อิสราเอล

หอการค้าไทยประเมินสู้รบตะวันออกกลางรับมือผลกระทบ

สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางกำลังสร้างความกังวลให้กับเศรษฐกิจโลก และประเทศไทยก็ไม่เว้น หอการค้าไทย ประเมินการสู้รบในตะวันออกกลาง หาแผนรับมือผลกระทบภาคธุรกิจ-ประชาชน โดยเฉพาะด้านราคาพลังงานและการขนส่ง นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทั้งหมด

หอการค้าไทย ประเมินการสู้รบในตะวันออกกลาง หาแผนรับมือผลกระทบภาคธุรกิจ-ประชาชน

การประชุมครั้งนี้เชิญหน่วยงานความมั่นคง เศรษฐกิจ และภาคเอกชนมาร่วม เพื่อประเมินความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญขนส่งน้ำมันดิบ 14-20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 20% ของการค้าน้ำมันทะเลโลก รวมถึง LNG ไปเอเชีย หากเกิดปัญหา จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง สร้างเงินเฟ้อทั่วโลก

ประเทศเอเชียอย่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ พึ่งพาเส้นทางนี้มาก ไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ จะเจอต้นทุนผลิต ค่าไฟ ค่าขนส่ง และค่าครองชีพเพิ่มขึ้น

ผลกระทบหลักที่หอการค้าไทยประเมิน

  • ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น: ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ราคาพุ่ง สะท้อนถึงค่าขนส่งทุกประเภททั่วโลก
  • War Risk Premium: ผู้ส่งออกไปอ่าวเปอร์เซีย เจอเบี้ยประกันภัยสงครามเพิ่ม 50% ทำให้ต้นทุนเรือสูงขึ้น
  • การส่งออกชะลอ: สายเรืออาจหยุดรับสินค้าไปตะวันออกกลาง ส่งผลต่อสต็อกและกระแสเงินสด
  • ส่งออกไปยุโรป-สหรัฐฯ: เส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแล้ว แต่ราคาน้ำมันสูงจะเพิ่มต้นทุนอีก ระยะเวลาขนส่งนานขึ้น 1 เดือน

หากราคาพลังงานและค่าระวางเรือพุ่งพร้อมกัน จะกดดันการค้าโลก ผู้ประกอบการไทยควรรีบทบทวนสัญญาขนส่ง ประกันภัย และแผนพลังงาน

ผลกระทบต่อการเดินทางและแนวทางรับมือ

สายการบินปรับเส้นทางหลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลให้เวลาและต้นทุนบินเพิ่ม โดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยวยุโรป ธุรกิจและนักท่องเที่ยวต้องระวัง

ภาครัฐอย่างรองนายกฯ เอกนิติ และศุภจี สุตกาญา รัฐมนตรีพาณิชย์ กำลังติดตามใกล้ชิด เตรียมมาตรการพลังงาน การเงิน การค้า เช่น สนับสนุนสภาพคล่อง SME ผ่านออมสินและ Reinvent Thailand รวมถึงทูตเชิงเศรษฐกิจ

หอการค้าไทยแนะนำให้ธุรกิจทำ Scenario Planning จัดสภาพคล่อง และโฟกัสสินค้าเกษตร อาหาร ที่อาจได้ประโยชน์จากความต้องการเพิ่ม

หอการค้าไทย ประเมินการสู้รบในตะวันออกกลาง หาแผนรับมือผลกระทบภาคธุรกิจ-ประชาชน อย่างละเอียด พร้อมร่วมรัฐบาลช่วย SMEs รักษาธุรกิจท่ามกลางความผันผวน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ไทยเร่งกระจายแหล่งพลังงานและเสริมโลจิสติกส์ภายใน ลดพึ่งพาต่างชาติ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนธุรกิจให้ยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม: นโยบายรัฐ

ที่มา – หอการค้าไทย ประเมินการสู้รบในตะวันออกกลาง หาแผนรับมือผลกระทบภาคธุรกิจ-ประชาชน

ปชน. จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักมาก ทำให้หลายคนเริ่มกังวลกับผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยที่อาจได้รับผลกระทบทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ และอื่นๆ ล่าสุด ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมันเกี่ยวกับประโยชน์ของเราทุกคนเลยครับ

ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

วันที่ 2 มีนาคม 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเดินหน้า 3 ภารกิจเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชนไทยท่ามกลางวิกฤตนี้ พรรคฯ ย้ำว่าสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางไม่ได้กระทบแค่คู่ขัดแย้งเท่านั้น แต่ส่งผลต่อความปลอดภัยของคนทั่วโลก รวมถึงคนไทย เสถียรภาพเศรษฐกิจโลก และสันติภาพในระยะยาว

ปชน. เน้นย้ำหลักการพื้นฐานของประชาคมโลก คือ การเคารพกฎกติกาสากล หวังให้ทุกฝ่ายหยุดยั้งความรุนแรง คำนึงถึงพลเรือน และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งตรงนี้เราก็เห็นด้วยมากๆ เพราะสงครามไม่มีใครได้ประโยชน์จริงๆ

ภารกิจที่ 1: คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพคนไทยเป็นอันดับแรก

ภารกิจแรกที่ปชน. จี้รัฐบาล คือการปกป้องชีวิตคนไทยให้มากที่สุด โดยใช้ทุกช่องทางการทูตติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด จัดทำแผนอพยพคนไทยจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ ประสานงานกับประเทศพันธมิตร สายการบิน และกองทัพไทยเพื่อเตรียมเที่ยวบินเหมาลำฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังต้องสื่อสารข้อมูลโปร่งใสเกี่ยวกับเส้นทางบิน เรือ และพื้นที่อันตราย แจ้งเตือนคนไทยที่วางแผนเดินทางไปให้ชะลอออกไปก่อน

  • ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
  • เตรียมแผนอพยพฉุกเฉิน
  • สื่อสารข้อมูลชัดเจน ลดความสับสน

เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะมีคนไทยจำนวนไม่น้อยทำงานหรือท่องเที่ยวในตะวันออกกลาง ถ้าทำดีๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ

ภารกิจที่ 2: เตรียมรับมือผลกระทบเศรษฐกิจ

ภารกิจที่สองคือรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูง ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และการผลิตแพงขึ้น ปชน. เสนอให้รัฐบาลเตรียมมาตรการล่วงหน้า เช่น ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง บริหารสำรองพลังงาน สื่อสารลดความตื่นตระหนก ติดตามส่งออก-นำเข้า และจัดสรรงบช่วยธุรกิจกับประชาชนทั้งระยะสั้นและยาว

  • ควบคุมราคาพลังงานผันผวน
  • ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • เสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย

ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ ค่าน้ำมันขึ้น อาจทำให้เงินเฟ้อพุ่ง กระทบทุกคน โดยเฉพาะ SME และคนรายได้น้อย รัฐบาลต้องพร้อมนะครับ

ภารกิจที่ 3: ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลก

ภารกิจสุดท้ายคือแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีโลก โดยประสานอาเซียนและชาติอื่นๆ เรียกร้องหยุดยิง สนับสนุนการเจรจา และฟื้นฟูระเบียบโลกที่ยึดกฎบัตรสหประชาชาติ เคารพอธิปไตยแต่ละประเทศ เพื่อสร้างเกราะป้องกันความมั่นคงไทยในอนาคต

ปชน. เชื่อว่ารัฐบาลต้องใช้ทั้งมาตรการภายในและ外交 เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและสร้างความมั่นใจระยะยาว

โดยรวมแล้ว ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นี้เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลมาก เห็นด้วยเต็มที่ รัฐบาลควรนำไปปฏิบัติโดยด่วน เพื่อให้คนไทยปลอดภัยและเศรษฐกิจไม่สะดุด ผมคิดว่าถ้าทำได้ดี จะเป็นโอกาสแสดงศักยภาพ外交ไทยด้วยซ้ำ คุณคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมติดตามอัปเดตสถานการณ์จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อเตรียมตัวรับมือให้ดีที่สุด!

ที่มา – ปชน. ออกแถลงการณ์ จี้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง ปกป้องประโยชน์ชาติ รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

อิหร่านเริ่มไว้ทุกข์ 40 วัน ให้กับอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี

อิหร่านเริ่มไว้ทุกข์ 40 วัน ให้กับ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” หลังจากผู้นำสูงสุดของประเทศเสียชีวิตอย่างกะทันหันจาการโจมตีที่เชื่อว่ามาจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวอิหร่านและโลกมุสลิมทั้งหมด รัฐบาลประกาศหยุดราชการ 7 วัน เพื่อไว้อาลัยและแสดงความโศกสลดต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

อิหร่านเริ่มไว้ทุกข์ 40 วัน ให้กับ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”

วันที่ 2 มีนาคม 2569 รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้เริ่มช่วงไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน ซึ่งเป็นธรรมเนียมอิสลามที่ยาวนานสำหรับการสูญเสียผู้นำสำคัญ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดมานานกว่า 30 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รายงานระบุว่าการโจมตีนี้คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงหลายราย รวมถึงบุตรสาว บุตรเขย และหลานของท่านคาเมเนอีด้วย นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดต่อโครงสร้างผู้นำอิหร่านนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 2522

ประธานาธิบดีเอแบส อะลี เปเซชเคียน ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักงานประธานาธิบดี ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “อาชญากรรมครั้งใหญ่” ที่ไม่อาจให้อภัยได้ พร้อมประกาศหยุดราชการทั่วประเทศเป็นเวลา 7 วันควบคู่ไปกับช่วงไว้ทุกข์ 40 วัน เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความจงรักภักดีและไว้อาลัยต่อผู้นำที่พวกเขายกย่อง

ประชาชนอิหร่านร่วมไว้อาลัยอย่างกว้างขวาง

ผู้สื่อข่าวจากกรุงเตหะรานรายงานว่าประชาชนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลออกสู่ท้องถนนทันทีที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี คาดว่าจะมีพิธีไว้อาลัยจัดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แม้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดจากการทิ้งระเบิดต่อเนื่องในบางเมืองก็ตาม มีรายงานการชุมนุมประณามการสังหารผู้นำสูงสุดในเมืองชีราซ ยาซูจ และลอเรสถาน ภาพจากสื่อทางการเผยให้เห็นผู้สนับสนุนจำนวนมากรวมตัวกันที่มัสยิดอิหม่ามเรซาในเมืองมัชฮัด บางคนร้องไห้สะอึกสะอื้น บางรายถึงขั้นเป็นลมด้วยความโศกเศร้า

นอกจากนี้ ยังมีภาพประชาชนชูรูปถ่ายของท่านคาเมเนอี เดินขบวนด้วยความเงียบสงบเพื่อแสดงความเคารพ ธงชาติอิหร่านถูกคล้องด้วยริบบิ้นดำตามธรรมเนียมไว้ทุกข์ สถานที่ราชการ โรงเรียน และมัสยิดต่างๆ ต่างติดป้ายไว้อาลัย สร้างบรรยากาศเศร้าสร้อยไปทั่วประเทศ

ผลกระทบลุกลามสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง

แรงสะเทือนจากเหตุการณ์อิหร่านเริ่มไว้ทุกข์ 40 วัน ให้กับ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ยังลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอิรักที่ประกาศไว้ทุกข์ 3 วันตามหลักมารยาทอิสลาม ในกรุงแบกแดด ผู้ประท้วงนับพันรวมตัวกันในเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งของอาคารรัฐบาลและสถานทูตต่างชาติบางส่วนพยายามเผชิญหน้ากับกองกำลังความมั่นคง และเคลื่อนขบวนไปยังสถานทูตสหรัฐอเมริกา พร้อมปิดกั้นการจราจรบริเวณวงเวียนใกล้ทางเข้า

  • อิรักประกาศไว้ทุกข์ 3 วัน และมีผู้ประท้วงรวมตัวประณามสหรัฐฯ
  • กลุ่มฮูธีในเยเมนแสดงความเสียใจและขู่ตอบโต้
  • เลบานอนและซีเรียจัดพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ
  • ตุรกีและประเทศอาหรับบางแห่งแสดงความเห็นใจต่ออิหร่าน

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดอย่างหนัก ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความมั่นคงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นนิวเคลียร์และความขัดแย้งกับอิสราเอล อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ถือเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านตะวันตก การสูญเสียครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจภายในอิหร่าน

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เข้ารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดหลังจากการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ โคเมนี ในปี 2532 ท่านมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่างฮิซบุลเลาะห์และฮามาส ทำให้อิหร่านกลายเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค การโจมตีครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การสูญเสียบุคคล แต่เป็นการโจมตีหัวใจของระบอบการปกครองอิสลาม

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้อาจจุดชนวนสงครามใหญ่ในตะวันออกกลาง หากอิหร่านเลือกตอบโต้อย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชั่วคราวอาจมุ่งเน้นไปที่การรักษาความมั่นคงภายในก่อน

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์อิหร่านเริ่มไว้ทุกข์ 40 วัน ให้กับ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของภูมิภาค คุณคิดว่าอิหร่านจะตอบสนองอย่างไรต่อไป? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านเริ่มไว้ทุกข์ 40 วัน ให้กับ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี”

สธ.เตรียมแผนรับมือคนไทยกลับประเทศ

ในสถานการณ์การสู้รบที่กำลังรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง กระทรวงสาธารณสุข หรือ สธ. ได้เตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นเพื่อ สธ.เตรียมแผนรับมือคนไทยกลับประเทศ ที่อาจได้รับผลกระทบ โดยมุ่งเน้นการคัดกรองโรคติดต่อ การดูแลสุขภาพจิต และการจัดสถานพยาบาลเพื่อส่งกลับภูมิลำเนา ทำให้คนไทยที่กลับบ้านรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

สธ.เตรียมแผนรับมือคนไทยกลับประเทศ ครอบคลุมทุกมิติ

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สธ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจัดทำแผนดูแลด้านสุขภาพกรณีฉุกเฉินในต่างประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว แผนนี้ประสานงานกับสถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อประเมินความรุนแรงของเหตุการณ์ ก่อนกำหนดรูปแบบช่วยเหลือภายใต้ 3 กรอบหลัก ได้แก่

  • ประสานการดูแลระหว่างประเทศ รวมระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
  • ดูแลผู้เดินทางกลับในด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และโรคติดต่อ
  • จัดโรงพยาบาลรับส่งต่อทั้งทางกายและจิตใจ

แผน สธ.เตรียมแผนรับมือคนไทยกลับประเทศ นี้ อ้างอิงจากประสบการณ์ปี 2566 ที่เคยจัดการคนไทยกลับจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบสาธารณสุขไทยพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

ขั้นตอนคัดกรองที่สนามบินหลัก

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. ระบุว่า การรับมือจะใช้แนวทางเดิมที่พิสูจน์แล้ว โดยแบ่งเป็น 5 ส่วนหลัก

  1. คัดกรองสุขภาพทางกาย: กรมการแพทย์ดูแลสนามบินดอนเมืองและ บน.6 ดอนเมือง สสจ.สมุทรปราการดูแลสุวรรณภูมิ สสจ.ระยองดูแลอู่ตะเภา
  2. คัดกรองโรคติดต่อ: กองด่านควบคุมโรคที่ 1-3 ดูแล 3 สนามบินหลัก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ดูแลอู่ตะเภา
  3. คัดกรองสุขภาพจิต: กรมสุขภาพจิตดูแล 3 สนามบิน ศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 ดูแลอู่ตะเภา
  4. โรงพยาบาลรับส่งต่อ: สถานพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์และกรมสุขภาพจิต
  5. ดูแลต่อเนื่อง: สสจ.และโรงพยาบาลตามภูมิลำเนา

กระบวนการดูแลเริ่มจากจุดตรวจสุขภาพที่สนามบิน หากบาดเจ็บจะส่งพบแพทย์ทันที หากสงสัยโรคติดเชื้อจะเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่สถาบันบำราศนราดูร ซึ่งเตรียมห้องพัก隔离ไว้ หากปกติจะประเมินสุขภาพจิต เยียวยาทางใจ ก่อนประสานกรมการจัดหางานช่วยสิทธิแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมช่วยด้านสังคม ส่งกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตในแผนสธ.

นอกจากโรคติดต่อแล้ว สุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ สธ. ให้ความสำคัญสูง เพราะผู้ประสบภัยสงครามอาจมีอาการ PTSD หรือเครียดสะสม กรมสุขภาพจิตจึงจัดทีม專家ประจำสนามบินทุกแห่ง รวมถึงศูนย์ต่อเนื่องในท้องถิ่น เพื่อให้การฟื้นฟูครอบคลุม

แผนนี้ไม่เพียงช่วยคนไทยที่ทำงานในตะวันออกกลาง แต่ยังเป็นแบบอย่างให้ระบบสาธารณสุขไทยรับมือวิกฤตอื่นๆ ในอนาคต เช่น การแพร่ระบาดหรือภัยพิบัติ

ผู้เขียนเห็นว่า การเตรียมพร้อมล่วงหน้าของ สธ. แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนทุกคน หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังกังวล สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตจากเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข หรือโทรสายด่วน 1669 เพื่อปรึกษาสุขภาพจิตได้ทันที อย่าลังเลที่จะดูแลตัวเองและครอบครัวนะครับ

ที่มา – สธ.เตรียมแผนรับมือคนไทยกลับประเทศ คัดกรองโรคติดต่อ-ดูแลจิตใจ จัดสถานพยาบาลส่งกลับภูมิลำเนา

ทรัมป์ชี้ สู้รบอิหร่านยืดเยื้อ 1 เดือน ล้างแค้นทหารสหรัฐ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้แจงสถานการณ์ล่าสุดที่กำลังร้อนระอุระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดย ทรัมป์ชี้ สู้รบอิหร่านอาจยืดเยื้อถึง 1 เดือน ลั่นจะล้างแค้นให้ทหารสหรัฐที่เสียชีวิต นี่คือประเด็นสำคัญที่โลกทั้งใบกำลังจับตามอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีคูณขึ้นทุกขณะ

ทรัมป์ชี้ สู้รบอิหร่านอาจยืดเยื้อถึง 1 เดือน ลั่นจะล้างแค้นให้ทหารสหรัฐที่เสียชีวิต

ทรัมป์ประกาศอย่างชัดเจนว่าการสู้รบกับอิหร่านอาจกินเวลายาวนานถึง 4 สัปดาห์ หรือเกือบ 1 เดือนเต็ม เขายอมรับว่าอาจมีทหารอเมริกันเสียชีวิตเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงเพื่อล้างแค้นให้กับทหารสหรัฐ 3 นายที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการล่าสุด นี่ถือเป็นความสูญเสียครั้งแรกของสหรัฐในความขัดแย้งรอบนี้ ซึ่งเกิดขึ้นที่ฐานทัพในคูเวต โดยมีทหารบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นาย

หลังจากที่วอชิงตันสั่งโจมตีกองบัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ร่วมกับอิสราเอล ทำให้โครงสร้างบัญชาการของเตหะรานเสียหายหนัก โดยเฉพาะหลังการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กองทัพสหรัฐระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายกว่า 1,000 จุด รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินด้วยเครื่องบิน B-2 ล่องหนที่ทิ้งระเบิดขนาดยักษ์ 2,000 ปอนด์

ผลกระทบจากการสู้รบอิหร่านที่ทรัมป์ชี้

ทรัมป์ยังอ้างว่าสังหารผู้นำอิหร่านระดับสูง 48 คน จมเรือรบอิหร่าน 9 ลำ และกำลังจัดการที่เหลือ สถานการณ์ลุกลามหนักเมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นโดยปริยาย ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันโลก 20% ต้องหยุดชะงัก เมืองสำคัญอย่างดูไบ อาบูดาบี และโดฮาตกเป็นเป้าทางอากาศ สายการบินทั่วโลกยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก

  • ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากฮอร์มุซปิด
  • ผลสำรวจ Reuters/Ipsos: ชาวอเมริกันเพียง 25% สนับสนุนปฏิบัติการ
  • อิหร่านตั้งผู้นำชั่วคราว มาซูด เปเซชเคียน
  • รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันพร้อมสู้ต่อ

ด้านอิหร่าน ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ตั้งคณะผู้นำชั่วคราวแทนคาเมเนอี ขณะที่อับบาส อารักชี ส่งสัญญาณผ่านโซเชียลว่าพร้อมรบต่อ แม้มีรายงานจากโอมานว่าเตหะรานอาจเปิดช่องลดความตึง

นักวิเคราะห์มองว่ากลยุทธ์ของสหรัฐและอิสราเอลไม่ใช่แค่ลดกำลังทหาร แต่หวังสั่นคลอนรัฐบาลอิหร่านด้วย อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกสหรัฐทั้งสองพรรคเห็นต่างกันว่าการโจมตีทางอากาศอย่างเดียวอาจไม่เปลี่ยนระบอบได้

สถานการณ์ ทรัมป์ชี้ สู้รบอิหร่านอาจยืดเยื้อถึง 1 เดือน ลั่นจะล้างแค้นให้ทหารสหรัฐที่เสียชีวิต นี้ สะท้อนถึงความเสี่ยงสูงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อาจทะยาน หากฮอร์มุซปิดนานหลายวัน ชาวอเมริกันเองก็กังวลหนัก ตามผลโพลที่สนับสนุนน้อย

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่สงครามยืดเยื้อที่ไม่มีผู้ชนะ โดยสหรัฐควรหาทางเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียเพิ่ม คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์ชี้ สู้รบอิหร่านอาจยืดเยื้อถึง 1 เดือน ลั่นจะล้างแค้นให้ทหารสหรัฐที่เสียชีวิต

“เคียร์ สตาร์เมอร์” นายกฯ อังกฤษ ไม่โจมตีอิหร่าน

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ ได้ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 โดยยืนยันชัดเจนว่าอังกฤษจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านโดยตรง สิ่งนี้สะท้อนถึงนโยบายที่ระมัดระวังของรัฐบาลแรงงานภายใต้การนำของเขา ซึ่งเน้นการเจรจาและการป้องกันมากกว่าการรุกคืบทางทหาร

เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ ลั่นไม่ร่วมโจมตีอิหร่าน

ในการแถลงครั้งนี้ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ ระบุว่าประเทศของเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีระลอกแรกต่ออิหร่าน และจะไม่เข้าร่วมในขณะนี้เช่นกัน อังกฤษเลือกที่จะเดินหน้าด้วยปฏิบัติการเชิงป้องกันในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกองทัพอากาศราชนาวี (RAF) ได้ส่งเครื่องบินรบออกไปสกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและพันธมิตรอื่นๆ นายสตาร์เมอร์ยังได้กล่าวถึงบทเรียนจากสงครามอิรักในอดีตว่า อังกฤษได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น และจะไม่ทำซ้ำอีก

เหตุผลเบื้องหลังการเปิดฐานทัพให้สหรัฐฯ

แม้จะไม่เข้าร่วมโจมตีโดยตรง แต่ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ ก็อนุญาตให้สหรัฐอเมริกาใช้ฐานทัพในดินแดนอังกฤษ เช่น ฐานทัพในคยโปรส หรือ Diego Garcia เพื่อโจมตีเป้าหมายขีปนาวุธและแท่นยิงของอิหร่าน ก่อนหน้านี้ อังกฤษเคยปฏิเสธคำขอเช่นนี้ แต่สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปคือภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากอิหร่าน ซึ่งกำลังใช้นโยบาย “เผาทุกอย่างให้ราบ” โดยโจมตีผลประโยชน์ของอังกฤษและพันธมิตรในภูมิภาค

นายสตาร์เมอร์อธิบายว่า วิธีเดียวที่จะยุติภัยนี้คือการทำลายขีปนาวุธตั้งแต่ต้นทาง เพื่อปกป้องประชาชนอังกฤษและพันธมิตร การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีต่อเนื่องของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานยิงขีปนาวุธ เรือรบ และโครงสร้างสำคัญ หลังจากการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่จุดชนวนความขัดแย้งรุนแรง

  • ปฏิบัติการป้องกันของอังกฤษ: ส่งเครื่องบินรบ RAF สกัดการโจมตีขีปนาวุธอิหร่าน
  • การสนับสนุนสหรัฐ: เปิดฐานทัพสำหรับปฏิบัติการทำลายขีปนาวุธ
  • นโยบายหลัก: เน้นเจรจาและหลีกเลี่ยงการรบกว้างขวาง เรียนจากอิรัก
  • บริบทภูมิภาค: ตอบโต้ยุทธศาสตร์รุกรานของอิหร่านต่อพันธมิตร

เคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ปี 2024 ในฐานะหัวหน้าพรรคแรงงาน ได้แสดงให้เห็นถึงสมดุลระหว่างพันธสัญญากับนาโต้และสหรัฐฯ กับการหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ สิ่งนี้ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของอังกฤษในเวทีโลก โดยไม่ถูกมองว่าเป็นผู้ก่อสงคราม ในขณะที่ยังปกป้องผลประโยชน์ของตน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียด โดยอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธจำนวนมาก สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงเสริมสร้างการโจมตีเพื่อลดความสามารถทางทหารของเตหะราน การที่อังกฤษเลือกทางสายกลางนี้ อาจเป็นแบบอย่างให้ชาติยุโรปอื่นๆ ในการรับมือวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนกังวลว่าการเปิดฐานทัพอาจดึงอังกฤษเข้าสู่ความขัดแย้งโดยอ้อม หากอิหร่านตอบโต้ฐานทัพเหล่านั้น แต่สตาร์เมอร์ยืนยันว่ามันจำเป็นเพื่อความมั่นคง นอกจากนี้ อังกฤษยังเรียกร้องให้มีการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อยุติวงจรแห่งความรุนแรง

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจของ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ แสดงถึงความเป็นจริงทางการเมืองที่ชาญฉลาด ช่วยรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ขณะหลีกเลี่ยงต้นทุนมหาศาลจากการรบโดยตรง คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญในตะวันออกกลาง

ที่มา – “เคียร์ สตาร์เมอร์” นายกฯ อังกฤษ ลั่นไม่ร่วมโจมตีอิหร่าน แต่เปิดฐานทัพให้สหรัฐฯ ใช้ทำลายขีปนาวุธ

สื่ออิหร่านเผย มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด อดีต ปธน.ถูกสังหารแล้ว

สื่ออิหร่านเผย มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด อดีต ปธน.ถูกสังหารแล้ว ข่าวช็อกโลกนี้มาจากสำนักข่าว ILNA ของอิหร่านที่รายงานเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 โดยระบุว่านายมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ซึ่งเคยเป็นประธานาธิบดีอิหร่าน 2 สมัยระหว่างปี 2548-2556 เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ร่วมมือกัน

สื่ออิหร่านเผย มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด อดีต ปธน.ถูกสังหารแล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการโจมตีมุ่งเป้าไปที่บ้านพักของอาห์มาดิเนจาดในย่านนาร์นัค (Narnak) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน ส่งผลให้เขาและองครักษ์หลายคนเสียชีวิตทันที สื่อต่างประเทศยืนยันว่าการโจมตีเกิดขึ้นในช่วงดึก ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงในพื้นที่นั้น

ประวัติของมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด

ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี อาห์มาดิเนจาดเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอาร์ดาบิล และนายกเทศมนตรีกรุงเตหะราน เขาเป็นนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมที่โด่งดังจากนโยบายต่อต้านตะวันตก โดยเฉพาะการปฏิเสธการมีอยู่ของอิสราเอลและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้กลายเป็นตัวละครสำคัญในเวทีการเมืองโลก

หลังจากครบวาระประธานาธิบดี อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้แต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งในสภาวินิจฉัยความเหมาะสม ซึ่งเป็นสภาที่ปรึกษาสำคัญที่มีสมาชิก 48 คน ช่วยให้คำแนะนำแก่สำนักงานผู้นำสูงสุด แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่ยังคงมีต่อการเมืองอิหร่านแม้จะพ้นจากตำแหน่งหลักแล้ว

บริบทของการโจมตีทางอากาศ

ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล-สหรัฐฯ ทวีความรุนแรงในช่วงหลัง โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นจุดสูงสุดที่อาจนำไปสู่การตอบโต้เดือดดาลจากอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการลับที่มุ่งกำจัดผู้นำสายแข็งของอิหร่าน

  • เป้าหมาย: บ้านพักในย่านนาร์นัค เตหะราน
  • ผู้เสียชีวิต: อาห์มาดิเนจาดและองครักษ์
  • ผู้ก่อการ: อิสราเอลและสหรัฐฯ ร่วมมือ
  • เวลาที่เกิดเหตุ: ช่วงดึกวันเสาร์

ข่าวนี้สร้างความฮือฮาในหมู่สื่อโลก โดย Jerusalem Post ก็รายงานคล้ายกัน สะท้อนถึงสถานการณ์ที่เปราะบางในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การสูญเสียอาห์มาดิเนจาดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในพรรคอนุรักษ์นิยมของอิหร่าน และกระตุ้นให้รัฐบาลเตหะรานตอบโต้อย่างรุนแรงต่ออิสราเอลและสหรัฐฯ ผู้สังเกตการณ์คาดการณ์ว่านี่อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่นำไปสู่สงครามเปิดเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการเจรจานิวเคลียร์ที่กำลังค้างคา

จากประวัติศาสตร์ อาห์มาดิเนจาดเคยกล่าวสุนทรพจน์ที่ประชุมสหประชาชาติหลายครั้ง โดยเรียกร้องให้อิสราเอลถูกลบออกจากแผนที่โลก คำพูดเหล่านี้ทำให้เขาเป็นศัตรูตัวฉกาจของตะวันตก การสังหารครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการกำจัดภัยคุกคาม

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเมืองระหว่างประเทศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ลองนึกภาพถ้าผู้นำคนสำคัญถูกกำจัดแบบนี้บ่อยๆ โลกจะวุ่นวายแค่ไหน ติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ

อย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ และสมัครรับข่าวสารจากเราเพื่ออัปเดตข่าวร้อนๆ ก่อนใคร!

ที่มา – สื่ออิหร่านเผย มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด อดีต ปธน.ถูกสังหารแล้ว

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ เป็นข่าวร้อนที่กำลังสร้างความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ออกมายอมรับความสูญเสียครั้งใหญ่ในการปฏิบัติการทางทหารล่าสุดต่ออิหร่าน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างสองมหาอำนาจ

สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า เรือคอร์เวตชั้นจามารัน (Jamaran-class) ของกองทัพเรืออิหร่าน ซึ่งถูกโจมตีในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการ “อีปิค ฟิวรี” (Operation Epic Fury) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กำลังจมลงสู่ก้นอ่าวโอมานใกล้ท่าเรือชาบาฮาร์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน เรือลำนี้ถือเป็นหนึ่งในเรือรบหลักของอิหร่านที่ถูกกองทัพสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธและเครื่องบินรบโจมตีอย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังยอมรับความสูญเสียของตัวเอง โดยมีทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บสาหัสอีก 5 นายระหว่างปฏิบัติการดังกล่าว ทหารที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดและอาการกระทบกระเทือนทางสมอง (TBI) ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาและเตรียมกลับสู่สนามรบ CENTCOM ย้ำว่าปฏิบัติการยังคงดำเนินต่อไป โดยมุ่งเน้นการตอบโต้ความพยายามของอิหร่านในการขยายอิทธิพลในอ่าวโอมาน

รายละเอียดปฏิบัติการอีปิค ฟิวรี และผลกระทบ

ปฏิบัติการอีปิค ฟิวรี เริ่มต้นขึ้นหลังจากอิหร่านถูกกล่าวหาว่าปิดกั้นเส้นทางเดินเรือในอ่าวโอมาน ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก กองทัพสหรัฐฯ ใช้เรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินขับไล่ F-35 และโดรน MQ-9 Reaper ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน การจมของเรือจามารันถือเป็นชัยชนะเชิงยุทธศาสตร์ แต่ก็มาพร้อมราคาที่ต้องจ่ายคือชีวิตทหารอเมริกัน 3 นาย ซึ่ง CENTCOM ยังไม่เปิดเผยชื่อเพื่อให้เกียรติครอบครัว โดยจะแจ้งญาติภายใน 24 ชั่วโมง

  • เรืออิหร่านที่จม: คอร์เวตชั้นจามารัน ยาว 94 เมตร ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือและเครื่องบิน
  • ความสูญเสียสหรัฐฯ: เสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 5 สาหัส และบาดเจ็บเล็กน้อยหลายราย
  • สถานที่: อ่าวโอมาน ใกล้ท่าเรือชาบาฮาร์
  • ผลกระทบ: ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก สถานการณ์ตึงเครียดอาจลุกลาม

สถานการณ์ในอ่าวโอมานยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและซีเรีย ขณะที่พันธมิตรอย่างอิสราเอลและซาอุดีอาระเบียกำลังเตรียมพร้อมรับมือ นักวิเคราะห์เห็นว่าปฏิบัติการนี้อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ หากไม่มีการเจรจาทางการทูต

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านย้อนกลับไปไกล ตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 จนถึงปัจจุบันที่อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง การโจมตีครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการปกป้องเส้นทางเดินเรือ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ ถือเป็นการยอมรับความจริงเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ แต่ก็จุดประกายคำถามเรื่องต้นทุนของสงคราม คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะพัฒนาไปอย่างไร? ติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

อย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ และสมัครรับข่าวสารเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – สหรัฐฯ เผย จมเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน ยอมรับทหารดับ 3 ศพ

กต.อิหร่านยัน ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

กต.อิหร่านยัน ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด เป็นข่าวที่สร้างความโล่งใจให้กับตลาดน้ำมันโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของน้ำมันโลก หากถูกปิดกั้นจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

กต.อิหร่านยัน ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศไทยอิหร่าน ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราอย่างชัดเจนว่า อิหร่านไม่มีแผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ และไม่มีเจตนาขัดขวางการเดินเรือ คำยืนยันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีทางทหารระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่กำลังตึงเครียดสุดขีด

อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์และโดรนใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่กต.อิหร่านยัน ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งให้กลายเป็นวิกฤตพลังงานโลก

สัญญาณขัดแย้งจากกองกำลังอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากภารกิจกองทัพเรือสหภาพยุโรป (Aspides) รายงานว่า เรือสินค้าหลายลำได้รับสัญญาณวิทยุ VHF จากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน สั่งห้ามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ทางการอิหร่านยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้นักลงทุนกังวล

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาว 33 กิโลเมตร กว้างสุด 39 กิโลเมตร เป็นประตูเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ เชื่อมโยงผู้ผลิตน้ำมันใหญ่ๆ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิหร่านเอง

ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่แค่เส้นทางขนส่งน้ำมัน แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลกพลังงาน หากถูกปิด ราคาน้ำมันจะพุ่งทะยานทันที ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น เศรษฐกิจชะงักงัน โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

  • ขนส่งน้ำมันดิบกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
  • คิดเป็น 1 ใน 5 ของการค้าน้ำมันโลก
  • ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ก็ผ่านที่นี่
  • ประวัติศาสตร์เคยถูกขู่ออกหลายครั้งตั้งแต่ปี 1980

อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบนี้หากถูกคว่ำบาตรหรือโจมตี แต่ยังไม่เคยทำจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้จากนานาชาติ

ผลกระทบหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง

หากกต.อิหร่านเปลี่ยนใจ สถานการณ์จะเลวร้ายมาก ราคาน้ำมัน Brent อาจทะลุ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าน้ำมันในไทยพุ่งสูง กระทบการขนส่งและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรมีกองเรือรบในพื้นที่ พร้อมตอบโต้ทันที

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln มาประจำการ เพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือ สหประชาชาติและสหภาพยุโรปกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

มุมมองอนาคตของความขัดแย้ง

แม้กต.อิหร่านยัน ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีสูง การเจรจาทางการทูตอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันวิกฤตพลังงานโลก

ในฐานะนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้สะท้อนว่าอิหร่านยังคงคำนวณผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตัวเอง หากปิดช่องแคบ อิหร่านเองก็เสียหายหนักเพราะส่งออกน้ำมันไม่ได้ ลองติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ ไทยรัฐต่างประเทศ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

คุณคิดว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – กต.อิหร่านยัน ไม่คิดปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สงครามตึงเครียด

Scroll to top