อันตราย

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 28 มี.ค. 2569 เกณฑ์อันตราย

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 28 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” เป็นข่าวที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าวนี้ กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังสุขภาพ เนื่องจากค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) พุ่งสูงจนอยู่ในระดับอันตราย โดยแนะนำให้บุคคลทั่วไปสังเกตอาการของตนเอง และกลุ่มเสี่ยงควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 28 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

จากประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊กเพจ กรุงเทพมหานคร ค่าดัชนีความร้อนในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 สูงเกินเกณฑ์ที่ปลอดภัย โดย Heat Index คำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นในอากาศ ซึ่งทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนมากกว่าอุณหภูมิจริง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะร้อนในร่างกาย เช่น ฮีทสตร็อก (Heat Stroke) หรืออาการหมดสติจากความร้อน

ค่าดัชนีความร้อนคืออะไร และเกณฑ์อันตรายคือเท่าไร

ค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index เป็นการบอกค่าความร้อนที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกจริง โดยรวมอุณหภูมิอากาศกับความชื้นเข้าด้วยกัน ตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา:

  • 32-41 องศาเซลเซียส: เตือนภัยระดับสูง
  • มากกว่า 41 องศาเซลเซียส: เกณฑ์อันตราย หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ในกรณีนี้ กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 28 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์นี้พอดี ทำให้ประชาชนต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองร้อนชื้น

อาการที่ต้องระวังและกลุ่มเสี่ยง

อาการเริ่มต้นที่ควรสังเกต ได้แก่ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น ผิวหนังร้อนแห้ง หายใจลำบาก หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ภาวะช็อกจากความร้อน ซึ่งร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ กลุ่มเสี่ยงหลักคือ

  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น คนงานก่อสร้าง พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด

แนะนำให้รีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกาย

วิธีป้องกันตนเองจากค่าดัชนีความร้อนสูง

เพื่อความปลอดภัยในช่วงที่ กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 28 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย” ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาเฟอีน
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี และหมวกกันแดด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น.
  • พักในที่ร่มเย็น ใช้พัดลมหรือแอร์
  • ทานอาหารเบาๆ ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น ส้ม แตงโม

นอกจากนี้ สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและค่าดัชนีความร้อนแบบเรียลไทม์ได้ที่เว็บไซต์ airbkk.com และแอปพลิเคชัน AirBKK ซึ่งจะช่วยให้คุณวางแผนชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

สถานการณ์อากาศร้อนแบบนี้เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิทั่วโลกสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว การที่กรุงเทพมหานครออกเตือนล่วงหน้าแบบนี้ถือเป็นมาตรการที่ดีเยี่ยมในการปกป้องสุขภาพประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วในยุคนี้ยิ่งทำให้เราต้องใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองดาวน์โหลดแอป AirBKK ไว้ใช้งานดูนะครับ แล้วคุณจะไม่พลาดการเตือนภัยแบบนี้

เรียกดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีในช่วงอากาศร้อนนะทุกคน!

ที่มา – กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 28 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 25 มี.ค. 2569 เกณฑ์อันตราย

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 25 มีนาคม 2569 เกณฑ์อันตราย แล้วนะเพื่อนๆ! วันพุธนี้ 25 มี.ค. 2569 อากาศกรุงเทพมหานครร้อนแผดเผาจนแทบละลาย ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กทม. ออกโรงเตือนแบบจริงจัง เพราะค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) พุ่งสูงสุดเข้าสู่เกณฑ์ "อันตราย" เรียบร้อย ใครที่ต้องออกไปไหนมาไหนในวันนี้ ต้องระวังตัวให้ดีเลยล่ะ

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน วันที่ 25 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

จากโพสต์ล่าสุดบนเฟซบุ๊กเพจ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร ได้แจ้งเตือนชัดเจนว่า ค่าดัชนีความร้อนประจำวันนี้อยู่ในระดับอันตรายสุดๆ โดยแนะนำให้ บุคคลทั่วไป สังเกตอาการของตัวเองอย่างใกล้ชิด ส่วน กลุ่มเสี่ยง อย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หายใจลำบาก หรือเป็นลม ให้รีบไปพบแพทย์ทันที อย่ารอช้า!

ค่าดัชนีความร้อนคืออะไร และทำไมถึงอันตราย?

ค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือค่าที่คำนวณมาจากการรวมกันระหว่างอุณหภูมิอากาศและความชื้นในอากาศ เพื่อบอกระดับความร้อนที่ร่างกายมนุษย์ "รู้สึก" จริงๆ ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ thermometer อย่างเดียว เพราะความชื้นสูงจะทำให้เหงื่อระเหยช้า ร่างกายระบายความร้อนไม่ได้ สุดท้ายก็เสี่ยงฮีทสตร็อกได้ง่าย

ตามเกณฑ์มาตรฐานสากล (จาก NOAA สหรัฐฯ ที่ไทยนำมาปรับใช้):

  • 27-32°C: รู้สึกร้อนระคายเคือง
  • 32-41°C: เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ
  • 41°C ขึ้นไป: เกณฑ์ "อันตราย" สูงมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ระวัง

สำหรับกรุงเทพฯ วันนี้ ค่าดัชนีความร้อนทะลุเกณฑ์นี้ไปแล้ว โดยเฉพาะย่านชานเมืองหรือพื้นที่เปิดโล่งที่ลมพัดไม่คล่อง อุณหภูมิพื้นผิวถนนยิ่งร้อนจัดเข้าไปใหญ่

อาการที่ต้องระวังจากค่าดัชนีความร้อนสูง

กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน 25 มีนาคม 2569 เกณฑ์อันตรายแบบนี้ อย่ามองข้ามอาการเหล่านี้เด็ดขาด:

  • ปวดหัวรุนแรง เวียนหัว หน้ามืด
  • คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว
  • ผิวหนังร้อนแห้ง ไม่มีเหงื่อออก (สัญญาณฮีทสตร็อก)
  • สับสน กระสับกระส่าย หายใจหอบ
  • เป็นลมหมดสติ (ฉุกเฉินต้องโทร 1669)

กลุ่มเสี่ยงต้องอยู่แต่ในที่ร่ม มีเครื่องปรับอากาศหรือพัดลม หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น. ที่ร้อนสุด

คำแนะนำป้องกันจากผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ กทม. แนะนำดังนี้:

  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน อย่ารอจนกระหาย
  • สวมเสื้อผ้าบางเบา: สีอ่อน ระบายอากาศดี ใส่หมวกกันแดด
  • หลีกเลี่ยงแดดตรง: ใช้ร่มหรืออยู่ในร่มเงา
  • กินอาหารเบาๆ: ผลไม้ที่มีน้ำเยอะอย่างแตงโม ส้มโอ
  • อาบน้ำเย็น: ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้ทันที

ถ้าทำงานกลางแจ้งอย่างกรรมกร ส่งของ หรือวิ่งจ๊อกกิ้ง ต้องพักบ่อยๆ และมีน้ำเกลือแร่ติดตัวไว้

ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศกรุงเทพฯ ได้อย่างไร?

อยากรู้แบบเรียลไทม์? กทม. ชี้เป้าไปที่ เว็บไซต์ airbkk.com และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AirBKK ฟรีทั้ง iOS และ Android มีข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 อุณหภูมิ ความชื้น และ Heat Index แบบอัปเดตทุกชั่วโมง แผนที่ละเอียดย่านไหนร้อนแค่ไหน ดูได้ชัดเจน

ในยุคที่โลกร้อนขึ้นทุกปี กรุงเทพฯ อย่างเราต้องปรับตัวหนัก หน้าร้อนปีนี้รุนแรงกว่าปีที่แล้วชัดเจน จากเอลนีโญ่ที่ทำให้อากาศแห้งร้อนจัด สถิติกรมอุตุฯ บอกว่าปี 2569 อาจร้อนที่สุดในรอบทศวรรษ

ส่วนตัวผมคิดว่า แม้กทม. จะเตือนแล้ว แต่ประชาชนต้องช่วยตัวเองด้วย อย่าประมาท ลองนึกภาพรถติดบนถนนสุขุมวิท ท่ามกลางความร้อน 41°C+ มันทรมานขนาดไหน! ดังนั้นวางแผนการเดินทางดีๆ ใช้ BTS MRT หรือทำงานจากบ้าน (Work From Home) ถ้าเป็นไปได้

CTA: รีบเช็ค AirBKK ตอนนี้เลย แล้วแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ระวังด้วยกันนะ อยู่รอดหน้าร้อนนี้ได้แน่นอน!

ที่มา – กทม. เตือนค่าดัชนีความร้อน วันที่ 25 มีนาคม 2569 อยู่ในเกณฑ์ “อันตราย”

ชาวบ้านกังวล! ตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ

ชุมชนริมน้ำสาละวิน วอนหน่วยงานเร่งเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำ หลังมีกระแสข่าวตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า นายก อบต.แม่สามแลบ แนะทางการเร่งตรวจซ้ำ-แจ้งเตือนประชาชน

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ภายหลังจากมีกระแสข่าว ในการตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า จากการเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบของ นักวิจัย มช. และคาดมาจากเหมืองแร่ต้นแม่น้ำ แนะทางการเร่งตรวจซ้ำ แจ้งเตือนประชาชน

จากการติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งลำน้ำสาละวิน นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ได้กล่าวว่า หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวออกมาชาวบ้านก็มีความวิตกกังวลอยู่เหมือนกัน อยากขอให้กรมควบคุมมลพิษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่ต้องอยู่ ต้องอาศัยสายน้ำสาละวินในการหล่อเลี้ยงชีวิต เพื่อให้มีแนวทางในการป้องกัน อย่างไม่ตื่นตระหนก 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ได้มีการเปิดเผยข้อมูลจาก ผศ.ดร.ว่าน วิริยา ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) ว่า ได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำสาละวินช่วงที่ไหลผ่าน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเก็บตัวอย่าง 3 จุดมาตรวจสอบคุณภาพน้ำ พบว่าจุดแรกบริเวณแม่น้ำสาละวินเหนือบ้านท่าตาฝั่งเล็กน้อย พบสารหนู 0.05 มก./ล. (ค่ามาตรฐาน 0.01 มก./ล.) จุดที่ 2 บริเวณท่าด่านล่างหมู่บ้านท่าตาฝั่งเล็กน้อย พบสารหนูเท่ากับจุดแรกคือ 0.05 มก./ล. และจุดสุดท้ายบริเวณบ้านแม่สามแลบ พบสารหนู 0.04 มก./ล.

ข้อมูลจาก ผศ.ดร.ว่าน ยังระบุด้วยว่าก่อนหน้านั้น ได้เคยมีผู้ส่งน้ำจากแม่น้ำสาละวินมาให้ตรวจแล้วครั้งหนึ่งซึ่งพบว่ามีสารหนูเกินค่ามาตรฐานเช่นกัน ซึ่งนอกจากสารหนูแล้ว ยังพบว่าสารโลหะหนักตัวอื่นก็ปริ่มที่จะเกินค่ามาตรฐานเช่นกัน ทำให้เสี่ยงสูง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรีบเข้าไปตรวจสอบ และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบ

ทั้งนี้ หลังกระแสข่าวดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวบ้านที่ทราบข่าวเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย เพราะชุมชนริมฝั่งใช้วิถีชีวิตที่ต้องสัมผัสกับน้ำสาละวิน ดังนั้นหากน้ำสาละวินไม่มีความปลอดภัย ก็จะกระทบกับการดำรงชีวิตของชาวบ้านไปด้วย

ชาวบ้านกังวล วอนตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ แจ้งเตือนเป็นทางการ

จากกรณีที่นักวิจัย มช. ตรวจพบสารหนูในแม่น้ำสาละวิน เกินค่ามาตรฐานถึง 5 เท่า ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ริมน้ำสาละวินเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภค บริโภค หรือการเกษตร หากแหล่งน้ำสำคัญอย่างแม่น้ำสาละวินปนเปื้อนสารพิษ ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของคนในชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายก อบต.แม่สามแลบ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำอย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อยืนยันผลการตรวจวิเคราะห์ และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันตนเองจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ความสำคัญของการตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ

การตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  • ยืนยันผลการตรวจวิเคราะห์: การตรวจสอบซ้ำจะช่วยยืนยันว่าผลการตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานมีความถูกต้องแม่นยำ
  • ประเมินระดับความรุนแรงของปัญหา: การตรวจสอบซ้ำจะช่วยให้ทราบถึงระดับความเข้มข้นของสารหนูในน้ำ และขอบเขตการปนเปื้อนที่ชัดเจน
  • วางแผนมาตรการแก้ไข: ข้อมูลจากการตรวจสอบซ้ำจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนมาตรการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน: การตรวจสอบที่โปร่งใสและเปิดเผยจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และลดความตื่นตระหนก

ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งดำเนินการตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำโดยเร็ว เพื่อปกป้องสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม: นอกจาก ตรวจสอบสารหนูในแหล่งน้ำ การให้ความรู้เเละการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับอันตรายของสารหนู เเละวิธีการป้องกันตัวเองจากสารพิษ นับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

#สารหนูในแม่น้ำสาละวิน #ตรวจสอบสารหนู

ที่มา – ชาวบ้านกังวล วอนตรวจสอบสารหนูในแม่น้ำสาละวินซ้ำ แจ้งเตือนเป็นทางการ

ลุงจอดเก๋งไม่ดับเครื่อง จู่ๆ รถวิ่งเองไร้คนขับ ชนจยย. หนุ่มรีบวิ่งไปดันรถ

ระทึก! ลุงจอดเก๋งไม่ดับเครื่อง ลงจากรถทันที จู่ๆ รถวิ่งเองไร้คนขับ ชนจยย.หงายท้อง หนุ่มรีบวิ่งไปดันหน้ารถ เจ้าของร้านผลไม้เล่าวินาทีระทึก

เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพวิดีโอพร้อมข้อความว่า “ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์เวลาจอดรถติดเครื่องทิ้งไว้ ส่วนเราไม่เป็นไร แต่มอไซย์เราหงายท้องไปเลย ต้องมาเเละมะวันนี้”

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง ร้านขายผลไม้ ตั้งอยู่บริเวณ 5 แยกวิทยุ ถนนเปรมประชา อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เยื้องกับทางเข้าตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี พบกับ นางบุปผา อายุ 65 ปี เจ้าของร้านบุปผาผลไม้ เล่าเหตุการณ์ระทึกให้ฟังว่า…

“วันเกิดเหตุ มีชายวัยประมาณ 68 ปี ไม่ทราบชื่อขับรถเก๋งสีขาว มาจอดที่หน้าร้านโดยไม่ดับเครื่องยนต์ ก่อนลงมาซื้อของ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีร้านขายอาหารหลายร้าน จากนั้นรถเก๋งสีขาวคันดังกล่าวอยู่ดีๆก็เคลื่อนตัวเดินหน้าเองทั้งที่ไม่มีคนขับ

“วันเกิดเหตุ มีชายวัยประมาณ 68 ปี ไม่ทราบชื่อขับรถเก๋งสีขาว มาจอดที่หน้าร้านโดยไม่ดับเครื่องยนต์ ก่อนลงมาซื้อของ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีร้านขายอาหารหลายร้าน จากนั้นรถเก๋งสีขาวคันดังกล่าวอยู่ดีๆก็เคลื่อนตัวเดินหน้าเองทั้งที่ไม่มีคนขับ

ด้วยความตกใจในตอนนั้นลูกชายตนและคนที่เห็นเหตุการณ์พากันรีบไปช่วยกันดันรถเอาไว้ เพราะเกรงว่าจะไปวิ่งชนกับรถคนอื่น หรือชนคนอื่นแล้วได้รับอันตราย ก่อนที่รถหยุดลงเพราะไปชนกับรถมอเตอร์ไซค์ของลูกชายตนเอง ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น” นางบุปผา กล่าว…

ซึ่งตอนนั้นทางเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวก็ตกใจเช่นกัน หลังจากที่ทางเจ้าของรถตรวจสอบสาเหตุแล้วพบว่า น่าจะเป็นเพราะลืมใส่เกียร์ว่างไว้ ด้วยรถนั้นเป็นระบบเกียร์ออโต้ พอจอดรถแล้วก็ลงรถทันที จนทำให้เกิดเหตุการณ์ตามที่เห็นในภาพกล้องวงจรปิดดังกล่าว

ตนจึงอยากฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับผู้ที่ขับขี่รถยนต์ให้ระมัดระวังและคอยตรวจเช็คให้ดีก่อนลงจากรถ เพราะอาจจะเกิดเหตุอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

ที่มา https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9929588

Scroll to top