อุทกภัยสงขลา

นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

กลายเป็นข่าวที่พี่น้องชาวสงขลาต่างจับตามอง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อติดตามแผนบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยภารกิจสำคัญที่สุดในครั้งนี้คือ นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยอุทกภัยร้ายแรงที่เคยสร้างความเสียหายให้กับเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้

นายอนุทินย้ำชัดเจนว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการเตรียมความพร้อมรับมือมรสุม โดยได้ระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมชลประทาน และกรมทางหลวงเข้ามาบูรณาการร่วมกัน และเมื่อได้มีโอกาสลงพื้นที่จริงในการภารกิจ นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้ ท่านได้กำชับให้ทุกฝ่ายทำงานแข่งกับเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

เสียงสะท้อนจากพื้นที่และความมุ่งมั่นของรัฐบาล

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องประชาชนที่วัดท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง นายอนุทินยอมรับว่าตนเองและคณะมาด้วยความรู้สึกที่ตระหนักถึงความคาดหวังของชาวบ้าน และพร้อมน้อมรับทุกคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สิ่งที่รัฐบาลเร่งดำเนินการในขณะนี้ ได้แก่:

  • เร่งซ่อมแซมคันคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
  • จัดสรรงบกลางเพื่อฟื้นฟูถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากอุทกภัย
  • วางแผนระบบระบายน้ำให้ครอบคลุมเพื่อป้องกันปัญหาน้ำหลากพัดถล่มซ้ำสอง
  • ประเมินผลโครงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวติดตลกแบบเป็นกันเองกับชาวบ้านว่า หากทำสำเร็จรอบนี้ก็หวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าชาวสงขลาจะเทคะแนนเสียงให้พรรคของท่านแบบยกจังหวัด งานนี้ถือเป็นการประกาศจุดยืนว่ารัฐบาลจะลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่มาเยี่ยมเยียนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ท่านยังได้สอบถามถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่อย่างล้นหลาม

ในมุมมองของเรา การที่นายกฯ ลงพื้นที่ด้วยตัวเองและกล้าประกาศกร้าวถึงการวางแผนเตรียมรับมือให้ทันก่อนสิ้นปี 2569 เป็นสัญญาณที่ดี แต่ความสำเร็จที่แท้จริงจะอยู่ที่การปฏิบัติงานจริงในระดับพื้นที่ว่าการซ่อมแซมคันคลองจะทำเสร็จตามกำหนดการหรือไม่ หากทำได้จริงก็จะถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและปกป้องเศรษฐกิจของหาดใหญ่ได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – นายกฯ ตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ สั่งเร่งซ่อมให้ทันรับมรสุมปีนี้

ภราดร จวก จูรี กล่าวหาตัดงบแก้น้ำท่วม ชี้ท้องถิ่นไร้โครงการจริง

ภราดร จวก จูรี กล่าวหาตัดงบแก้น้ำท่วม ชี้ท้องถิ่นไร้โครงการจริง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านคลิปวิดีโอเพื่อชี้แจงกรณีที่มีการพาดพิงว่ารัฐบาลตัดงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกพูดถึงโดยนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่ารัฐบาลละเลยปัญหาอุทกภัย

เบื้องลึกความจริงกรณี ภราดร จวก จูรี กล่าวหาตัดงบแก้น้ำท่วม

นายภราดรได้ออกมาเปิดเผยความจริงอีกด้านว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมใช้งบกลางกว่า 457 ล้านบาท เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาคลอง ร.1 ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อป้องกันผลกระทบจากฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังท้องถิ่นว่าเหตุใดจึงไม่มีการเสนอโครงการป้องกันน้ำท่วมอย่างจริงจัง

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือการตรวจสอบรายการของบประมาณของทางเทศบาล ซึ่งทาง ภราดร จวก จูรี กล่าวหาตัดงบแก้น้ำท่วม ทั้งที่ในความเป็นจริงรายการของบประมาณจากท้องถิ่นกลับไม่ใช่เรื่องการขุดลอกคูคลองหรือการป้องกันอุทกภัย โดยนายภราดรได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจไว้ดังนี้:

  • การของบประมาณส่วนใหญ่เป็นโครงการห้องเรียนอัจฉริยะ
  • มีการขอจัดซื้อรถถนนและการจัดซื้อเจ็ตสกีมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
  • พบว่าเทศบาลมีเงินสะสมกว่า 200 ล้านบาทแต่ไม่ได้นำมาใช้แก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างเต็มที่

นายภราดรย้ำว่า สิ่งที่น่ากลัวกว่าปัญหาอุทกภัยคือการที่นักการเมืองนำข้อมูลเพียงบางส่วนมาบิดเบือนเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนเข้าใจผิด การทำหน้าที่ของ สส. ควรเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นการสร้างสรรค์ มากกว่าการตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อเรียกคะแนนนิยม การที่ท่านออกมาโวยวายว่าถูกตัดงบ ทั้งที่โครงการแก้น้ำท่วมไม่มีอยู่ในรายการของบประมาณเลยนั้น เป็นสิ่งที่ชาวหาดใหญ่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

จากเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่า การรับข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบัน เราควรฟังความรอบด้านและตรวจสอบที่มาที่ไปให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนทุกคน รัฐบาลชุดนี้ยืนยันว่าพร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เพียงแต่โครงการที่เสนอมานั้นต้องมีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่ใช่การของบไปซื้ออุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาวิกฤตของพื้นที่ครับ

ที่มา – “ภราดร” จวก “จูรี” กล่าวหาตัดงบแก้น้ำท่วม ชี้คำของบท้องถิ่น ไร้โครงการแก้อุทกภัย

วีระยุทธ รดน้ำอีสานสงกรานต์ ลิซ่า หาดใหญ่เงียบ

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เต็มไปด้วยสีสันและความอบอุ่นจากนักการเมืองที่ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยเฉพาะ “วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะสะท้อนภาพการเมืองที่ใกล้ชิดกับ民眾ในช่วงวันหยุดยาว

“วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า

วันที่ 13 เมษายน 2567 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ร่วมประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนในพื้นที่ เธอได้ติดตามสถานการณ์การเยียวยาพี่น้องหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปีก่อน และสำรวจบรรยากาศการค้าขายในเมืองหาดใหญ่

จากที่พบปะพูดคุยกับประชาชนและผู้ประกอบการ พบว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ยังไม่คึกคักเท่าปีที่แล้ว แม้จะมีการฟื้นฟูเมืองไปบ้าง แต่หลายรายต้องปิดกิจการเพราะผลกระทบจากน้ำท่วม บวกกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ทำให้ย่านการค้าบางส่วนเงียบเหงากว่าปกติ ผู้ประกอบการหลายคนบ่นว่า “ปีนี้คนน้อยกว่าปีที่แล้วเยอะ” สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ลิซ่า พบปะประชาชนหาดใหญ่

วีระยุทธ นำทีม ส.ส. รดน้ำดำหัวพี่น้องอีสาน สงกรานต์คึกคัก

ในขณะเดียวกัน ทางภาคอีสาน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้พา “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก”, “โตโต้-ปิยะรัฐ จงเทพ”, และ “อานันท์ อมรินทร์” ส.ส.จังหวัดอุดรธานี ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

กิจกรรมเริ่มต้นที่ชุมชนบ้านผาสุก จ.อุดรธานี โดยร่วมพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ต่อด้วยสรงน้ำพระที่วัดทิพย์รัฐนิมิตร สักการะศาลหลักเมือง แล้วเดินทางไปจ.ขอนแก่น ร่วมสนุกที่ถนนข้าวเหนียว แยกถนนหน้าเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและน้ำสงกรานต์

  • รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านผาสุก อ.อุดรธานี
  • สรงน้ำพระ วัดทิพย์รัฐนิมิตร
  • สักการะศาลหลักเมืองอุดรธานี
  • ร่วมเทศกาลถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น
วีระยุทธ รดน้ำอีสาน
กิจกรรมสงกรานต์อุดรธานี
ถนนข้าวเหนียวขอนแก่น
ส.ส. พรรคประชาชน
รดน้ำผู้สูงอายุ
บรรยากาศสงกรานต์

การลงพื้นที่ครั้งนี้ของพรรคประชาชน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจฟังเสียงประชาชนทั้งในภาคเหนือ ใต้ และอีสาน สงกรานต์ไม่ใช่แค่งานเลี้ยง แต่เป็นโอกาสเชื่อมโยงหัวใจกับปัญหาจริงๆ เช่น ที่หาดใหญ่ ต้องช่วยเยียวยาเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม ขณะที่อีสานคึกคักด้วยประเพณีดั้งเดิม

ในมุมมองของผม การที่นักการเมืองอย่างวีระยุทธและลิซ่าลงพื้นที่แบบนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่โดดเดี่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังลำบาก หากรัฐบาลช่วยลดราคาน้ำมันและสนับสนุนผู้ประกอบการมากขึ้น คงช่วยให้สงกรานต์ปีหน้าคึกคักกว่านี้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับ “วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ!

ที่มา – “วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า

สส.ประชาชนจี้ปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

หลังจากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 ชาวบ้านยังรอเงินเยียวยาอยู่หลายราย สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ผ่านไป 5 เดือนแล้ว แต่หลายครอบครัวยังลำบากหนัก

สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นญัตติด่วนในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 8 เมษายน 2569 ร่วมกับพรรคอื่นๆ เพื่อทวงสิทธิเยียวยาให้ชาวหาดใหญ่ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ น้ำท่วมหนักตั้งแต่ 21 พฤศจิกายน 2568 สูงสุด 23 พฤศจิกายน แต่รัฐประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินช้าไป 4 วัน ทำให้การช่วยเหลือล่าช้า ไฟดับ น้ำท่วมโรงพยาบาล ประชาชนขาดแคลนอาหารและข้อมูล

ปัญหาหลักคือการบัญชาการไม่ชัดเจน ตั้งแต่ตั้ง ร.อ.ธรรมนัส แล้วเปลี่ยนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด สร้างสุญญากาศ ระบบราชการยืดหยุ่นน้อย วอร์รูมอยู่กรุงเทพฯ ไม่มีคนในพื้นที่สั่งการจริงจัง สุดท้ายอาสาและท้องถิ่นต้องช่วยกันเอง

สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

น.ส.ภคมน ที่ลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรก เรียกร้องศูนย์ข้อมูลกลางเชื่อม GISDA ภาพดาวเทียม ระบุตำแหน่งผู้เดือดร้อน จีโอโลเคชั่น เพื่อช่วยเหลือตรงจุดและเยียวยาเร็ว ถ้ามีข้อมูลนี้ จ่ายเงินได้ใน 30 วัน ไม่ต้องรอเอกสาร

ปัจจุบันเยียวยาค่าซ่อมบ้านเพดานต่ำ เพียง 49,500 บาท (แก้ใหม่ 88,500 บาท แต่ไม่ย้อนหลัง) ผู้เดือดร้อน 101,000 ครัวเรือน ได้รับแค่ 55,000 บางรายน้ำท่วมเมตรได้เงินแค่ 240 บาท! พรรคเสนอขยับเพดานเป็น 100,000 บาท รวมค่าวัสดุค่าแรง จ่ายย้อนหลัง ใช้เกณฑ์ 11,400 บาทช่วยอาชีพด้วย

  • ปรับเกณฑ์เยียวยาครอบคลุมมากขึ้น จ่ายตามจริง
  • ยื่นยันหลังให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่ใช่แค่ 2 ล้านบาทแต่ติดตามฟื้นฟูจิตใจ อาชีพ
  • ประเมินความเสียหายเศรษฐกิจหาดใหญ่ชัดเจน

ภาคธุรกิจเดือดร้อนหนัก หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใต้ ไม่มีมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว สินเชื่อพักหนี้ใช้เครดิตส่วนตัว แม่ค้าตลาดจ่ายดอกเบี้ยรายวัน ขายไม่ออกก็เจ๊ง พรรคเรียกร้องมาตรการระยะสั้น เช่น โปรโมชั่นท่องเที่ยวเมืองรอง หมุนเวียนงบ ช่วยโรงแรมร้านอาหาร และโรดแมปจัดการน้ำระยะยาว

แม้เมืองดูปกติ แต่ไม่ใช่ผลรัฐบาล ประชาชนอยากได้มาตรฐานที่เท่าเทียม ไม่เทียบอดีต รัฐต้องมีศักยภาพบริหารภัยพิบัติให้ทันเหตุ

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนปัญหาการจัดการภัยพิบัติของไทยที่ยังล้าหลัง ข้อมูลกลางและการตัดสินใจรวดเร็วคือกุญแจสำคัญ หากรัฐบาลฟังข้อเสนอ สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ จะช่วยฟื้นหาดใหญ่ได้เร็วขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อผลักดันให้รัฐดำเนินการนะ

ที่มา – สส. พรรคประชาชน จี้รัฐปรับเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ

ปลัด มท. ปูพรม ครัวชุมชนหาดใหญ่ เยียวยา

ปลัด มท. นำทีมผู้บริหารปูพรม “ครัวกลางชุมชน” 97 จุดทั่วหาดใหญ่ ตามสั่งของนายกฯ ระดม อส. กว่า 4,000 นาย ลุยฟื้นฟูเมือง ย้ำ “ห้ามตกหล่น” การเยียวยา

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย อธิบดีกรมที่ดิน, อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้

ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นการดูแลปัจจัยสี่อย่างเร่งด่วน กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดสงขลาและเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดตั้งจุดบริการอาหารปรุงสุก หรือ ครัวชุมชนหาดใหญ่ กระจายในทุกชุมชนทั่วเขตเทศบาลนครหาดใหญ่รวม 97 จุด เพื่อให้บริการอาหารที่สะอาดและถูกสุขอนามัยแก่ประชาชนที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ แก้ปัญหาการขาดแคลนเสบียงอาหารในครัวเรือน

ในส่วนของการเยียวยา ปลัดกระทรวงมหาดไทยบอกว่า ได้กำชับนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการบันทึกข้อมูลขอรับเงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยยึดมาตรการลดขั้นตอนและเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ประสบภัย

นายอรรถษิษฐ์บอกอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้บันทึกข้อมูลการขอรับเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 154,884 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 1,393.956 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้ ปภ. เร่งแก้ไขระบบการบันทึกข้อมูลที่ขัดข้องให้ใช้งานได้สมบูรณ์ทันที และเพื่อเร่งคืนเมืองหาดใหญ่กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (บก.อส.) ได้ระดมกำลังสมาชิก อส. จากทั่วประเทศมาสนับสนุนภารกิจเพิ่มอีก 2,000 นาย รวมกำลังพล อส. ทั้งสิ้น 4,012 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านเรือนพี่น้องประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว.

ครัวชุมชนหาดใหญ่: ความช่วยเหลือเร่งด่วนจากภาครัฐ

สถานการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การเข้าถึงอาหารและสิ่งของจำเป็นกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ครัวชุมชนหาดใหญ่ จึงเป็นโครงการที่เข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยมีจุดประสงค์หลักดังนี้:

  • บรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหาร
  • ให้บริการอาหารที่สะอาดและถูกสุขอนามัย
  • ช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้

โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

การดำเนินงานครัวชุมชนหาดใหญ่เป็นอย่างไร?

การดำเนินงานครัวชุมชนหาดใหญ่ เป็นไปอย่างมีระบบ บูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และอาสาสมัครต่างๆ มีการกระจายจุดบริการอาหารไปยังชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีการเร่งรัดการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยลดขั้นตอนและเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด

การระดมกำลัง อส. จากทั่วประเทศมาช่วยเหลือฟื้นฟูเมืองก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้การซ่อมแซมบ้านเรือนและการทำความสะอาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ครัวชุมชนหาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแจกจ่ายอาหาร แต่เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้ถูกทอดทิ้งในยามยากลำบาก การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง

โครงการลักษณะนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต และควรนำไปเป็นแบบอย่างในการรับมือกับภัยพิบัติอื่นๆ ในอนาคต

ที่มา – ปลัด มท. ปูพรม “ครัวชุมชุม” 97 จุดทั่วหาดใหญ่ สั่งเยียวยาห้ามตกหล่น

นายกฯ สั่ง! ถกติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งช่วย

“นายกฯ หนู” ประชุมติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งระดมเครื่องสูบน้ำทั่วประเทศลงใต้ด่วน ถามหา “ธรรมนัส” คาด อยู่หน้างานจึงไม่ร่วมคอนเฟอร์เรนซ์ ย้ำ ต้องช่วยเหลืออย่างทั่วถึง-ทันสถานการณ์

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ครั้งที่ 2/2568 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารหน่วยงานท้องถิ่นที่ได้ประชุมผ่านระบบคอนเฟอร์เรนซ์เข้ามา

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้มีการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล และจังหวัดที่เกิดเหตุประสบภัยน้ำท่วม ขอเน้นไปที่สถานการณ์อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งทราบมาว่ามีสถานการณ์ที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น เพราะมีการหลากเข้ามาของมวลน้ำจำนวนมาก ประกอบกับปริมาณน้ำฝนที่ยังตกอย่างหนัก โดยช่วงต้นนายกรัฐมนตรีได้ถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ด้วยหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับ นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวต่อไปว่าตนได้สั่งการให้ ร.อ.ธรรมนัส ลงพื้นที่เพื่ออำนวยการสถานการณ์ที่อำเภอหาดใหญ่ คาดว่าตอนนี้อยู่ระหว่างหน้างาน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตนได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิดและมีการลงพื้นที่ พร้อมทั้งมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดพิจิตร อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติงบประมาณที่จะไปช่วยเหลือเพิ่มเติม ในส่วนบ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่องเกือบ 3 เดือน

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังระบุด้วยว่า ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 พฤศจิกายน 2568) ได้รับรายงานว่ามีฝนตกหนัก ในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสถานการณ์ โดยให้ข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ระดมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปบรรเทาสาธารณภัย นำเครื่องสูบน้ำจากทุกภาคทั่วประเทศเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าให้ช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยเป็นลำดับแรก วันนี้จึงได้เชิญคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ มาร่วมประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมจะให้ข้อสั่งการเพิ่มเติม ช่วยเหลือดำเนินการให้ผู้ประสบภัย บรรเทาความเดือดร้อน ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอทั่วถึง ทันต่อสถานการณ์.

ถกติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ การระดมเครื่องสูบน้ำจากทั่วประเทศลงสู่ภาคใต้เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันท่วงที การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมและการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้

การแก้ไขปัญหาระยะยาวและการวางแผนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ การจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบจากอุทกภัย

ถึงแม้สถานการณ์จะยังคงน่าเป็นห่วง แต่การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ได้อย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ทุกคน

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน และขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ถกติดตามน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่งระดมเครื่องสูบน้ำทั่วประเทศลงใต้ นายกฯ ย้ำประชาชนต้องปลอดภัย

อรรถกรสั่งเร่งช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างหาดใหญ่

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ล่าสุด “อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง

นายอรรถกรได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยมีการประสานงานเพื่อจัดส่งอาหารและน้ำดื่มให้กับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามโรงแรมต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับกงสุลเพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ สนามบินหาดใหญ่ได้จัดตั้งจุดให้ความช่วยเหลือ และตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าหน้าที่ TAC คอยรับเรื่องและให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่

นายอรรถกรกล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนติดค้างตามโรงแรมต่างๆ เนื่องจากระดับน้ำสูงเกินกว่ารถทั่วไปจะเข้าถึงได้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กรมชลประทานจัดรถบรรทุก 10 ล้อเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งอาหาร น้ำดื่ม และรับนักท่องเที่ยวที่ติดค้างไปยังศูนย์พักพิงหรือสนามบิน โดยให้ประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง

“สถานการณ์น้ำไหลมาเร็วและแรง ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เดินทางยากลำบาก เราจึงประสานรถขนาดใหญ่ของกรมชลประทานเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ประสานร้านอาหารหลายแห่งในพื้นที่ให้นำอาหารและน้ำดื่มไปแจกจ่ายแก่ผู้ติดค้างอย่างต่อเนื่อง” นายอรรถกรกล่าว

สำหรับสถานการณ์ที่สนามบินหาดใหญ่ นายอรรถกรคาดว่าจะมีผู้โดยสารตกค้างประมาณ 800–1,000 คน เนื่องจากเดินทางเข้าตัวเมืองลำบาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประสานให้สนามบินจัดจุดช่วยเหลือ จัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และของใช้จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องพักค้าง โดยเฉพาะจุดปฐมพยาบาลและห้องน้ำต้องเพียงพอต่อความต้องการ ตำรวจท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ TAC ได้จัดเวรผลัดเปลี่ยนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ความคืบหน้าล่าสุด: อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่

นายอรรถกรกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทุกหน่วยงานเร่งปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง ทั้งจังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ผมประเมินว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วง 2–3 วันนี้ หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม”

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และจะดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นายอรรถกรยังได้เดินตรวจเยี่ยมและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ตกค้างภายในสนามบิน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและประชาชนที่ไม่สามารถกลับบ้านได้ โดยได้ขอให้สนามบินจัดจุดบริการช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ และให้บริการน้ำและอาหาร

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ อรรถกรสั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในยามยากลำบาก

ที่มา – “อรรถกร” สั่งเร่งส่งอาหาร–น้ำดื่มเข้าช่วยนักท่องเที่ยวตกค้างนับพันที่หาดใหญ่

Scroll to top