อากาศหนาว

ดอยอินทนนท์เช้านี้ ฟ้าเปิด! หนาว 5 องศา

นักท่องเที่ยวคึกคัก! เช้านี้ที่ “อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว บอกเลยว่าดอยอินทนนท์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

วันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวต่างเดินทางพากันไปสัมผัสอากาศหนาว คุณภาพอากาศดีท้องฟ้าเปิด ถึงแม้ว่าวันนี้อุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์จะสูงขึ้นเล็กน้อย โดยอุณหภูมิบนยอดดอยวัดได้ 5 องศาฯ แต่ก็ยังถือว่าหนาวอยู่ นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวสุดฟินที่ได้สัมผัสอากาศหนาวและได้ชมพระอาทิตย์แสงแรกของเช้าวันใหม่ ที่ค่อยๆโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าสาดแสงสีทองอย่างสวยงามราวภาพวาด ทำให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปชมพระอาทิตย์อดใจไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ดอยอินทนนท์

ทั้งนี้ ข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวทั้งหมด 3,051 คน

ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่าภาคเหนือจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกด้วย อุณหภูมิต่ำสุด 17 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31 องศาฯ สำหรับยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 6-11 องศาฯ.

เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวดอยอินทนนท์ในช่วงนี้ เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม เพราะอากาศยังคงหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าและกลางคืน นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยนะคะ

สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อไป “ดอยอินทนนท์”

  • เสื้อกันหนาว, ถุงมือ, หมวก
  • รองเท้าที่ใส่สบาย เหมาะกับการเดิน
  • กล้องถ่ายรูป เพื่อเก็บภาพความประทับใจ
  • ยาประจำตัว (ถ้ามี)
  • เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ

การเดินทางไปดอยอินทนนท์ สามารถทำได้โดยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถโดยสารประจำทาง แต่แนะนำให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชัน

นอกจากอากาศหนาวและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ที่ดอยอินทนนท์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ น้ำตกวชิรธาร และตลาดม้ง ให้ได้แวะชมและซื้อของฝากอีกด้วย

อย่าลืมแวะไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติที่สวยงามที่ดอยอินทนนท์กันนะคะ รับรองว่าจะทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายอย่างแน่นอน

การได้เห็นแสงแรกของวันที่ดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูหนาว เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างแน่นอน ลองหาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมใครๆ ก็หลงรักดอยอินทนนท์

ที่มา – เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ท้องฟ้าเปิด อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาฯ

หนาวสุดขั้ว! เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” นักท่องเที่ยวปากสั่น

เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม! เพราะเช้านี้ “ดอยอินทนนท์” หนาวสะท้านถึงทรวง นักท่องเที่ยวหลายท่านถึงกับปากสั่นกันเลยทีเดียว อุณหภูมิต่ำสุดแตะ 0 องศาเซลเซียส แถมยังมีปรากฏการณ์เหมยขาบให้ได้ชมกันอีกด้วย มาดูกันว่าบรรยากาศเป็นยังไงบ้าง

เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” หนาวสะท้าน นักท่องเที่ยวปากสั่น

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่กันขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นและชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน สถานที่ยอดฮิตที่ใครมาดอยอินทนนท์ก็ต้องแวะ

และสำหรับเช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ไม่ทำให้ผิดหวัง อากาศหนาวเย็นจับใจ จนหลายคนถึงกับปากสั่น อุณหภูมิบนยอดดอยและบริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 0 องศาเซลเซียส ถือเป็นครั้งแรกในรอบฤดูหนาวปีนี้ที่อุณหภูมิต่ำขนาดนี้ ทำให้เกิดปรากฏการณ์เหมยขาบขาวโพลนปกคลุมไปทั่วพื้นหญ้าและใบไม้ บริเวณหน่วยพิทักษ์ยอดดอยอินทนนท์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้พบเห็น

ปรากฏการณ์เหมยขาบ หรือน้ำค้างแข็ง เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงจนถึงจุดเยือกแข็ง ทำให้น้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบไม้ ใบหญ้า กลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาว มองดูคล้ายกับหิมะ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามและหาชมได้ยาก โดยเฉพาะในประเทศไทย

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเช้านี้ “ดอยอินทนนท์” ต่างก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นจนปากสั่นแล้ว ยังได้ชมความงามของเหมยขาบที่ส่องแสงระยิบระยับสวยงามจับตา หลายคนบอกว่าไม่ได้เดินทางมาเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงถือโอกาสมาเที่ยวในช่วงนี้แทน ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะอากาศดี เย็นสบาย และหนาวเย็นกว่าช่วงปีใหม่อีกด้วย

สำหรับใครที่วางแผนจะไปเที่ยวดอยอินทนนท์ในช่วงนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาว ถุงมือ หมวก ผ้าพันคอ ให้พร้อม เพื่อป้องกันร่างกายจากความหนาวเย็น และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อจะได้สนุกกับการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่

เคล็ดลับเตรียมตัวเที่ยว ดอยอินทนนท์ ช่วงหน้าหนาว

  • เช็คสภาพอากาศก่อนเดินทาง: ตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลง
  • เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม: จัดเตรียมเสื้อกันหนาว, ถุงมือ, หมวก และผ้าพันคอ ให้เพียงพอต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ก่อนเดินทาง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการเดินทางขึ้นดอย
  • ขับรถด้วยความระมัดระวัง: ถนนบนดอยอินทนนท์มีความคดเคี้ยวและลาดชัน ควรขับรถด้วยความระมัดระวังและใช้ความเร็วที่เหมาะสม
  • รักษาสุขภาพ: ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำให้เพียงพอ

ดอยอินทนนท์ในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่สวยงามและน่าเที่ยวมากที่สุดช่วงหนึ่งของปี หากใครมีโอกาสได้ไปสัมผัส อย่าลืมเก็บภาพความประทับใจกลับมาด้วยนะครับ

เชื่อว่าหลายคนที่ได้ไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นและชมเหมยขาบที่ดอยอินทนนท์ จะต้องรู้สึกประทับใจและอยากกลับไปอีกแน่นอน ดอยอินทนนท์ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฝันของใครหลายๆ คนเสมอมา

ที่มา – เช้านี้ “ดอยอินทนนท์” อากาศหนาว จนนักท่องเที่ยวปากสั่น อุณหภูมิต่ำสุด 0 องศาฯ

อากาศหนาว! โปรหนาวชุดใหม่เชียงใหม่ ลุ้นทำสถิติ

เตรียมตัวรับมือกับ อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ที่จะมาเยือนประเทศไทยตอนบน! กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะลดลงอีก 3-5 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด และอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งยาวนานที่สุดในรอบหลายปี

อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ลดให้อีก 3-5 องศา เชียงใหม่ลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด

ในช่วงวันที่ 7-10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนยังคงเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อุณหภูมิจะลดลงถึง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในขณะที่ภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางแห่ง

สถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่นั้นน่าจับตามองเป็นพิเศษ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน จะทำให้อุณหภูมิลดลงอีก 3-5 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 7-11 มกราคมนี้ อุณหภูมิในยามเช้าของทุกพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 9-17 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ยอดดอยจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอาจเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งในบางพื้นที่

ลมหนาวระลอกใหม่นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปสัมผัสกับประสบการณ์ความหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ฤดูหนาวปีนี้ อากาศหนาวจัดทำให้เกิดน้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบแล้วถึง 29 วัน และด้วยมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ ทำให้มีโอกาสที่อุณหภูมิต่ำสุดจะลดลงไปแตะที่ 1 องศาเซลเซียส และอาจทำสถิติของการเกิดน้ำค้างแข็งมากที่สุดในรอบหลายปี

ผลกระทบจากอากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่

  • ด้านสุขภาพ: อากาศที่หนาวเย็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น
  • ด้านการเกษตร: เกษตรกรควรเฝ้าระวังผลกระทบจากอากาศหนาวต่อพืชผลทางการเกษตร และเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหาย
  • ด้านการท่องเที่ยว: อากาศหนาวเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ควรเตรียมรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวในช่วงนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และเพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศอากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ได้อย่างเต็มที่

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เราควรเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เข้ามา เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข

ที่มา – อากาศหนาว โปรหนาวชุดใหม่ ลดให้อีก 3-5 องศา เชียงใหม่ลุ้นทำสถิติอุณหภูมิต่ำสุด

เช้านี้หนาว! 7-10 ม.ค. อุณหภูมิลดฮวบ

เช้านี้หนาวจริง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาแจ้งเตือนว่าช่วงวันที่ 7-10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงฮวบฮาบ 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะสัมผัสอากาศเย็นลง 2-5 องศาเซลเซียส ใครที่รออากาศหนาว เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม!

เช้านี้หนาว! เตรียมรับมืออุณหภูมิลด

วันที่ 7 มกราคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จะมีอากาศเย็นถึงหนาว ใครที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษนะคะ

สำหรับภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมทั้งระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง โดยมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

ช่วงวันที่ 7-10 ม.ค. 69 เตรียมตัวรับมืออากาศหนาว

ในช่วงวันที่ 7 – 10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 2 – 5 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 11 – 13 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 7 – 9 มกราคม 2569 มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 มกราคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง และภาคใต้ตอนล่างมีกำลังอ่อนลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วยตลอดช่วง

ในช่วงวันที่ 11 – 12 มกราคม 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

สถานการณ์แผ่นดินไหว(ช่วงวันที่ 6 – 7 ม.ค. 69): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 3.2, 3.0, 2.6, 3.7 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

ขณะที่แฟนเพจพยากรณ์อากาศประเทศไทย ระบุว่า พยากรณ์อุณหภูมิ กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 7-15 ม.ค. เวลา 7.00 น. ดังนี้

  • วันที่ 7 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 20.7 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 8 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 19.6 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 9 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 18.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 10 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 18.5 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 11 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 19.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 12 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 20.8 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 13 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 23.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 14 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 24.1 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 15 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 25.8 องศาเซลเซียส

สรุปแล้ว เช้านี้หนาวจริง ๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดี เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะคะ เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – เช้านี้หนาว อุตุฯ เผย 7-10 ม.ค. 69 อุณหภูมิลดวูบ 2-7 องศาฯ เช็กเลยต่ำสุดวันไหน

บุรีรัมย์อากาศเย็นจัด! ตา 75 เสียชีวิตคาบ้าน

ข่าวเศร้าจากบุรีรัมย์! คุณตาวัย 75 ปี เสียชีวิตคาบ้านพักใน อ.บ้านด่าน หลังสภาพอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงฮวบเหลือเพียง 18 องศาเซลเซียส ภรรยาเผยผู้เสียชีวิตไม่มีโรคประจำตัวและไม่ดื่มสุรา

เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน ได้รับแจ้งเหตุจากผู้ใหญ่บ้าน บ้านโพธิ์ทอง หมู่ 15 ว่ามีชาวบ้านเสียชีวิตภายในบ้านพัก จึงเร่งรุดไปตรวจสอบพร้อมกับหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านด่าน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพนายวา ชำรัมย์ อายุ 75 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนกลางบ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง สภาพศพเริ่มแข็ง

สภาพอากาศหนาวเย็นในบุรีรัมย์

นางจำปี เฉิงรัมย์ อายุ 69 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยกัน 3 คน คือ ตนเอง สามี และหลานชายวัย 9 ขวบ ปกติแล้วสามีไม่มีโรคประจำตัว และไม่ดื่มสุรา แต่ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นมาก ปกติในเวลาประมาณ 05.00 น. สามีจะลุกขึ้นมาก่อกองไฟผิงเพื่อคลายหนาวเป็นประจำ แต่วันนี้ตนเองเห็นว่าผิดสังเกต จึงเดินไปปลุกและพบว่าสามีนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนกลางบ้านในสภาพศพแข็งทื่อ คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ประกอบกับสามีนอนในที่โล่ง ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนเกิดอาการช็อก

นางจำปี ภรรยาผู้เสียชีวิต

นายทองสุข ตันเสียดี อายุ 67 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ช่วงเย็นวานนี้ นายวาได้อุ้มไก่มาหาตนที่บ้าน ซึ่งตนเองคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของนายวาน่าจะมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น เนื่องจากอุณหภูมิในพื้นที่ลดต่ำลงถึง 18 องศาเซลเซียส ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเกิดอาการช็อกจนเสียชีวิต

เบื้องต้น ญาติของผู้เสียชีวิตไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

บุรีรัมย์อากาศเย็นจัด คร่าชีวิตผู้สูงอายุ

เหตุการณ์ บุรีรัมย์อากาศเย็นจัด ทำให้คุณตาวัย 75 ปี เสียชีวิตคาบ้านพัก ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ และเป็นอุทาหรณ์ให้เราต้องดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ข้อควรระวังเมื่อ บุรีรัมย์อากาศเย็นจัด

  • สวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อป้องกันความหนาวเย็น
  • ดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ
  • สังเกตอาการผิดปกติ หากมีอาการป่วยควรรีบไปพบแพทย์

สภาพอากาศที่หนาวเย็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนั้นการดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวนจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

บุรีรัมย์อากาศเย็นจัด ในช่วงนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ การเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

ที่มา – บุรีรัมย์อากาศเย็นจัด คุณตา 75 เสียชีวิตคาบ้าน หลังอุณหภูมิลดเหลือ 18 องศาฯ

เชียงใหม่คึกคัก! ดอยอินทนนท์ 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ”

นักท่องเที่ยวไม่ผิดหวัง! เช้านี้ยอด “ดอยอินทนนท์” อุณหภูมิต่ำสุด 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ” ครั้งที่ 12 ของฤดูหนาว ทำให้ เชียงใหม่คึกคัก รับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวเย็นและชมปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงาม

วันที่ 19 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวต่างพากันขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบนดอยอินทนนท์ หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่าสภาพอากาศบนพื้นราบและบนดอยสูงจะมีอุณหภูมิลดลงอีก 1-3 องศาฯ

ขณะที่วันนี้ สภาพอากาศหนาวเย็นกว่าทุกวันที่ผ่านมา อากาศเปิดทำให้นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวต่างไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากจะได้เห็นพระอาทิตย์แสงแรกของวันที่สาดส่องสีทองอร่ามสวยงามแล้ว ยังเกิดปรากฏการณ์เหมยขาบ ขาวโพลนระยิบระยับเกาะบนหลังคารถยนต์และเกาะเก้าอี้ และตามพื้นหญ้าที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ยอดดอย โดยนักท่องเที่ยวที่ได้เห็นต่างพากันตื่นเต้น

สำหรับวันนี้อุณหภูมิบนยอดหญ้าวัดได้ -2.6 องศาฯ ส่วนอุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์นั้นวัดได้ 4 องศาฯ จุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 4 องศาฯ ซึ่งการเกิดปรากฏการณ์เหมยขาบครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 12 ของฤดูหนาวปีนี้

ส่วนบริเวณลานกางเต็นท์ดอยปุย บนอุทยานสุเทพ-ปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่ป่าใกล้เมืองนั้น บรรยากาศก็คึกคักไม่แพ้กัน นักท่องเที่ยวต่างพากันไปกางเต็นท์นอนรับลมหนาวชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและชมวิวทิวทัศน์ 360 องศาของเมืองเชียงใหม่และชมดอกพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทยที่กำลังผลิบาน โดยอุณหภูมิต่ำสุดบนลานกางเต็นท์เช้านี้วัดได้ 13 องศาฯ.

เชียงใหม่คึกคัก! ดอยอินทนนท์ 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ”

ปรากฏการณ์ “เหมยขาบ” ที่ดอยอินทนนท์ ทำให้ เชียงใหม่คึกคัก เป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาวนี้ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสัมผัสความหนาวเย็นและชมความงามของธรรมชาติ หลายคนวางแผนเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ทำไมดอยอินทนนท์ถึงเกิด “เหมยขาบ”?

ปรากฏการณ์เหมยขาบ เกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัด อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ทำให้ไอน้ำในอากาศกลายเป็นผลึกน้ำแข็งเกาะตามพื้นผิวต่างๆ เช่น ยอดหญ้า หลังคารถ หรือกิ่งไม้ เกิดเป็นน้ำแข็งสีขาวที่สวยงาม ชาวบ้านทางภาคเหนือเรียกว่า “เหมยขาบ” หรือ “แม่คะนิ้ง”

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไป เชียงใหม่คึกคัก ช่วงนี้ อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม และตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสนาน

นอกจากดอยอินทนนท์แล้ว เชียงใหม่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามเก่าแก่ แหล่งช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม หรือร้านอาหารอร่อยๆ อีกมากมาย รอให้คุณไปสัมผัสและค้นพบ

การที่ เชียงใหม่คึกคัก จากการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวนี้ เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัด และเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้พัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ

ที่มา – เชียงใหม่คึกคัก เช้านี้ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิ 4 องศาฯ เกิด “เหมยขาบ” อีกแล้ว

ชมเลย! ดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล บานเร็วกว่าทุกปี

เตรียมตัวชมความงาม! ดอกนางพญาเสือโคร่ง บนยอดเขาภูลมโลปีนี้บานเร็วกว่าทุกปี ตอนนี้บานแล้ว 40% คาดว่าจะบานเต็มพื้นที่ 100% กลายเป็น “หุบเขาสีชมพู” สุดอลังการในช่วงปลายเดือนธันวาคมต่อเนื่องยาวไปถึงเดือนมกราคม 2569 เลยทีเดียว

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีรายงานข่าวว่า ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ซากุระเมืองไทย” บนยอดเขาภูลมโล ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เริ่มเบ่งบานสะพรั่งแล้วประมาณ 40% จากพื้นที่ปลูกกว่า 1,200 ไร่ ทำให้ภูเขาทั้งลูกกลายเป็นสีชมพูสดใส ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นที่กำลังดี คาดการณ์ว่าจะบานเต็มพื้นที่ 100% เปลี่ยนภูลมโลให้กลายเป็น “หุบเขาสีชมพู” สุดโรแมนติกในช่วงปลายเดือนธันวาคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เปิดเผยว่า ปีนี้ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ออกดอกเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นนางพญาเสือโคร่งผลัดใบและแทงช่อดอกเร็วกว่ากำหนด ตอนนี้หลายพื้นที่เริ่มเห็นช่อดอกตูมสีชมพูจำนวนมาก และบางต้นก็เริ่มบานให้ชมกันแล้ว คาดว่าจะทยอยบานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่งได้อย่างเต็มที่แน่นอน

ภูลมโล ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในจังหวัดพิษณุโลก และเป็นแหล่งชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนรอยต่อของ 3 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เลย และเพชรบูรณ์ โดยมียอดเขาสูงสุดจากระดับน้ำทะเลถึง 1,542 เมตร เริ่มมีการปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เสื่อมโทรมและเป็นป่าต้นน้ำ ทำให้ปัจจุบันมีต้นนางพญาเสือโคร่งหลายหมื่นต้น กระจายอยู่ทั้งหมด 7 แปลงใหญ่

จุดชม ดอกนางพญาเสือโคร่ง ยอดนิยมบนภูลมโล มีอยู่ 3 จุดหลักๆ ด้วยกัน:

  • จุด “คอกวัว” ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของดอกนางพญาเสือโคร่งปกคลุมทั่วเนินเขา
  • จุด “ก้อนหินใหญ่” ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่เป็นฉากหลังคู่กับทุ่งดอกสีชมพู เหมาะสำหรับการถ่ายรูปสวยๆ
  • จุด “ภูขี้เถ้า” ซึ่งมีแปลงดอกนางพญาเสือโคร่งเรียงต่อกัน 3–4 แปลง ให้เลือกชมและถ่ายภาพได้หลากหลายมุม

ถ้าปีนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งบานพร้อมกันทั้งภูเขา ก็จะกลายเป็นภูเขาสีชมพูที่สวยงามตระการตาอย่างแน่นอน

สำหรับการเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางหมายเลข 12 (พิษณุโลก–หล่มสัก) ไปจนถึงสามแยกบ้านแยง จากนั้นเดินทางต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 มุ่งหน้าสู่อำเภอนครไทย แล้วเลี้ยวขวาที่บ้านหนองกะท้าวเข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า รวมระยะทางประมาณ 134 กิโลเมตร สิ่งสำคัญคือ หากอุทยานฯ ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว จะไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นภูลมโลเพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวจะต้องใช้บริการรถของชุมชนบ้านร่องกล้าเท่านั้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านร่องกล้า โทร. 096-020 0992 และ 081-596 5977 หรือทางเพจของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ภูลมโล บานเร็วกว่าทุกปี

ทำไมปีนี้ดอกนางพญาเสือโคร่งภูลมโลถึงบานเร็วกว่าปกติ?

อย่างที่ทราบกันดีว่าปีนี้อากาศหนาวเย็นกว่าทุกปี ทำให้การผลัดใบเเละออกดอกของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง เร็วกว่าปกติ ท่านใดที่อยากชมความงามของดอกไม้สีชมพูนี้ อย่ารอช้า รีบวางแผนเเล้วไปชมกันได้เลย!

เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปสัมผัสความสวยงามของ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ภูลมโลกัน! อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลการเดินทางและข้อกำหนดของอุทยานฯ ก่อนเดินทางเพื่อความสะดวกและปลอดภัยนะคะ

ที่มา – บานแล้ว “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” บนยอดเขาภูลมโลผลิดอกเร็วกว่าทุกปี

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนหนัก ไทยตอนบนอากาศเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 30 เรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในประเทศไทยตอนบน

อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนเรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ ฉบับที่ 30 มีผลกระทบต่อเนื่อง

สถานการณ์ในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ที่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง

คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับทะเลอันดามัน บริเวณห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนจากประกาศ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

  • ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
  • สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นและลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

อุตุฯ ฉบับ 10: ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น ยอดดอยหนาว

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 10 เตือนถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยและมีหมอกในตอนเช้า แต่บริเวณยอดดอยยังคงมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศดังกล่าว

อุตุฯ ฉบับ 10 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ยอดดอยยังมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด

ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 พายุโซนร้อน “โคโตะ” (KOTO) กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางห่างจากชายฝั่งเวียดนามประมาณ 300 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม พายุนี้คาดว่าจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม และไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง

สำหรับประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยและมีหมอกในตอนเช้า แต่บริเวณยอดดอยและยอดภูยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวจัด โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณยอดดอยอยู่ที่ 6–11 องศาเซลเซียส และยอดภูอยู่ที่ 8–13 องศาเซลเซียส

สิ่งที่ต้องระวังจากประกาศ อุตุฯ ฉบับ 10 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ยอดดอยยังมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด

  • รักษาสุขภาพ: สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • ระวังอัคคีภัย: สภาพอากาศแห้งอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ง่าย ควรระมัดระวังในการใช้ไฟ
  • ผลผลิตทางการเกษตร: เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1–2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามประกาศและข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเราได้ การติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

การที่ อุตุฯ ฉบับ 10 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ยอดดอยยังมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้เราต้องใส่ใจและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของเราเอง

ดังนั้น การรับรู้ข้อมูลข่าวสารจาก อุตุฯ ฉบับ 10 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ยอดดอยยังมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 10 ไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย ยอดดอยยังมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด

Scroll to top