อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

ครั้งแรกในรอบกว่า 150 ปี ตักบาตรทางเรือ 98 รูป

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวงานบุญใหญ่ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสามจังหวัด เมื่อไม่นานมานี้มีการจัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ในชื่อ ครั้งแรกในรอบกว่า 150 ปี ตักบาตรทางเรือ 98 รูป ในงาน “คนไทย คลองเปรมสายน้ำเดียวกัน” ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่งดงามและหาชมได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน

บรรยากาศงาน ครั้งแรกในรอบกว่า 150 ปี ตักบาตรทางเรือ 98 รูป ในงาน “คนไทย คลองเปรมสายน้ำเดียวกัน”

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ โดยมีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจากหลายพื้นที่ ตั้งแต่กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ไปจนถึงพระนครศรีอยุธยา มารวมตัวกันเพื่อสร้างภาพจำที่น่าประทับใจตลอดสองฝั่งคลองเปรมประชากร

ไฮไลท์สำคัญของการทำบุญทางน้ำ

กิจกรรม ครั้งแรกในรอบกว่า 150 ปี ตักบาตรทางเรือ 98 รูป ในงาน “คนไทย คลองเปรมสายน้ำเดียวกัน” ครั้งนี้ พระสงฆ์จาก 12 วัดร่วมขบวนเรือยาวเหยียด โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย) มาร่วมในขบวนเรือด้วย ภาพของพระภิกษุสงฆ์ที่ล่องเรือไปตามสายน้ำท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่ตั้งใจมารอใส่บาตร คือสัญลักษณ์ของความศรัทธาที่ยังคงเข้มแข็งไม่เสื่อมคลาย

  • เชื่อมสัมพันธ์ 3 จังหวัด: กรุงเทพฯ-ปทุมธานี-อยุธยา
  • เรือพระสงฆ์ 98 รูป จาก 12 วัด
  • พลังศรัทธาจากชุมชนริมน้ำ

ความสำเร็จของงานนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ที่สนับสนุนเรือและทีมงานกว่า 30 ชีวิต เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย การฟื้นฟูคลองเปรมประชากรให้กลายเป็นสายน้ำแห่งชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาด แต่คือการรื้อฟื้นวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกับสายน้ำของคนไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตอกย้ำว่าคลองเปรมประชากรคือเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงเราไว้ด้วยกัน

ในมุมมองของผม กิจกรรมนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การทำบุญตักบาตร แต่เป็นการปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจดูแลรักษาลำคลองและสืบสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป หากเราช่วยกันดูแลสายน้ำแห่งชีวิตนี้ไว้ อนาคตเราอาจจะได้เห็นประเพณีดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างความสุขและความสามัคคีให้กับคนไทยในทุกพื้นที่ครับ

ที่มา – ครั้งแรกในรอบกว่า 150 ปี ตักบาตรทางเรือ 98 รูป ในงาน “คนไทย คลองเปรมสายน้ำเดียวกัน”

ไทยยังมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอถึง 107 วัน เตรียมมาตรการรับสงกรานต์

ไทยยังมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอถึง 107 วัน เตรียมมาตรการรับสงกรานต์ เป็นข่าวดีที่ทำให้คนไทยโล่งใจท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำชัดเจนในการแถลงข่าวล่าสุดว่า ประเทศไทยยังมีสต็อกน้ำมันสำรองที่เพียงพอต่อการใช้งานได้ถึง 107 วัน แม้ราคาจะปรับสูงขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลน

ไทยยังมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอถึง 107 วัน เตรียมมาตรการรับสงกรานต์

ในงาน Meet the Press เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 รัฐมนตรีฯ ได้ให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยมีการนำเข้าน้ำมันที่ยืนยันแล้ว และคาดว่าจะทยอยเข้าถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและภาคอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และออกมาตรการหลายด้านเพื่อรับมือ

มาตรการหลักที่กระทรวงพลังงานดำเนินการ

  • ระงับการส่งออกน้ำมัน เพื่อรักษาสต็อกในประเทศ
  • ตรวจสอบสต็อกน้ำมันของคลังและผู้ค้าตามกฎหมายมาตรา 7
  • กำกับโรงกลั่นให้เพิ่มการผลิตน้ำมันดีเซล
  • ผ่อนคลายการนับสต็อกเพื่อเพิ่มน้ำมันสำรอง
  • ประกาศให้ผู้ค้าประกาศราคาและสต็อกทุกแห่ง
  • เพิ่มอัตราส่วนผสมน้ำมันชีวภาพในน้ำมันสำเร็จรูป

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการผ่อนปรนการเก็บสำรองน้ำมันนำเข้า จากเดิม 7% เหลือเพียง 1% เพื่อจูรใจให้มีการนำเข้ามาเพิ่มเติม ติดตามการผลิตโรงกลั่นรายวัน และเร่งกระจายน้ำมันสู่ผู้ค้าปลีกขนาดเล็ก ลดปัญหาคิวยาวที่สถานีบริการ

ด้านการปราบปราม กระทรวงฯ เข้มงวดตรวจสอบแหล่งกักตุนน้ำมันผิดกฎหมาย ร่วมกับ DSI ติดตามรถบรรทุกทุกคัน และประสานกระทรวงมหาดไทยตรวจคลังที่ถูกกฎหมาย ทำให้สถานีบริการมีน้ำมันมากขึ้น ปัญหาขาดแคลนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้ราคาน้ำมันจะขึ้นราว 6 บาทต่อลิตร แต่เทียบกับอาเซียนยังต่ำ ราคาตามกลไกตลาด แต่กระทรวงไม่นิ่งนอนใจ ตั้งคณะทำงานร่วมคลัง-พาณิชย์ ศึกษาภาษีลาภลอย และกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 38,464 ล้านบาท ชดเชยวันละ 1,368 ล้านบาท

เตรียมรับมือสงกรานต์อย่างไร

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คนเดินทางเยอะ กระทรวงพลังงานมีแผนชัดเจน:

  • ตรวจสถานะน้ำมันผ่านแอป Fuel-Now หรือ https://fuel-now.doeb.go.th
  • กระจายน้ำมันให้ผู้ค้าส่ง 7 ล้านลิตร/วัน
  • ให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองเพิ่ม จัดรถสแตนด์บาย
  • จุดบริการรถโดยสารสาธารณะ ร่วม มท.-คค.
  • ลดการเก็บสำรองนำเข้าเหลือ 1%

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไทยยังมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอถึง 107 วัน เตรียมมาตรการรับสงกรานต์ อย่างครบครัน ประชาชนควรติดตามข่าวสารและใช้ Fuel-Now เพื่อวางแผนเติมน้ำมันล่วงหน้า

ในมุมมองของเรา สถานการณ์นี้สะท้อนความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตโลก แนะนำให้ทุกคนประหยัดพลังงาน ร่วมกันใช้รถคาร์พูลช่วงสงกรานต์ เพื่อลดภาระระบบพลังงาน ลองเช็ค Fuel-Now วันนี้ แล้วเที่ยวสงกรานต์ให้สนุกโดยไม่ต้องกังวล!

ที่มา – ไทยยังมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอถึง 107 วัน เตรียมมาตรการรับสงกรานต์

“อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันอ่างทอง ราคาสูงเกิน

ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวน ผู้บริโภคหลายคนกังวลเรื่องการกักตุนและราคาที่สูงเกินจริง ล่าสุดมีข่าวสำคัญที่ “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ เพื่อปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ

“อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด

วันที่ 22 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาประกาศสั่งการด่วน โดยมอบหมายให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมันทุกแห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวง เน้นย้ำให้รายงานผลการตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ในการเอารัดเอาเปรียบประชาชน

รายละเอียดความผิดเบื้องต้นที่พบในจังหวัดอ่างทอง

จากกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง โดย “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่ามีการกักตุนจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือการละเมิดกฎหมายใน 2 ประเด็นหลัก

  • ไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง: ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องแจ้งให้หน่วยงานทราบทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายน้ำมัน เพื่อติดตามปริมาณและป้องกันการผิดกฎหมาย
  • จำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด: ทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ โดยราคาต้องเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจปิโตรเลียม (กบง.) ประกาศ

หากผลตรวจสอบยืนยัน กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ประกอบการรายอื่น

คำสั่งเร่งด่วนจากนายอรรถพล

นายอรรถพลได้กำชับพลังงานจังหวัดให้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รายงานผลทุกวัน จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเน้นการตรวจสอบปั๊มน้ำมัน สถานีบริการ และโกดังเก็บน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการกักตุนที่อาจเกิดจากความต้องการที่เพิ่มสูงหรือปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบราคาน้ำมันโลก

“ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค” นายอรรถพล กล่าว

การประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ

เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ กระทรวงพลังงานจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ดังนี้

  • กระทรวงมหาดไทย: ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยตรวจสอบพื้นที่
  • พาณิชย์จังหวัด: ดูแลเรื่องการกำหนดราคาสินค้าและปราบปรามการผูกขาด
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ: จัดการด้านกฎหมายและป้องกันการกระทำผิด

มาตรการนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยเสริมระบบการกำกับดูแลระยะยาว โดยอ้างอิงพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดโทษปรับสูงสุดหลายล้านบาทและจำคุกสำหรับผู้ฝ่าฝืน

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น กรณีตรวจค้นปั๊มน้ำมันในปีก่อนๆ ที่พบการโกงมิเตอร์หรือปรับราคาเกิน พบว่าการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องช่วยลดปัญหาได้กว่า 70% ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือเพราะกลัวบทลงโทษหนัก

สำหรับผู้บริโภค สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับราคาน้ำมันที่เป็นธรรม หากคุณพบปั๊มที่มีราคาสงสัยหรือมีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนพลังงาน 1364 หรือพลังงานจังหวัดใกล้บ้าน เพื่อช่วยกันรักษาความโปร่งใส

สุดท้าย การดำเนินการของนายอรรถพลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องประชาชนจากราคาน้ำมันที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบพลังงานของไทยได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “อรรถพล” ยันพบความผิดบริษัทน้ำมันที่จ.อ่างทอง ไม่รายงานใบกำกับขนส่ง จำหน่ายราคาสูงเกินกำหนด

“อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน ในช่วงที่ราคาน้ำมันกำลังผันผวนแบบนี้ ข่าวดีมาบอกเลยว่า “อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ แล้วนะ! นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่รอช้า สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันและที่เก็บน้ำมันทุกแห่งอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนหรือขายแพงเกินจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคอย่างเรากังวลกันมากในช่วงนี้

“อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 20 มี.ค. 2569 โดยนายอรรถพลสั่งให้พนจ. รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เรื่องบานปลาย ล่าสุดมีรายงานกรณีที่น่าสนใจในจังหวัดอ่างทอง ที่เจ้าหน้าที่พบความผิดเบื้องต้น เช่น ไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง และขายน้ำมันในราคาสูงเกินกฎหมายกำหนด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเข้าข่ายกักตุนจริง กระทรวงพลังงานจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ดำเนินคดีเต็มที่เลยทีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะน้ำมันเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทยเลยนะ ไม่ว่าจะขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค หรือชีวิตประจำวันของเรา ถ้ามีการกักตุนหรือขายแพง จะกระทบราคาสินค้าทุกอย่างขึ้นไปด้วย สถานการณ์แบบนี้มักเกิดช่วงราคาน้ำมันโลกปรับตัว ผู้ประกอบการบางรายอาจฉวยโอกาส แต่รัฐบาลไม่ยอม!

มาตรการเข้มงวดที่พลังงานจังหวัดจะดำเนินการ

นอกจาก “อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ แล้ว ยังมีการประสานงานข้ามหน่วยงานด้วย เช่น ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และตำรวจ เพื่อตรวจสอบแบบบูรณาการ นายอรรถพลย้ำชัดว่า “ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค”

  • ลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมันและคลังเก็บน้ำมันทุกแห่ง
  • ตรวจสอบสต็อกน้ำมันและการเคลื่อนไหวสินค้า
  • สุ่มตรวจราคาจำหน่ายให้เป็นไปตามที่กำหนด
  • รายงานผลทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
  • ดำเนินคดีทันทีหากพบผิดกฎหมาย

มาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ราคาน้ำมันคงที่ ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเราจะได้ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป แถมยังป้องกันปัญหาขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกลได้ดี ช่วงที่ผ่านมา เรเห็นตัวอย่างจากหลายประเทศที่การกักตุนนำไปสู่ความวุ่นวายใหญ่หลวง ถ้าไทยจัดการดีแบบนี้ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีเลย

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเตรียมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้สิทธิ์ในการร้องเรียน หากพบปั๊มน้ำมันราคาไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งพนจ. หรือสายด่วน 1364 ได้ทันที ช่วยกันเฝ้าระวัง จะทำให้ระบบโปร่งใสยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผม มาตรการนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดพลังงานไทย โดยเฉพาะในยุคที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าสูงขนาดนี้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน เราจะผ่านวิกฤตราคาน้ำมันไปได้แน่นอน คุณล่ะคิดยังไงกับการสั่งการของนายอรรถพล? ลองแชร์ประสบการณ์พบปั๊มขายแพงในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวพลังงานล่าสุดนะ!

ที่มา – “อรรถพล” สั่งพลังงานจังหวัดเกาะติดตรวจปั๊มและสถานที่เก็บน้ำมันทั่วประเทศ

อนุทิน ยันไม่มีแอบส่งน้ำมันไปให้กัมพูชา

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์น้ำมันที่หลายคนกำลังกังวลใจกันอยู่ ล่าสุด อนุทิน ยันไม่มีแอบส่งน้ำมันไปให้กัมพูชา และชี้แจงแบบชัดๆ ว่าปัญหาน้ำมันขาดแคลนที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ไม่ใช่เพราะขาดจริงๆ แต่เป็นเพราะประชาชนตุนกันเยอะเกินไป รัฐบาลยืนยันว่ามีกำลังผลิตเพียงพอ และกำลังเร่งแก้ไขให้กลับสู่ปกติเร็วๆ นี้ มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมกับคณะรัฐมนตรีหลายท่านอย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ฝั่งคมนาคม, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีพลังงาน และอื่นๆ แถลงข่าวหลังประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ โดยเฉพาะประเด็นปั๊มน้ำมันใน จ.สงขลา ที่ปิดไป 4 แห่ง

ผู้บริหาร OR ชี้แจงว่า ไม่มีปัญหาน้ำมันขาดจริง แค่มากรองขนส่งปกติ ประชาชนใช้น้ำมันมากกว่าปกติ เลยหมดปั๊มเร็วหน่อย รอรอบใหม่ได้ทุกวัน นายกฯ อนุทิน บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะส่งน้ำมันให้ปั๊มวันที่ 1 เม.ย. ส่วนนายพิพัฒน์ ตะโกนเลยว่า ‘เป็นไปไม่ได้!’ และขอตรวจสอบ เพราะมีคนไม่หวังดีเยอะ โดยเฉพาะปั๊มบางจาก ขายส่งยังปกติ

อนุทิน ยันไม่มีแอบส่งน้ำมันไปให้กัมพูชา

ประเด็นร้อนที่หลายคนสงสัยคือ มีการแอบส่งน้ำมันจากลาวไปกัมพูชาหรือเปล่า? นายกฯ อนุทิน ตอบชัดเจน อนุทิน ยันไม่มีแอบส่งน้ำมันไปให้กัมพูชา เพราะเพิ่งไปลาวมา ถามผู้บริหารระดับสูงตรงๆ ก็ยืนยันว่าไม่มี ไทยส่งออกน้ำมันแค่ลาวกับเมียนมาเท่านั้น ด้วยยุทธศาสตร์แลกเปลี่ยน พวกเขาผลิตไฟฟ้า แก๊ส ส่งมาไทย เราก็ส่งเชื้อเพลิงไป

ส่วนกองทุนน้ำมัน รัฐมนตรีอรรถพล ยืนยันว่ายังอุดหนุนได้ กองทุนมีเงินสด 2 หมื่นล้าน จ่ายรอบเดือน กลางเม.ย. ไม่มีปัญหา OR ขายให้จ๊อบเบอร์วันละ 3-5 ล้านลิตร ปกติพอ แต่ตอนนี้ดีมานด์พุ่ง

ตอบไม่ได้ใครทำน้ำมันขาดแคลนเพราะมันไม่ขาดแคลน

นายกฯ บอกตรงๆ ว่า "ตอบไม่ได้ ใครทำให้น้ำมันขาดแคลน เพราะมันไม่ขาดแคลน!" กำลังผลิตไทย 77 ล้านลิตร/วัน ใช้ปกติ 67 ล้าน แต่ช่วง 7 วันก่อน พุ่งเป็น 84 ล้าน เพราะกลัวขึ้นราคา ตุนกันหมด สต๊อกสำรอง 100 วัน นำเข้าน้ำมันดิบ 3.3 พันล้านลิตร จากอเมริกา บราซิล มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม บรูไน ลิเบีย

แผนแก้ไข: อัดสต๊อกสำรองเข้าไป ผ่อนคลายขนส่ง ใช้เรือเสริมภาคใต้ คาด 1-2 สัปดาห์กลับปกติ ถ้าประชาชนหยุดตุนสิบถัง ก็สมดุลได้เลย ปั๊มปิด 231 แห่ง ส่วนใหญ่ไม่มีแบรนด์ใหญ่ ซื้อจากจ๊อบเบอร์ รับความเสี่ยงเอง

  • กำลังผลิตดีเซล: 77 ล้านลิตร/วัน
  • การใช้ปกติ: 67 ล้านลิตร/วัน
  • นำเข้า 1-18 มี.ค.: 3.3 พันล้านลิตร
  • สต๊อกสำรอง: 100 วัน

นายพิพัฒน์ ขอผู้ค้าปล่อยสต๊อก ภายใน 1 สัปดาห์ รัฐบาลอัดเข้าไปให้ปั๊มเปิดได้หมด

สรุปคือ อนุทิน ยันไม่มีแอบส่งน้ำมันไปให้กัมพูชา และน้ำมันไม่ขาดจริง รัฐบาลมีข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน ปตท. โรงกลั่นทั้งหมด ชัดเจนมาก ขอให้เพื่อนๆ มั่นใจ อย่าตุนเกินจำเป็น ช่วยกันใช้ปกติ สถานการณ์ก็คลี่คลายเร็วแน่นอน มุมมองผมคิดว่ารัฐบาลจัดการดี ถ้าปชช.ช่วย協力 ก็จบปัญหาได้ในพริบตา สนใจอัพเดทข่าวพลังงาน ติดตามบล็อกเราเลยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” ยันไม่มีแอบส่งน้ำมันไปให้กัมพูชา ตอบไม่ได้ใครทำน้ำมันขาดแคลนเพราะมันไม่ขาดแคลน

“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดย“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการ

“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม

วันที่ 17 มีนาคม 2569 หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอรรถพล ได้ให้สัมภาษณ์ย้ำว่าน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตมีเพียงพอ กำลังการกลั่นอยู่ที่ 100% แต่ปัญหาหลักคือการขนส่งที่อาจล่าช้าในช่วง高峰เทศกาล สำหรับแผนรับมือสงกรานต์ 2569 ได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเพิ่มกำลังผลิต บางแห่งเกิน 100% เพื่อป้องกันการขาดแคลน

ย้ำไม่ต้องแตกตื่น อย่ากักตุนน้ำมัน

รมว.พลังงาน เน้นย้ำว่าสิ่งที่อยากขอร้องประชาชนคือ ไม่อยากให้แตกตื่นว่าน้ำมันจะหมดจากประเทศไทย เพราะปัญหาอยู่ที่การขนส่งเท่านั้น ไม่ใช่การขาดแคลนจากต้นทาง หากมีการกักตุนจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แนะนำให้เติมน้ำมันตามปกติเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง

การซื้อน้ำมันดิบเพิ่มจากแหล่งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาซื้อน้ำมันดิบเพิ่มจากหลายประเทศ ล่าสุดตกลงซื้อจากแองโกลาเกือบ 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไทยได้อย่างดี ในขณะที่การซื้อจากรัสเซียเป็นไปตามตลาดเสรี ผ่าน ปตท. โดยราคาตามตลาด ไม่ใช่ราคาพิเศษ

สำหรับกรณีสหรัฐฯ ยกเว้นให้ซื้อน้ำมันรัสเซียบางส่วน เป็นเพียงน้ำมันที่บรรทุกเรือแล้ว และมีระยะเวลา 30 วัน พร้อมความเสี่ยงเรื่องการโอนเงิน แต่ไทยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งนั้นเพราะมีแหล่งอื่นเพียงพอ

สถานีบริการจำกัดเติมน้ำมัน 500 บาทต่อครั้ง

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการจำกัดเติมน้ำมันไม่เกิน 500 บาทต่อครั้งที่บางสถานี นายอรรถพล ชี้แจงว่าเป็นการบริหารจัดการของเจ้าของสถานีเอง ไม่ใช่คำสั่งจากกระทรวง เพราะรอบการขนส่งอาจไม่ทัน หากกระทรวงสั่งบังคับอาจทำให้เกิดปัญหามากขึ้น

  • น้ำมันดิบต้นทางเพียงพอ 100%
  • โรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตเกิน 100% ในบางแห่ง
  • ซื้อเพิ่มจากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล
  • ซื้อเพิ่มจากสหรัฐฯ 6 แสนบาร์เรล
  • ขอความร่วมมืออย่ากักตุน

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่รอบคอบของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ช่วงสงกรานต์ 2569 ประชาชนเดินทางได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมด นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชนเป็นกุญแจสำคัญ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน สงกรานต์ปีนี้จะเป็นเทศกาลที่สนุกสนานและปลอดภัย

ติดตามข่าวสารพลังงานและมาตรการรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม

พลังงานลุยดีล LNG 1.3 ล้านตันรับวิกฤติตะวันออกกลาง

ในสถานการณ์วิกฤติพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง กลายเป็นข่าวสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้ประชาชนชาวไทย กระทรวงพลังงานภายใต้การนำของนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงมือเจรจาอย่างเข้มข้นกับผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ชั้นนำระดับโลก

พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างทีมผู้บริหารกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับนาย Anatol Feygin, Chief Commercial Officer ของบริษัท Cheniere Energy Inc. จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลลัพธ์ที่ได้คือการเพิ่มปริมาณนำเข้า LNG จากสัญญาเดิมที่ 1 ล้านตันต่อปี เป็น 1.3 ล้านตันต่อปี ตลอดอายุสัญญาที่เหลืออีก 15 ปี หรือจนถึงปี พ.ศ. 2584

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเพื่อเร่งรัดกำหนดการส่งมอบ โดยปรับเที่ยวเรือบางส่วนจากไตรมาส 3 ปี 2569 มาเป็นไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ บริษัท Cheniere ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

มาตรการรับมือวิกฤติ พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี

รัฐบาลไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเจรจานี้เท่านั้น แต่มีแผนรับมือที่ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ดังนี้

  • ระงับการส่งออกน้ำมัน: เพื่อรักษาสำรองในประเทศให้เพียงพอ
  • เพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน: สร้างบัฟเฟอร์สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • เจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคอื่น: ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง โดยหันไปสหรัฐและแหล่งอื่นๆ
  • ส่งเสริมน้ำมันชีวภาพ: ใช้ทรัพยากรในประเทศมากขึ้น ลดนำเข้า
  • ใช้กองทุนน้ำมันบรรเทาราคา: ช่วยผู้บริโภคไม่ให้ราคาพุ่งสูง
  • รณรงค์ประหยัดพลังงาน: ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ตั้งแต่เกิดวิกฤติ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการคู่ขนานหลายด้าน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกัน” การเพิ่มนำเข้า LNG ครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเติมเต็มช่องว่างพลังงาน แต่ยังกระจายแหล่งจัดหา ลดความเสี่ยงจาก geopolitical risk ในตะวันออกกลาง

ประโยชน์ในระยะยาวคือความมั่นคงพลังงานที่ยั่งยืน โดย LNG จากสหรัฐมีราคาที่แข่งขันได้และปริมาณมหาศาล ช่วยให้โรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมไทยเดินหน้าต่อเนื่อง โดยไม่กระทบราคาค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันที่ประชาชนต้องจ่าย

สถานการณ์วิกฤติตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงทั่วโลก แต่ไทยเตรียมพร้อมดีด้วยการกระจายแหล่งนำเข้า ปตท. ซึ่งเป็นผู้เล่นหลักในการนำเข้า LNG มีประสบการณ์ยาวนาน สามารถจัดการโลจิสติกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเร่งส่งมอบจะช่วยให้ไทยมีสต็อกเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ซึ่งเป็นช่วง高峰ของความต้องการพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่านี่เป็น strategic move ที่ชาญฉลาด ช่วยรักษา GDP growth ไม่ให้สะดุด

ในมุมมองของผู้เขียน การ พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่ proactive ไม่รอให้วิกฤติรุนแรงกว่านี้ ประชาชนควรติดตามและสนับสนุนมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น

คุณพร้อมรับมือวิกฤติพลังงานอย่างไร? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตพลังงานเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – พลังงาน ลุยดีลยักษ์ใหญ่ LNG เพิ่มนำเข้าเป็น 1.3 ล้านตันต่อปี รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง

รมว.พลังงานยันน้ำมันสำรอง 95 วัน ไม่ขาดแคลน

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน การันตีน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้าไม่ขาดแคลน เป็นข่าวดีที่ทำให้ประชาชนโล่งใจท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แถลงข่าวหลังประชุมหารือมาตรการพลังงานที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันชัดเจนว่าน้ำมันสำรองของไทยมีเพียงพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลน

รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน การันตีน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้าไม่ขาดแคลน

จากตัวเลขเดิมที่เคยระบุไว้ 60 วัน ล่าสุดอัปเดตเป็น 65 วัน หากไม่มีน้ำมันนำเข้าจากภายนอกเลย แต่ที่สำคัญคือ เรายังมีแหล่งน้ำมันเพิ่มเติมจากสหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย อีก 30 วัน รวมแล้ว น้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 95 วัน ปตท. มีเครือข่ายคู่ค้าที่แข็งแกร่ง สามารถขอซื้อเพิ่มได้ทันวิกฤต ไม่ใช่แค่นับวันหมดแล้วจบ แต่จะมีการเติมเข้ามาเรื่อยๆ

มาตรการระงับส่งออกและเพิ่มสำรองน้ำมัน

เพื่อความมั่นคง รัฐบาลเตรียมมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีระงับการส่งออกน้ำมัน ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา ที่พึ่งพาพลังงานซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังเพิ่มสัดส่วนน้ำมันสำรองของผู้ค้าน้ำมัน จาก 1% เป็น 3% เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

  • ระงับส่งออก ยกเว้นเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ
  • เพิ่มสำรองน้ำมันเป็น 3%
  • จัดการกำลังผลิตส่วนเกินมาสำรอง

สถานการณ์ปั๊มน้ำมันที่ประชาชนแห่เติม ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะเป็นพฤติกรรมชั่วคราว เมื่อข้อมูลชัดเจน คนจะกลับมาใช้ปกติ กระทรวงพลังงานสั่งกำชับทุกจังหวัด ห้ามกักตุน และประสานผู้ค้าน้ำมันให้ส่งมอบเพียงพอ คาดปัญหาคลี่คลายใน 1-2 วัน

ตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน ด้วยกองทุนน้ำมัน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยเต็มที่ ตรึงราคาดีเซล 15 วัน น้ำมันเบนซินช่วยบางส่วน กองทุนเคยติดลบหนัก แต่ตอนนี้บริหารจนเป็นบวก พร้อมรับมือวิกฤต ครบ 15 วัน จะประเมินสถานการณ์ใหม่ หากสงครามยืดเยื้อ จะใช้กลไกต่อ

สำหรับก๊าซและไฟฟ้า ไม่ต้องห่วง ก๊าซ 50-60% มาจากท่อเมียนมาและไทย อีกส่วน LNG จากกาตาร์ กกพ. อนุมัติหาแหล่งใหม่ ปตท. คอนเฟิร์มสัปดาห์หน้า น้ำมันก๊าซไฟฟ้าครบวงจร

แผนสำรองเพิ่มเติม: พลังงานทางเลือกและประหยัด

เดินหน้าผลิตไฟฟ้าจากแหล่งต่างๆ พลังงานน้ำจากลาว ก๊าซอ่าวไทยร่วมมาเลเซีย ถ่านหินเพิ่มจาก กฟผ. และเตรียมรณรงค์ประหยัดพลังงานเข้าครม. 10 มี.ค. หากจำเป็น ปรับสูตรไบโอดีเซลเพิ่มสัดส่วน B100 ลดสเปกน้ำมันเพื่อนำเข้าจากหลายแหล่ง

ข่าวนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกได้ดี ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่ง官方 อย่าตกเป็นเหยื่อข่าวลือ ใช้พลังงานอย่างประหยัดเพื่อชาติ

คำแนะนำ: ตรวจสอบราคาน้ำมันล่าสุดที่ปั๊มใกล้บ้าน และวางแผนการใช้รถให้เหมาะสม ติดตามอัปเดตจากกระทรวงพลังงานเพื่อความอุ่นใจ

ที่มา – รมว.พลังงาน ยันน้ำมันสำรองหาได้เพิ่ม มีใช้ 95 วัน การันตีน้ำมัน-ก๊าซ-ไฟฟ้าไม่ขาดแคลน

นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นวาระเร่งด่วนของไทย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานและหาช่องทางนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม หวั่นว่าจะกระทบหนักต่อการนำเข้าของไทยหลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด

นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญหลายท่าน เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากการสู้รบที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันเสาร์ถึงจันทร์ ทำให้ต้องกำหนดมาตรการรับมือทันที ปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณครึ่งหนึ่ง และจากแหล่งอื่นอีกครึ่งหนึ่ง นายกรัฐมนตรีจึงสั่งให้แยกข้อมูลแหล่งนำเข้าอื่นๆ ให้ชัดเจน

ผู้เข้าร่วมประชุมสำคัญ

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  • นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)
  • นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากรายงานเมื่อวาน (4 มี.ค.) เดือนมีนาคมยังไม่กระทบมากนัก แต่ตัวเลขนำเข้าจะเริ่มลดลง สถานการณ์รุนแรงขึ้นมาก จึงต้องเร่งหามาตรการ โดยมอบหมายให้นายอรรถพลและนายพิพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าน้ำมัน คิดหาวิธีลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไทยต้องเจรจากับประเทศอื่นๆ เพื่อสั่งซื้อน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงอื่นๆ เพิ่มเติม สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างไรต่อไทย

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน ช่องแคบนี้เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน หากปิดจะกระทบการขนส่งน้ำมันทั่วโลกโดยตรง ไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าถึง 80-90% จะได้รับผลกระทบรุนแรง ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูง ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าทุกประเภทจะปรับตัวตาม

แหล่งนำเข้าน้ำมันดิบทางเลือกของไทย

  • สหรัฐอเมริกา – ผู้ผลิตน้ำมันชั้นนำ Shale Oil เพิ่มขึ้น
  • รัสเซีย – แม้มีมาตรการคว่ำบาตร แต่ยังเป็นแหล่งใหญ่
  • เวียดนามและมาเลเซีย – แหล่งในภูมิภาคใกล้เคียง
  • สิงคโปร์ – ศูนย์กลางซื้อขายและกลั่นน้ำมัน
  • อาเซอร์ไบจานและคาซัคสถาน – จากทะเลแคสเปียน

การกระจายแหล่งนำเข้าจะช่วยลดความเสี่ยงได้ หากรัฐบาลเจรจาสำเร็จ นอกจากนี้ ยังควรเร่งพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์ ลม และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว

โดยรวมแล้ว นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของรัฐบาลต่อวิกฤตพลังงาน การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่มาตรการที่ชัดเจน ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้ทันท่วงที ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำอย่างรวดเร็วแบบนี้เป็นสัญญาณดี ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานและชีวิตประชาชน คุณคิดว่ามาตรการใดจะได้ผลมากที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้สถานการณ์ด้วยนะครับ

ที่มา – นายกฯ เรียกถกหาช่องทางนำเข้าน้ำมันดิบแหล่งอื่นเพิ่ม หวั่นกระทบหนักหลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

Scroll to top