เก็บกู้ระเบิด

ชาวบ้านจี้ล้อมรั้วก่อนเปิดด่าน บอกกัมพูชาไว้ใจไม่ได้

ชาวบ้านชายแดนจี้ล้อมรั้ว-สร้างกำแพง แก้ปัญหาเขตแดนก่อนเปิดด่านการค้า ชี้กัมพูชาไว้ใจไม่ได้ ส่วนชาวบ้านในพื้นที่ จ.ตราด เสียงแตก เปิดด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก

วันนี้ 12 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการประชุม GBC พบว่า 1 ใน 5 ข้อตกลงที่กัมพูชายินยอมเก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเก็บกู้ในพื้นที่ จ.จันทบุรีและ จ.ตราด แทนที่จะเก็บกู้ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งส่งผลให้เห็นถึงความไม่จริงใจของกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พบว่านางสาวอรุณ วรรณจีบสุข แม่ค้าขายผลไม้ ย่านเศรษฐกิจการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ถ้าเขาจะกู้จริงก็ดี ควรเคลียร์ชายแดนให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดด่านขอให้รัฐบาลมาดูทหารก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร ทหารก็คงอยากเคลียร์ก่อนจะเปิด แต่รัฐบาลจะเปิดด่านก่อนไม่ถูกต้อง แต่ต้องเคลียร์ชายแดนให้จบก่อน ต่อไปจะเปิดจะทำการค้าอะไรก็ค่อยทำ ทางกัมพูชาไม่จริงใจ จะกู้ฝั่งเดียว ต้องกู้ไล่มาถึงชายแดนกองทัพภาคที่ 2 ด้วย

ที่ผ่านมาเราไม่สามารถเชื่อเขาได้เลย กลับคำตลอด ทุกครั้งที่เจรจาไว้ใจไม่ได้ ถ้าอยากให้เราไว้ใจก็ต้องกู้ทั้งหมด ไม่งั้นก็ยืดเยื้ออยู่แบบนี้ ฝากรัฐบาลให้ช่วยจัดการปัญหาเขตแดนให้จบ ชาวบ้านอดทนรออยู่แล้ว เคลียร์ไปก็เท่านั้นถ้าชายแดนไม่จบ โดยเฉพาะแผ่นดินไทย ต้องเคลียร์ให้จบทำรั้วให้เสร็จ ทำกำแพงให้เรียบร้อยอยากจะเปิดค่อยเปิด ไม่ใช่เคลียร์เขตแดนยังไม่จบ จะเปิดด่านแล้วไม่ถูกต้อง

ชาวบ้านชายแดนจี้ล้อมรั้ว สร้างกำแพงก่อนเปิดด่าน บอกกัมพูชาไว้ใจไม่ได้

ส่วนบรรยากาศบริเวณด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ยังคงเงียบเหงา ร้านค้าของชาวกัมพูชาที่เคยเข้ามาตั้งขายในฝั่งไทยปิดไปกว่า 90% ทำให้บรรยากาศการค้าซบเซา

ชาวบ้านในพื้นที่เสียงแตกในเรื่องการเปิดด่าน โดยเฉพาะชาวบ้านจริงๆ ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่านในช่วงนี้ ขณะที่ภาคธุรกิจบางรายที่อยู่ในพื้นที่ ยังคงยืนยันต้องการให้เปิดด่านเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก

โดยแรงงานชาวกัมพูชาที่อาศัยและทำงานในฝั่งไทย ยังคงทยอยเดินทางกลับประเทศ โดยต้องรอจนถึงเวลา 09.00น. จึงจะสามารถข้ามแดนได้ หลายคนหอบหิ้วสิ่งของและสัมภาระจำนวนมากรอกลับประเทศ

ขณะเดียวกันยังคงมีพ่อค้าฝั่งกัมพูชา สั่งอาหารและเครื่องดื่มที่ซื้อจากฝั่งไทย โดยให้คนไทยเป็นคนซื้อและมารอรับบริเวณหน้าด่าน เพื่อนำกลับไปกักตุนในประเทศ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะมีการเปิดด่านจริงไหม

โดยรวมบรรยากาศที่ด่านหาดเล็กยังคงเงียบเหงา แตกต่างจากช่วงปกติที่เคยคึกคักจากการค้าขายและการเดินทางข้ามแดนของประชาชนทั้งสองประเทศ

ทำไมชาวบ้านถึงจี้ล้อมรั้วก่อนเปิดด่าน?

จากสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเกี่ยวกับการเปิดด่านก่อนที่จะมีการแก้ไขปัญหาเขตแดนให้เรียบร้อย รวมถึงความไม่ไว้วางใจในฝั่งกัมพูชา การสร้างรั้วและกำแพงจึงถูกมองว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่

ความเห็นของชาวบ้านที่แตกต่างกันในเรื่องการเปิดด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบและการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจ

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การเจรจาและการแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างจริงจัง รวมถึงการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความคิดเห็นของชาวบ้าน ชาวบ้านชายแดนจี้ล้อมรั้ว สร้างกำแพงก่อนเปิดด่าน บอกกัมพูชาไว้ใจไม่ได้ สะท้อนถึงความกังวลและความต้องการที่รัฐบาลควรรับฟังและนำไปพิจารณาในการกำหนดนโยบาย

การเปิดด่านชายแดนเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อหลายฝ่าย ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม การตัดสินใจจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

ชาวบ้านชายแดนจี้ล้อมรั้ว สร้างกำแพงก่อนเปิดด่าน บอกกัมพูชาไว้ใจไม่ได้ และต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาชายแดนให้เด็ดขาดก่อนที่จะมีการเปิดด่าน เพื่อความสงบสุขและปลอดภัยของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ชาวบ้านชายแดนจี้ล้อมรั้ว สร้างกำแพงก่อนเปิดด่าน บอกกัมพูชาไว้ใจไม่ได้ นี่คือเสียงที่รัฐบาลควรรับฟัง

ที่มา – ชาวบ้านชายแดนจี้ล้อมรั้ว สร้างกำแพงก่อนเปิดด่าน บอกกัมพูชาไว้ใจไม่ได้

บุรีรัมย์ อีโอดี เร่งเก็บกู้ระเบิดชายแดน ขาดอุปกรณ์

หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ร่วมกับชุด EOD ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เร่งสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้และทำลายระเบิดในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ขณะที่ชุดเก็บกู้ฯ เผยอยากได้ชุดอุปกรณ์เกี่ยวลากวัตถุต้องสงสัยระยะไกล (Hook and Line) เพื่อนำมาใช้เก็บกู้ เนื่องจากส่วนใหญ่ฝังลึกอยู่ในดิน จึงยากต่อการเก็บกู้ ส่วนที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการใช้ปฏิบัติหน้าที่

ความเคลื่อนไหวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ยังคงปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (EOD กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์)

ออกทำการสำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ที่ถูกยิงตกลงมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ยังคงพบว่าในพื้นที่ตำบลกระสุนตกของ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ทั้งจากการยิงปืนใหญ่ และจรวด BM-21 รวมแล้วมากกว่า 200 ลูก ตกอยู่ในพื้นที่ชุมชน บ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตร ทั้งที่ระเบิดแล้วและที่ยังไม่ระเบิด ซึ่งได้ตรวจพื้นที่ระเบิดไปแล้วจำนวน 124 จุด มีการทำลายไปแล้ว 1 ลูก และรอการเก็บกู้นำไปทำลายอีก 7 ลูก

เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ฯ จึงได้ทำการเก็บเศษชิ้นส่วนของวัตถุระเบิด พร้อมมาร์กจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเก็บกู้และทำลายได้อย่างปลอดภัย เพื่อสร้างความสบายใจให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (12 ส.ค. 68) เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ฯ ได้ทำการสำรวจ พิสูจน์ทราบ เก็บกู้ และทำลายสรรพาวุธระเบิด รวมจำนวน 18 จุด เป็นพื้นที่กระสุนปืนใหญ่ 6 จุด และจรวด BM-21 อีก 12 จุด

นอกจากนี้ ยังได้ทำการเก็บกู้กระสุนปืนใหญ่และจรวด BM-21 ที่พบว่าฝังอยู่ในชั้นใต้ผืนดินลึกลงไปไม่ต่ำกว่า 1-7 เมตร ซึ่งยากต่อการเก็บกู้ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ฯ จึงได้ทำการเก็บกู้ โดยการเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดระยะไกล ด้วยชุดอุปกรณ์เกี่ยวลากวัตถุต้องสงสัย (Hook and Line) คือการใช้เชือกและตะขอเกี่ยวสำหรับใช้เคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยออกจากสถานที่ ที่ไม่สามารถทำการเก็บกู้ได้สะดวก โดยสามารถทำงานจากระยะไกล เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ ซึ่งการเก็บกู้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี

บุรีรัมย์ อีโอดี เร่งเก็บกู้ระเบิดชายแดน ขาดอุปกรณ์

อย่างไรก็ตาม พบว่าเจ้าหน้าที่ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD กก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์ ยังขาดแคลนและมีความต้องการ ชุดอุปกรณ์เกี่ยวลากวัตถุต้องสงสัยระยะไกล (Hook and Line) เพื่อนำมาใช้ในการเก็บกู้ เนื่องจากที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการใช้ปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากกระสุนปืนใหญ่และจรวด BM21 ที่ตกลงมาในพื้นที่นั้น ได้ตกลงไปฝังลึกอยู่ในชั้นผิวดินมากกว่า 1-7 เมตร ทำให้ยากต่อการเก็บกู้นำมาทำลาย จำเป็นต้องขุดดินลึกลงไป แล้วใช้ชุดอุปกรณ์เกี่ยวลากวัตถุต้องสงสัยระยะไกล (Hook and Line) ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยในระยะไกล แล้วทำการเกี่ยวลากขึ้นมา ซึ่งเป็นวิธีที่จะเกิดความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ฯ ผู้ปฏิบัติงาน

ความท้าทายในการ เก็บกู้ระเบิดชายแดน ของ EOD บุรีรัมย์

สถานการณ์การเก็บกู้ระเบิดชายแดนในจังหวัดบุรีรัมย์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การทำงานของหน่วย EOD เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากระเบิดส่วนใหญ่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน การสนับสนุนอุปกรณ์ที่เพียงพอและทันสมัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

การ เก็บกู้ระเบิดชายแดน ในพื้นที่บุรีรัมย์ยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างระมัดระวัง และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและอุปกรณ์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

การสนับสนุนเพื่อการ เก็บกู้ระเบิดชายแดน อย่างยั่งยืน

เพื่อให้การ เก็บกู้ระเบิดชายแดน ในบุรีรัมย์เป็นไปอย่างยั่งยืน ควรมีการสนับสนุนด้านต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ การจัดหาอุปกรณ์ที่ทันสมัย และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับอันตรายจากวัตถุระเบิดที่หลงเหลืออยู่

ที่มา – บุรีรัมย์ อีโอดีเร่งเก็บกู้ระเบิดชายแดน ยังขาดแคลนอุปกรณ์ ระเบิดฝังลึกไม่ต่ำกว่า 7 ม.

Scroll to top