เงินเยียวยาผู้ประสบภัย

ปลัด มท. ปูพรม ครัวชุมชนหาดใหญ่ เยียวยา

ปลัด มท. นำทีมผู้บริหารปูพรม “ครัวกลางชุมชน” 97 จุดทั่วหาดใหญ่ ตามสั่งของนายกฯ ระดม อส. กว่า 4,000 นาย ลุยฟื้นฟูเมือง ย้ำ “ห้ามตกหล่น” การเยียวยา

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย อธิบดีกรมที่ดิน, อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อติดตามเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย ตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนรอไม่ได้

ปลัดกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นการดูแลปัจจัยสี่อย่างเร่งด่วน กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับจังหวัดสงขลาและเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดตั้งจุดบริการอาหารปรุงสุก หรือ ครัวชุมชนหาดใหญ่ กระจายในทุกชุมชนทั่วเขตเทศบาลนครหาดใหญ่รวม 97 จุด เพื่อให้บริการอาหารที่สะอาดและถูกสุขอนามัยแก่ประชาชนที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ แก้ปัญหาการขาดแคลนเสบียงอาหารในครัวเรือน

ในส่วนของการเยียวยา ปลัดกระทรวงมหาดไทยบอกว่า ได้กำชับนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการบันทึกข้อมูลขอรับเงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยยึดมาตรการลดขั้นตอนและเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ประสบภัย

นายอรรถษิษฐ์บอกอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้บันทึกข้อมูลการขอรับเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 154,884 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 1,393.956 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้ ปภ. เร่งแก้ไขระบบการบันทึกข้อมูลที่ขัดข้องให้ใช้งานได้สมบูรณ์ทันที และเพื่อเร่งคืนเมืองหาดใหญ่กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (บก.อส.) ได้ระดมกำลังสมาชิก อส. จากทั่วประเทศมาสนับสนุนภารกิจเพิ่มอีก 2,000 นาย รวมกำลังพล อส. ทั้งสิ้น 4,012 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านเรือนพี่น้องประชาชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว.

ครัวชุมชนหาดใหญ่: ความช่วยเหลือเร่งด่วนจากภาครัฐ

สถานการณ์อุทกภัยในหาดใหญ่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การเข้าถึงอาหารและสิ่งของจำเป็นกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ครัวชุมชนหาดใหญ่ จึงเป็นโครงการที่เข้ามาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยมีจุดประสงค์หลักดังนี้:

  • บรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหาร
  • ให้บริการอาหารที่สะอาดและถูกสุขอนามัย
  • ช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้

โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

การดำเนินงานครัวชุมชนหาดใหญ่เป็นอย่างไร?

การดำเนินงานครัวชุมชนหาดใหญ่ เป็นไปอย่างมีระบบ บูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ และอาสาสมัครต่างๆ มีการกระจายจุดบริการอาหารไปยังชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างสะดวก

นอกจากนี้ ยังมีการเร่งรัดการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยลดขั้นตอนและเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด

การระดมกำลัง อส. จากทั่วประเทศมาช่วยเหลือฟื้นฟูเมืองก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้การซ่อมแซมบ้านเรือนและการทำความสะอาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ครัวชุมชนหาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแจกจ่ายอาหาร แต่เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้ถูกทอดทิ้งในยามยากลำบาก การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างแท้จริง

โครงการลักษณะนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต และควรนำไปเป็นแบบอย่างในการรับมือกับภัยพิบัติอื่นๆ ในอนาคต

ที่มา – ปลัด มท. ปูพรม “ครัวชุมชุม” 97 จุดทั่วหาดใหญ่ สั่งเยียวยาห้ามตกหล่น

ครม. เตรียมอนุมัติงบช่วย 1.2 แสนครัวเรือน

“ภราดร” เผย “นายกฯ อนุทิน” เน้นย้ำจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมให้เร็ว แง้ม ครม. เตรียมอนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน กรณีน้ำท่วมขังนาน 17 จังหวัด

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก รัฐบาลโดยการนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 6 แสนหลังคาเรือน จำนวน 6 พันกว่าล้านบาท

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยต่อไปว่า ครม. กำลังจะพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติม กรณีน้ำท่วมขังบ้านเรือนเป็นเวลานาน 30 วัน 60 วัน และ 90 วัน รวม 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง อุดรธานี อุทัยธานี และอุบลราชธานี จำนวน 124,430 ครัวเรือน วงเงิน 463,870,000 บาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารต่อไป

งบประมาณที่ ครม. เตรียมอนุมัติในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือ 1.2 แสนครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานใน 17 จังหวัด โดยจะมีการพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาตามระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง เพื่อให้ความช่วยเหลือมีความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้ประสบภัย

ครม. จ่ออนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนาน

การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เป็นการแสดงความห่วงใยและใส่ใจที่รัฐบาลมีต่อประชาชน

ขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยาสำหรับ 1.2 แสนครัวเรือน

สำหรับขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่ของท่าน เพื่อขอคำแนะนำและยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา โดยทาง ปภ. จะดำเนินการตรวจสอบและอนุมัติเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือต่อไป

  • ตรวจสอบสิทธิ์ของท่านว่าอยู่ในเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยาหรือไม่
  • เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อยื่นเอกสาร
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

ในช่วงท้าย นายภราดร ระบุด้วยว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ได้รายงานให้ตนทราบถึงภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งต้องเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน พร้อมมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบทุกด้าน ส่วนมวลน้ำที่มีการระบายจากเขื่อนภูมิพลนั้น จะไม่ทำให้ระดับน้ำสูงสุดในเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ ขณะนี้ยังมีพื้นที่กักเก็บน้ำเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนได้อีก.

การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการวางแผนและดำเนินการในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การอนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนานครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ที่มา – “ภราดร” เผย ครม. จ่ออนุมัติงบกลางช่วย 1.2 แสนครัวเรือน เยียวยา 17 จว.น้ำท่วมขังนาน

ตรวจสอบสถานะเงินเยียวยาผู้ประสบภัยชายแดน 6 ต.ค.

สวัสดีครับทุกท่าน ในช่วงนี้หลายคนคงกำลังรอคอยข่าวดีเกี่ยวกับ ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้ กันใช่ไหมครับ? กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ได้เริ่มดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยอันตรายบริเวณชายแดนแล้วนะครับ ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะช่วยเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องอพยพหนีภัย โดยเฉพาะใน 7 จังหวัดชายแดนภาคอีสานและตะวันออก ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้

สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือนั้นชัดเจนมากครับ หากครัวเรือนไหนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือพื้นที่ปลอดภัยนาน 8 วันขึ้นไป จะได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทต่อครัวเรือน ส่วนที่อพยพรีบร้อนไม่เกิน 7 วัน ก็จะได้ 2,000 บาทครับ เงินทั้งหมดนี้มาจากงบประมาณปี 2568 กรอบวงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมผู้ประสบภัยถึง 315,476 ครัวเรือนเลยทีเดียว

การโอนเงินจะทำผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยผูกกับบัตรประชาชนเข้าบัญชีธนาคารออมสินครับ ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป รอบแรกจังหวัดบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และสุรินทร์ จะได้รับก่อน จำนวน 147,370 ครัวเรือน มูลค่า 736 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 7 ตุลาคม จังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว และตราด จะตามมา 90,683 ครัวเรือน 364 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยโอนภายในเดือนตุลาคมนี้เลยครับ ถ้าข้อมูลสมบูรณ์ ธนาคารจะโอนภายใน 3 วันทำการหลังจาก ปภ. ส่งข้อมูล

วิธีตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน

ตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 292,237 ครัวเรือน (ข้อมูล 2 ต.ค. 68) ถ้าคุณคือหนึ่งในนั้น สามารถ ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้ ได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ของ ปภ. ที่ http://relief68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister เพียงกรอกหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ก็รู้ผลทันทีครับ ไม่ต้องรอโทรสอบถามให้วุ่นวาย

สำหรับคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบดำเนินการด่วนเลยนะครับ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดของคุณ ปภ. กำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้เงินถึงมือทุกคนเร็วที่สุด การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่เพียงแค่เงิน แต่ยังเป็นการเยียวยาจิตใจให้กับพี่น้องที่ต้องเผชิญภัยพิบัติจากกองกำลังนอกประเทศด้วยครับ

นอกจากนี้ ปภ. ยังประสานงานกับธนาคารออมสินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การโอนเงินราบรื่น ถ้าคุณมีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชนแล้ว ก็สบายใจได้เลย เงินจะเข้าบัญชีโดยตรง ไม่ต้องไปรับเอง ถ้ายังไม่ผูก รีบไปทำที่ธนาคารใกล้บ้านซะนะครับ

ภัยชายแดนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก แต่ด้วยการช่วยเหลือจากรัฐบาล เราหวังว่าจะช่วยให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราว่า ความปลอดภัยชายแดนเป็นเรื่องสำคัญ และการเยียวยาต้องรวดเร็วเพื่อลดความเดือดร้อน

ถ้าคุณมีประสบการณ์หรือคำถามเกี่ยวกับ ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราจะช่วยกันตอบและให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิที่พึงมี รอรับข่าวดีกันเลย!

ที่มา – ตรวจสอบสถานะรับเงินเยียวยา ผู้ประสบภัยชายแดน โอนผ่านธนาคาร ตั้งแต่ 6 ต.ค.นี้

Scroll to top