อินฟลูเอนเซอร์

รวบ “มะปราง” อินฟลูฯ สายเซ็กซี่ รับแปะลิงก์เว็บพนัน

รวบ “มะปราง” อินฟลูฯ สายเซ็กซี่ รับแปะลิงก์เว็บพนัน

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลเมื่อล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้ทำการรวบ “มะปราง” อินฟลูฯ สายเซ็กซี่ รับแปะลิงก์เว็บพนัน ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับบรรดาอินฟลูเอนเซอร์และผู้ที่มีผู้ติดตามบนสื่อออนไลน์ทุกคน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีการตรวจพบความผิดปกติผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของอินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังรายนี้

เปิดพฤติการณ์ รวบ “มะปราง” อินฟลูฯ สายเซ็กซี่ รับแปะลิงก์เว็บพนัน

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.สุธิดา หรือมะปราง อินฟลูเอนเซอร์สาวที่มีผู้ติดตามหลักแสนคน ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอแนวเซ็กซี่ลงบนสตอรี่ พร้อมแนบลิงก์เชิญชวนให้คนกดเข้าไปเล่นเว็บพนันออนไลน์ชื่อ “Playnews 789” อย่างโจ่งแจ้ง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา

เมื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ น.ส.สุธิดา ได้ยอมรับสารภาพว่าที่ทำไปเพราะมีความจำเป็นเรื่องเงิน โดยรับงานแปะลิงก์แลกกับค่าตอบแทนเพียง 3,000 บาทต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับโทษที่ได้รับถือว่าไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

  • ค่าตอบแทน: 3,000 บาทต่อสัปดาห์
  • โทษฐานความผิด: โฆษณาชักชวนให้เล่นการพนัน
  • ผลคำพิพากษา: จำคุก 8 เดือน (ลดเหลือ 4 เดือน) เปลี่ยนเป็นกักขัง

เหตุการณ์การรวบ “มะปราง” อินฟลูฯ สายเซ็กซี่ รับแปะลิงก์เว็บพนันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายไซเบอร์ในปัจจุบันมีความเข้มงวดมาก การใช้ยอดผู้ติดตามเพื่อสร้างรายได้ในทางที่ผิดกฎหมายไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียง แต่อาจนำไปสู่การสูญเสียอิสรภาพได้

เราขอเตือนให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์ทุกท่าน ตรวจสอบที่มาของรายได้และงานจ้างให้ดี อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะผลตอบแทนระยะสั้น เพราะบทเรียนครั้งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีใครรอดพ้นจากกฎหมายไปได้ หากคุณพบเห็นการชักชวนลักษณะนี้ ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา – รวบ “มะปราง” อินฟลูฯ สายเซ็กซี่ รับแปะลิงก์เว็บพนัน ศาลสั่งจำคุก 8 เดือน

ติ๊กต็อกเกอร์สาว ผู้แชร์เรื่องราวการสู้มะเร็ง เสียชีวิตในวัย 26

เป็นข่าวที่สร้างความโศกเศร้าให้กับผู้ติดตามทั่วโลก เมื่อมีการยืนยันว่า ติ๊กต็อกเกอร์สาว ผู้แชร์เรื่องราวการสู้มะเร็ง เสียชีวิตแล้วในวัย 26 ปี อย่างซิดนีย์ โทล (Sydney Towle) อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาจากการต่อสู้กับโรคมะเร็งท่อน้ำดีชนิดหายากและรุนแรง

อาลัย ติ๊กต็อกเกอร์สาว ผู้แชร์เรื่องราวการสู้มะเร็ง เสียชีวิตแล้วในวัย 26 ปี

ครอบครัวของซิดนีย์ได้ออกมาแจ้งข่าวเศร้าผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของเธอ โดยระบุว่าเธอได้จากไปอย่างสงบจากภาวะแทรกซ้อนของโรคมะเร็ง การเดินทางของซิดนีย์บนโลกออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงการแชร์ความเจ็บปวด แต่เป็นการส่งต่อพลังบวก ความหวัง และการตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งชนิดหายากที่คนรุ่นใหม่มักมองข้าม

เปิดมุมมองชีวิตของ ติ๊กต็อกเกอร์สาว ผู้แชร์เรื่องราวการสู้มะเร็ง เสียชีวิตแล้วในวัย 26 ปี

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซิดนีย์ได้บันทึกเหตุการณ์ชีวิตประจำวันขณะเข้ารับการเคมีบำบัด ไม่ว่าจะเป็นความยากลำบาก ความเหนื่อยล้า หรือแม้แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขที่เธอพยายามสร้างขึ้น เธอมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคนบน TikTok ที่คอยให้กำลังใจและชื่นชมในความกล้าหาญของเธอ โดยมีเรื่องราวที่น่าสนใจดังนี้:

  • การสร้างแรงบันดาลใจ: ซิดนีย์ไม่เคยปิดบังรอยแผลเป็นหรือร่างกายที่เปลี่ยนไปจากการรักษา เธอใช้สิ่งเหล่านั้นเป็นเครื่องเตือนใจถึงความแข็งแกร่ง
  • ความมุ่งมั่น: เธอพยายามทำตามความฝันจนสำเร็จ โดยเฉพาะการได้เดินแบบในงาน Miami Swim Week
  • การสนับสนุนสังคม: เธอรณรงค์ให้ผู้ป่วยมะเร็งลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์และการดูแลรักษาที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง

แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตที่ต้องเผชิญกับข่าวร้ายจากแพทย์ แต่ซิดนีย์ก็ยังคงแสดงออกถึงความเข้มแข็งและการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ การจากไปของเธอนับเป็นการสูญเสียบุคคลที่เป็นดั่งแสงสว่างให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลก แม้ร่างกายของเธอจะจากไป แต่เรื่องราวความกล้าหาญของเธอจะยังคงอยู่ในความทรงจำและเป็นบทเรียนที่สำคัญให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต

ในฐานะที่ติดตามเรื่องราวของเธอ เราขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวโทล และหวังว่าพลังใจที่ซิดนีย์เคยส่งต่อจะยังคงอยู่และเป็นแรงผลักดันให้ใครหลายคนกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคอย่างมีสติและเปี่ยมไปด้วยความหวัง เพราะชีวิตนั้นสั้นเกินกว่าจะยอมแพ้ให้กับโชคชะตาโดยไม่สู้ให้ถึงที่สุด

ที่มา – ติ๊กต็อกเกอร์สาว ผู้แชร์เรื่องราวการสู้มะเร็ง เสียชีวิตแล้วในวัย 26 ปี

อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

กลายเป็นข่าวช็อกไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อมีรายงานว่าอินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืนที่ก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นในรัฐซินาโลอา ประเทศเม็กซิโก ขณะที่ผู้ตายกำลังไลฟ์สดผ่าน TikTok ร่วมกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน กลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของคนร้ายที่บุกเข้ามาก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหด

สถานการณ์ที่น่าตกใจ: อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันอังคารที่ผ่านมา นายเซซาร์ กัสเตลุม อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 5 แสนคน กำลังนั่งไลฟ์สดอยู่หน้าฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งย่านเตรสริโอส ในเมืองกูเลียกัน ทันใดนั้นมีชายสองคนขับขี่จักรยานยนต์เข้ามาใกล้และเปิดฉากยิงใส่เขาในระยะเผาขน ท่ามกลางสายตาของผู้ชมในไลฟ์สดที่ต่างพากันตื่นตกใจกับสิ่งที่เห็น

รายละเอียดและปมสังหาร อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • คนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีและหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว
  • ผู้ตายและเพื่อนแต่งกายคล้ายไรเดอร์ส่งอาหาร ซึ่งอาจเป็นความบังเอิญหรือแผนอำพราง
  • เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายทั้งสองราย

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืนครั้งนี้ อาจมีความเชื่อมโยงกับปัญหาอิทธิพลในพื้นที่ โดยเฉพาะในรัฐซินาโลอาที่ขึ้นชื่อเรื่องความขัดแย้งของกลุ่มแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นกับอินฟลูเอนเซอร์คนอื่นๆ มาแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ ‘El Gordo Peruci’ หรือ วาเลเรีย มาร์เกซ ที่ถูกสังหารในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

เราหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องทำงานผ่านสื่อออนไลน์ ในสถานการณ์เช่นนี้ ความปลอดภัยของผู้คนควรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเราขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย

ที่มา – อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

“ครูทราย” เล่านาทีสะเทือนใจ วินาทีสามีหมดสติ ลูกกอดขาตลอดเวลา

เป็นประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจและกลายเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับคนในสังคม เมื่อ “ครูทราย” เล่านาทีสะเทือนใจ วินาทีสามีหมดสติ ลูกกอดขาตลอดเวลา โดยเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสามีวัยเพียง 30 ปี เข้ารับการรักษาด้วยอาการแน่นหน้าอก เหงื่อแตก แต่กลับถูกวินิจฉัยผิดพลาดจากแพทย์จนนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างกะทันหัน สร้างความเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัว

“ครูทราย” เล่านาทีสะเทือนใจ วินาทีสามีหมดสติ ลูกกอดขาตลอดเวลา กับความผิดพลาดทางการแพทย์

เหตุการณ์ “ครูทราย” เล่านาทีสะเทือนใจ วินาทีสามีหมดสติ ลูกกอดขาตลอดเวลา ถือเป็นกรณีศึกษาที่ต้องนำมาถอดบทเรียน โดยสามีของผู้เสียหายได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้วยอาการที่สุ่มเสี่ยงต่อโรคหัวใจอย่างชัดเจน แต่แพทย์ผู้ตรวจกลับวินิจฉัยด้วยตาเปล่า ไม่มีการจับชีพจร หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยอ้างเหตุผลเรื่องอายุที่ยังน้อยของผู้ป่วย ทำให้เสียโอกาสในการรักษาที่ควรจะทำได้ทันท่วงที

เปิดใจหลังสูญเสียสามี กับประเด็นที่สังคมยังกังขา

ความน่ากังวลที่สุดในกรณี “ครูทราย” เล่านาทีสะเทือนใจ วินาทีสามีหมดสติ ลูกกอดขาตลอดเวลา ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเสียชีวิตเท่านั้น แต่คือกระบวนการของโรงพยาบาลและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นที่ทางโรงพยาบาลปิดบังชื่อแพทย์ผู้รักษา จนทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวลว่าอาจจะไปพบแพทย์คนดังกล่าวโดยไม่รู้ตัว

  • ผลการชันสูตรระบุชัดเจน: มีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น นำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ความล่าช้าในการรักษา: การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรถูกละเลย
  • ปัญหาจริยธรรม: กรณีนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เตรียมดำเนินคดีฐานประมาทเลินเล่อ

ในปัจจุบัน แพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าตรวจสอบมาตรฐานการรักษาของสถานพยาบาลดังกล่าวอย่างเข้มข้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยโทษทัณฑ์มีตั้งแต่การพักใช้ใบอนุญาตไปจนถึงการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนในอนาคต

ในมุมมองของเรา กรณีนี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่คือเสียงสะท้อนที่วงการแพทย์ต้องกลับมาทบทวนเรื่องมาตรฐานการคัดกรองและการสื่อสารกับผู้ป่วย หากบุคลากรมีความพร้อมในการรับฟังเสียงของญาติและไม่ละเลยอาการสำคัญเพียงเพราะผู้ป่วยมีอายุน้อย ความสูญเสียที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมาเหล่านี้อาจจะไม่เกิดขึ้น เราขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวครูทรายได้รับความยุติธรรมโดยเร็วที่สุด

ที่มา – “ครูทราย” เล่านาทีสะเทือนใจ วินาทีสามีหมดสติ ลูกกอดขาตลอดเวลา

อาลัย น้องอัญญ่า อินฟลูฯ กตัญญู ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

อาลัย น้องอัญญ่า อินฟลูฯ กตัญญู ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

กลายเป็นข่าวเศร้าที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อมีการยืนยันรายงานข่าวการจากไปของ น้องอัญญ่า หรือ น.ส.อัจฉริยะ อินฟลูเอนเซอร์สาวน้อยผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกตัญญู ซึ่งได้ประสบอุบัติเหตุทางถนนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด การจากไปของ อาลัย น้องอัญญ่า อินฟลูฯ กตัญญู ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียดาวรุ่งที่มีอนาคตไกลไปอย่างน่าเสียดายที่สุด

เปิดเรื่องราวชีวิตและเส้นทางของ อาลัย น้องอัญญ่า อินฟลูฯ กตัญญู ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

สำหรับประวัติของน้องอัญญ่านั้น หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากรายการ Super10 อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว ที่เธอได้แสดงความสามารถทางด้านดนตรีที่ยอดเยี่ยมจนเป็นที่จดจำ น้องอัญญ่าไม่ได้มีดีแค่ความสามารถ แต่เธอยังเป็นเด็กสาวที่สู้ชีวิตและมีความกตัญญูอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ โดยในปัจจุบันเธอพยายามรับงานและตั้งใจทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินมารักษาคุณพ่อที่กำลังป่วยติดเตียงอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้เรื่องราวของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน

รายละเอียดเหตุการณ์ระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นจากรถสิบล้อโม่ปูนที่ทับรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์และแฟนสาว ซึ่งคือตัวน้องอัญญ่านั่นเอง เหตุเกิดบริเวณถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่ สร้างความโศกเศร้าให้กับบรรดาแฟนคลับและชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้องเป็นเด็กดีและยังมีภาระหน้าที่ในการดูแลคุณพ่ออยู่

  • น้องอัญญ่าเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 8 แสนคน
  • เคยสร้างชื่อเสียงและความประทับใจในรายการ Super10
  • มุ่งมั่นทำงานหาเงินเพื่อรักษาคุณพ่อป่วยติดเตียง

ในฐานะที่ติดตามเส้นทางของน้องมาโดยตลอด ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของน้องอัญญ่า การสูญเสียคนที่ทั้งเก่งและมีความกตัญญูเช่นนี้เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก ขอให้น้องไปสู่สุคติและหวังว่าคุณพ่อของน้องจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดต่อไป ข่าวนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนใช้ชีวิตบนท้องถนนด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

ที่มา – อาลัย “น้องอัญญ่า” อินฟลูฯ กตัญญู หาเงินรักษาพ่อติดเตียง ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

“จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าฮอตฮิตที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียกันดีกว่า นั่นคือกรณี “จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งกลายเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ดังอย่างเบิร์ด วันว่างๆ หลังจากคลิปเล่นน้ำสงกรานต์ที่พระประแดงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

“จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์

ทุกอย่างเริ่มต้นจากคลิปวิดีโอที่เบิร์ด วันว่างๆ โพสต์ลงแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเขาเอาผงยาแนวของบริษัทจระเข้มาผสมน้ำเพื่อเล่นสงกรานต์กันแบบมันส์ๆ ที่พระประแดง คลิปนี้ดูสนุกสนานแต่กลายเป็นดราม่าทันทีเมื่อชาวเน็ตตั้งคำถามว่า “ผงยาแนวที่ใช้ยาแนวกระเบื้องนี่เหมาะจะเอามาเล่นน้ำหรอ?” หลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะผงนี้ไม่ใช่แป้งเด็กหรือสารที่กินได้ แถมยังอาจมีสารเคมีที่อันตรายหากสัมผัสผิวหนังหรือกินเข้าไป

หลังจากดราม่าลุกลาม เบิร์ดก็รีบออกมาขอโทษแบบก้มกราบ พร้อมโชว์ผสมผงยาแนวกับน้ำแล้วดื่มลงคอเพื่อพิสูจน์ว่า “มันคือแป้งธรรมดา ไม่มีพิษ” แต่ชาวเน็ตบางส่วนก็ยังไม่วางใจ และเรื่องนี้ก็บานปลายไปถึงเจ้าของแบรนด์

บริษัทจระเข้ตอบโต้อย่างไร

ล่าสุด บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กเพจ “จระเข้ – JORAKAY” ในเพจ Drama-addict อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าได้ประสานงานกับเจ้าของช่องที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อขอให้ลบคอนเทนต์นี้ออกจากทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ทันที เพราะเป็นการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ผิดวัตถุประสงค์ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป

  • ผงยาแนวถูกออกแบบมาเพื่อใช้ยาแนวร่องกระเบื้องเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับผสมน้ำเล่น
  • การใช้ผิดวิธีอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคืองผิว หรืออันตรายหากสูดดมหรือกินเข้าไป
  • บริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามกฎหมายหากจำเป็น

บริษัทยังเน้นย้ำให้ทุกคนใช้งานผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำบนฉลาก เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ผงยาแนวคืออะไร ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก ผงยาแนวหรือยาแนวกระเบื้องของจระเข้ เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในวงการก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ใช้สำหรับอุดร่องระหว่างกระเบื้องเพื่อป้องกันน้ำซึมและเพิ่มความสวยงาม ผสมกับน้ำในสัดส่วนที่กำหนด แล้วทาระหว่างร่องด้วยเครื่องมือเฉพาะ

  1. ผสมผงยาแนวกับน้ำสะอาด สัดส่วน 2:1 (ผง:น้ำ)
  2. คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
  3. ทาในร่องกระเบื้องด้วยยาแนวปาด
  4. เช็ดทำความสะอาดส่วนเกินทันที
  5. รอ 24-48 ชม. ให้แห้งสนิท

ห้ามนำไปใช้เล่นน้ำเด็ดขาด เพราะอาจมีส่วนผสมที่ไม่เหมาะกับการสัมผัสโดยตรง โดยเฉพาะในงานเทศกาลอย่างสงกรานต์ที่ทุกคนเล่นน้ำกันเปียกปอน

บทเรียนจากดราม่าผงยาแนวสงกรานต์พระประแดง

เหตุการณ์ “จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์ นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบของอินฟลูเอนเซอร์ในการสร้างคอนเทนต์ ชาวเน็ตหลายคนชื่นชมนโยบายของบริษัทจระเข้ที่ออกมาปกป้องผู้บริโภคทันที แทนที่จะนิ่งเฉย นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่อาจเกิดความคึกคักเกินเหตุ

ในมุมมองของผม ดราม่านี้ดีแล้วที่เกิดขึ้น เพราะช่วยให้แบรนด์และครีเอเตอร์ตระหนักถึงความปลอดภัยมากขึ้น สงกรานต์พระประแดงเป็นเทศกาลดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย การเล่นน้ำต้องสนุกแต่ปลอดภัยเป็นหลักนะครับ

คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? เคยเจอประสบการณ์คล้ายๆ กันไหม แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์และกดไลค์ด้วยนะ!

ที่มา – “จระเข้” สั่ง “เบิร์ด วันว่างๆ” ลบคลิปใช้ผงยาแนว เล่นสงกรานต์ ชี้ผิดวัตถุประสงค์

รวบ 2 หนุ่มจีน ดาว X แก้ผ้า ก่อกวนลูกบ้านในคอนโด ค้นห้องเจอยาเสพติด-คลิปโป๊

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในคอนโดหรูย่านสาทร เมื่อตำรวจบุกจับกุม รวบ 2 หนุ่มจีน ดาว X แก้ผ้า ก่อกวนลูกบ้านในคอนโด ค้นห้องเจอยาเสพติด-คลิปโป๊ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวคอนโดมานาน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) นำกำลังบุกจับนายหลี่ จุน อายุ 36 ปี และนายไช่ เผิงเฉิง อายุ 29 ปี ชาวจีนทั้งคู่ ภายในคอนโดแห่งหนึ่งย่านสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ

รวบ 2 หนุ่มจีน ดาว X แก้ผ้า ก่อกวนลูกบ้านในคอนโด ค้นห้องเจอยาเสพติด-คลิปโป๊

ผู้ต้องหาทั้งสองถูกแจ้งข้อหาถือครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์และยาอี) โดยผิดกฎหมาย เสพยาเสพติด และบุคคลต่างด้าวอยู่เกินกำหนด ของกลางที่พบมีเข็มฉีดยาราว 100 เข็ม ยาไอซ์และยาอี 4 ถุง เครื่องชั่งน้ำหนัก โทรศัพท์ 10 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่องที่ภายในเต็มไปด้วยคลิปลามกแนวชายรักชายจำนวนมาก อุปกรณ์ถ่ายทำสื่อลามก เซ็กทอย และเงินสดกว่า 100,000 บาท

สาเหตุมาจากชาวคอนโดร้องเรียนว่ากลุ่มชายจีนหุ่นล่ำหน้าตาดีเหล่านี้มั่วสุมยาเสพติด ส่งเสียงดังจากการมีเพศสัมพันธ์ แถมยังแก้ผ้าวิ่งไปทั่วคอนโด เคาะประตูห้องพักอาศัย แม้แต่ชั้นล็อบบี้ บางครั้งถึงขั้นทำให้เด็กเล็กในคอนโดร้องไห้กลัว นิติบุคคลจัดการไม่ได้เพราะถูกขู่ด้วยความรุนแรง

ดาว X ชื่อดังผู้ติดตาม 600,000 คน

จากการสืบสวนพบว่าทั้งคู่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ดังในแอป X (Twitter เดิม) มีผู้ติดตามกว่า 600,000 คน โพสต์ภาพและคลิปแนว BDSM การใช้ความรุนแรงในการมีเพศสัมพันธ์ พวกเขายังทำช่อง OnlyFans รายได้หลักล้านบาท เมื่อตำรวจบุกจับช่วงดึกวันที่ 10 เม.ย. 67 พบนายไช่กำลังก่อกวนตามที่ร้องเรียน ขณะที่นายหลี่นอนเปลือยกายพร้อมอุปกรณ์เสพยา สภาพนายไช่สติหลุดลอยจากยา ร่องรอยเข็มฉีดยาชัดเจน

นายไช่ให้การปฏิเสธว่า ยาเป็นของนายหลี่คนเดียว แต่พฤติกรรมแก้ผ้าไม่เกี่ยวกับยา ตำรวจกำลังขยายผลข้อหาผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารทางคอมพิวเตอร์ต่อไป พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ระบุว่า ชาวคอนโดเดือดร้อนหนัก บางคนย้ายห้องหนีแล้ว คดีนี้จะสืบให้ถึงที่สุด

  • พฤติกรรมก่อกวน: แก้ผ้าวิ่งรอบคอนโด เคาะประตู ส่งเสียงดัง
  • ของกลางหลัก: ยาไอซ์ ยาอี เข็มฉีดยา คลิปโป๊ชายรักชาย
  • อาชีพ: ดาว X และ OnlyFans รายได้สูง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ชัดเจนว่ายาเสพติดทำลายชีวิตไม่เลือกชาติ ทำลายสุขภาพ สติสัมปชัญญะ และนำปัญหามาสังคม หากคุณพบพฤติกรรมน่าสงสัยในละแวกใกล้เคียง อย่าลังเล รีบแจ้งตำรวจสายด่วน 191 หรือ 1386 ช่วยกันสร้างชุมชนปลอดภัย

ที่มา – รวบ 2 หนุ่มจีน ดาว X แก้ผ้า ก่อกวนลูกบ้านในคอนโด ค้นห้องเจอยาเสพติด-คลิปโป๊

รัฐบาลเตือนรีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 ถึง 8 เม.ย.69

รัฐบาลเตือนรีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้มีรายได้ทุกประเภทในปี 2568 อย่ารอช้า! สามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้ถึง 8 เมษายน 2569 หรือยื่นกระดาษถึง 31 มีนาคมนี้ กรมสรรพากรคืนภาษีไปแล้วกว่า 23,000 ล้านบาท มาดูรายละเอียดกันเลย

รัฐบาลเตือนรีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

วันที่ 13 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการออนไลน์อย่างแม่ค้าออนไลน์ ยูทูบเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีรายได้ในปีภาษี 2568 ให้รีบยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 โดยสามารถยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรด้วยระบบ e-Filing หรือ D-MyTax ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลที่ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาไปที่สำนักงานสรรพากร

กำหนดเวลายื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 ชัดเจนดังนี้: ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ได้จนถึง 8 เมษายน 2569 และยื่นแบบกระดาษได้ถึง 31 มีนาคม 2569 หากยื่นผ่านออนไลน์ยังมีเวลาอีกเกือบเดือน อย่าปล่อยให้พลาดเดดไลน์นะครับ

สถิติการยื่นแบบภาษีและการคืนเงิน

ข้อมูลล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 1 มีนาคม 2569 มีประชาชนยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 ไปแล้วกว่า 6.26 ล้านแบบ เพิ่มขึ้น 8.53% จากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัวมากขึ้น โดยมีผู้ขอคืนภาษี 3.38 ล้านแบบ เพิ่ม 12.32% และกรมสรรพากรได้อนุมัติคืนเงินไปแล้ว 2.59 ล้านแบบ มูลค่ารวม 23,531 ล้านบาท! ถ้าคุณมีสิทธิ์คืนภาษี รีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 วันนี้เพื่อรับเงินเร็วขึ้น

วิธียื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 ออนไลน์ง่ายๆ

1. เข้าเว็บไซต์ rd.go.th หรือแอป D-MyTax
2. ล็อกอินด้วย Username และ Password (ถ้ายังไม่มี สมัครได้ฟรี)
3. เลือกยื่น ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 ตามประเภทรายได้
4. กรอกข้อมูลรายได้ หักลดหย่อน แล้วคำนวณภาษี
5. ส่งแบบและชำระหรือรอคืนเงิน

สำหรับผู้ที่ต้องชำระภาษีตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อน 3 งวดได้ สะดวกสุดๆ

โทษหากไม่รีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91

  • ไม่ยื่นหรือชำระเกินกำหนด: ปรับไม่เกิน 2,000 บาท + เบี้ยปรับ 1.5% ต่อเดือน
  • หลบเลี่ยงภาษีโดยเจตนา: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • แจ้งข้อมูลเท็จ: จำคุก 3 เดือน – 7 ปี + ปรับ 2,000 – 200,000 บาท

ทุกคนที่มีรายได้ต้องยื่นภาษีตามกฎหมาย อย่าคิดว่าไม่มีรายได้ต้องเสียถึงไม่ต้องยื่นนะครับ แม้รายได้ต่ำก็ต้องแสดงเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนและคืนภาษี

นอกจากนี้ ระวังมิจฉาชีพส่งอีเมลแอบอ้างกรมสรรพากร หลอกให้กรอกข้อมูล Username Password หรือข้อมูลส่วนตัว หากเจอให้ลบทิ้งทันที กรมสรรพากรไม่เคยขอข้อมูลแบบนั้นทางอีเมล

สรุปแล้ว รีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 วันนี้ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ รับคืนภาษีไว และช่วยเศรษฐกิจประเทศด้วย หากมีข้อสงสัย ลองเช็กเว็บกรมสรรพากรหรือโทร 1161 ได้เลยครับ

CTA: รีบเช็กสิทธิ์คืนภาษีของคุณ แล้วยื่นออนไลน์ภายใน 8 เม.ย. 69 วันนี้เลย! รับรองไม่พลาดเงินคืนก้อนโต

ที่มา – รัฐบาลเตือนผู้มีเงินได้รีบยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 90/91 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ถึง 8 เม.ย. 69

โวยโรงพยาบาลทำจมูกเน่า จ่อร้อง สคบ.

วันนี้เรามีเรื่องร้อนในวงการศัลยกรรมความงามมาฝากกันค่ะ กับกรณี โวยโรงพยาบาลทำจมูกเน่า ไปแก้ทรงกลับติดเชื้อ จ่อบุกร้อง สคบ. เอาผิด ที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ในโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์สาววัย 25 ปี ร้องเรียนผ่านเพจดัง “สายไหมต้องรอด” หลังจ่ายเงินกว่า 4 แสนบาทเพื่อแก้ทรงจมูกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังย่านพระราม 3 แต่กลับเจอปัญหาจมูกเน่า ติดเชื้อหนัก โรงพยาบาลไม่ยอมรับผิดชอบเต็มที่ สร้างความเดือดร้อนทั้งกายและใจ

โวยโรงพยาบาลทำจมูกเน่า ไปแก้ทรงกลับติดเชื้อ จ่อบุกร้อง สคบ. เอาผิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิต และเป็นอินฟลูเอนเซอร์ขายของออนไลน์ เดินทางไปปรึกษาโรงพยาบาลศัลยกรรมขนาดใหญ่ย่านพระราม 3 เพื่อแก้ทรงจมูกเดิมที่ทำจากโรงพยาบาลอื่นมาไม่สวยและมีปัญหาหักเล็กน้อย แพทย์ดังของโรงพยาบาลยืนยันว่าทำได้ คิดค่าบริการ 400,000 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาตลาดที่สอบถามมาประมาณ 700,000 บาท เธอจึงตัดสินใจทำเพราะเชื่อมั่นในชื่อเสียงโรงพยาบาลที่มีดาราคนดังไปทำเยอะ

ขั้นตอนศัลยกรรมคือการเอาซิลิโคนเก่าออก แล้วเปลี่ยนเป็นกระดูกซี่โครงของตัวเอง แต่หลังทำได้แค่ 1 เดือน จมูกเริ่มมีอาการผิดปกติ ด้านในอักเสบ เจ็บปวด เนื้อจมูกกัดกินแกนลึกจนติดเชื้อหนัก เธอรีบกลับไปแจ้งโรงพยาบาล แต่ได้รับคำตอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษา ปัจจุบันจมูกบานเกือบขาด โรงพยาบาลเสนอเงินชดเชยทีละน้อย จาก 10,000 , 50,000 จนถึง 100,000 บาท แต่เธอต้องการคืนเต็มจำนวนเพราะเป็นเงินเก็บจากรีวิวสินค้า

ผลกระทบหลังโวยโรงพยาบาลทำจมูกเน่า

ไม่ใช่แค่จมูกเสีย แต่ชีวิตเธอเปลี่ยนไปทั้งหมด รักษาด้วยยาทายาขี้ผึ้งมา 7 เดือนแล้ว ยังหายใจลำบากเหมือนเป็นหวัดตลอด มีอาการแพนิก กลัวพูดถึงเรื่องนี้ ไม่กล้าเปิดรับรีวิว ถ่ายรูปหน้าตัวเองเพราะขาดความมั่นใจ รายได้หดหาย ก่อนหน้านี้โพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก มีคนทักมาบอกว่าเคยทำกับหมอคนเดียวกันและเจอปัญหาเดียวกัน แต่ไม่กล้าต่อสู้เพราะกลัว เธอทำตามคำแนะนำโรงพยาบาลทุกอย่างแต่ไม่ดีขึ้น และยังไม่เคยได้คำขอโทษจากโรงพยาบาลเลย

สิทธิผู้บริโภคในกรณีศัลยกรรมจมูกผิดพลาด

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ยืนยันว่าจะพาผู้เสียหายไปร้องเรียน สคบ. เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยชี้ว่าผู้เสียหายพักจมูกมา 6 เดือนแล้วก่อนแก้ จ่ายเงินก้อนเพราะเชื่อใจโรงพยาบาล แม้โรงพยาบาลมองว่า 4 แสนเป็นยอดน้อย แต่สำหรับคนเก็บเงินมาทำ มันมหาศาล ควรรับผิดชอบให้สมน้ำสมเนื้อ

  • อาการที่พบ: จมูกอักเสบ ติดเชื้อ เนื้อกัดกิน หายใจติดขัด
  • เงินชดเชยที่เสนอ: 10,000 – 100,000 บาท (ไม่พอใจ)
  • ขั้นตอนต่อไป: ร้อง สคบ. ขอคืนเงินเต็มจำนวน รักษาที่อื่น
  • คำเตือน: ตรวจสอบรีวิวแพทย์และโรงพยาบาลให้ดีก่อนทำ

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่อยากศัลยกรรมจมูกหรือความงามอื่นๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ตรวจสอบใบอนุญาตแพทย์ สถานพยาบาล และสิทธิผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค หากเกิดปัญหา รีบเก็บหลักฐาน ร้องเรียน สคบ. หรือเพจช่วยเหลือผู้บริโภคได้ทันที

ในมุมมองของเรา การศัลยกรรมมีความเสี่ยงสูง อย่าหลงชื่อเสียงดาราเพียงอย่างเดียว ควรปรึกษาหลายที่ ทำสัญญาชัดเจน หากคุณเคยเจอปัญหาคล้ายกัน แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดต่อ สคบ. เพื่อปกป้องสิทธิ์ตัวเองและผู้อื่นนะคะ

ที่มา – โวยโรงพยาบาลทำจมูกเน่า ไปแก้ทรงกลับติดเชื้อ จ่อบุกร้อง สคบ. เอาผิด

Scroll to top