เจ้าชายแอนดรูว์

รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์

รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวใหญ่โตที่เกี่ยวข้องกับคดีประพฤติมิชอบและความสัมพันธ์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชื่อดังที่ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก สถานการณ์นี้กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการราชวงศ์อังกฤษ ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าอนาคตของราชสันตติวงศ์จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร

จากรายงานของสำนักข่าว BBC เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐมนตรีหลายคนของสหราชอาณาจักรได้ออกมาแสดงท่าทีชัดเจน โดยนายลุค พอลลาร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาเสนอกฎหมายเพื่อถอดถอนอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ รัฐบาลกำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพระราชวังบักกิงแฮม เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตเจ้าชายผู้นี้มีโอกาสขึ้นครองราชย์ในอนาคตอันใกล้

รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ อย่างไร

นายพอลลาร์ดกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า “เรื่องนี้ควรได้รับความสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง แต่เราต้องรอให้การสอบสวนของตำรวจสิ้นสุดลงก่อน” ขณะที่นายเจมส์ เมอร์เรย์ เลขานุการเอกกระทรวงการคลัง ก็เห็นด้วยว่าประเด็นนี้ซับซ้อนและต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนจบ

ปัจจุบัน อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบราชสันตติวงศ์ แม้จะถูกถอดฐานันดรศักดิ์และคำนำหน้า “เจ้าชาย” ไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน เนื่องจากกระแสกดดันเรื่องความสัมพันธ์กับเอปสตีน ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เขาถูกจับกุมในข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะ และถูกควบคุมตัวนาน 11 ชั่วโมงก่อนได้รับการปล่อยตัว โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ขั้นตอนการถอดถอนจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์

การถอดถอนเชื้อพระวงศ์ออกจากลำดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร สภาขุนนาง และพระปรมาภิไธยจากกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 นอกจากนี้ ยังต้องขออนุมัติจาก 14 ประเทศในเครือจักรภพ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

  • ครั้งล่าสุดที่เปลี่ยนแปลงลำดับคือปี 2556 ด้วยพระราชบัญญัติการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 2013 ที่ยกเลิกระบบรัชทายาทบุรุษเป็นใหญ่
  • การถอดถอนครั้งประวัติศาสตร์เกิดในปี 2479 เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 สละราชสมบัติ

มีรายงานว่ารถตำรวจหลายคันเข้าตรวจค้นที่ Royal Lodge บ้านพักของแอนดรูว์ในวินด์เซอร์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด

ประเด็นนี้ไม่เพียงกระทบภาพลักษณ์ราชวงศ์ แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในสังคมสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความยุติธรรม ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากรัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ สำเร็จ จะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับราชวงศ์อังกฤษ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ราชวงศ์ควรปรับตัวอย่างไรในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็ว ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญจากต่างประเทศ

ที่มา – รัฐบาล UK พิจารณา ถอดอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์

คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน

คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คนติดตามข่าวราชวงศ์อังกฤษ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมของพระอนุชา คืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หลังจากมีเอกสารลับถูกเปิดเผยออกมา

คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงกังวลพระทัยเป็นอย่างยิ่งต่อข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ พระอนุชา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นทูตการค้าของสหราชอาณาจักร การแสดงออกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ชัดเจนทั้งในถ้อยคำและการกระทำ

โฆษกย้ำชัดว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นหน้าที่ส่วนตัวของแอนดรูว์ แต่หากตำรวจเทมส์วัลเลย์ติดต่อมา สำนักพระราชวังพร้อมสนับสนุนเต็มที่ตามที่คาดหวังจากสาธารณชน ข่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากตำรวจยืนยันว่ากำลังพิจารณาคำร้องจากกลุ่ม Republic ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านระบอบกษัตริย์ ที่แจ้งความดำเนินคดีกับแอนดรูว์ในข้อหาประพฤติมิชอบในหน้าที่สาธารณะและละเมิดความลับ

ต้นตอข้อกล่าวหาจากแฟ้มเอปสตีน

ข้อกล่าวหาครั้งนี้มีรากฐานมาจากอีเมลในแฟ้มเอกสารคดีของแจฟฟรีย์ เอปสตีน นายทุนเพศสัมพันธ์ที่รัฐบาลสหรัฐเปิดเผย เอกสารเผยว่า ในปี 2553-2554 แอนดรูว์ได้ส่งข้อมูลลับให้เอปสตีน ซึ่งตอนนั้นกำลังถูกสอบสวน

  • รายงานการเยือนสิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนามอย่างเป็นทางการ
  • รายละเอียดโอกาสลงทุนในอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกจัดเป็นข้อมูล “ลับ”
  • ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งต่อผ่านอีเมลส่วนตัว

กรณีนี้เชื่อมโยงกับ скандал Epstein ที่แอนดรูว์เคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ แม้ศาลจะยกฟ้อง แต่ชื่อเสียงของเขายังคงถูกสาดโคลน

การตอบสนองจากราชวงศ์และสังคม

แถลงการณ์จากบักกิงแฮมยังระบุว่า พระเจ้าชาร์ลส์และสมเด็จพระราชินี Camilla ทรงมีความเห็นอกเห็นใจต่อเหยื่อการล่วงละเมิดทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง การยืนยันสนับสนุนตำรวจนี้แสดงถึงความโปร่งใสของราชวงศ์ในยุคใหม่ หลังจากที่ผ่านมาเคยถูกวิจารณ์เรื่องปกปิด

ก่อนหน้านี้ แอนดรูว์ถูกถอดยศและตำแหน่งทหาร รวมถึงสิทธิ์ใช้คำนำหน้า HRH ทำให้เขาต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากพี่ชาย พระเจ้าชาร์ลส์เคยสั่งให้แอนดรูว์ย้ายออกจากพระราชวังรอยัลลอดจ์เพื่อลดค่าใช้จ่ายราชการ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การจ่ายเงินชดเชย 12 ล้านปอนด์ให้กับเวอร์จิเนีย กิฟฟรี ผู้กล่าวหาแอนดรูว์ในคดี Epstein ซึ่งแอนดรูว์ปฏิเสธ แต่ยอมจ่ายเพื่อยุติคดี

เหตุการณ์คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน นี้ สะท้อนถึงแรงกดดันจากสาธารณชนและสื่อที่ต้องการความรับผิดชอบจากราชวงศ์ โดยเฉพาะในยุคที่สถาบันกษัตริย์ถูกตั้งคำถามเรื่องต้นทุนและศีลธรรม

สำหรับผู้ที่สนใจข่าวราชวงศ์อังกฤษเพิ่มเติม เราขอแนะนำให้ติดตาม ข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตพัฒนาการล่าสุด กรณีนี้ยังคงต้องจับตาดูว่าตำรวจจะดำเนินการอย่างไร และราชวงศ์จะจัดการกับผลกระทบอย่างไรต่อไป

ในมุมมองของเรา เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการยืนหยัดต่อความยุติธรรม แม้จะกระทบครอบครัวก็ตาม คุณคิดเห็นอย่างไรกับการตัดสินใจของพระเจ้าชาร์ลส์? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – คิงชาร์ลส์กังวลพระทัย พระอนุชาโดนแฉยับ ยืนยันสนับสนุนตำรวจสืบสวน

จดหมายแฉ เอปสตีน-แอนดรูว์ ขอนักระบำเปลื้องผ้าเล่นเซ็กซ์

จดหมายแฉ เอปสตีน-แอนดรูว์ ขอนักระบำเปลื้องผ้าเล่นเซ็กซ์ กำลังเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกที่สร้างความฮือฮาและแรงกดดันมหาศาลต่ออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เอกสารล่าสุดจากคดีเจฟฟรีย์ เอปสตีน เผยรายละเอียดสุดสะพรึงเกี่ยวกับพฤติกรรมของทั้งคู่ที่ชวนให้นึกถึงคดีอื้อฉาวยาวนาน

จดหมายแฉ เอปสตีน-แอนดรูว์ ขอนักระบำเปลื้องผ้าเล่นเซ็กซ์

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 จดหมายทางกฎหมายฉบับสำคัญที่ถูกเปิดเผยในเอกสารคดีเอปสตีนชุดล่าสุด ระบุชัดเจนว่าอดีตนักการเงินชื่อดัง เจฟฟรีย์ เอปสตีน และอดีตเจ้าชายแอนดรูว์แห่งอังกฤษ ได้ขอให้นักระบำเปลื้องผ้าสาวคนหนึ่งเข้าร่วมกิจกรรมทางเพศแบบสามเส้าที่บ้านพักของเอปสตีนในรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2549

หญิงนิรนามรายนี้ถูกจ้างด้วยเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อมาเต้นรำเปลื้องผ้า แต่หลังการแสดงจบ เอปสตีนและแอนดรูว์ก็เริ่มหว่านล้อมให้เธอมีเพศสัมพันธ์หลายรูปแบบ ทนายความของเธอเขียนจดหมายในเดือนมีนาคม 2554 อธิบายว่าลูกความพยายามปฏิเสธเพราะรับจ้างมาเต้นเท่านั้น ไม่ใช่ค้าประเวณี แต่เอปสตีนสัญญาจะจ่ายค่าจ้างเต้นรำทีหลัง จนสุดท้ายเธอยอมทำตาม

รายละเอียดชวนสะพรึงจากจดหมายแฉ

นอกจากนี้ จดหมายยังเผยว่าทั้งคู่ชวนเธอไปหมู่เกาะเวอร์จินของเอปสตีน แต่เธอปฏิเสธ สุดท้ายเธอได้เงินเพียง 2,000 ดอลลาร์จากที่ตกลงไว้ และรู้สึกถูกปฏิบัติเหมือนโสเภณี เธอพร้อมเก็บเรื่องเป็นความลับแลกเงินชดเชย 250,000 ดอลลาร์ แต่ไม่ชัดเจนว่าตกลงกันสำเร็จหรือไม่

  • นักระบำจาก “ราเชลส์ สตริปคลับ” ในเวสต์ปาล์มบีช ถูกพามาร่วมปาร์ตี้
  • หญิงสาวหลายคนแต่งกายยั่วยวน บางคนดูเด็กเพียง 14 ปี
  • เอปสตีนจัดหาสาวๆ มาให้แอนดรูว์อย่างต่อเนื่อง

เอกสารชุดนี้ยังมีภาพถ่ายแอนดรูว์คุกเข่าคร่อมผู้หญิงคนหนึ่งบนพื้น และอีเมลยืนยันว่าอีปสตีนจัดอาหารค่ำให้แอนดรูว์กับหญิงรัสเซียวัย 26 ปีในปี 2553

คดีเอปสตีน-แอนดรูว์นี้เชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศต่อเวอร์จิเนีย จุฟเฟร ซึ่งแอนดรูว์ยอมจ่ายชดเชยในปี 2565 หลังปฏิเสธมาตลอด แม้จะสูญเสียสถานะราชวงศ์ไปแล้ว แต่แรงกดดันยังคงหนักหน่วง

จดหมายแฉ เอปสตีน-แอนดรูว์ ขอนักระบำเปลื้องผ้าเล่นเซ็กซ์ สะท้อนปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในชนชั้นสูงที่ซ่อนเร้นมานาน เอกสารหลายล้านหน้าเปิดโปงเครือข่ายอันมืดมิดของเอปสตีนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังนับไม่ถ้วน

จากมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบอำนาจและการปกป้องผู้เสียหาย หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศอื้อฉาวแบบนี้ ติดตามเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – จดหมายแฉ เอปสตีน-แอนดรูว์ ขอนักระบำเปลื้องผ้าเล่นเซ็กซ์

อัยการสหรัฐฯ ส่อไม่ตั้งข้อหาเพิ่มคดีเอปสตีน

อัยการสหรัฐฯ ส่อไม่ตั้งข้อหาเพิ่มคดีเอปสตีน หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารลับชุดใหญ่กว่า 3 ล้านฉบับเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาให้กับสาธารณชนทั่วโลก โดยเฉพาะชื่อของบุคคลสำคัญและคนดังที่โผล่ขึ้นมาในเอกสารเหล่านี้

ข่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 รองอัยการสูงสุด ทอดด์ บลานช์ ได้ส่งสัญญาณชัดเจนในรายการทีวีชื่อดังว่า ไม่มีข้อมูลใหม่ที่จะนำไปสู่การตั้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีที่เกี่ยวข้องกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีผู้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาว “การตรวจสอบที่เราทำก่อนหน้านี้ได้ข้อสรุปว่าไม่มีข้อมูลในลักษณะนั้น และเรายังคงยืนยันตามนั้น” บลานช์กล่าวในรายการ State of the Union ทาง CNN

อัยการสหรัฐฯ ส่อไม่ตั้งข้อหาเพิ่มคดีเอปสตีน

เอกสารที่ถูกปล่อยออกมามีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอีเมล รูปภาพ คลิปวิดีโอ และบันทึกการสนทนาที่เอ่ยถึงบุคคลชั้นนำของโลก เช่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, อีลอน มัสก์, บิล เกตส์ และอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ จากราชวงศ์อังกฤษ ชื่อเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่บลานช์ยืนยันว่า “การตรวจสอบนี้สิ้นสุดลงแล้ว” และเหลือเพียงเอกสารจำนวนน้อยที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของผู้พิพากษา

ปัจจุบัน กิสเลน แม็กซ์เวลล์ อดีตแฟนสาวของเอปสตีน เป็นผู้ต้องโทษรายเดียวที่ถูกตัดสินคดี โดยเธอถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานช่วยเหลือค้าประเวณีเด็กสาวให้เอปสตีน และกำลังรับโทษจำคุก 20 ปี ผู้รอดชีวิตจากคดีนี้หลายรายแสดงความผิดหวัง โดยระบุว่าผู้กระทำผิดรายอื่นๆ ยังคง “หลบซ่อนและได้รับการปกป้อง” แม้เอกสารจะถูกเปิดเผยแล้วก็ตาม

อัยการสหรัฐฯ ส่อไม่ตั้งข้อหาเพิ่มคดีเอปสตีนเพราะเหตุใด

บลานช์ ซึ่งเคยเป็นทนายความส่วนตัวของทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลคัดกรองเอกสารที่อาจทำลายชื่อเสียงของทรัมป์ ขณะที่ทรัมป์เองกล่าวกับสื่อบนเครื่องบิน Air Force One ว่า เอกสารชุดนี้ช่วย “ล้างมลทิน” ให้เขา และตรงข้ามกับที่ฝ่ายตรงข้ามคาดหวัง คดีเอปสตีนเคยเป็นประเด็นรบกวนทรัมป์มาอย่างยาวนาน เนื่องจากทั้งคู่เคยอยู่ในแวดวงสังคมเดียวกันที่ฟลอริดาและนิวยอร์ก

กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์เชื่อมโยงเอปสตีนกับ “รายชื่อลูกค้า” ชั้นนำของโลกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง แต่ทางการยืนยันว่าไม่มีรายชื่อดังกล่าวจริง บลานช์ยังคาดว่าเอกสารเหล่านี้คงไม่ช่วยดับกระแสทฤษฎีสมคบคิดได้

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น ลองมาดูประวัติคดีเอปสตีนกัน:

  • 2008: เอปสตีนตกลงรับสารภาพในข้อหากระทำผิดร้ายแรง ลดโทษเหลือ 13 เดือน
  • 2019: ถูกจับกุมอีกครั้งในข้อหาค้าประเวณีเด็ก แต่เสียชีวิตในคุกอย่างมีข้อกังขา
  • 2021: แม็กซ์เวลล์ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี
  • 2569: เปิดเอกสารสุดท้าย แต่อัยการสหรัฐฯ ส่อไม่ตั้งข้อหาเพิ่มคดีเอปสตีน

เอกสารชุดนี้ไม่เพียงเผยชื่อบุคคลสำคัญเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความซับซ้อนของคดีที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลและอำนาจ โดยเฉพาะในวงการการเงินและการเมืองระดับสูง

แม้จะไม่มีข้อหาใหม่ แต่คดีนี้ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในสังคมชั้นสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า การเปิดเผยเอกสารช่วยเพิ่มความโปร่งใส แต่ก็เผยให้เห็นข้อจำกัดของระบบยุติธรรมในการเอาผิดผู้มีอิทธิพล

ในมุมมองของผู้เขียน คดีเอปสตีนสะท้อนถึงความท้าทายในการต่อสู้กับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจ แม้เอกสารจะถูกเปิด แต่ความยุติธรรมที่แท้จริงอาจต้องอาศัยความกล้าหาญจากผู้รอดชีวิตและแรงกดดันจากสาธารณะ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศอื่นๆ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – อัยการสหรัฐฯ ส่อไม่ตั้งข้อหาเพิ่มคดี “เอปสตีน” หลังเปิดเอกสารชุดล่าสุด

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก! หลังกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ปล่อยเอกสารกว่า 3 ล้านหน้าเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2569 ชุดข้อมูลมหาศาลนี้เผยชื่อคนดังนับไม่ถ้วน รวมถึงภาพช็อกโลกของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ที่กำลังคร่อมร่างหญิงคนหนึ่ง นี่คือแรงกดดันรอบใหม่ที่อาจทำให้ราชวงศ์อังกฤษปวดหัวหนัก

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง

เอกสารเอปสตีนชุดใหม่นี้มีวิดีโอกว่า 2,000 ไฟล์ และรูปภาพกว่า 180,000 ภาพ นายทอดด์ แบลนซ์ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ อธิบายว่าปริมาณมหาศาลขนาดหากวางซ้อนกันสูงเท่าหอไอเฟล 2 หอ ต้องใช้เวลาตรวจสอบเพื่อปกปิดตัวตนเหยื่อนานนับปีกว่าจะปล่อยได้

จุดเด่นที่ทุกคนจับตาคือภาพของ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ อดีตเจ้าชายที่กำลังคุกเข่าคร่อมผู้หญิงนอนพื้น สัมผัสหน้าท้องเธอ และจ้องกล้องตรงๆ ภาพเหล่านี้ยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้คดีเก่าๆ ที่เขาถูกกล่าวหาเรื่องเพศสัมพันธ์กับผู้เยาว์จากแก๊งเอปสตีน แม้ยังไม่ใช่หลักฐานผิดกฎหมายชัดเจน แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์พังยับ

อีเมลเชิญทานข้าวกับสาวรัสเซียวัย 26

นอกจากภาพ ยังมีอีเมลปี 2553 ที่เอปสตีนเชิญอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ทานอาหารค่ำกับหญิงรัสเซียวัย 26 ปี เพียง 2 ปีหลังเอปสตีนรับสารภาพคดีค้าประเวณีเด็ก สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความสนิทสนมอันน่าตกใจระหว่างทั้งคู่

ภาพจากเอกสารเอปสตีน

เอกสารยังพูดถึงชีวิตในคุกของเอปสตีนที่เลือกอยู่คนเดียว พฤติกรรมบงการเพื่อหลีกเลี่ยงเพื่อนร่วมห้อง และรายละเอียดการตายปริศนาของเขา

คนดังอื่นๆ ที่โดนแฉในเอกสารเอปสตีนชุดใหม่

  • โดนัลด์ ทรัมป์: ชื่อโผล่ในรายงาน FBI แต่ถูกปฏิเสธเพราะไม่น่าเชื่อถือ
  • บิล เกตส์: ถูกหาว่าติดโรคติดต่อทางเพศ แต่เขาปฏิเสธเด็ดขาดว่า “ไร้สาระ”
  • อีลอน มัสก์: ชื่อโผล่กว่า 1,000 ครั้ง มีอีเมลปี 2555-56 ชวนไปปาร์ตี้เกาะส่วนตัว แต่ยกเลิกเพราะปัญหาการเดินทาง อีเมลแซวเรื่องอัตราส่วนชายหญิงสุดแซ่บ!

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นเครือข่ายกว้างขวางของเอปสตีน แต่การมีชื่อในเอกสารไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมายเสมอไปนะครับ

เรื่องนี้สะท้อนสังคมชั้นสูงที่เต็มไปด้วยความลับมืดมิด เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ไม่เพียงแฉอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ แต่ยังเปิดโปงความสัมพันธ์อันตรายของเหล่าคนดัง คุณคิดว่ามันจะนำไปสู่การสอบสวนใหม่ไหม? ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – เอกสารเอปสตีนชุดใหม่ แฉยับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ มีภาพคร่อมร่างผู้หญิง

สหรัฐฯ เผย ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว

สหรัฐฯ เผย ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว

ทางการสหรัฐฯ ได้เปิดเผยเอกสารชุดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี เคยนั่งเครื่องบินส่วนตัวของนายเอปสตีนถึง 8 เที่ยวบิน เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์และสื่อต่างๆ

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมอีกหลายพันฉบับที่เกี่ยวข้องกับคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ การเปิดเผยเอกสารในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเซ็นเซอร์ข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลที่ล่าช้า

เอกสารชุดล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ออกมามีจำนวนมากถึง 11,000 ฉบับ ซึ่งรวมถึงวิดีโอและบันทึกเสียงหลายร้อยรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพจากกล้องวงจรปิดในเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นายเอปสตีนถูกพบว่าเสียชีวิตในห้องขังระหว่างรอการพิจารณาคดีในข้อหาค้ามนุษย์เพื่อการค้าประเวณี

เอกสารที่เผยแพร่ออกมายังมีอีเมลในปี 2544 ที่ส่งโดยบุคคลที่ใช้อักษรย่อ “A” จาก “บัลมอรัล” ถึง กิสเลน แมกซ์เวลล์ คนสนิทของนายเอปสตีน โดยส่งจากที่อยู่อีเมลที่ใช้ชื่อว่า “The Invisible Man” โดยเนื้อหาในอีเมลสอบถามแมกซ์เวลล์ว่า “คุณหาเพื่อนใหม่ที่ไม่เหมาะสมให้ฉันได้บ้างไหม?”

ทำไมเรื่อง ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว ถึงเป็นที่สนใจ?

เรื่องราวที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว เป็นที่สนใจเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และเอปสตีนที่ถูกเชื่อมโยงกับคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศและการค้ามนุษย์ การเปิดเผยข้อมูลนี้ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของทรัมป์ในเรื่องนี้

นอกจากนี้ ยังมีการโต้ตอบทางอีเมลอีกฉบับที่พูดถึง “เด็กผู้หญิง” ในทริปเดินทางไปประเทศเปรู ซึ่งทาง BBC ได้พยายามติดต่อทีมงานของ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ เพื่อขอคำชี้แจง แต่ยังไม่มีการตอบรับ

เอกสารชุดล่าสุดยังรวมถึงวิดีโอปลอมที่อ้างว่าแสดงภาพ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ภายในห้องขังที่นิวยอร์กในวันที่เขาเสียชีวิต และอีเมลที่ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของเอปสตีนจำนวน 8 เที่ยว ระหว่างปี 2536 ถึง 2539 ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้สังคมหันมาจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

กฎหมายความโปร่งใสในแฟ้มข้อมูลเอปสตีน (EFTA) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสและลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กำหนดให้มีการเปิดเผยแฟ้มข้อมูลเอปสตีนทั้งหมดภายในวันศุกร์ของสัปดาห์ก่อน

นายทอดด์ บลานช์ รองอัยการสูงสุดอ้างว่าความล่าช้าเกิดจากความจำเป็นในการเซ็นเซอร์ตัวตนของเหยื่อของนายเอปสตีนมากกว่า 1,000 ราย ออกจากเอกสารและรูปภาพจำนวนมาก และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ปกปิดข้อมูลเพื่อปกป้องโดนัลด์ ทรัมป์

การเซ็นเซอร์ข้อมูลอย่างกว้างขวางในเอกสารหลายฉบับและการควบคุมการเปิดเผยข้อมูลอย่างเข้มงวดโดยเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์ได้กระตุ้นให้เกิดความสงสัยว่าการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จะสามารถสยบทฤษฎีสมคบคิดเรื่องการปกปิดข้อมูลในระดับสูงได้จริงหรือไม่

ชุดเอกสารที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ประกอบด้วยรูปภาพของอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน และบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ซึ่งต่างอยู่ในวงสังคมของเอปสตีน

เรื่องราวที่ สหรัฐฯ เผยว่าทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และหวังว่าการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยไขข้อสงสัยและนำไปสู่ความกระจ่างในคดีนี้

ที่มา – สหรัฐฯ เผยเอกสารชุดใหม่ ชี้ทรัมป์เคยนั่งเครื่องบิน “เอปสตีน” 8 เที่ยว

ภาพใหม่เอปสตีน! คนดังเพียบรวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์

ส.ส.เดโมแครตได้เผยแพร่ภาพถ่ายชุดใหม่จำนวน 19 ภาพจากทรัพย์สินของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักค้ากามที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งรวมถึงภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ, เจ้าชายแอนดรูว์ และอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน การเปิดเผยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

คณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ได้เปิดเผยภาพถ่ายชุดแรกจำนวน 19 ภาพ และตามมาด้วยภาพอีกเกือบ 80 ภาพในวันเดียวกัน โดยระบุว่าภาพเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคลังภาพขนาดใหญ่กว่า 95,000 ภาพ ซึ่งได้รับมาจากทรัพย์มรดกของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน หลังจากมีการออกหมายเรียกเอกสาร

ภาพที่ถูกปล่อยออกมานั้นมีทั้งภาพส่วนตัวที่ไม่เคยมีการเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน ภาพจากเกาะส่วนตัวของเอปสตีน และภาพที่เขาปรากฏตัวร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การเผยแพร่ภาพถ่ายชุดดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับเส้นตายภายในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ เพื่อเปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีของเอปสตีน ตามกฎหมายที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบและอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามรับรองเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากที่ถูกกดดันอย่างหนักจากฐานเสียง MAGA (Make America Great Again)

แม้ว่ากระบวนการของกระทรวงยุติธรรมจะเป็นคนละส่วนกับการสอบสวนของสภาคองเกรส แต่ทางฝั่งเดโมแครตยืนยันว่าจะยังคงทยอยปล่อยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อไปเพื่อความโปร่งใส

ภาพถ่ายชุดใหม่นี้ได้เผยให้เห็นถึงรายละเอียดส่วนตัวของเอปสตีน เช่น ภาพที่เขานั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ และภาพที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์ทางเพศ ในขณะเดียวกันก็มีภาพที่เขาถ่ายคู่กับบุคคลทรงอิทธิพลจำนวนมาก อาทิเช่น บิล คลินตัน, บิล เกตส์, สตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษาของทรัมป์ รวมถึงภาพของ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ ซึ่งถูกตัดสินจำคุกในปี 2021 ในข้อหามีบทบาทในการช่วยเหลือเอปสตีน

คณะกรรมาธิการได้ระบุว่า ภาพเหล่านี้ไม่ได้มาพร้อมกับคำอธิบายใดๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าภาพถูกถ่ายเมื่อใด ที่ไหน หรือด้วยเหตุผลอะไร และยังย้ำอีกว่าการปรากฏตัวอยู่ในภาพที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีนนั้น ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิดใดๆ

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงของเอปสตีนกับบุคคลในแวดวงชั้นนำจำนวนมาก รวมถึงการเสียชีวิตของเขาในเรือนจำแมนฮัตตันเมื่อปี 2019 ในระหว่างการรอพิจารณาคดีค้ามนุษย์ทางเพศ ยังคงเป็นชนวนเหตุให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปกปิดความจริงของรัฐบาลที่แพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์

โรเบิร์ต การ์เซีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นแกนนำในคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติการปกปิดจากทำเนียบขาว และนำความยุติธรรมมาสู่ผู้เสียหาย พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยเอกสารทั้งหมดโดยเร็ว

ทางด้านพรรครีพับลิกัน ซึ่งครองเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ ได้ออกมาตอบโต้ว่า ทางฝั่งเดโมแครตกำลังทำการคัดเลือกภาพบางส่วนและปิดบังข้อมูลอย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างเรื่องเล่าที่บิดเบือนเกี่ยวกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ในขณะที่ทำเนียบขาวได้เรียกการเผยแพร่ภาพในครั้งนี้ว่าเป็นกลเกมทางการเมืองของเดโมแครต ซึ่งถูกหักล้างมาแล้วหลายครั้ง

สำหรับทรัมป์นั้น ปรากฏอยู่ในภาพที่ถูกปล่อยออกมาอย่างน้อย 3 ภาพ โดยหนึ่งในนั้นเป็นภาพที่ถ่ายร่วมกันในงานปาร์ตี้ Victoria’s Secret เมื่อปี 1997 ซึ่งเคยถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาก่อนแล้ว ทรัมป์ยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์กับเอปสตีนในช่วงทศวรรษ 1990 แต่ยืนยันว่าได้ยุติการติดต่อกันไปตั้งแต่ต้นยุค 2000 และไม่เคยถูกกล่าวหาในคดีใดๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ว่า บุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมากต่างก็เคยรู้จักและถูกถ่ายภาพร่วมกับเอปสตีน พร้อมทั้งมองว่าการปล่อยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์

ทำไมภาพใหม่เอปสตีนถึงเป็นประเด็น?

การเปิดเผยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุคคลเหล่านี้กับเอปสตีน และอาจนำไปสู่การตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมของเอปสตีน

การเผยแพร่ภาพถ่ายชุดนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพล การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความยุติธรรมในสังคม

ที่มา – เผยภาพใหม่จากคลังภาพของเอปสตีน คนดังเพียบ รวมถึง โดนัลด์ ทรัมป์

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหาร แอนดรูว์?

ทางการอังกฤษเผย กำลังดำเนินการถอดยศทางทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ตามพระประสงค์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่กี่วันหลังมีการถอดยศ “เจ้าชาย”

เมื่อ 2 พ.ย. 2568 นายจอห์น ฮีลลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการถอดถอน ตำแหน่งทางทหารกิตติมศักดิ์ตำแหน่งสุดท้ายของ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือชื่อปัจจุบันคือ แอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

แอนดรูว์ ซึ่งถูกถอดถอนพระยศเจ้าชายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 ต.ค.) ยังคงมียศเป็นพลเรือโทแห่งราชนาวีอังกฤษ หลังจากที่พระองค์สละตำแหน่งทางทหารอื่น ๆ ไปเมื่อปี 2565

นายฮีลลีย์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ของ BBC ว่า “นี่เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง เป็นการดำเนินการตามพระประสงค์ของพระมหากษัตริย์ และเรากำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่”

ทั้งนี้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เคยรับราชการในราชนาวีอังกฤษเป็นเวลา 22 ปี และปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ในสงครามฟอล์กแลนด์ จนได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษสงครามมาหลายสิบปี ก่อนที่เขาจะเข้าไปพัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ และความเกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับ

แอนดรูว์เมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชาย ถูกฟ้องร้องคดีแพ่งในสหรัฐฯ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเขาปฏิเสธการกระทำผิดมาตลอด แต่ตัดสินใจคืนตำแหน่งทางทหารและตำแหน่งผู้อุปถัมภ์อื่นๆ ของราชวงศ์ในปี 2565 เหลือเพียงยศพลเรือโท และหยุดใช้คำนำหน้าว่า His Royal Highness ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

ต่อมา แอนดรูว์ตกลงยอมความในคดีที่ วิกตอเรีย จุฟเฟร เหยื่อการค้าประเวณีและการล่วงละเมิดทางเพศของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ยื่นฟ้อง โดยเธอกล่าวหาแอนดรูว์ว่า ล่วงละเมิดทางเพศเธอขณะที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาปฏิเสธ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีนับจากนั้น แต่แรงกดดันที่มีต่อแอนดรูว์กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดในสัปดาห์นี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะถอดถอนพระยศเจ้าชายของแอนดรูว์ และสิทธิพิเศษในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด

น.ส.วาเลนไทน์ โลว์ ผู้สื่อข่าวราชสำนัก กล่าวในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ว่า การถอดถอนตำแหน่งทางทหารสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์จะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างใหญ่หลวง เพราะ “เชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะแอนดรูว์ มีความภาคภูมิใจอย่างมากและมุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งทางทหารไว้”

“ดูเหมือนสมเด็จพระราชาจะตั้งพระทัยที่จะถอดถอนทุกอย่างจากพระอนุชาโดยสิ้นเชิง สิ่งที่พระองค์กำลังแสดงออกมาคือ ความเด็ดขาดไร้ปรานีอย่างชัดเจน” น.ส.โลว์กล่าว

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพระองค์ในการปรับปรุงภาพลักษณ์ของราชวงศ์ การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการดำเนินการที่เด็ดขาดและชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่ออดีตเจ้าชายแอนดรูว์

ผลกระทบจากการที่ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

การที่ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงภายในราชวงศ์ การกระทำนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารราชสำนักในอนาคต

นอกจากนี้ การตัดสินใจของ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ยังเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากสาธารณชน ที่ต้องการเห็นความโปร่งใสและความรับผิดชอบจากสมาชิกราชวงศ์ การดำเนินการครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การตัดสินใจที่เด็ดขาดอาจสร้างความไม่พอใจให้กับบางกลุ่ม แต่ก็อาจได้รับการยกย่องจากผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

อนาคตของราชวงศ์อังกฤษภายใต้การนำของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การที่ คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความเด็ดขาดของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ซึ่งอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของราชวงศ์อังกฤษ หากคุณสนใจข่าวสารต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เชิงลึกได้จากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ที่มา – คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

สภาสหรัฐฯ จี้! อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ไขปมเอปสตีน

สมาชิกคณะกรรมการสืบสวนของรัฐสภาสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เข้าให้การคดีเอปสตีนอีกครั้ง หลังจากเขาถูกคิงชาร์ลส์ที่ 3 ถอดพระอิสริยยศ

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 1 พ.ย. 2568 ว่า สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลและปฏิรูปรัฐบาล ของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งกำลังสืบสวนคดีทางเพศของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับ เพิ่มการเรียกร้องให้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือปัจจุบันใช้นามว่า แอนดรูว์ เมาต์แบตเทน วินด์เซอร์ เข้าให้การเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับนายเอปสตีน

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงถอดพระอิสริยยศ “เจ้าชาย” ของแอนดรูว์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และเตรียมให้พระอนุชาพระองค์นี้ย้ายออกจากคฤหาสน์ “รอยัล ลอดจ์” (Royal Lodge) ภายในบริเวณพระราชวังวินด์เซอร์ เพื่อตอบรับกับกระแสความไม่พอใจต่อข่าวอื้อฉาวของแอนดรูว์ที่สั่งสมมานานหลายปี

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมกล่าวว่า การลงโทษดังกล่าวมีความจำเป็น แม้ว่าแอนดรูว์จะยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ ที่มุ่งเป้ามาที่พระองค์ รวมถึงข้อหาล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ อันเกี่ยวโยงกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาค้าประเวณี

การถอดยศของแอนดรูว์ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องในสหรัฐฯ ให้แอนดรูว์เปิดเผยทุกสิ่งที่รู้เกี่ยวกับนายเอปสตีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากถ้อยแถลงจากสำนักพระราชวัง ที่แสดงความเห็นใจต่อเหยื่อของการล่วงละเมิดทั้งหมด

บีบีซีรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 4 คนในคณะกรรมการกำกับดูแลและปฏิรูปรัฐบาล (House Oversight Committee) ซึ่งกำลังสืบสวนการจัดการคดีของเอปสตีน ได้ยื่นคำร้องให้แอนดรูว์เข้าให้การเกี่ยวกับคดีนี้อีกครั้ง

นายราชา กฤษณามูรติ ส.ส. เดโมแครต และเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการ 4 คนดังกล่าว ระบุว่า “สารภาพตามตรง มาปรากฏตัวต่อหน้ารัฐสภาสหรัฐฯ ให้การโดยสมัครใจ อย่ารอหมายเรียก โปรดมาให้การและบอกเราว่าคุณรู้อะไรบ้าง” “ทั้งหมดนี้ไม่เพียงเพื่อมอบความยุติธรรมแก่ผู้รอดชีวิตเท่านั้น แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกด้วย”

ขณะที่นายสุหาส สุพรามัณยัม ส.ส. เดโมแครตอีกคน กล่าวว่า แอนดรูว์สามารถเข้าให้การทางไกลพร้อมทนายความของเขา และพูดคุยกับคณะกรรมการแบบส่วนตัวได้

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายคริส ไบรอันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของสหราชอาณาจักรบอกกับ บีบีซี ว่า แอนดรูว์ควรเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับเอปสตีน

สถานการณ์ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พระองค์ถูกถอดพระอิสริยยศ และถูกเรียกร้องให้เข้าให้การในคดีสำคัญอย่างคดีเอปสตีน

สมาชิกสภาสหรัฐฯ เรียกร้องอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เข้าให้การปมเอปสตีน

เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ ความยุติธรรม และการเมืองระหว่างประเทศ การเรียกร้องให้อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เข้าให้การปมเอปสตีน เป็นแรงกดดันมหาศาลที่พระองค์ต้องเผชิญ และยังเป็นบททดสอบความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมอีกด้วย

ทำไมสมาชิกสภาสหรัฐฯ จึงต้องการให้อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ให้การ?

เหตุผลหลักที่สมาชิกสภาสหรัฐฯ ต้องการให้อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เข้าให้การปมเอปสตีน คือความเชื่อว่าพระองค์อาจมีข้อมูลสำคัญที่สามารถช่วยไขคดี และนำไปสู่การลงโทษผู้กระทำผิดได้ เนื่องจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างแอนดรูว์และเอปสตีนในอดีต ทำให้เชื่อได้ว่าพระองค์อาจทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางเพศที่เอปสตีนมีส่วนเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ การที่สำนักพระราชวังออกมาแสดงความเห็นใจต่อเหยื่อของการล่วงละเมิด ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าราชวงศ์เองก็ต้องการให้ความจริงปรากฏ และสนับสนุนให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใส การเรียกร้องให้อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เข้าให้การจึงเป็นการผลักดันให้พระองค์แสดงความรับผิดชอบ และให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การตอบสนองของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ต่อข้อเรียกร้องนี้ ในอดีต พระองค์เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ และหลีกเลี่ยงการให้ความร่วมมือในการสอบสวน หากพระองค์ยังคงยืนกรานที่จะปฏิเสธ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของราชวงศ์ และอาจนำไปสู่การกดดันจากนานาชาติมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากพระองค์ตัดสินใจที่จะให้การ ก็อาจเป็นโอกาสที่จะแสดงความจริงใจ และกอบกู้ชื่อเสียงที่เสียหายไป แม้ว่าการให้การอาจนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เป็นผลดีต่อพระองค์ หรือต่อราชวงศ์ก็ตาม แต่ก็อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เรื่องราวจบลงได้ด้วยความยุติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

สถานการณ์นี้จึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ จะตัดสินใจอย่างไร และผลลัพธ์ของการตัดสินใจนั้นจะเป็นอย่างไรต่ออนาคตของพระองค์ และต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การที่สมาชิกสภาสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เข้าให้การปมเอปสตีนถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของราชวงศ์อังกฤษและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ที่มา – สมาชิกสภาสหรัฐฯ เรียกร้องอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เข้าให้การปมเอปสตีน

Scroll to top