เคตามีน

รวบสามล้อเมียนมาคาด่านแม่สาย ซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด-เคตามีนกว่า 100 กก.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวจากบริเวณด่านพรมแดนแม่สายมาฝากกันครับ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย โดยล่าสุดมีการรวบสามล้อเมียนมาคาด่านแม่สาย ซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด-เคตามีนกว่า 100 กก. ซึ่งถือเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่ไม่ธรรมดาเลยครับ

สถานการณ์ระทึก: รวบสามล้อเมียนมาคาด่านแม่สาย ซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด-เคตามีนกว่า 100 กก.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ ที่ด่านศุลกากรแม่สายแห่งที่ 1 เมื่อเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ และศุลกากร ได้ร่วมมือกันตรวจเข้มยานพาหนะขาเข้า จนพบความผิดปกติของรถสามล้อคันหนึ่งที่พยายามข้ามฝั่งเข้ามา ท่ามกลางกระแสข่าวการรวบสามล้อเมียนมาคาด่านแม่สาย ซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด-เคตามีนกว่า 100 กก. ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองถึงกระบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติในครั้งนี้

รายละเอียดการตรวจสอบที่พบของกลาง

จากการสังเกตของเจ้าหน้าที่ พบว่ารถสามล้อสัญชาติเมียนมามีการบรรทุกตะกร้าพลาสติกมาจำนวนมากและมีผ้าใบปิดคลุมมิดชิด แม้ภายนอกจะดูเหมือนสินค้าทั่วไป แต่พอเจ้าหน้าที่ลองยกดู กลับพบว่ามีน้ำหนักมากเกินปกติ จึงนำไปสู่การตรวจค้นอย่างละเอียด

  • ยาบ้า: จำนวน 60 ห่อ รวมประมาณ 600,000 เม็ด
  • เคตามีน: จำนวน 107 ห่อ น้ำหนักกว่า 111.815 กิโลกรัม
  • มูลค่ารวม: มากกว่า 74 ล้านบาท

ผู้ต้องหา เป็นชายชาวเมียนมาวัย 41 ปี ให้การว่าได้รับว่าจ้างมาอีกต่อหนึ่ง โดยไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติด ซึ่งเป็นคำให้การที่เจ้าหน้าที่จะนำไปสืบสวนขยายผลต่อ เพื่อตามหาหัวหน้าขบวนการผู้ว่าจ้างตัวจริงต่อไปครับ

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ไทยที่ปฏิบัติงานอย่างหนัก ทำให้เราสามารถสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้หลุดรอดเข้าไปในประเทศได้ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชมของทุกหน่วยงานครับ ความปลอดภัยของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และพวกเราในฐานะพลเมืองก็ควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ

ที่มา – รวบสามล้อเมียนมาคาด่านแม่สาย ซุกยาบ้า 6 แสนเม็ด-เคตามีนกว่า 100 กก.

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

วงการบันเทิงฮอลลีวูดต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อความคืบหน้าล่าสุดในคดีการเสียชีวิตของนักแสดงชื่อดัง แมทธิว เพอร์รี สิ้นสุดลงด้วยคำพิพากษาของศาลสหรัฐฯ ที่สั่งลงโทษจำคุกนาย เคนเนธ อิวามาซะ เป็นเวลา 41 เดือน จากกรณีการจำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต ซึ่งกลายเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ให้กับสังคมในเรื่องของการใช้สารเคตามีนอย่างผิดวิธี

สรุปเหตุการณ์ความสูญเสียในครั้งนี้

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 โลกต้องตกตะลึงเมื่อมีการพบร่างของนักแสดงผู้รับบท แชนด์เลอร์ บิง จากซีรีส์เรื่อง Friends เสียชีวิตในอ่างน้ำร้อน ผลการชันสูตรชี้ให้เห็นว่าสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของการได้รับสารเคตามีนเกินขนาด ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความประมาทของผู้ช่วยส่วนตัวที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์แต่กลับลงมือฉีดสารดังกล่าวให้นักแสดงด้วยตัวเอง

บทเรียนที่น่าเศร้าจากคดี จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงหลายประเด็นที่น่าจับตามอง:

  • ความรับผิดชอบของผู้ดูแลใกล้ชิด: การเป็นผู้ช่วยไม่ใช่อาชีพที่จะอนุญาตให้เข้าถึงการจ่ายยาหรือสารอันตรายได้
  • พิษภัยของเคตามีน: สารชนิดนี้หากใช้นอกเหนือการควบคุมของแพทย์ถือเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
  • ความร่วมมือของเครือข่ายมืด: อัยการพบว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกับแพทย์ในการจัดหาสารให้เป็นมูลค่ามหาศาล

ในระหว่างการพิจารณาคดี เคนเนธ อิวามาซะ ได้กล่าวคำขอโทษต่อหน้าครอบครัวของเพอร์รี โดยเขายอมรับว่านี่คือความผิดพลาดที่จะติดตัวเขาไปจนวันตาย อย่างไรก็ตาม เสียงจากครอบครัวของนักแสดงผู้ล่วงลับต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่มีความเห็นใจให้แก่ผู้ช่วยรายนี้ เนื่องจากการกระทำของเขาคือการทอดทิ้งบุคคลที่เปราะบางให้อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด

หากเราย้อนกลับมามองเหตุการณ์นี้ในมุมมองของสังคม เราควรตระหนักว่าชื่อเสียงหรือความสำเร็จของดาราระดับโลกก็ไม่สามารถคุ้มครองพวกเขาจากความประมาทของคนใกล้ตัวได้ การจากไปของ แมทธิว เพอร์รี ถือเป็นการสูญเสียที่เป็นแรงกระเพื่อมให้หน่วยงานรัฐต้องเข้มงวดกับกฎหมายควบคุมยาเสพติดและสารเคมีทางการแพทย์ให้มากขึ้นกว่าเดิม หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบันทึกเตือนใจให้อุตสาหกรรมบันเทิงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสภาพจิตใจของศิลปินอย่างถูกวิธีและปลอดภัยที่สุด

ที่มา – จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า

ในเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวจังหวัดนครปฐม เมื่อ ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า ซึ่งเป็นหนึ่งในการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดในพื้นที่

ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บางเลน นำโดย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผู้กำกับการ สภ.บางเลน, พ.ต.ท.บุญทัน แก้วพวง รองผู้กำกับการสอบสวน, และ พ.ต.ท.เพชร ไชยป่ายาง สารวัตรสอบสวน พร้อมชุดสืบสวน ได้รับแจ้งข้อมูลการสืบสวนว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง จึงได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดนครปฐม ที่ ค.208/2569 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2569 เข้าตรวจค้นทันที

สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ตั้งอยู่ที่ ต.ลำพญา อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อเจ้าหน้าที่บุกขึ้นไปตรวจสอบชั้น 2 ของบ้าน พบของกลางจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 882,102 เม็ด, เคตามีนน้ำหนัก 6.43 กรัม และโทรศัพท์ไอโฟน 15 จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งน่าจะใช้ในการติดต่อลูกค้าหรือเครือข่าย

ผู้ต้องหาสารภาพเต็มปาก เก็บยาบ้าไว้ขายต่อ

ผู้ต้องหาคือ นายอาณัติ หรือ ตั้ม ชูชะเอม อายุ 40 ปี ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ นายตั้มให้การรับสารภาพอย่างชัดเจนว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยนำมาพักไว้ที่บ้านเพื่อรอส่งขายให้กับลูกค้าต่อไป เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน และตั้งข้อหากระทำผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องรับโทษจำคุกยาวนาน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การจับกุมครั้งใหญ่ แต่ยังสะท้อนปัญหายาเสพติดที่ยังคงรุนแรงในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างนครปฐมที่ใกล้ชิดกับกรุงเทพฯ ทำให้กลายเป็นจุดกลางในการลักลอบขนส่งยาเสพติดจากชายแดนเข้ามา

ผลกระทบของยาบ้าต่อสังคมไทย

ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน เป็นยาเสพติดชนิดอันตรายที่ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน ใจสั่น ความดันโลหิตสูง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตกะทันหัน นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดอาชญากรรมต่างๆ เช่น การขโมย การทำร้ายร่างกาย และการค้ายาเสพติดที่เป็นวงจรอุบาทว์

  • สถิติจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แสดงให้เห็นว่าปีละมีผู้เสพยาบ้ากว่า 1.5 ล้านคนทั่วประเทศ
  • การจับกุมยาบ้ากว่า 8 แสนเม็ดครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท หากปล่อยให้ไหลเวียนเข้าสู่ตลาด
  • เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการสืบสวนและใช้เทคโนโลยี เช่น โดรนและกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามเครือข่าย

ปัญหายาเสพติดไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อเยาวชนและครอบครัว การที่ ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า จึงเป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงศักยภาพของตำรวจไทย

เพื่อป้องกันปัญหานี้ สังคมควรมีส่วนร่วมโดยการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ หากคุณพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งสายด่วน 191 ได้ทันที นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรสอนลูกหลานให้รู้เท่าทันพิษภัยของยาเสพติด

ในมุมมองของผู้เขียน การจับกุมครั้งนี้เป็นสัญญาณบวก แต่ต้องเร่งรัดปราบปรามที่ต้นตอ เช่น การลักลอบข้ามชาติ เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยยั่งยืน

เรียกร้องให้ทุกคนมีส่วนร่วม: แชร์ข่าวนี้เพื่อเตือนภัยยาเสพติด และช่วยกันสร้างสังคมปลอดภัย!

ที่มา – ตำรวจบุกค้นบ้าน พบซุก “ยาบ้า” กว่า 8 แสนเม็ด สารภาพเก็บไว้ขายให้ลูกค้า

ตร.เพชรเกษม จับ 2 คดีหนีฉ้อโกง ขโมยจยย.

ตร.เพชรเกษม จับ 2 คดี หนีคดีฉ้อโกงออนไลน์ อีกราย หนุ่มติดยาขโมย จยย.ขายซื้อยาเสพ เป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความมั่นใจให้ชาวบางแค ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2569 ตำรวจสถานีเพชรเกษมลงมือจับกุมผู้ต้องหา 2 รายในคดีสำคัญ เริ่มจากคดีแรกที่สายตรวจพบชายหนุ่มขี่จยย.ซิ่งพกยาเสพติดมาด้วย และยังมีหมายจับหนีคดีฉ้อโกงประชาชนออนไลน์ คดีนี้เกิดขึ้นกลางซอยเพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ

ตร.เพชรเกษม จับ 2 คดี หนีคดีฉ้อโกงออนไลน์ อีกราย หนุ่มติดยาขโมย จยย.ขายซื้อยาเสพ

รายละเอียดคดีแรก พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการ สน.เพชรเกษม พร้อมด้วย พ.ต.ท.กมเลศ พูลสุขโข รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สุพัฒน์ พลหนองหลวง สวป. และ ร.ต.ท.พัชรวิชช์ วรชิตภักดีพันธ์ รอง สวป. นำทีมสายตรวจออกปฏิบัติการตรวจพื้นที่ เวลา 23.00 น. วันที่ 16 มี.ค. พบ นายวรพล หรืออาร์ต ธนรัตนชัย อายุ 28 ปี ขี่รถจยย.ฮอนด้า ดรีม สีฟ้า-ขาว ทะเบียน 4กบ790 กรุงเทพมหานคร มีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงเรียกตรวจค้น

ของกลางยาเสพติดและประวัติอาชญากร

จากการตรวจค้นพบยาไอซ์น้ำหนัก 0.18 กรัม และเคตามีน 0.22 กรัม ซุกในกระเป๋าสะพาย นำตรวจปัสสาวะพบสีม่วง ส่งยืนยันที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พบสารเสพติดในร่างกายจริง ตรวจประวัติพบมีหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.1510/2568 ข้อหาฉ้อโกงประชาชนทางออนไลน์ ผู้ต้องหาให้การว่ายาได้จากรุ่นพี่ชื่อ “กาย” บริเวณเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ เขตหนองแขม และเสพครั้งล่าสุดเมื่อ 2 วันก่อน

  • ข้อหา: มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) และประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
  • เสพยาเสพติด
  • ขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมายาเสพติด

ส่วนคดีที่สอง ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม นำโดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว, พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส. จับกุม นายธีรชัย หรือบอย ศรีทอง อายุ 46 ปี พร้อมของกลางรถจยย.ฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีแดง-ดำ ทะเบียน กธพ 668 กรุงเทพมหานคร และเสื้อผ้าที่สวมวันเกิดเหตุ

การติดตามจับกุมจากกล้องวงจรปิด

จับกุมได้เวลา 10.30 น. วันที่ 16 มี.ค. ภายในตึกร้างซอยบางแค 16 แขวงและเขตบางแค สืบเนื่องจากคืนวันที่ 12 มี.ค. 2569 มีคนร้ายลักรถจยย.หน้าร้านซ่อมรถปากซอยบางแค 16 ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายและเส้นทางหลบหนี พบหลบในตึกร้าง จึงบุกจับ ผู้ต้องหารับสารภาพลักรถจริงเพื่อนำไปขายซื้อยาเสพติด ตำรวจยึดรถที่ซ่อนไว้ซอยบางแค 9 และตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พบสารเมทแอมเฟตามีน

  • ข้อหา: ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
  • เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

ทั้งสองคดีนี้สะท้อนปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนใต้ โดยเฉพาะเขตบางแคที่เป็นย่านชุมชนหนาแน่น ตร.เพชรเกษมแสดงศักยภาพในการตรวจสอบและสืบสวนอย่างรวดเร็ว ใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดช่วยติดตามผู้ร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาฉ้อโกงออนไลน์เพิ่มมากขึ้นในยุคดิจิทัล ผู้เสียหายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อโกงเงินผ่านแอปและเว็บไซต์ ส่วนยาเสพติดอย่างไอซ์ เคตามีน เมท ทำให้คนติดแล้วก่ออาชญากรรมต่อเนื่อง เช่น ขโมยทรัพย์สินเพื่อซื้อยา

เพื่อป้องกัน ชาวบ้านควรระวังการทำธุรกรรมออนไลน์ ตรวจสอบผู้ขายให้ดี และแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้ตำรวจทราบ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถโทรสายด่วน 191 ได้ตลอดเวลา การจับกุมครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างสายตรวจและสืบสวน

ทั้งผู้ต้องหาทั้งสองถูกนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่

เห็นได้ชัดว่าการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมต้องเข้มข้นต่อเนื่อง หากคุณมีประสบการณ์ถูกโกงออนไลน์หรือพบยาเสพติด แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวอาชญากรรมเพิ่มเติมจากเว็บไซต์เราเพื่อความปลอดภัยในชุมชน

ที่มา – ตร.เพชรเกษม จับ 2 คดี หนีคดีฉ้อโกงออนไลน์ อีกราย หนุ่มติดยาขโมย จยย.ขายซื้อยาเสพ

บุกตรวจผับจีนห้วยขวาง มั่วสุมยา!


ตำรวจบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง! ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดและสถานบันเทิงผิดกฎหมายย่านห้วยขวาง นำไปสู่การบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวางชื่อดัง พบนักท่องเที่ยวกว่า 300 ชีวิต ผลตรวจฉี่ม่วงถึง 6 ราย งานนี้มีสิทธิ์โดนสั่งปิดยาว 5 ปี!

เมื่อกลางดึกของวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ทีมสนธิกำลังนำโดย พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกเข้าตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง ในซอยประชาอุทิศ 11 แหล่งรวมตัวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน

สถานบันเทิงดังกล่าวเต็มไปด้วยนักเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 328 คน กำลังสนุกสุดเหวี่ยง เจ้าหน้าที่จึงสั่งยุติกิจกรรมทั้งหมดเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ จากการตรวจสอบเบื้องต้นในโถงใหญ่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่กลับไปเจอสารเสพติดในตัวนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม ชายชาวจีน และหญิงชาวเวียดนาม

บุกตรวจผับจีน ห้วยขวาง

บุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง

ทีเด็ดอยู่ที่ชั้นลอย! ที่นี่ถูกแบ่งซอยเป็นห้องวีไอพีถึง 4 ห้องด้วยกัน ในห้องวีไอพี วี888 พบนักท่องเที่ยวชายชาวจีน 8 คน ส่วนห้องวีไอพี วี999 พบนักท่องเที่ยว 17 คน (ชายชาวจีน 10 คน, หญิงชาวจีน 6 คน, ชาวเวียดนาม 1 คน) ที่น่าตกใจคือ พบสารเสพติด (เมทแอมเฟตามีน 2 คน, เคตามีน 2 คน) แถมยังเจอ “แฮปปี้วอเตอร์” อีก 4 ซอง ตกอยู่ใกล้ตู้เก็บแก้ว งานนี้ไม่มีใครปริปากว่าเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่เลยต้องเก็บดีเอ็นเอไปตรวจพิสูจน์หาตัวเจ้าของที่แท้จริง

รายละเอียดการบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง

พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง เผยว่า การบุกเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีสถานประกอบการลักลอบเปิดให้บริการ จึงได้ทำการสืบสวนจนพบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน และจากการหาข้อมูลเชื่อว่าอาจมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ให้กวดขันตรวจสอบสถานบันเทิงในพื้นที่อย่างเข้มงวด

ตรวจผับจีน ย่านห้วยขวาง

ผลการตรวจค้นพบนักเที่ยวและพนักงานรวม 328 คน (คนไทย 122 คน, ต่างชาติ 206 คน) และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย 6 คน (นักท่องเที่ยวชาวจีนและเวียดนาม) นอกจากนี้ยังเจอแฮปปี้วอเตอร์อีก 4 ซอง ผู้ที่พบสารเสพติดถูกนำตัวส่ง รพ.นพรัตน์ราชธานี เพื่อยืนยันผลตรวจอีกครั้ง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนทางร้านถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการและไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรา พร้อมเสนอสั่งปิด 5 ปี ตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558

หากประชาชนพบเห็นสถานที่ใดที่มีชาวต่างชาติรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที เพื่อป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม

การบุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวางครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด และสถานบันเทิงที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในสังคม

ที่มา – บุกตรวจผับจีนย่านห้วยขวาง ไม่มีใบอนุญาต แบ่งห้องวีไอพี ปล่อยนักท่องเที่ยวมั่วยา

Scroll to top