เงินช่วยเหลือประชาชน

จับตา ครม. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาจับตา ครม. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านกันแบบใกล้ชิดเลยนะครับ เป็นวาระเด็ดที่ทุกคนรอคอย เพราะรัฐบาลตั้งใจนำเงินก้อนนี้มาเยียวยาปากท้องประชาชนในช่วงวิกฤติ โดยเฉพาะผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” และ “คนละครึ่งพลัส” ที่จะทำให้เงินถึงมือโดยตรง ไม่ต้องกังวลเรื่องหายระหว่างทาง เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ข้อมูลก่อนประชุมครม. ที่ทำเนียบรัฐบาล

จับตา ครม. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

นั่นแหละครับ จับตา ครม. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นหัวใจหลักของการประชุมวันนี้ พ.ร.ก.นี้จะแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ เลย คือ 1. บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อยที่กำลังลำบากจากราคาน้ำมันแพง พลังงานวิกฤติ 2. เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาทิตย์ ลดการพึ่งพานำเข้าจากต่างประเทศ รัฐบาลอยากใช้โอกาสวิกฤตินี้ เร่งให้บ้านเรือนทุกหลังติดตั้งแผงโซลาร์ผลิตไฟเองได้ ช่วยทั้งประหยัดค่าไฟ ช่วยภาคเกษตรกร และวางรากฐานพลังงานยั่งยืนระยะกลาง-ยาว หลังประชุม นายกรัฐมนตรีจะแถลงเองเลยครับ รอฟังกัน!

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เยียวยาปากท้องผ่าน “ไทยช่วยไทย” โปร่งใส 100%

คุณรัชดาย้ำชัดว่ารัฐบาลรอบคอบทุกขั้นตอน ไม่มีทางออก พ.ร.ก.แบบห้วนๆ แน่นอน เพราะตอนนี้จำเป็นจริงๆ และชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจหมดเปลือก ที่สำคัญ อย่ากลัวเงินหายนะครับ โครงการหลักอย่าง “ไทยช่วยไทย” และ “คนละครึ่งพลัส” เป็นการโอนเงินตรงจากรัฐสู่กระเป๋าประชาชนเลย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็ได้เช่นกัน เงินไม่หล่นหายไหนระหว่างทางแน่นอน โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกบาททุกสตางค์

ขอบคุณฝ่ายค้านด้วยที่ช่วยยกประเด็นดีๆ ให้ประชาชนได้ประโยชน์ รัฐบาลยืนยันดูแลเต็มที่ มีแผนทั้งระยะสั้น (ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ระยะกลาง-ยาว (งบ 2570 ในแผนพัฒนาประเทศ) นอกจากนี้ยังถกเรื่องยกเลิก MOU 2544 ยืนยันร่างกฎหมายจากสภาชุดเก่า ข้อตกลงอาเซียน และ พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล ทีมโฆษกจะอัปเดตต่อไปครับ

ทำไม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ถึงสำคัญ?

  • ช่วยประชาชนทันที: เงินเข้าโครงการเยียวยา ลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวัน โดยเฉพาะปากท้องที่กำลังร้อง
  • พลังงานสะอาด: ส่งเสริมหลังคาโซลาร์ ลดนำเข้าน้ำมัน-ก๊าซ ช่วยสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
  • โปร่งใสตรวจสอบ: โอนตรง ไม่ผ่านตัวกลาง ลดโอกาสคอร์รัปชัน
  • สานต่อนโยบาย: เชื่อมระยะสั้นไปยาว ตามแผนพัฒนาชาติ

ในมุมผมนะครับ มาตรการนี้เจ๋งมาก เพราะไม่ใช่แค่แจกเงิน แต่สร้างอนาคตพลังงานไทยให้ยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤติโลกที่ราคาพลังงานพุ่งปรี๊ด ภาคเกษตรจะได้ประโยชน์เต็มๆ จากไฟฟ้าถูกๆ ผลิตเอง ถ้าทำสำเร็จ ไทยจะเป็นต้นแบบอาเซียนเลยล่ะ

เพื่อนๆ คิดยังไงกับ จับตา ครม. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน นี้บ้าง? มาตรการเยียวยาดีพอไหม หรืออยากเห็นอะไรเพิ่ม? คอมเมนต์มาคุยกันด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ ช่วยกันติดตามข่าวสารสำคัญ!

ที่มา – จับตา ครม. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รัฐบาลมุ่งเยียวยาปากท้องผ่าน “ไทยช่วยไทย”

รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดครบแล้ว

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา! รัฐบาลได้ดำเนินการรัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดเสร็จสิ้นครบทุกครัวเรือนแล้ว โดยโอนเงินช่วยเหลือรวมมูลค่ากว่า 3,313 ล้านบาท ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 ที่ทำให้ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตร และสิ่งสาธารณูปโภคเสียหายจำนวนมาก

รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด ครบถ้วนทุกครัวเรือน

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และ 23 ธันวาคม 2568 รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้รับผิดชอบโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารออมสิน โดยครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว, อุบลราชธานี, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และศรีสะเกษ

ผลการโอนเงินล่าสุด ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 พบว่าสำเร็จครบ 695,945 ครัวเรือน แบ่งเป็น 2 รอบ คือ

  • รอบแรก (26 ส.ค. 2568): 307,188 ครัวเรือน มูลค่า 1,375,518,000 บาท (ข้อมูล 26 ธ.ค. 2568)
  • รอบที่สอง (23 ธ.ค. 2568): 388,757 ครัวเรือน มูลค่า 1,938,376,000 บาท (ข้อมูล 20 ก.พ. 2569)

จังหวัดศรีสะเกษ-สุรินทร์ ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด

จังหวัดที่มีจำนวนครัวเรือนและยอดเงินสูงสุดคือศรีสะเกษและสุรินทร์ ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบที่รุนแรงในพื้นที่เหล่านี้ รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดนี้ไม่เพียงช่วยเหลือด้านการเงิน แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เงินเยียวยานี้ช่วยเหลือครอบครัวที่สูญเสียรายได้จากการเกษตรเสียหาย บ้านเรือนพังทลาย หรือต้องอพยพหนีภัย นอกจากนี้ รัฐบาลยังสั่งการหน่วยงานความมั่นคงให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บูรณาการกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยและอธิปไตยของชาติ

เงินเยียวยาช่วยอะไรบ้าง และควรทำอย่างไรหากยังไม่ได้รับ

เงินจำนวนนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถซ่อมแซมที่อยู่อาศัย จัดซื้อวัสดุเกษตรใหม่ และดำรงชีพต่อไปได้ หากครัวเรือนใดยังไม่ได้รับเงิน สามารถติดต่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือตรวจสอบบัญชีธนาคารออมสินได้ทันที เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครตกหล่น

เหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปี 2568 สร้างบทเรียนสำคัญให้รัฐบาลต้องเร่งเสริมแนวป้องกันชายแดนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในอนาคต คาดว่ารัฐจะมีมาตรการเยียวยาและป้องกันที่รวดเร็วมากกว่านี้

ในมุมมองของผม การที่รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดครบ 100% ภายในเวลาอันสั้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบราชการไทย หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ กรุณาตรวจสอบบัญชีและแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวสารจากเราต่อไปเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด ครบแล้วทุกครัวเรือน กว่า 3,313 ล้านบาท

“อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตร เพิ่มเยียวยา คนละครึ่งพลัส

นายกฯ ลงพื้นที่ จ.พิจิตร ติดตามช่วยเหลือประชาชน ประสบภัย น้ำท่วม ยันรัฐบาลไม่เพิกเฉย เล็งหาทางเพิ่มเงินเยียวยาน้ำท่วมเกิน 30 วัน ย้ำอย่าลืมลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” กลางเดือนนี้ ชี้เป็น สส. ต้องไม่ทิ้งประชาชน

วันที่ 10 ต.ค. 2568 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) เขตพญาไท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลางตอนบน จ.พิจิตร จ.ชัยนาท และจ.สิงห์บุรี รวมถึงมอบถุงยังชีพ

โดยเวลา 13.20 น. นายกฯและคณะ ลงพื้นที่จุดแรกที่จ.พิจิตร ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน อ.ตะพานหิน เนื่องจากพื้นที่โรงพยาบาลได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมแต่ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จากนั้น เวลา 14.00 น. นายกฯและคณะเดินทางถึงโรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร ต.ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดยมีนายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และสส.จากพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 1 นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร เขต 2 นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร เขต 3 ร่วมให้การต้อนรับ

เล็งหาทางช่วยพื้นที่น้ำท่วมนานเกิน 30 วัน

โดยนายกฯ กล่าวพบปะประชาชนว่า ตนมาให้กำลังใจ และตั้งใจที่จะมาพบปะพวกท่าน รับทราบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและสส.พิจิตร ว่าน้ำท่วมมาระยะหนึ่งแล้ว ขอให้พวกเราอดทนอีกนิดจะปลายฝนแล้ว สถานการณ์น่าจะดีขึ้นรัฐบาลจะไม่เพิกเฉยละเลย ภายในสัปดาห์หน้า เราจะอนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งเท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม แต่รัฐบาลก็จะเร่งช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนก่อน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งดูสภาพน้ำแล้ว 50,000 ยังไม่คุ้มเลย แต่รัฐบาลจะพยายามหาวิธีช่วย สำหรับตนหากเลย 30 วันยังได้ 9,000 บาท ไม่เพียงพอจึงมอบให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลงบประมาณ หาวิธีช่วยเหลือประชาชนให้มากกว่านี้ได้อย่างไรบ้าง เพราะเป็นความผิดของรัฐบาลที่ไม่สามารถระบายน้ำให้ประชาชนได้ทัน ทำให้เดือดร้อน สำหรับกรณี อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร พี่น้องไม่ต้องไปพิสูจน์อะไร ไปลงทะเบียนเอาชื่อไปไว้ที่อำเภอ ถ้าใครไม่ได้เงิน ผู้ว่าฯ จะเดือดร้อน ทุกคนต้องลงทะเบียนให้เรียบร้อยแล้วเงินมาที่ ปภ. เงินจะเข้าบัญชีทุกคน

เตือนอย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่ง

นายกฯ กล่าวว่า อย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่งด้วย น่าจะกลางเดือนตุลาคมพี่น้องไปลงทะเบียนวันละ 200 บาท ประชาชนใส่ 200 บาท รัฐบาลใส่ 200 บาท เอาไปจับจ่ายใช้สอย ต้องขอร้องให้ประชาชนไปจับจ่ายใช้สอย แล้วรัฐบาลถึงจะเติมอีกครึ่งให้ ไม่ใช่เงินหยอดกระปุก ไม่ใช่เงินเยียวยา แต่เป็นเงินช่วยเหลือเป็นเวลา 2 เดือน จนถึงสิ้นปีนี้ ก็หวังว่าจะได้เอาไปใช้ เศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน เราก็ไปอุดหนุนคนขายของ เขาก็ไปซื้อของต่อเศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ทั่วประเทศก็จะมีเงินหมุนเวียน 1 แสนล้านบาท ช่วยให้รายได้ดีขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ แต่กลางเดือนนี้ พี่น้องไปลงทะเบียนได้แล้ว

บอกผู้ว่าฯ เอาใจประชาชน เท่ากับเอาใจนายกฯ

นายกฯ กล่าวอีกว่า ต่อไปก็มีเงินช่วยเหลือให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่บัตรคนจน ที่จะใส่เงินเดือนละ 300 บาท แถมไป 1,700 บาท เป็น 2 พันบาท ทั้งหมดอนุมัติงบประมาณหมดแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องน้ำท่วม แต่การจับจ่ายใช้สอยจะมีเม็ดเงิน ให้ประชาชนนำมาซื้อข้าวซื้อของในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ฝากพี่น้องอสม. ซึ่งตนก็เป็นอสม.บุรีรัมย์ ตนมีความจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือ อสม.ดูแลปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ตนมาอยู่นี้แล้ววิญญาณ อสม.เข้าสิง เราเชื่อว่าผู้ว่าฯ เอาใจใส่พี่น้องประชาชนได้ และเท่ากับเอาใจนายกฯ เอาใจมท.1 ด้วย คือต้องไม่ให้พ่อแม่พี่น้องลำบาก หามาตรการ กลไก หาวิธี ทำให้ชื่อพี่น้องทุกคนไปปรากฏที่ อธิบดี ปภ.ให้ได้ แล้วสัปดาห์หน้ากดปุ่ม เงินเข้า 9,000 บาททันที เราจะให้ไม่ต้องรอเงินเยียวยานาน

จากนั้น นายอนุทิน ได้แนะนำ 3 สส.พิจิตร พรรคภท.พร้อมกล่าวว่า ยังไงก็ผูกพันคนพิจิตร เรามีสส.3 คนใช่ไหม ให้พรรคภท.หมดใช่ไหม วันนี้หัวหน้าพรรคภท.มาเป็นนายกฯ แล้ว จะไม่มาตอบแทนพี่น้องพิจิตรได้ไหม ก็ไม่ได้ ถูกต้องแล้ว ซึ่งต้องขอขอบคุณ อันนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ตอนนี้ทุกคนต้องระดมมาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องอยู่แล้วพอทราบว่าจะมีการลงพื้นที่ของ 2 รัฐมนตรีคือนายศักดาและนายวรโชติ ถ้าสัปดาห์หน้าพี่น้องประชาชน ไม่ได้รับการช่วยเหลือเอาให้เละ ตอนนี้ทั้ง 2 รัฐมนตรี ลงมาพื้นที่ก็สบายใจ ซึ่งเป็นสส.ด้วย ดังนั้น จิตวิญญาณที่มีความห่วงใยที่ต้องการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องมีมากกว่าความเป็นรัฐมนตรี

“ผมจะบอกให้ว่าการเป็นรัฐมนตรีกับเป็นสส. และเป็นนายกฯ ซึ่งมันดีทั้งหมด แต่ถ้าคนที่ทำการเมือง คนที่ถูกเลือกให้เป็นสส.และวันหนึ่งคุณเลือกได้อย่างเดียว มีอยู่ 3 ตำแหน่ง แต่คุณเลือกได้อย่างเดียว ระหว่างรัฐมนตรี นายกฯ และสส. รับรองร้อยทั้งร้อย ขอเป็นสส. ขอให้เชื่อมั่น นี่คือความสำคัญ ที่พี่น้องเลือกพวกผมเข้ามา ผมถึงไม่ลาออกจากสส. เพราะเป็นสส.ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง และผมดันเลือกสส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ต้องช่วยเหลือทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นพวกเราขอให้มีความมั่นใจว่าความเป็น สส. มันทิ้งพ่อแม่พี่น้องไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ หลังวันพฤหัสบดีที่มีการประชุมสภา ต้องเร่งกลับบ้านไปเจอกับพี่น้องประชาชนที่เลือก พี่น้องไม่มีวันถูกทอดทิ้งแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า เราจะมีแผนการฟื้นฟูปรับระบบระบายน้ำ ทำถนน สร้างคันกั้นน้ำ ทำโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น ไม่ต้องเจอเหตุการณ์ซ้ำๆซากๆแบบนี้อีก น้ำต้องหาวิธีระบาย อย่างที่บึงสีไฟทำอย่างไรให้ผันน้ำลงสู่เจ้าพระยา ลงไปลงอ่าวไทยเร็วที่สุด โดยไม่ให้ท่วมจังหวัดที่ไหลผ่าน

ขอประชาชนให้อภัย เร่งเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

นายกฯ กล่าวตอนท้ายว่า ตรงนี้ก็ขอให้พ่อแม่พี่น้องให้อภัยพวกผมด้วย ซึ่งเราไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่หาวิธีหาหนทางต่างๆ ที่จะมาเยียวยาความเดือดร้อนของท่านทั้งหลายให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด ต้องขอให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกท่าน ฝ่ายข้าราชการ ทั้งฝ่ายปกครองตำรวจทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครทั้งหลาย ขอบคุณที่ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนของเรา ไม่ให้ประสบอันตรายเป็นอย่างดี วันนี้มาพบปะกับท่านก็จะไปเร่งดำเนินการช่วยเหลือต่างๆ ให้พี่น้องโดยเร็ว อย่าลืมเร่งลงทะเบียนให้เรียบร้อย พร้อมกับลงทะเบียนคนละครึ่งด้วย เพราะจะเกิดขึ้นใน 2-3 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่าย ขอฝากผู้ว่าฯ ย้ำอีกครั้ง ประชาชนรอนานไม่ได้ ต้องเร่งดำเนินการให้ถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด และขอทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง พ้นทุกข์พ้นโศกโดยเร็ว และขอให้ทำมาค้าขึ้น เงินทองไหลมาเทมา มีจิตใจที่ดี พวกเรานำสิ่งเล็กน้อยมาให้เทียบไม่ได้กับความเสียหาย แต่เราจะทำให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

จากนั้น นายกฯ เดินพบปะประชาชน พร้อมถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึก โดยมีประชาชนเข้าสวมกอดด้วยความดีใจที่ได้เจอนายกฯด้วย ก่อนนายกฯ และเดินทางต่อมายังจ.ชัยนาทเป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำ และแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตรครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเยียวยา หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ“อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตรและเน้นย้ำการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการที่หวังจะบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับมาดีขึ้นโดยเร็วที่สุด

ที่มา – “อนุทิน” ตรวจน้ำท่วมพิจิตร เล็งเพิ่มเงินเยียวยา เตือนอย่าลืมลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

Scroll to top