อาวุธมีด

ชายคลั่งขี่ จยย. ขึ้น M6 ทะเลาะ รปภ. ดับ 1 เจ็บ 1

ชายคลั่งขี่ จยย. ขึ้น M6 เจอ รปภ. ระงับเหตุ เกิดทะเลาะวิวาท ดับ 1 ศพ เจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุสลดบนเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วง ต.บัวลอย อ.หนองแค จ.สระบุรี เมื่อชายคลั่งขี่ จยย. ขึ้น M6 เจอ รปภ. ระงับเหตุ เกิดทะเลาะวิวาท ดับ 1 ศพ เจ็บ 1 ราย ท่ามกลางความตื่นตกใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวหน้า รปภ. พยายามเข้าห้ามปรามชายผู้ก่อเหตุที่ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนเส้นทางที่ยังไม่เปิดให้บริการ

รายละเอียดเหตุการณ์ชายคลั่งขี่ จยย. ขึ้น M6 เจอ รปภ. ระงับเหตุ เกิดทะเลาะวิวาท ดับ 1 ศพ เจ็บ 1 ราย

เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีการใช้อาวุธบริเวณริมถนนมอเตอร์เวย์ M6 กม.ที่ 33 เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างของนายฉลอง ด่านณรงค์ อายุ 49 ปี หัวหน้าชุดสายตรวจ รปภ. นอนเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าริมทาง สภาพร่างกายพบร่องรอยการต่อสู้และรอยแผลที่หน้าอก เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวฉับพลันในระหว่างการเผชิญหน้า

สำหรับผู้ก่อเหตุคือ นายธีระชัย อายุ 41 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกอาวุธปืนยิงที่กลางหลังและถูกมีดแทงที่ชายโครง โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการวิกฤต ซึ่งพฤติกรรมในครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหตุการณ์ ชายคลั่งขี่ จยย. ขึ้น M6 เจอ รปภ. ระงับเหตุ เกิดทะเลาะวิวาท ดับ 1 ศพ เจ็บ 1 ราย ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

  • สาเหตุเบื้องต้น: ผู้ก่อเหตุพยายามใช้มอเตอร์เวย์ที่ยังไม่เปิดให้บริการ
  • ความรุนแรง: มีการใช้อาวุธทั้งปืนและมีดในการต่อสู้
  • การปฏิบัติหน้าที่: รปภ. จำเป็นต้องพกอาวุธเพื่อป้องกันตัวจากเหตุลักทรัพย์สายไฟที่มีบ่อยครั้ง

จากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง พบว่า รปภ. รายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทมาโดยตลอด และมักต้องเผชิญกับกลุ่มคนร้ายที่เข้ามาขโมยสายไฟบนมอเตอร์เวย์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย การสูญเสียในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสูญเสียบุคลากรที่ตั้งใจทำงานในพื้นที่อันตราย นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของ รปภ. ที่ต้องทำงานเพียงลำพังในพื้นที่กว้างขวางและล่อแหลม

สรุปแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัย ควรเพิ่มมาตรการในการป้องกันเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดฝันร้ายซ้ำรอยเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังสายตรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารที่รัดกุมกว่าเดิม การรักษาความปลอดภัยบนถนนมอเตอร์เวย์ที่มีความยาวและซับซ้อนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียในครั้งนี้ด้วยครับ

ที่มา – ชายคลั่งขี่ จยย. ขึ้น M6 เจอ รปภ. ระงับเหตุ เกิดทะเลาะวิวาท ดับ 1 ศพ เจ็บ 1 ราย

มือแทงหนุ่มไส้ทะลัก เป็นตำรวจ CIB จริง ยศ สิบตำรวจตรี อ้างป้องกันตัว

มือแทงหนุ่มไส้ทะลัก เป็นตำรวจ CIB จริง ยศ สิบตำรวจตรี อ้างป้องกันตัว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อมีข่าวเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกแทงจนลำไส้ทะลัก โดยในคลิปเผยให้เห็นผู้ก่อเหตุสวมเสื้อหน่วยงาน CIB ซึ่งประเด็นที่สังคมจับตามองคือ มือแทงหนุ่มไส้ทะลัก เป็นตำรวจ CIB จริง ยศ สิบตำรวจตรี อ้างป้องกันตัว หรือไม่ ซึ่งล่าสุดทางผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสีคิ้วได้ออกมายืนยันข้อเท็จจริงแล้ว

สรุปเหตุการณ์ มือแทงหนุ่มไส้ทะลัก เป็นตำรวจ CIB จริง ยศ สิบตำรวจตรี อ้างป้องกันตัว

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 โดยฝั่งผู้ก่อเหตุคือ ส.ต.ต.พงศธร เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ให้การอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีประวัติป่วยจิตเวชและพกอาวุธมีดมาด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ผู้บาดเจ็บได้ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายชาวบ้านรายอื่นก่อนหน้านี้
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลร้านค้าตามคำขอร้องของญาติเจ้าของร้าน
  • เกิดการเผชิญหน้าและยื้อแย่งอาวุธมีดกันจนนำไปสู่เหตุสลด
  • ญาติของผู้บาดเจ็บยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ทางด้าน พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผู้กำกับการ สภ.สีคิ้ว ได้ยืนยันว่าหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจและจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา แม้ มือแทงหนุ่มไส้ทะลัก เป็นตำรวจ CIB จริง ยศ สิบตำรวจตรี อ้างป้องกันตัว ก็ตาม โดยจะไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาด เนื่องจากทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อมเพื่อสรุปสำนวนคดี

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชน การกระทบกระทั่งกันโดยมีอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้องไม่เคยนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับผู้ที่กังวลว่าคดีนี้จะมีการแทรกแซงหรือไม่นั้น ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้ลงมาสั่งการและควบคุมการทำงานของพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสที่สุดแก่ทุกฝ่ายครับ

ที่มา – มือแทงหนุ่มไส้ทะลัก เป็นตำรวจ CIB จริง ยศ “สิบตำรวจตรี” อ้างป้องกันตัว

ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียน ตจ.จับทัน

เหตุการณ์ที่ทำให้ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียนเกิดขึ้นจริงในจังหวัดพัทลุง เมื่อชายวัย 44 ปีที่เพิ่งออกจากคุกคดียาเสพติด ขี่จยย.ถือมีดสั้นบุกเข้าโรงเรียนวัดปากสระ ทำให้ทุกคนในโรงเรียนตื่นตระหนก แต่โชคดีที่ตำรวจควบคุมตัวได้ทันที เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่เตือนใจเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน

ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2567 ตำรวจชุดปราบปราม สภ.เมืองพัทลุง ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง ว่ามีชายต้องสงสัยถือมีดสั้น ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในโรงเรียนวัดปากสระ ซึ่งสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ชายคนนี้ลงจากรถแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำภายในโรงเรียน ทำเอาครูและนักเรียนทั้ง 29 คนหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตราย

ครูประจำโรงเรียนเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ชายคนนี้ขับรถวนเวียนรอบโรงเรียนถึง 2 รอบ ท่าทางระแวงแปลกๆ มีพิรุธชัดเจน ครูจึงรีบรวบรวมนักเรียนทั้งหมดเข้าในห้องเรียนเดียวกัน ปิดประตูแน่นหนา และแจ้งผู้ใหญ่บ้านทันที ผู้ใหญ่บ้านเร่งประสานตำรวจให้มาช่วย

ตำรวจบุกจับ ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียน สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อตำรวจมาถึง พบชายคนดังกล่าวชื่อ นายเสกศักดิ์ หรือ “เจ” อายุ 44 ปี ชาวบ้านในหมู่ 10 เดียวกัน พอเห็นตำรวจก็วิ่งหนีลงไปในทุ่งนาบริเวณใกล้โรงเรียน แต่เจ้าหน้าที่ไล่ตามและรวบตัวได้ในไม่กี่นาที จากนั้นนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทลุงทันที เพราะมีอาการคล้ายคนป่วยทางจิต คาดว่าน่าจะเสพยาเสพติด ทำให้เสียสติ

นายอภิเดช พงศ์จันทร์เสถียร อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 กล่าวด้วยความโล่งใจว่า แม้ชายคนนี้จะไม่ได้ทำร้ายใคร แต่ก็ทำให้ทุกคนในชุมชนตกใจกลัวมาก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ ที่สำคัญ นายเจเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาไม่นาน ทุกคนจึงเกรงว่าเขาจะกลับมาก่อเหตุร้ายกับเด็กๆ และครูในโรงเรียน

บทเรียนจากเหตุครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียน

เหตุการณ์ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียนนี้ สะท้อนปัญหาสังคมหลายอย่าง โดยเฉพาะการติดยาเสพติดที่ยังเป็นภัยร้ายในชุมชนชนบท ผู้ต้องโทษที่พ้นโทษมักขาดการดูแลหลังออกจากเรือนจำ ทำให้เสี่ยงกลับไปใช้ยาและก่อเหตุ โรงเรียนวัดปากสระซึ่งเป็นโรงเรียนเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล มีนักเรียนแค่ 29 คน แต่ครูแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการรับมือ ด้วยการรวมเด็กๆ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด รั้วกั้นที่มั่นคง และการฝึกอบรมครูในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ในต่างประเทศ หลายโรงเรียนมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ แต่ในไทย โดยเฉพาะโรงเรียนประจำวัด ยังขาดแคลนงบประมาณ เราควรผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงทุนมากขึ้น

  • เพิ่มกล้อง CCTV รอบโรงเรียน
  • ติดตั้งปุ่มฉุกเฉินแจ้งตำรวจ
  • ฝึกซ้อมอพยพนักเรียนเป็นประจำ
  • เฝ้าระวังผู้ต้องโทษพ้นโทษในชุมชน

สำหรับผู้ปกครอง แนะนำให้สอนลูกๆ รู้จักสังเกตคนแปลกหน้า และแจ้งครูทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ รวมถึงติดตามข่าวสารท้องถิ่นเสมอ เหตุการณ์นี้โชคดีที่จบลงด้วยดีเพราะการตอบสนองที่รวดเร็วของทุกฝ่าย

ในมุมมองของผม เหตุการณ์ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษบุกโรงเรียนนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความปลอดภัยของเด็กต้องมาก่อนเสมอ รัฐบาลและชุมชนควรทำงานร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ คุณล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้คนอื่นด้วยนะครับ

ที่มา – ครู-นักเรียนผวา ชายเพิ่งพ้นโทษ บุกเข้าไปในโรงเรียน ตำรวจควบคุมตัวได้ทันควัน

อังกฤษตั้งข้อหา มือแทงคนบนรถไฟ คาดเอี่ยว 4 คดี

อังกฤษตั้งข้อหาชายผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงคนบนรถไฟในเคมบริดจ์เชียร์ ด้วยข้อหาพยายามฆ่าและข้อหาอื่นๆ อีกกว่า 10 กระทง โดยคาดการณ์ว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอื่นๆ อีก 4 คดีด้วย

สำนักงานตำรวจคมนาคมอังกฤษ (BTP) เปิดเผยว่า นายแอนโทนี วิลเลียมส์ วัย 32 ปี ถูกอังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า 10 กระทง, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย 1 กระทง และครอบครองวัตถุมีคมอีก 1 กระทง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ใช้มีดไล่แทงผู้คนบนรถไฟสายดอนคาสเตอร์–ลอนดอนคิงส์ครอส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

นายวิลเลียมส์ถูกจับกุมบนรถไฟที่สถานีฮันติงดอน ในมณฑลเคมบริดจ์เชียร์ โดยนายจอห์น เลิฟเลส ผู้กำกับการตำรวจคมนาคมอังกฤษ กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมภายในเวลา 8 นาทีหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉิน และตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ในที่เกิดเหตุด้วย ก่อนจะปล่อยตัวไปหลังพิจารณาแล้วว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

อังกฤษตั้งข้อหา มือแทงคนบนรถไฟ คาดโยงเหตุโจมตีอื่นอีก 4 คดี

นอกจากนี้ นายวิลเลียมส์ยังถูกอังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่าและครอบครองวัตถุมีคมอีก 1 กระทง จากเหตุโจมตีที่สถานีรถไฟใต้ดินพอนทูน ด็อก (Pontoon Dock) ในลอนดอนตะวันออก เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ตำรวจกำลังสืบสวนว่านายวิลเลียมส์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี 3 ครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ ได้แก่ เหตุแทงเด็กอายุ 14 ปีบาดเจ็บที่เมืองปีเตอร์โบโร เมื่อวันศุกร์, เหตุมือมีดโจมตีร้านตัดผมชายที่ย่านเฟลตตัน ในเมืองปีเตอร์โบโร ในวันเดียวกัน และเหตุโจมตีร้านตัดผมอีกแห่งในย่านเดียวกันในช่วงเช้าวันเสาร์

เหตุใดอังกฤษจึงตั้งข้อหามากมายต่อนายวิลเลียมส์?

สาเหตุที่นายวิลเลียมส์ถูกตั้งข้อหามากมายนั้น มาจากการกระทำที่อุกอาจและสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนจำนวนมาก การพยายามฆ่าผู้อื่นถึง 10 กระทง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำร้ายผู้อื่นอย่างร้ายแรง การครอบครองวัตถุมีคมและการทำร้ายร่างกายผู้อื่นซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีก

น.ส.ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า นายวิลเลียมส์ “ไม่เป็นที่รู้จักของหน่วยงานด้านความมั่นคง, ตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย หรือโครงการป้องกันใดๆ มาก่อน” เธอยืนยันว่าเขาเป็นพลเมืองอังกฤษและเกิดในประเทศนี้

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและรายงานเหตุการณ์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ การทำงานร่วมกันของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของอาชญากรรมได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ และขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งหมด

ที่มา – อังกฤษตั้งข้อหา มือแทงคนบนรถไฟ คาดโยงเหตุโจมตีอื่นอีก 4 คดี

พม่าโหดฆ่าเพื่อนเมีย! มีดจ้วงแทงดับ ปมตามหาเมีย

สลด! เกิดเหตุ พม่าโหดฆ่าเพื่อนเมีย ที่ลพบุรี หลังตามหาเมียรักแต่ไร้คนตอบ สุดท้ายใช้มีดจ้วงแทงดับอนาถ ตำรวจเร่งล่าตัว

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 13 ก.ย. 2568 พ.ต.ต.พีรวัสส์ คำกระสิน สารวัตรสอบสวน สภ.พัฒนานิคม ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ มีผู้ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยมิตร สิทธิพูน ผกก.สภ.พัฒนานิคม ตำรวจงานสืบสวน สภ.พัฒนานิคม ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี แพทย์จาก รพ.พัฒนานิคม นคร 88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุห้องเช่าเลขที่ 11 พบร่างนางสาวซินเม พิว อายุ 29 ปี เสียชีวิตในสภาพกึ่งนอน อยู่บนแคร่หน้าห้อง ตรวจสอบพบบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีด บริเวณราวนมซ้าย 1 แผล และที่ข้อมือซ้าย 1 แผล เลือดไหลนองพื้น บริเวณโต๊ะพบขวดเบียร์และกับแกล้มวางอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุได้หลบหนีเข้าไปในป่าข้างห้องเช่า ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างกระชั้นชิด แต่ยังไร้วี่แวว คาดว่ายังคงกบดานอยู่ในป่ารก

พ.ต.อ.ชัยมิตร สิทธิพูน ผกก.สภ.พัฒนานิคม ได้สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ผู้ตายทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุได้มี นายเซ (นามสมมุติ) เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตามหา น.ส.หวาน (นามสมมุติ) ภรรยาที่หนีมา และทราบว่ามาทำงานในพื้นที่นี้ นายเซ ได้เฝ้าติดตามภรรยาหลายวัน และพยายามสอบถามถึงที่อยู่ แต่ไม่มีใครให้ข้อมูล น.ส.ซินเม พิว ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทก็อ้างว่าไม่ทราบ ทำให้นายเซ คิดว่าทุกคนปกปิด จึงบันดาลโทสะใช้มีด พม่าโหดฆ่าเพื่อนเมีย จ้วงแทง น.ส.ซินเม พิว หน้าห้องจนเสียชีวิต

พนักงานสอบสวนได้นำร่างของผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่ รพ.พัฒนานิคม เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง

พม่าโหดฆ่าเพื่อนเมีย

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า นายเซ ผู้ก่อเหตุ เป็นชาวพม่า เดินทางมาตามหาภรรยาที่หนีมาทำงานในประเทศไทย โดยเชื่อว่าผู้ตายให้การช่วยเหลือภรรยาของตนในการหลบซ่อน ทำให้เกิดความแค้นและลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจ

ปมเหตุ พม่าโหดฆ่าเพื่อนเมีย

สาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ คาดว่ามาจากความหึงหวงและความโกรธแค้นที่ภรรยาหนีตามมาทำงานในประเทศไทย และเชื่อว่าผู้ตายมีส่วนรู้เห็นในการหลบซ่อนของภรรยาตนเอง ทำให้เกิดความขัดแย้งและนำไปสู่การลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต

คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ควรใช้สติและเหตุผลในการพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

พม่าโหดฆ่าเพื่อนเมีย สะท้อนปัญหาแรงงานข้ามชาติและความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและการให้ความรู้ความเข้าใจแก่แรงงานต่างชาติเกี่ยวกับกฎหมายไทยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้อีก

ที่มา – พม่าโหด ฆ่าเพื่อนเมีย มีดจ้วงแทงดับ ปมแค้น มาตามหาเมียรัก แต่ไม่มีใครตอบ

ออกหมายจับหนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจ: ล่าตัวด่วน!

จากกรณีสะเทือนขวัญ หนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจ ตชด. ล่าสุดศาลได้อนุมัติออกหมายจับหนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจแล้ว! มาตามติดสถานการณ์การไล่ล่าตัวคนร้ายรายนี้กัน

นครศรีธรรมราชยังคงร้อนระอุ! ศาลจังหวัดทุ่งสงได้อนุมัติออกหมายจับหนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจ ตชด. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่นายเอกชัย หรือ เอก เสียงหวาน อายุ 33 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง ด.ต.มลติชัย รักษาแก้ว หรือ “ดาบเขียว” ผบ.หมู่ ครูฝึก ตชด. เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม เหตุเกิดหลังจากดาบตำรวจผู้เคราะห์ร้ายได้ไปส่งพ่อของผู้ก่อเหตุที่พิการทางการเดิน ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 9 ต.วังหิน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อค่ำคืนวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

ออกหมายจับหนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจ

หลังก่อเหตุ นายเอกชัยได้หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งระดมกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสนธิกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจชุดสืบสวนภาค 8, ชุดสืบสวนจังหวัด, ชุดสืบสวน สภ.บางขัน, ตำรวจ ตชด., สอบสวนกลาง CIB และฝ่ายปกครองอำเภอบางขัน เพื่อติดตามจับกุมตัวนายเอกชัยมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

วันที่ 2 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมและเข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยต่างๆ ทั้งขนำสวนยางในพื้นที่ป่าสวนยางรอบต่ออำเภอบางขันและอำเภอทุ่งสง รวมถึงกดดันไปยังบ้านญาติและบ้านเพื่อนของผู้ต้องหา แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของนายเอกชัยแต่อย่างใด

ตำรวจเชื่อคนร้ายยังกบดานในพื้นที่

ถึงแม้จะยังไม่พบตัว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเชื่อมั่นว่านายเอกชัยยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากผู้ต้องหามีอาชีพกรีดยางและมีความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ทำให้การติดตามตัวเป็นไปได้ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนและติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการกดดันไปยังญาติของผู้ต้องหา โดยแจ้งว่าหากนายเอกชัยติดต่อขอความช่วยเหลือ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือนำตัวนายเอกชัยมามอบตัวทันที หากญาติหรือเพื่อนให้การช่วยเหลือในการหลบหนี จะถือว่ามีความผิดทางกฎหมายด้วย

ขณะนี้ พนักงานสอบสวน สภ.บางขัน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อประกอบสำนวนคดี และได้ขออำนาจศาลจังหวัดทุ่งสงอนุมัติหมายจับนายเอกชัยในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งศาลก็ได้อนุมัติหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์ล่าสุดยังคงตึงเครียดและประชาชนในพื้นที่ต่างก็หวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน

สำหรับใครที่มีเบาะแส หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนายเอกชัย สามารถแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที ความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การจับกุมตัวคนร้ายเป็นไปได้โดยเร็ว

ออกหมายจับหนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมอย่างมาก และเป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงพิษภัยของยาเสพติดที่สามารถนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงได้ การปราบปรามยาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ออกหมายจับหนุ่มคลั่งยา ฆ่าดาบตำรวจ ตชด. เชื่อยังกบดานอยู่ในพื้นที่ เตือนญาติห้ามช่วย

หนุ่มคลั่งยาฟันตำรวจ ตชด.ดับ! เร่งล่าตัว

นครศรีธรรมราชระทึก! เกิดเหตุหนุ่มคลั่งยาฟันตำรวจ ตชด.ดับสลด ขณะที่ตำรวจเร่งล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 21.00 น. ร.ต.อ.ศาลสิทธิ์ ฮ่อไทยสงค์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญ มีคนร้ายใช้มีดพร้าไล่ฟันผู้อื่นเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.9 ต.วังหิน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ผู้เสียชีวิตคือ ด.ต.มนติชัย รักษาแก้ว ตำรวจตระเวนชายแดน สังกัด กฝ.8 กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา

หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.จักกฤช แต้วัฒนา ผกก.สภ.บางขัน พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.บางขัน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสยามนครศรีธรรมราช รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพ ด.ต.มนติชัยฯ นอนหงายจมกองเลือด สภาพศพมีบาดแผลถูกฟันด้วยมีดพร้าหลายแห่ง ได้แก่ ปลายคาง ราวนมซ้าย หน้าอกขวา และกลางแผ่นหลัง รวม 5 แผลฉกรรจ์ บริเวณที่เกิดเหตุพบอาวุธมีดพร้าเปื้อนเลือดตกอยู่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายเอกชัย เสียงหวาน อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย และมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่ง หลังก่อเหตุ หนุ่มคลั่งยาฟันตำรวจ ตชด.ดับรายนี้ ได้หลบหนีไป ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด

หนุ่มคลั่งยาฟันตำรวจ ตชด.ดับ

จากการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นางปรีดา เสียงหวาน และนายสุพชัย เสียงหวาน (พ่อและแม่ของนายเอกชัยฯ ผู้ก่อเหตุ) ได้เดินทางไปร่วมงานศพญาติที่วัดทุ่งควาย อ.ทุ่งสง หลังจากนั้น ด.ต.มนติชัยฯ ได้อาสาขับรถยนต์กระบะมาส่งนายสุพชัยฯ (ซึ่งป่วยพิการเดินไม่ได้) ที่บ้านพัก ขณะที่ ด.ต.มนติชัยฯ กำลังประคองนายสุพชัยฯ ลงจากรถ นายเอกชัยฯ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในบ้านด้วยอาการคลุ้มคลั่งยาเสพติด ได้เดินถือมีดพร้าออกมา และตรงเข้าทำร้าย ด.ต.มนติชัยฯ จนเสียชีวิต

สาเหตุที่หนุ่มคลั่งยาฟันตำรวจ ตชด.ดับ

พยานให้การว่า ขณะที่นายเอกชัยฯ เดินเข้ามา ได้ตะโกนถาม ด.ต.มนติชัยฯ ว่าเป็นตำรวจหรือไม่ และให้ส่งปืน แต่เนื่องจาก ด.ต.มนติชัยฯ ไม่ตอบสนอง นายเอกชัยฯ จึงใช้มีดพร้าไล่ฟันจนเสียชีวิต แม้ว่านางปรีดาฯ และญาติคนอื่นๆ จะพยายามเข้าห้ามปราม แต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้

หลังก่อเหตุ นายเอกชัยฯ ได้ทิ้งมีดพร้าไว้ในที่เกิดเหตุ แล้วหลบหนีไปกับความมืด ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน คาดว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่

เหตุการณ์หนุ่มคลั่งยาฟันตำรวจ ตชด.ดับครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงภัยร้ายแรงของยาเสพติด ที่สามารถนำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียที่ไม่คาดฝัน สังคมควรตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ที่มา – หนุ่มคลั่งยา ใช้มีดไล่ฟัน ดาบตำรวจ ตชด.เสียชีวิต ก่อนหลบหนี เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัว

Scroll to top