เขตพระโขนง

เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย

เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย

เหตุการณ์ความไม่สงบถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยล่าสุดมีรายงานด่วนว่า เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 ในพื้นที่เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุและเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

รายละเอียดเหตุการณ์ เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 5 ราย ซึ่งทางทีมกู้ภัยได้เร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยรายละเอียดของผู้บาดเจ็บประกอบด้วย:

  • เพศชาย จำนวน 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินธร
  • เพศหญิง จำนวน 2 ราย โดยมี 1 รายถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

หลายคนอาจสงสัยว่าสาเหตุที่แท้จริงของการ เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 ในครั้งนี้คืออะไร ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุรวมถึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรตระหนัก โดยเฉพาะการสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว หากพบเห็นเหตุการณ์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยหรือเหตุอาชญากรรม ควรเร่งแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีผ่านสายด่วน 191 หรือ 199 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในวงกว้าง ทางเราขอเป็นกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บทุกท่านหายเป็นปกติโดยเร็ว และหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถสรุปคดีนี้ได้ในเร็ววันเพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคมครับ

หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ทางเราจะรีบนำมารายงานให้ทุกท่านทราบอีกครั้งครับ

ที่มา – เกิดเหตุจุดไฟเผา ซอยปุณวิถี 12 มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เร่งนำตัวส่ง รพ.

“คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เมื่อนายคริส โปตระนันทน์ ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารงานภายในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนที่ต้องการความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาษี

เจาะลึกปม “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายคริสได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบพฤติกรรมส่อทุจริตที่เรียกกันว่า “ระบบอากง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานเขตต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และสร้างความเสียหายให้กับเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานครอย่างมหาศาล

เปิดกลโกงผ่านการซอยโครงการย่อย

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากการติดตามของนายคริส คือวิธีการใช้งบประมาณที่ถูกแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ ให้มีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูลตามระเบียบพัสดุ วิธีการนี้เปิดช่องให้เกิดการเลือกผู้รับเหมาแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งมักจะเล็งเห็นได้ว่าอาจเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองท้องถิ่น ข้อมูลนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าความจริงจะปรากฏ

นายคริสได้ระบุชื่อเขตที่พบความผิดปกติหลายแห่ง ได้แก่:

  • เขตบางนา และ พระขนง
  • เขตบางแค และ บางซื่อ
  • เขตจตุจักร และ ราชเทวี
  • เขตลาดพร้าว และ ยานนาวา
  • เขตทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน และพระนคร

บริษัทเอกชนที่ได้รับงานในเขตเหล่านี้กำลังถูกตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในยุคนั้นหรือไม่ ซึ่งนายคริสได้เรียกร้องให้อดีตผู้ว่าฯ กทม. รวมถึง สก. ในพื้นที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงถึงความสัมพันธ์กับบริษัทผู้รับเหมาเหล่านั้น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้าสาธารณชน

นอกเหนือจากการตรวจสอบย้อนหลังแล้ว นายคริสยังได้เตรียมเสนอญัตติปฏิรูปการบริหารจัดการ กทม. ทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “องค์กรอิสระด้านต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพฯ” ซึ่งองค์กรนี้ต้องทำงานเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ กทม. เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและปราบปรามการทุจริตโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าในการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ของนายคริสในสัปดาห์หน้า นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเกมการเมือง แต่คือการทวงคืนความยุติธรรมและความโปร่งใสให้กับการใช้ภาษีของคนกรุงเทพฯ ทุกบาททุกสตางค์ การตรวจสอบที่เข้มข้นเช่นนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่จะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและขอบเขตของอำนาจที่ตนเองได้รับมา

ที่มา – “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

ปิยรัฐ จี้สอบกระสอบทรายน้ำท่วมสุขุมวิท

ปิยรัฐ จี้สอบกระสอบทรายน้ำท่วมสุขุมวิท

ในค่ำคืนวันที่ 27 กันยายน 2568 กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับฝนตกหนักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสุขุมวิทและถนนอุดมสุขในเขตพระโขนงและบางนา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก นี่คือเหตุการณ์ที่ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ สส.ปิยรัฐ จงเทพ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

“ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้”

เหตุการณ์ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” เกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถรับมือได้ทัน แม้ว่าจะมีการพร่องน้ำและเปิดเครื่องสูบน้ำล่วงหน้าแล้วก็ตาม น้ำท่วมขังสูงถึงระดับที่รถยนต์ต้องจมน้ำ และประชาชนไม่สามารถสัญจรได้ สส.ปิยรัฐ จงเทพ ซึ่งเป็น สส.กรุงเทพฯ เขต 23 (พระโขนง-บางนา) จากพรรคประชาชน ร่วมกับนายฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ได้ยื่นหนังสือด่วนต่อนายสราวุธ อนันต์ชล ประธานคณะกรรมการการระบายน้ำ กทม. เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น.

สาเหตุหลักที่ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” มาจากการตรวจสอบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และรองผู้ว่าราชการ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล ที่พบว่าผู้รับเหมาจากสำนักการระบายน้ำได้นำกระสอบทรายมาปิดกั้นทางน้ำขณะกำลังล้างท่อไซฟอน แต่ลืมรื้อถอนออกหลังเสร็จสิ้น สิ่งนี้ทำให้ทางเดินน้ำติดขัด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่เขตบางนาและพระโขนง

รายละเอียดการจี้สอบข้อเท็จจริงจากปิยรัฐ

ในการยื่นหนังสือ สส.ปิยรัฐได้เสนอ 3 แนวทางหลักเพื่อแก้ไขปัญหานี้ อย่างแรกคือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบของผู้รับเหมาให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอย ต่อมาคือการวางมาตรฐานป้องกันเหตุการณ์น้ำท่วมแบบนี้ในอนาคต เช่น การกำหนดขั้นตอนการทำงานที่เข้มงวดมากขึ้น และการตรวจสอบหลังการทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ สุดท้ายคือการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลที่รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อให้ระบบการระบายน้ำของ กทม. มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้ “ปิยรัฐ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้” ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะจากความประมาทของผู้รับเหมา ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการจราจรติดขัด การเดินทางลำบาก หรือแม้กระทั่งความเสียหายต่อทรัพย์สิน รถยนต์หลายคันถูกน้ำท่วมเสียหาย ขณะที่ร้านค้าบริเวณนั้นต้องปิดกิจการชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพจากน้ำขังที่อาจก่อให้เกิดโรคระบาดได้

เพื่อให้เข้าใจปัญหาลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราสามารถมองย้อนไปถึงโครงสร้างระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ ที่มีมานานหลายสิบปี แต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยพอ โดยเฉพาะในย่านสุขุมวิทที่เป็นย่านการค้าสำคัญ การที่กระสอบทรายถูกทิ้งไว้กีดขวางทางน้ำ สะท้อนถึงการขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ผู้รับเหมาควรมีหน้าที่รับผิดชอบเต็มที่ และ กทม. ควรมีบทลงโทษที่ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

  • ผลกระทบต่อประชาชน: น้ำท่วมทำให้การเดินทางหยุดชะงัก รถติดนานหลายชั่วโมง
  • สาเหตุหลัก: กระสอบทรายจากผู้รับเหมากีดขวางท่อระบายน้ำ
  • แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบผู้รับเหมา วางมาตรการป้องกัน และกำกับดูแลเข้มงวด

นอกจากนี้ สส.ปิยรัฐยังเน้นย้ำว่าปัญหานี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นกับประชาชนอีก การจัดการน้ำท่วมต้องเป็นวาระเร่งด่วนของ กทม. โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ฝนตกหนักบ่อยครั้ง หากไม่แก้ไขให้ดี อาจส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต

ภาพน้ำท่วมถนนสุขุมวิท
ภาพกระสอบทรายกีดขวาง
ภาพการตรวจสอบ

จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการบริหารเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมทุกปี การที่ สส.ปิยรัฐ ออกมาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของนักการเมืองท้องถิ่น หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องเดือดร้อนอีก หากคุณอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือเคยประสบปัญหาน้ำท่วม ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางแก้ไข

ที่มา – “ปิยรัฐ“ จี้สอบข้อเท็จจริงหลังพบกระสอบทรายทำน้ำท่วมถนนสุขุมวิทหนักเมื่อคืนนี้

Scroll to top