อิสราเอล

ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่อปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล ล่าสุด ปากีสถานในฐานะตัวกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนอย่างรุนแรง โดยยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวกำลังบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพในภูมิภาค

ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล

กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน ระบุชัดเจนในการแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังขัดขวางความพยายามของนานาชาติในการสร้างเสถียรภาพอีกด้วย ปากีสถานซึ่งมีบทบาทเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ย้ำว่าประเทศเลบานอนต้องได้รับการรวมอยู่ในข้อตกลงนี้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการปะทุของความขัดแย้ง

บทบาทสำคัญของปากีสถานในการเจรจา

ปากีสถานไม่ได้เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ แต่เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่กรุงอิสลามาบัดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ การประชุมครั้งนี้ถูกจับตามองจากทั่วโลก เนื่องจากอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ หากปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม เกิดขึ้นจริง ดีลหยุดยิงที่เปราะบางนี้อาจพังทลายลงทันที

ฝ่ายของโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู จากอิสราเอล ยืนยันว่าข้อตกลงไม่ครอบคลุมการดำเนินการทางทหารต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน แต่ทางอิหร่านโต้กลับทันทีว่า หากอิสราเอลไม่หยุด การเจรจาจะล้มเหลว สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหา

  • ปากีสถานเรียกร้องให้ประชาคมโลกดำเนินมาตรการเร่งด่วน
  • ย้ำเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของดีลหยุดยิง
  • เตือนถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพภูมิภาค
  • เจ้าภาพเจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการโจมตีของอิสราเอลอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แต่กลับทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น ปากีสถานจึงออกมาจวกอิสราเอลอย่างหนัก เพื่อรักษาบทบาทตัวกลางของตน

ผลกระทบหากดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม

หากดีลล่ม สงครามในตะวันออกกลางอาจลุกลามไปยังหลายประเทศ ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง เศรษฐกิจโลกสะเทือน โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทยที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ปากีสถานจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลง โดยเฉพาะการรวมเลบานอนเข้าไป

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ปากีสถานกล้าจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำสันติภาพ แม้จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ก็ตาม สถานการณ์นี้ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สรุปแล้ว ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล เป็นข่าวที่สำคัญมากในขณะนี้ มันเตือนใจเราถึงความเปราะบางของสันติภาพโลก ความเห็นส่วนตัวคือ ทุกฝ่ายควรถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด คลิกอ่านเพิ่มเติมได้เลย!

ที่มา – ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นล่าสุดในฉนวนกาซา ทำให้โลกต้องหันมองถึงความเสี่ยงอันตรายของนักข่าวที่รายงานข่าวจากพื้นที่สงคราม นายโมฮัมเหม็ด วิชาห์ ผู้สื่อข่าวจากอัลจาซีรา มูบาเชอร์ เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าเมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังจากโดรนของกองทัพอิสราเอลโจมตีรถยนต์ที่เขานั่งอยู่บริเวณเชค อัจลิน ทางตะวันตกของกาซา

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา: รายละเอียดเหตุการณ์

สำนักข่าวอัลจาซีราและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์ยืนยันข่าวร้ายนี้ทันที ภาพเหตุการณ์ที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นซากรถที่ถูกทำลายยับเยิน ควันลอยคละคลุ้ง ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากรีบเข้ามาช่วยเหลือและขนส่งร่างของนายวิชาห์ไปยังโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ท่ามกลางความโศกเศร้าของเพื่อนร่วมงานและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัย

เครือข่ายอัลจาซีราออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง โดยระบุว่า "นี่คืออาชญากรรมที่น่ารังเกียจ การสังหารผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการมุ่งเป้าเพื่อข่มขู่สื่อมวลชนไม่ให้รายงานความจริง" อัลจาซีราประกาศว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายเต็มที่เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับนักข่าวที่เสียชีวิต

การตอบโต้จากกองทัพอิสราเอล

ในทางตรงกันข้าม โฆษกกองทัพอิสราเอลโต้แย้งว่านายวิชาห์เป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาส โดยอ้างข้อมูลว่าเขาเคยเป็นผู้บัญชาการระดับสูงในหน่วยขีปนาวุธต่อต้านรถถัง อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลยังไม่ให้คำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ เมื่อถูกสอบถามโดยเอเอฟพี

เหตุการณ์ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ตั้งแต่ตุลาคม 2023 แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงกล่าวหากันเรื่องการละเมิด และอิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับฮามาส

สถิติที่น่าตกใจ: นักข่าวในกาซาตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์

องค์กรนักข่าวข้ามพรมแดน (RSF) และคณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชน (CPJ) รายงานว่านับตั้งแต่สงครามปะทุในเดือนตุลาคม 2023 มีนักข่าวและบุคลากรสื่อในกาซาถูกสังหารกว่า 220 ราย โดยอย่างน้อย 70 รายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ นี่คือตัวเลขสูงสุดในประวัติศาสตร์การรายงานข่าวสงคราม

  • อัลจาซีราเสียผู้สื่อข่าวไปหลายรายในช่วงนี้
  • กาซากลายเป็นจุดอันตรายที่สุดสำหรับนักข่าว
  • การโจมตีสื่อถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพในการรายงาน
  • องค์กรระหว่างประเทศเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระ

ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงกระทบต่อครอบครัวของนายวิชาห์เท่านั้น แต่ยังเป็นการตีตราถึงเสรีภาพสื่อในพื้นที่ขัดแย้ง ผู้สื่อข่าวเหล่านี้คือดวงตาของโลกที่ช่วยให้เราทราบความจริงจากกาซา

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปกป้องนักข่าวระหว่างประเทศ โลกต้องรวมตัวกันกดดันให้มีการสอบสวนที่โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐละเมิด 3 ข้อ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวต่างประเทศ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในตะวันออกกลางกันนะครับ ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม. ฟังดูแล้วตึงเครียดสุดๆ เลยใช่มั้ยครับ สถานการณ์แบบนี้ทำให้เรารู้สึกว่าความหวังในการหยุดยิงกำลังริบหรี่ลงทุกที

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

ตามรายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าทีมเจรจา ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสหรัฐอเมริกา โดยชี้ว่าภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง สหรัฐฯ ได้ละเมิดเงื่อนไขสำคัญในข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่านไปแล้วถึง 3 ข้อ! เขาเรียกข้อตกลงหยุดยิงนี้ว่า ‘ไร้ความหมาย’ และยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมาะสมสำหรับการเจรจาทวิภาคีที่จะมีขึ้นที่ปากีสถานในวันที่ 10 เมษายนนี้เลยครับ

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ เพิ่งตกลงหยุดยิงได้ไม่กี่วัน ก็ละเมิดซะแล้ว มันทำให้ฝ่ายอิหร่านเสียความไว้วางใจเต็มๆ และอาจนำไปสู่การล้มเหลวของกระบวนการสันติภาพทั้งหมด

รายละเอียด 3 เงื่อนไขสำคัญที่สหรัฐฯ ละเมิด

  • การรวมสถานการณ์เลบานอนในข้อตกลง: อิหร่านยืนกรานว่าต้องรวมประเด็นเลบานอน โดยเฉพาะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธอย่างชัดเจน เพราะมองว่าเป็นเรื่องแยกต่างหากจากโครงการนิวเคลียร์ สถานการณ์ในเลบานอนกำลังเดือดปุดๆ อยู่แล้ว ทำให้ประเด็นนี้เป็นจุดแตกหัก
  • เหตุการณ์โดรนในจังหวัดฟาร์ส: มีรายงานตรวจพบโดรนสอดแนมในจังหวัดฟาร์ส ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ แม้กองทัพอิสราเอลจะอ้างว่าไม่ทราบเรื่อง แต่ฝ่ายอิหร่านมองว่านี่คือการละเมิดน่านอากาศชัดๆ และเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ทางอ้อม
  • สิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม: นี่คือประเด็นเก่าที่ค้างคา ข้อเสนอจากสภาความมั่นคงอิหร่านยืนยันสิทธิ์ของตนในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อจุดประสงค์พลเรือน แต่ฝ่ายตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยังคงคัดค้าน เพราะกลัวจะนำไปสู่อาวุธนิวเคลียร์ เหมือนกับที่เคยเกิดในข้อตกลง JCPOA เมื่อปี 2015

ทั้ง 3 ข้อนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในรอบ 24 ชม. ทำให้ ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม. กลายเป็นวลีฮิตในสื่ออิหร่านไปแล้วครับ

พื้นหลังความขัดแย้งที่นำไปสู่จุดนี้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้น หลังจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์รอบล่าสุดล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเปิดทางให้มีการพูดคุยต่อ แต่จากคำพูดของนายกาลิบาฟ ดูเหมือนว่ามันจะไม่เวิร์ก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่น่าสนใจแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยพิจารณาให้นายกาลิบาฟมีบทบาทสำคัญในอนาคตทางการเมืองของอิหร่าน หากมีการเปลี่ยนแปลงระบอบ ถ้าข่าวนี้จริง มันอาจเป็นจุดพลิกผันที่น่าจับตา

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโลก

ถ้าการเจรจาล้มเหลว สถานการณ์อาจยืดเยื้อไปอีกนาน ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ตลาดการเงินปั่นป่วน โดยเฉพาะในเอเชียที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง เราอาจเห็นความตึงเครียดลามไปยังอิรัก ซีเรีย และเยเมนด้วย อิสราเอลเองก็อยู่ในภาวะพร้อมรบตลอดเวลา

จากมุมมองของผมนะครับ สหรัฐฯ อาจกำลังเล่นเกมสองหน้าเพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมรับเงื่อนไขที่เข้มงวดกว่า แต่กลยุทธ์นี้เสี่ยงมาก เพราะอิหร่านก็มีพันธมิตรอย่างรัสเซีย จีน และกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค

เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้างครับ? การละเมิด 3 ข้อนี้จะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงล่มจริงๆ มั้ย หรือเป็นแค่กลยุทธ์เจรจา? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ และสมัครรับข่าวสารเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ!

ที่มา – ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 USD ดาวโจนส์พุ่ง 1,100 จุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนทุกท่าน! วันนี้มีข่าวร้อนๆ จากตลาดโลกที่ทำให้ทุกคนต้องตื่นเต้น นั่นคือ น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน ซึ่งเป็นพัฒนาการที่นักลงทุนรอคอยมานาน หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ตลาดปั่นป่วนมาหลายเดือน

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

ตามรายงานจากสำนักข่าว AP เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ก่อนเส้นตายที่ตัวเขาตั้งไว้เพียง 90 นาทีเท่านั้น ข้อตกลงนี้รวมถึงการที่อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันคลายตัวลงทันที

ผลกระทบชัดเจนมาก ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวร่วงลงอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากระดับสูงลิ่วก่อนหน้านี้ที่เกือบแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันนี้ลงมาอยู่ต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว นักลงทุนโล่งใจเพราะลดความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันได้ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ WTI และ Brent ที่ปรับลงพร้อมกัน

ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งทะยาน ดาวโจนส์ขึ้นกว่า 1,100 จุด

ไม่ใช่แค่น้ำมันเท่านั้น ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะดัชนีหลักของสหรัฐฯ ก็ตอบรับเชิงบวกสุดๆ ดัชนี Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 1,325 จุด หรือ 2.8% ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ S&P 500 ขึ้น 2.5% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 617 จุด หรือ 2.8% เช่นกัน การพุ่งขึ้นนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัว หลังจากนักลงทุนหนีออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปถือเงินสดและทองคำมานาน

  • ดาวโจนส์: +1,325 จุด (2.8%)
  • S&P 500: +2.5%
  • Nasdaq: +617 จุด (2.8%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรป: ขึ้นตาม 1-3%

เหตุผลหลักคือ นักลงทุนมองว่าดีลหยุดยิงนี้ช่วยลดความเสี่ยงสงครามโลก ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจหนัก หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง ตลาดน้ำมันจะวุ่นวายทันที เพราะ 20% ของน้ำมันโลกผ่านทางนี้

ทำไมน้ำมันดิบโลกร่วง และหุ้นพุ่ง? วิเคราะห์เบื้องหลัง

มาดูกันแบบละเอียด สถานการณ์ก่อนหน้านี้ อิหร่านถูกกล่าวหาว่าข่มขู่ปิดช่องแคบ หลังจากความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ทรัมป์เลยตั้งเดดไลน์ให้เจรจา ผลคือดีลเกิดขึ้นแบบฉิวเฉียด น้ำมันร่วงเพราะ supply risk ลดลง ผู้ซื้อน้ำมันกล้าซื้อมากขึ้น ราคาจึงปรับลง

ส่วนหุ้น โดยเฉพาะดาวโจนส์ที่หนักไปทางอุตสาหกรรมและพลังงาน ได้ประโยชน์เต็มๆ หุ้นบริษัทน้ำมันอย่าง Exxon Mobil และ Chevron ขึ้นแรง หุ้นเทคโนโลยีใน Nasdaq ก็ตาม เพราะนักลงทุนกลับมาซื้อหุ้น growth อีกครั้ง

แต่ต้องระวังนะครับ แม้จะดีในระยะสั้น นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และ JPMorgan ชี้ว่าสถานการณ์ยังเปราะบาง มีรายงานโดรนโจมตีและขีปนาวุธในเลบานอนและพื้นที่อื่นๆ ราคาหุ้นยังต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม และน้ำมันยังแพงกว่าปกติ 2 เท่า ถ้าดีลล้ม 市場อาจสวิงหนัก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและนักลงทุนไทย

สำหรับบ้านเรา น้ำมันถูกลงช่วยลดต้นทุนนำเข้าน้ำมัน ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม คาดลดได้ 2-3 บาทต่อลิตร หุ้นไทย SET Index อาจตามขึ้นพรุ่งนี้ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานอย่าง PTG และ OR ที่ได้อานิสงส์

นักลงทุนไทยควรทำยังไง? 1) เก็งกำไรหุ้นพลังงานระยะสั้น 2) จับตาข่าวอิหร่านทุกวัน 3) กระจายพอร์ตไปหุ้นเทคโนโลยีและทองคำป้องกันความเสี่ยง

สรุปแล้ว น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน เป็นสัญญาณบวก แต่ต้องระมัดระวัง นักลงทุนเก่งต้องติดตามต่อเนื่อง

คุณคิดเห็นยังไงกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมสมัครรับข่าวสารการเงินอัปเดตฟรีจากบล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดโอกาสลงทุนดีๆ!

ที่มา – น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อกองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลงหลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายหนักและละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งเริ่มผลบังคับใช้ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันโลก 20% กำลังกลายเป็นจุดตึงเครียดที่อาจกระทบเศรษฐกิจโลก

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

วันที่ 8 เมษายน 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะงักงันและหยุดสนิท หลังอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ที่ทำกับสหรัฐและอิหร่าน โดยโจมตีเลบานอนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับพัน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเรือ MarineTraffic ยืนยันชัดเจนว่า ปัจจุบันไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำใดแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเลย ซึ่งตรงกับรายงานก่อนหน้าที่บอกว่าการจราจรเพิ่งกลับมาเคลื่อนไหวหลังหยุดยิงมีผล แต่บัดนี้หยุดอีกครั้ง

รายละเอียดการโจมตีเลบานอนและผลกระทบ

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงเบรุตครั้งใหญ่ที่สุดในวันนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 182 ราย และบาดเจ็บกว่า 890 ราย ทางการเลบานอนประณามการกระทำนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเลบานอนไม่ได้รวมในข้อตกลงหยุดยิง แต่ฝั่งอิหร่านมองว่าเป็นการทรยศ

IRGC ระบุว่า เงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมรับแล้ว ก่อนหน้านี้มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 2 ลำและจีน 1 ลำผ่านได้ปลอดภัยในเช้าวันพุธ แต่หลังโจมตี ไม่มีเรือลำอื่นตามมา และเรือลำหนึ่งที่กำหนด 22:00 น. วกกลับทันที

ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กม. กว้างสุด 96 กม. เป็นทางออกสู่ทะเลอาหรับจากอ่าวเปอร์เซีย ผ่านที่นี่มีน้ำมันดิบ 1 ใน 5 ของโลก มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี หากหยุดนาน ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80%

  • การสัญจรหยุดชะงักกระทบเรือจากซาอุฯ UAE อิรัก
  • IRGC ขู่ว่าจะปิดช่องแคบหากถูกคุกคาม
  • สหรัฐส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเฝ้าระวัง

พื้นหลังข้อตกลงหยุดยิงและบทบาท IRGC

ข้อตกลงหยุดยิงเกิดหลังความขัดแย้งยืดเยื้อระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน โดยมีสหรัฐเป็นตัวกลาง IRGC ซึ่งมีอำนาจทางเรือมหาศาล รับผิดชอบรักษาความปลอดภัยช่องแคบ อิหร่านเคยขู่อุดช่องแคบมาแล้วหลายครั้ง สถานการณ์นี้จึงเสี่ยงลุกลามเป็นสงครามใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง เพื่อตอบโต้และกดดันอิสราเอล หากไม่คลี่คลาย อาจเห็นราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกหนักขึ้น

นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังลามไปยังกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูติในเยเมนที่โจมตีเรือในทะเลแดง สถานการณ์โลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เผยให้เห็นความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก ชาติผู้บริโภคอย่างไทยควรเตรียมแผนสำรอง เช่น เพิ่มสต็อกน้ำมันและกระจายแหล่งนำเข้า เพื่อลดความเสี่ยง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศและผลกระทบต่อไทย ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!

ที่มา – กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บ 890 ราย

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดในตะวันออกกลางที่กำลังเป็นที่จับตามองทั่วโลก เมื่ออิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางอากาศขนาดใหญ่ ถล่มเป้าหมายในเลบานอน สร้างความสูญเสียมหาศาลให้กับฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกโจมตีหนักหน่วง

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 อิสราเอลได้发动การโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ที่สุดในความขัดแย้งครั้งนี้ โดยเครื่องบินรบบุกถล่มกว่า 100 จุดเป้าหมายภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น อิสราเอลยืนยันว่าจุดเหล่านี้เป็นศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นศัตรูหลักในสงครามครั้งนี้

พื้นที่ที่ถูกโจมตีครอบคลุมหลายจุดสำคัญ เช่น ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ภาคใต้ของเลบานอน และหุบเขาเบกา (Bekaa Valley) ทางตะวันออก ส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรง กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตทันทีที่ ดับแล้ว 182 ศพ และบาดเจ็บกว่า 890 ราย โดยคาดว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ เนื่องจากทีมกู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง

สถานการณ์ผู้เสียหายจากดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอน

นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนรวมแล้วทะลุ 1,710 ศพ โดยเด็กอย่างน้อย 130 รายเสียชีวิตจากเหตุการณ์เหล่านี้ ขณะที่อิสราเอลอ้างว่าสังหารนักรบฮิซบอลเลาะห์ไปแล้วกว่า 1,100 นาย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน หรือ 1 ใน 5 ของประชากรเลบานอน ต้องอพยพกลายเป็นผู้ลี้ภัย ชีวิตผู้คนถูกฉีกขาดจากสงครามที่ยืดเยื้อ

  • จุดเป้าหมายหลัก: ศูนย์บัญชาการฮิซบอลเลาะห์
  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: เบรุตใต้, ภาคใต้, หุบเขาเบกา
  • ผู้เสียชีวิต: 182 ศพ (คาดเพิ่ม)
  • ผู้บาดเจ็บ: 890 ราย
  • ผู้ลี้ภัย: 1.2 ล้านคน

การตอบโต้จากอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์

หลังการโจมตี อิหร่านออกมาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดทันที มิฉะนั้นจะมีมาตรการตอบโต้ที่รุนแรง โดยยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงเลบานอนด้วย แต่สำนักนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ปฏิเสธ และโฆษกทำเนียบขาวคาโรไลน์ ลีวิตต์ ยืนยันว่าเลบานอนไม่อยู่ในขอบเขตนั้น

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ประกาศมีสิทธิ์ตอบโต้เต็มที่ และเตือนครอบครัวผู้ลี้ภัยให้รอประกาศหยุดยิงก่อนกลับบ้าน ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอนยังคงผลักดันให้ประเทศถูกรวมในสันติภาพภูมิภาค

อิสราเอลย้ำว่าสงครามกับฮิซบอลเลาะห์จะดำเนินต่อไป แม้หยุดยิงกับอิหร่านแล้ว สถานการณ์ตึงเครียดนี้จุดประกายความกังวลเรื่องสงครามใหญ่ในตะวันออกกลาง ประชาคมโลกจับตาการเคลื่อนไหวถัดไป

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์ อิสราเอลถล่มเลบานอน ครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มความสูญเสีย แต่ยังเสี่ยงลุกลามเป็นวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ ประชาชนเลบานอนที่ยากลำบากอยู่แล้วต้องเผชิญภัยพิบัติซ้ำซ้อน

ติดตามข่าวสารต่างประเทศล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ หรือแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณมองสถานการณ์นี้อย่างไร

ที่มา – ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ ตัดสินใจเด็ดขาด หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองชาติเริ่มสั่นคลอน

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X (ทวิตเตอร์เดิม) โดยระบุชัดเจนว่า เงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นั้นแจ่มแจ้งมาก สหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างการรักษาข้อตกลงหยุดยิงเอาไว้ หรือจะเดินหน้าสงครามต่อเนื่องผ่านทางอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของวอชิงตัน

“เงื่อนไขการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นั้นชัดเจนและแจ่มแจ้ง: สหรัฐฯ ต้องเลือก ระหว่างการหยุดยิงหรือสงครามต่อเนื่องผ่านทางอิสราเอล จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้” คำกล่าวของอารักชีสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนที่ยังดำเนินต่อเนื่อง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม

สถานการณ์ในเลบานอนและคำขู่จาก IRGC

นอกจากนี้ อารักชียังชี้ไปยังวิกฤตในเลบานอน ที่กำลังเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล เขาระบุว่า “โลกกำลังเห็นการสังหารหมู่ในเลบานอน ตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ในฝั่งของสหรัฐฯ แล้ว และโลกกำลังจับตามองว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของตนหรือไม่”

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ก็ออกคำเตือนเด็ดขาดว่าจะตอบโต้ทันที หากการรุกรานต่อเลบานอนไม่หยุดลง สถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) รายงานเรื่องนี้ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความกังวลให้กับภูมิภาคทั้งหมด

บริบทของข้อตกลงหยุดยิงและความตึงเครียดที่ผ่านมา

ข้อตกลงหยุดยิงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ อิสราเอล และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อิสราเอลมองว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เป็นภัยคุกคามหลัก จึงมีการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง สหรัฐฯ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของอิสราเอล จึงถูกอิหร่านกดดันให้เลือกข้างอย่างชัดเจน

  • ประเด็นสำคัญ: ข้อตกลงหยุดยิงมีระยะเวลา 2 สัปดาห์ แต่ถูกท้าทายจากการกระทำของอิสราเอล
  • อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ควบคุมพันธมิตร ไม่ให้ละเมิดข้อตกลง
  • IRGC พร้อมตอบโต้หากสถานการณ์เลวร้ายลง
  • โลกจับตาการตัดสินใจของสหรัฐฯ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามใหญ่

ความตึงเครียดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีสถานกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อปีก่อน อิสราเอลและอิหร่านต่างตอบโต้กันไปมา สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (ตามบริบท) พยายามรักษาสมดุล แต่คำพูดของอารักชีแสดงให้เห็นว่าอิหร่านไม่ยอมให้สหรัฐฯ “เล่นสองหน้า” อีกต่อไป

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

หากสหรัฐฯ ไม่สามารถหยุดยั้งอิสราเอลได้ สงครามอาจลุกลามไปยังอิหร่านโดยตรง น้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอาจถูกกระทบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงไทย ก็อาจผันผวน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสถานการณ์นี้อาจคล้ายกับวิกฤตปี 2024 ที่เคยเกือบปะทุ

นอกจากนี้ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนก็เริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น การหยุดยิงจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันสงครามใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน สหรัฐฯ อยู่ในสถานะลำบากใจ เพราะต้องรักษาพันธมิตรอิสราเอล แต่หากละเมิดข้อตกลงกับอิหร่าน อาจจุดชนวนสงครามที่ไม่มีใครต้องการ คุณคิดว่าสหรัฐฯ จะเลือกทางไหน? ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน

ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน ไม่ครอบคลุมถึงการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดหนัก

ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในรายการ PBS News Hour ผ่านโทรศัพท์ โดยย้ำว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิงนี้ “ใช่ พวกเขาไม่ได้ถูกรวมอยู่ในข้อตกลง เพราะเรื่องของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พวกเขาจึงไม่ได้อยู่ในดีลนี้ เดี๋ยวเรื่องนั้นก็จะได้รับการจัดการเช่นกัน ไม่เป็นไรหรอก” ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวแจ้ง CNN ว่าอิสราเอลตกลงระงับการทิ้งระเบิดระหว่างเจรจา แต่ทรัมป์ดูจะยอมรับให้อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อไป ซึ่งต่างจากฝั่งอิหร่านที่ตอบโต้ทันควัน สั่งระงับการสัญจรเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลโจมตีเบรุตอย่างรุนแรง

ผลกระทบจากการโจมตีเลบานอนที่ไม่รวมในหยุดยิง

ตั้งแต่สงครามกับอิหร่านปะทุเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนอย่างน้อย 1,530 ราย บาดเจ็บ 4,812 ราย และยังไม่รวมการโจมตีล่าสุดที่ทำให้นายกฯ สาธารณสุขเลบานอนรายงานผู้เสียหายหลายร้อยคน สถานการณ์นี้ไม่เพียงทำให้อิหร่านขู่ตอบโต้ แต่ยังกระทบเศรษฐกิจโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางน้ำมันหลัก

  • อิสราเอลมุ่งเป้าโจมตีฐานฮิซบอลเลาะห์ที่สนับสนุนโดยอิหร่าน
  • อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลต่อราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์ยืนกรานว่าหยุดยิงครอบคลุมเฉพาะอิหร่าน ไม่รวมเลบานอน
  • ประชาชนเลบานอนเดือดร้อนหนักจากสงครามต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตัดสินใจของทรัมป์นี้อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมเจรจาเพิ่มเติม โดยให้อิสราเอลมีอิสระในการจัดการภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเตหะราน แต่ก็เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่ หากอิหร่านตัดสินใจตอบโต้จริง

背景ของความขัดแย้งนี้ย้อนไปถึงการสนับสนุนของอิหร่านต่อกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค อิสราเอลมองฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยคุกคามหลัก ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์เน้นนโยบาย “อเมริกาฟื้นก่อน” แต่ยังคงหนุนอิสราเอลเต็มที่ สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ประชาคมโลกจับตา โดยสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่ ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน อาจนำไปสู่การเจรจาใหม่ แต่ก็เพิ่มความไม่แน่นอน หากอิหร่านเดินหน้าปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลองพิจารณาประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ผลทางเศรษฐกิจ: ช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็น 20% ของน้ำมันโลก หากปิดนาน ไทยอาจเจอราคาน้ำมันแพง
  • ผลทางการเมือง: ทรัมป์ใช้เป็นเครื่องมือกดดันอิหร่านก่อนเลือกตั้งสหรัฐฯ
  • มนุษยธรรม: ผู้เสียชีวิตในเลบานอนพุ่ง สร้างวิกฤตผู้ลี้ภัย
  • อนาคต: อาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น

สุดท้าย สถานการณ์นี้เตือนใจเราว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังซับซ้อน การตัดสินใจของผู้นำอย่างทรัมป์ส่งผลกระทบทั่วโลก คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ

ที่มา – ทรัมป์ลั่น หยุดยิง 2 สัปดาห์ “ไม่รวม” อิสราเอลถล่มเลบานอน

อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น สถานการณ์ล่าสุดนี้กำลังส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ซึ่งช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญที่เรือบรรทุกน้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน

อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ทางการอิหร่านประกาศระงับการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซทันที หลังจากที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดใส่เลบานอน นับตั้งแต่สงครามรอบใหม่ปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1,530 รายแล้ว สื่อของอิหร่านอย่าง Fars News ซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานว่า มีเพียงเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผล

ก่อนหน้านี้ อิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ได้ตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ โดยอิหร่านสัญญาจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสัญจรตามปกติ แต่เหตุการณ์ล่าสุดเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ ระบุว่าการหยุดยิงครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย แต่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าจะโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่อไป

สาเหตุที่อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

การโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถล่มใจกลางกรุงเบรุตอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบหลายสิบปี กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยราย อิหร่านมองว่านี่คือการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชัดเจน รัฐบาลเตหะรานกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ และแหล่งข่าวจาก Tasnim News ระบุว่ากองทัพอิหร่านกำลัง “ระบุเป้าหมาย” เพื่อตอบโต้ โดยขู่ว่าจะถอนตัวจากข้อตกลงหากการโจมตียังดำเนินต่อ

สำนักข่าว Fars ยังวิจารณ์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงว่า “ไม่สามารถควบคุม” นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ได้ หรืออาจ “มอบอิสระให้ระบอบไซโอนิสต์” แหล่งข่าวอิหร่านกล่าวว่า “หากสหรัฐฯ ไม่สามารถจัดการสุนัขเฝ้าบ้านได้ อิหร่านจะจัดการเองด้วยกำลัง”

ผลกระทบจากการที่อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก เพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลกกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากการระงับยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลกระทบต่อประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป

  • กระทบเศรษฐกิจโลก: ราคาน้ำมัน Brent อาจทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • ผลต่อไทย: ค่าน้ำมันดีเซลและเบนซินแพงขึ้น ส่งผลให้ค่าขนส่งและสินค้าสูงตาม
  • ความเสี่ยงสงคราม: อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งกว้างขึ้น ระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ
  • ประวัติศาสตร์: อิหร่านเคยปิดช่องแคบในปี 2522 และขู่อีกหลายครั้ง

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากการที่อิหร่านสนับสนุนฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคาม สงครามรอบใหม่เริ่มจากเหตุการณ์ชายแดนที่ลุกลาม หากไม่มีการเจรจา สถานการณ์อาจเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน นี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก เราเห็นแล้วว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางสามารถสั่นคลอนเศรษฐกิจได้ทันที

คำแนะนำ: ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือกับราคาพลังงานที่อาจผันผวน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองสมัครรับข่าวสารจากเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – อิหร่านสั่งระงับ ห้ามเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

Scroll to top