเลย อย่างคลองบางบาล บางไทร 20,000 กว่าล้าน เท่ากัน แต่ 5-6 ปีกว่าจะเสร็จเท่ากับปีหนึ่งงบประมาณ 4-5 พันล้าน แต่นี่ 20,000 ล้าน เยียวยาปีหนึ่งให้ชาวบ้านแล้ว และยังไม่มีโครงการอะไรที่จะไปทำในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคเลย” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ทุกแห่งในประเทศเกี่ยวข้องกับปัญหาใหญ่ที่ทำให้การบริหารจัดการน้ำเกิดปัญหาคืออะไร นายอนุทินกล่าวว่ามันก็มีหลายปัญหาที่ดินของชาวบ้านด้วย มาอยู่ต่างจังหวัดจะไปเวนคืนที่ของพี่น้องประชาชนเป็นเกษตรกรทำไร่ทำนา เป็นเรื่องที่อธิบายยาก ต้องหาวิธีในการหาเทคโนโลยีใหม่ๆ น้ำก็เช่นกัน เห็นแบบนี้ อีก 6 เดือนก็ต้องมาแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นไปได้อย่างไรเรื่องน้ำ ทำอย่างไร ตนให้นโยบาย สทนช. ไปว่าทำอย่างไรได้บ้างให้ช่วยกันคิด ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแนวคิดพื้นฐานมาแล้วเรื่องแก้มลิง แต่ด้วยสภาพนิเวศที่เปลี่ยนไปแก้มลิงที่มีอยู่อาจไม่พอต้องทำเพิ่มได้หรือไม่ หลีกเลี่ยงการเวนคืนที่ของประชาชน ที่ของรัฐ ที่ของหลวง ที่ราชพัสดุ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ใช้เป็นที่เก็บกักน้ำได้หรือไม่ ต้องคิดต่อไป เอาไว้หลังเลือกตั้งก่อน ค่อยมาคิด

เมื่อถามว่า 4 เดือนที่จะวางรากฐานให้ได้จะทำได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รากฐานวางได้อยู่แล้ว คือการบอก สทนช. ให้ใช้สำนักทรัพยากรน้ำ เป็นเจ้าภาพหลัก และค่อยกระจายไปยังหน่วยงานต่างๆ

“เราก็ต้องบอกท่านเลขาธิการ บอกท่านอนุชาว่าพี่ไม่ไหวแล้วนะ ปีหนึ่ง 2-3 หมื่นล้าน และหมดไปครั้งเดียวเลย โดยปกติ 30,000 ล้านบาท งบประมาณผูกพันต้องใช้ 3-4 ปีถึงจะใช้หมด แต่นี่ 30,000 ล้านบาท เดือนเดียวใช้หมด ดังนั้นจะต้องเรียนท่านไปว่าเงินมีแล้วเอาไปสร้างอะไรที่เป็นการลงทุนระยะยาวได้หรือไม่ ท่านก็มาจากสภาพัฒน์ มีวิสัยทัศน์ เห็นลู่ทาง นี่คือการวางรากฐาน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

“อนุทิน” บอก ตื๊อ “อนุชา” เท่านั้น ยังยืนยันน้ำไม่ท่วมแน่

สรุปแล้วประเด็นสำคัญจากที่นายกฯ อนุทินให้สัมภาษณ์คือ 1) ยังคง “ตื๊อ” คุณอนุชาให้มาร่วมงานกับภูมิใจไทยต่อไป 2) มั่นใจว่าสถานการณ์น้ำจะไม่รุนแรงเหมือนปี 54 และ 3) เตรียมวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างยั่งยืน

อนุทินให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาวมากกว่าการเยียวยาเพียงอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและอาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนกว่าเดิม เราต้องติดตามกันต่อไปว่าแผนการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลจะประสบความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “อนุทิน” บอก ตื๊อ “อนุชา” เท่านั้นหลังยังไม่เข้าภูมิใจไทย-ยืนยันน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54

Scroll to top