อาคารอนาคตใหม่

ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมันช่วยน้อย จี้เปิดปุ๋ย

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังกังวลกัน นั่นคือ มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ที่รัฐบาลเพิ่งออกมา หลังจากประชาชนเดือดร้อนมานานกับราคาน้ำมันพุ่งสูง พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ร่วมกับนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล และนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรค ชี้ว่ามาตรการนี้ยังช่วยเหลือเฉพาะหน้าได้น้อยเกินไป

ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป

มาดูรายละเอียดกันครับ มาตรการทั้งหมดใช้งบประมาณ 7,700 ล้านบาท แต่ที่เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าจริงๆ มีแค่ 3,000 ล้านบาท ที่เหลือ 4,700 ล้าน เป็นการเอาไปเติมงบกองทุนประชารัฐที่ตั้งไว้ไม่พอสำหรับปี 2569 ปัญหาคือ กลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือยังตกหล่นหลายกลุ่มสำคัญ เช่น ชาวประมงที่ออกหาปลาไม่ได้ ส่งผลให้อาหารทะเลขาดแคลน หรือกลุ่มเม็ดพลาสติกที่เป็นต้นน้ำของสินค้าหลายอย่าง เช่น บรรจุภัณฑ์ สี และก่อสร้าง

ส่วนคู่สัญญาก่อสร้างภาครัฐกลับได้สิทธิพิเศษ เช่น แก้สัญญาได้ ปรับราคาดีเซลสูงสุด 69.99 บาทต่อลิตร หรือยกเลิกสัญญาคืนเงินประกัน ปชน. จึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่แค่ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ปัญหาปุ๋ยเคมีและน้ำมันในภาคเกษตร

นายเดชรัต ชี้ว่าต้นทุนหลักของเกษตรกรคือปุ๋ยเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง คิดเป็น 40-50% ของต้นทุนทั้งหมด แต่ มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยได้แค่น้อยนิด โครงการปุ๋ยธงเขียวขยายวงเงินเป็น 300 บาทต่อกระสอบ แต่จำกัด 5+1 กระสอบ และเข้าถึงได้แค่ 1% ของความต้องการเกษตรกร แม้จะบอกราจะขยาย แต่ยังไม่ชัดเจน ปชน. เสนอขยายให้ครอบคลุมทุกเกษตรกร

สำหรับน้ำมัน ไม่มีมาตรการช่วยประมงและเกษตรเลย มีแต่ขนส่งสาธารณะ ปชน. อยากเห็นมาตรการชัดเจนสำหรับเครื่องจักรกลเกษตร เช่น ไถนา เก็บเกี่ยว ที่จะเริ่มปลายเมษายน-พฤษภา

  • เปิดเผยปริมาณปุ๋ยเคมีทั้งนำเข้า คลัง ร้านค้า
  • แจ้งราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด เพื่อป้องกันขายเกินราคา
  • ช่วยเหลือบัตรสวัสดิการให้ครอบคลุมคนจน 20% ที่ตกหล่น
  • วงเงินฉุกเฉินค่าเทอมนักเรียน และกู้ครัวเรือนเปราะบาง

นางสาวศิริกัญญา วิจารณ์เรื่องงบประมาณ รัฐตั้งกองทุนประชารัฐปี 2569 แค่ 30,000 ล้าน จากปกติ 50,000 ล้าน เลยต้องเอางบกลางมาเติม มาตรการนี้เลยจำกัด ไม่สัดส่วนกับเดือดร้อนประชาชน สะท้อนปัญหาการคลังรัฐบาลที่ใช้รายจ่ายประจำแทบไม่พอ

ยังมีประเด็นงบปี 2569 ที่เหลือ รัฐจะออก พ.ร.บ.โอนงบแทน พ.ร.ก. ต้องเร่งตัดงบที่ไม่ได้ใช้ก่อน 30 เมษายน เพื่อนำมาเยียวยา ปช. คาดหวังรัฐหาแหล่งงบเพิ่ม 50,000 ล้านให้ได้

โดยรวมแล้ว มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ยังไม่ตอบโจทย์ครบ ประชาชนยังเดือดร้อนต่อเนื่อง ปช. เสนอทางออกชัดเจน รัฐควรรับฟังและปรับปรุงด่วน

คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการนี้? คิดว่ารัฐบาลควรทำอะไรเพิ่ม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ด้วยนะครับ เพื่อให้เสียงประชาชนดังขึ้น!

ที่มา – ปชน. ชี้มาตรการเยียวยาวิกฤตน้ำมัน ช่วยเฉพาะหน้าน้อยไป จี้เปิดปริมาณปุ๋ยทั่วประเทศ กันไอ้โม่งหากิน

พรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุ เมื่อพรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดกันแบบละเอียดยิบ เพื่อให้คุณเข้าใจบริบททั้งหมด

พรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์

ที่อาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 เวลา 14.00 น. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน ได้แถลงผลการประชุมพรรคเบื้องต้น โดยที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังปิดบังรายชื่อไว้ก่อน และที่สำคัญคือมีมติส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อยืนยันจุดยืนในฐานะพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง

ก่อนการลงมติเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรี ผู้สมัครทุกคนจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบความเหมาะสมและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากตำแหน่งสำคัญเหล่านี้ ซึ่งเป็นกลไกที่โปร่งใสและให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางอ้อม

วิสัยทัศน์สำคัญที่พรรคประชาชนเน้นย้ำ

พรรคประชาชนเชื่อว่าการชิงเก้าอี้นายกฯ ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะตัวแทน จะนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาประเทศ เช่น เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่ตอบโจทย์ประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่สัญญาแบบลมปาก

ตอบโต้กระแสวิจารณ์เรื่องเอกภาพฝ่ายค้าน

มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายค้านขาดเอกภาพ อาจส่งผลต่อการตรวจสอบรัฐบาล น.ส.ภคมน ยืนยันว่าพรรคประชาชนพร้อมตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นและเต็มที่เหมือนเดิม โดยไม่เกรงใจใคร รูปแบบการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านแตกต่างจากพรรคร่วมรัฐบาล เพราะไม่ได้บริหารประเทศร่วมกัน เอกภาพจึงเป็นแบบเฉพาะของฝ่ายค้าน

สำหรับข้อกังวลว่ารัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล อาจอยู่ยาว 4-8 ปี รองโฆษกขอให้รอชมผลงานการตรวจสอบก่อน เพราะตอนนี้ยังเป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น

  • พร้อมตรวจสอบเต็มสูบ: ไม่ยั้งมือ ครอบคลุมทุกประเด็น
  • เอกภาพแบบฝ่ายค้าน: ร่วมมือกันตรวจสอบ ไม่ใช่บริหารร่วม
  • รอผลงานจริง: อย่าวิจารณ์ล่วงหน้า ให้ดูการปฏิบัติ

ส่วนการประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ เพื่อลงมติเดียวกัน เมื่อพรรคสรุปรายละเอียด วิปฝ่ายค้านจะดำเนินการต่อ ตำแหน่งประธานวิปต้องรอแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านก่อน พรรคยืนยันความโปร่งใส เปิดเผยทุกอย่างต่อสาธารณชน

ข่าวพรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายค้านในการแข่งขันอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่แค่จำนวนเสียง แต่เน้นคุณภาพวิสัยทัศน์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว ในสถานการณ์การเมืองที่ผันผวน การมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็งจะช่วยถ่วงดุลอำนาจได้ดี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การเลือกประธานสภาฯ ที่ยังอุบชื่อ ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม และประธานสภาฯ เองก็วอนอย่าเพิ่งวิจารณ์ฝ่ายค้าน ให้ดูผลงานก่อน พรรคประชาชนพร้อมพิสูจน์ตัวเองในสภา

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีบทบาทมากขึ้น ผ่านการแสดงวิสัยทัศน์แบบนี้ จะช่วยให้การเลือกตั้งสำคัญโปร่งใสและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ลองติดตามบทวิเคราะห์เพิ่มเติมจากเรา

สุดท้ายแล้ว การเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ คุณคิดว่าพรรคประชาชนจะประสบความสำเร็จในการชิงเก้าอี้นายกฯ หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!

ที่มา – พรรคประชาชน มีมติส่ง “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ชี้ ต้องให้ประชาชนเห็นวิสัยทัศน์

พรรคประชาชน ฟื้น “รีชาร์จประชาชน” สู้ศึกเลือกตั้ง

พรรคประชาชน แจ้งว่างาน “รีชาร์จประชาชน” กลับมาแล้ว! เตรียมเปิดตัวนโยบายชุดแรกเพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 ในวันที่ 22-23 พฤศจิกายนนี้ พร้อมมินิคอนเสิร์ตสุดอบอุ่นจาก สส. ของพรรค

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 กลุ่มไลน์สื่อมวลชนของพรรคประชาชนได้แจ้งข่าวว่า งานรีชาร์จประชาชนกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วม “ชาร์จพลัง” ให้แก่กันและกันในช่วงส่งท้ายปี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาลเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 21:00 น. ณ อาคารอนาคตใหม่ (ซอยหัวหมาก 12)

ภายในงาน “รีชาร์จประชาชน” ท่านจะได้พบกับการเปิดตัวนโยบายชุดแรกของพรรคที่จะใช้ในการเลือกตั้ง 2569 พร้อมทั้งกิจกรรมเติมไฟด้วยวงทอล์คที่จัดขึ้นตั้งแต่เช้าจรดเย็น เพื่ออัปเดตการทำงานของพรรค การทำงานในสภา และทิศทางของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายที่ตราตรึงใจโดยบรรดาช่างภาพที่ติดตามพรรค รวมถึงมินิคอนเสิร์ตสุดอบอุ่นจาก สส. พรรคประชาชน ขอเชิญทุกท่านมาร่วม “ฟัง เล่น เต้น รีชาร์จ” ไปด้วยกัน

พรรคประชาชน ฟื้น “รีชาร์จประชาชน”

การกลับมาของงาน “รีชาร์จประชาชน” ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาชนในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การเปิดตัวนโยบายชุดแรกเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคพร้อมที่จะนำเสนอแนวทางและวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาประเทศ การจัดกิจกรรมที่หลากหลายภายในงาน ไม่ว่าจะเป็นการเสวนา มินิคอนเสิร์ต และนิทรรศการภาพถ่าย ล้วนเป็นความพยายามที่จะสร้างการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน

ทำไมต้องไปงาน “รีชาร์จประชาชน”?

  • รับฟังนโยบายใหม่: นี่คือโอกาสดีที่จะได้รับฟังนโยบายชุดแรกของพรรคประชาชนก่อนใคร
  • พบปะ สส.: ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ สส. ของพรรคอย่างใกล้ชิด
  • ชาร์จพลังบวก: เติมพลังใจด้วยกิจกรรมสนุกๆ และบรรยากาศอบอุ่น
  • อัปเดตข่าวสาร: รับรู้ข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการทำงานของพรรคและทิศทางของประเทศ

งาน “รีชาร์จประชาชน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดตัวนโยบายหรือการหาเสียง แต่เป็นพื้นที่ที่พรรคประชาชนต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับประชาชน รับฟังปัญหาและความต้องการ และร่วมกันหาทางออกเพื่อสร้างสังคมที่ดีกว่า หากคุณสนใจในการเมืองและต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ งานนี้เป็นโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด

ผมเชื่อว่าการที่พรรคประชาชนกลับมาจัดงานในลักษณะนี้ จะช่วยให้พรรคใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น และสามารถรับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปปรับปรุงนโยบายให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

ที่มา – พรรคประชาชน ฟื้นงาน “รีชาร์จประชาชน” เปิดนโยบายแรกสู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า

Scroll to top