เชียงใหม่

ลุ้นชม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ คืนวันแม่ 12 ส.ค.

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อยกับเทศกาลวันแม่ปีนี้ เพราะนอกจากจะได้ใช้เวลาอยู่กับคุณแม่แล้ว ท้องฟ้ายามค่ำคืนยังเตรียมมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกัน นั่นคือปรากฏการณ์ ลุ้นชม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ คืนวันแม่ 12 ส.ค. ที่จะเกิดขึ้นให้เราได้เห็นกันแบบเต็มตาตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ไปจนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นปีที่น่าจับตามองมากเป็นพิเศษเลยครับ

ลุ้นชม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ คืนวันแม่ 12 ส.ค. อย่างไรให้ฟิน?

สำหรับใครที่วางแผนอยากจะออกไปดูดาวกับครอบครัว ข่าวดีคือปีนี้ไม่มีแสงจันทร์มารบกวนท้องฟ้า ทำให้เราสามารถมองเห็นฝนดาวตกได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจุดศูนย์กลางจะอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุสทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. เป็นต้นไป การ ลุ้นชม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ คืนวันแม่ 12 ส.ค. ให้สนุกที่สุด แนะนำให้หาพื้นที่มืดห่างจากแสงไฟในเมือง กางเสื่อแล้วนอนชมด้วยตาเปล่าได้เลยครับ

ข้อมูลน่ารู้ของปรากฏการณ์ ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์

ฝนดาวตกชุดนี้ถือว่ามีความพิเศษมาก เพราะมีอัตราการตกเฉลี่ยสูงถึง 100 ดวงต่อชั่วโมง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากชวนทุกคนมา ลุ้นชม ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ คืนวันแม่ 12 ส.ค. ด้วยกัน โดยธรรมชาติของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เกิดจากเศษฝุ่นละอองของดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิลที่ทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกเคลื่อนที่ตัดผ่าน จึงเกิดการเสียดสีและลุกไหม้เป็นแสงสวยงามบนท้องฟ้า

  • สถานที่ชม: ควรเป็นที่โล่งแจ้ง ไร้แสงไฟรบกวน
  • วิธีการ: นอนชมด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์
  • การเตรียมตัว: เช็คสภาพอากาศในพื้นที่ เพราะอาจมีฝนตกหนักในช่วงฤดูฝน

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นปรากฏการณ์ที่สวยงาม แต่ก็อย่าลืมเช็คสภาพอากาศในพื้นที่ของท่านด้วยนะครับ เพราะช่วงนี้ประเทศไทยเราอยู่ในฤดูฝน หากฟ้าปิดอาจจะทำให้พลาดชมความสวยงามไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคืนนั้นฟ้าเปิด นี่จะเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจสุดๆ ในวันแม่ปีนี้แน่นอนครับ

ที่มา – ลุ้นชม “ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์” คืนวันแม่ 12 ส.ค. ถึงรุ่งเช้า สูงสุด 100 ดวงต่อชั่วโมง

ศึกษาธิการฯ เชียงใหม่ จ่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวกรณีที่โรงเรียนดังในเชียงใหม่เกิดเหตุการณ์แชตขู่ก่อเหตุ จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับทั้งผู้ปกครองและนักเรียนเป็นอย่างมาก ล่าสุดทาง ศึกษาธิการฯ เชียงใหม่ จ่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะพฤติกรรมเลียนแบบขึ้นอีกครับ

ศึกษาธิการฯ เชียงใหม่ จ่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องหันมาให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพจิตและการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างใกล้ชิด ทางสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเร่งนำนโยบายจากกระทรวงศึกษาธิการมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโรงเรียนจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกหลานของเราทุกคน

รายละเอียดแนวทาง ศึกษาธิการฯ เชียงใหม่ จ่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน

สำหรับการดำเนินงานในขั้นถัดไป ทางหน่วยงานได้วางแผนมาตรการเชิงรุกที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรอง: มีการสแกนกระเป๋าและตรวจสอบบุคคลภายนอกอย่างละเอียดก่อนเข้าสู่สถานศึกษา
  • การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ: เปิดช่องทางให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและรับเรื่องร้องเรียนจากนักเรียนทั่วประเทศ
  • ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ: ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อร่วมซ้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • การสื่อสารอย่างรับผิดชอบ: รณรงค์ป้องกันการแชร์ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หรือ Copycat Effect

มาตรการทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องการป้องกันเหตุร้ายเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่อบอุ่นและปลอดภัย ไม่ต้องคอยระแวงเรื่องภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

ในฐานะผู้ปกครองและประชาชน เราควรสนับสนุนมาตรการเหล่านี้และช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่กันครับ การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ครู ตำรวจ และครอบครัว คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เชียงใหม่และโรงเรียนทั่วไทยกลับมาปลอดภัยอีกครั้ง หากใครมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมหรือต้องการแบ่งปันวิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในรั้วโรงเรียน สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานเราทุกคน

ที่มา – ศึกษาธิการฯ เชียงใหม่ จ่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน หลังมีแชตขู่ก่อเหตุ

รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวคราวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้ เกี่ยวกับการที่ภาครัฐออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ อย่างจริงจังและไม่มีข้อยกเว้น เพราะเรื่องนี้ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรงเลยทีเดียวครับ

รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ

ทางด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ซึ่งบทลงโทษนั้นถือว่ามีความรุนแรงมาก โดยท่านได้ยกตัวอย่างเคสที่เกิดขึ้นในอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอดีตปลัดอำเภอเข้าไปพัวพันจนเกิดความเครียดและจบชีวิตตัวเองลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการกระทำผิดในลักษณะนี้นั้นมีโทษที่หนักหนาสาหัสเพียงใด

มาตรการเด็ดขาดเมื่อรัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ

นายกฯ ได้ย้ำเตือนใจข้าราชการทุกคนว่า การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตคือหัวใจสำคัญ และการที่ใครสักคนต้องเผชิญกับโทษรวมหลายร้อยปีจากหลายคดีนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการไม่ริเริ่มทำสิ่งที่ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นครับ โดยมาตรการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่มีดังนี้:

  • การตรวจสอบย้อนหลังการออกบัตรประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
  • การใช้ระบบฐานข้อมูลดิจิทัลเข้ามาช่วยคัดกรองเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์
  • การลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเฉียบขาดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่เพื่อแจ้งเบาะแส

ในมุมมองของผม การที่ รัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ยอมให้มีการคอรัปชันหรือการละเมิดกฎหมายจนส่งผลกระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทย โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องบัตรประชาชนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญมากสำหรับพลเมืองไทยครับ

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้ว่า กฎหมายบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์เสมอ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หากตัดสินใจทำผิดกฎหมาย ย่อมต้องได้รับผลของกรรมนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หวังว่าบทเรียนจากกรณีอดีตปลัดอำเภอจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนตระหนักถึงความถูกต้องเหนือสิ่งอื่นใด

ที่มา – นายกฯ ยันรัฐบาลเข้มงวดเอาผิดขบวนการออกบัตรประชาชนให้ต่างชาติ ชี้โทษรุนแรง

อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดเที่ยว น้ำตกแม่สา ชั่วคราว

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายเที่ยวทุกคน ใครที่มีแพลนจะขึ้นเหนือไปสัมผัสธรรมชาติที่เชียงใหม่ในช่วงนี้ต้องเช็กข้อมูลกันด่วนเลยครับ เพราะล่าสุดมีข่าวประกาศจากทางอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำป่าที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดเที่ยว น้ำตกแม่สา ชั่วคราว

เหตุการณ์นี้น่าจะทำให้หลายคนต้องปรับแผนการเดินทางกันยกใหญ่ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการว่า อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดเที่ยว น้ำตกแม่สา ชั่วคราว เนื่องจากในพื้นที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้มีมวลน้ำป่าไหลหลากและน้ำมีสีขุ่นแดง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวที่เข้าไปทำกิจกรรมในบริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน ทางอุทยานฯ จึงจำเป็นต้องปิดให้บริการจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติครับ

เหตุผลที่ต้องประกาศปิดเที่ยว น้ำตกแม่สา ชั่วคราว

อย่างที่เราทราบกันดีว่าในช่วงฤดูฝนแบบนี้ พื้นที่ต้นน้ำอย่างดอยสุเทพมักจะมีความเสี่ยงจากดินโคลนถล่มและน้ำป่าฉับพลัน การที่ทาง อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดเที่ยว น้ำตกแม่สา ชั่วคราว ในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญมากครับ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวเป็นอันดับหนึ่ง ใครที่วางแผนจะเดินทางไปเชียงใหม่ แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดก่อนออกจากที่พักนะครับ

หากเพื่อนๆ ต้องการสอบถามข้อมูลอัปเดตหรือต้องการเช็กสถานการณ์ก่อนเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่ช่องทางดังนี้ครับ:

  • เพจเฟซบุ๊ก: อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Doi Suthep-Pui National Park
  • โทรศัพท์: 053-210244 (ในเวลาราชการ)
  • หากเกิดเหตุฉุกเฉิน: โทร 1669 ได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

แม้ว่าการเที่ยวชมน้ำตกจะไม่ได้ แต่เชียงใหม่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจและปลอดภัยให้เลือกไปเยือนอีกมากมายครับ อย่าลืมให้ความสำคัญกับประกาศเตือนภัยจากทางราชการเสมอเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของเราทุกคนครับ

ที่มา – อุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดเที่ยว “น้ำตกแม่สา” ชั่วคราว หลังเกิดน้ำหลาก

อภิสิทธิ์ เปิดงานสายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ

เรียกได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เดินทางไปเปิดงาน อภิสิทธิ์ เปิดงานสายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเดินหน้าปรับทัพและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวเหนืออีกครั้ง งานนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์แสดงจุดยืนชัดเจนว่า ต้องการฟื้นฟูศรัทธาและกลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักที่เป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของประชาชน

เจาะลึก อภิสิทธิ์ เปิดงานสายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ

ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยนายอภิสิทธิ์ได้ย้ำชัดว่าแม้สถานการณ์ทางการเมืองจะมีความท้าทาย แต่ประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคการเมืองเฉพาะกิจ เราทำงานด้วยความมุ่งมั่นเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนภาคเหนือ หรือการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มากมายในท้องถิ่น

เป้าหมายของ อภิสิทธิ์ เปิดงานสายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการเข้าถึงใจประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่เคยมีความผูกพันกับพรรคมาอย่างยาวนาน ซึ่งกลยุทธ์สำคัญที่นายอภิสิทธิ์เน้นย้ำ คือ:

  • การผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่เน้นฉาบฉวย
  • การเชื่อมโยงนโยบายระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
  • การใช้เทคโนโลยีมาต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับเมือง
  • การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

หลายคนอาจสงสัยว่าการกลับมาครั้งนี้จะสอดคล้องกับสมการการเมือง 3 สีที่กำลังเป็นกระแสหรือไม่ แต่นายอภิสิทธิ์ได้ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า พรรคประชาธิปัตย์เน้นการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก และไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสมการการเมืองใดๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทิศทางในการแก้ปัญหาประเทศ นี่คือความชัดเจนที่ทำให้หลายคนมองว่า ประชาธิปัตย์กำลังกลับมาทำการเมืองแบบเนื้อๆ เน้นผลลัพธ์มากกว่าการเล่นเกมการเมืองเพื่ออำนาจ

หากถามถึงอนาคต เชื่อว่าความท้าทายของพรรคคือการพิสูจน์ผลงานผ่านการปฏิบัติจริง ซึ่งทางพรรคเองก็ยอมรับว่าต้องใช้เวลา แต่การเริ่มต้นในครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดหมายที่ดีในการสร้างฐานเสียงที่แข็งแกร่งขึ้นอีกครั้งในภาคเหนือ ประชาชนต้องการเห็นพรรคการเมืองที่พร้อมเป็นกระบอกเสียงและเสนอทางออกที่สร้างสรรค์มากกว่าแค่การโต้ตอบกันไปมา

ท้ายที่สุดนี้ ในมุมมองของผม การที่ประชาธิปัตย์ลุกขึ้นมาขยับตัวอย่างจริงจังแบบนี้ จะส่งผลดีต่อตัวเลือกของประชาชนในอนาคต เพราะยิ่งมีพรรคที่กล้าตรวจสอบและมีนโยบายที่ชัดเจนมากเท่าไหร่ ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่านั้น เรามาร่วมติดตามกันต่อไปว่าก้าวต่อไปของพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์จะเป็นอย่างไรครับ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เปิดงานสายฟ้าฮ่วมใจ ฮอมแฮงเมืองเหนือ ย้ำ ปชป.เดินหน้าฟื้นศรัทธาเป็นพรรคหลัก

เชียงใหม่สั่งเข้มทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับมือ ฝนตกหนัก 6-8 ส.ค.

เชียงใหม่สั่งเข้มทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับมือ ฝนตกหนัก 6-8 ส.ค.

ชาวเชียงใหม่ต้องระวังตัวกันหน่อยครับ! ล่าสุดทางจังหวัดได้ออกมาประกาศเตือนให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนัก ในช่วงวันที่ 6–8 สิงหาคมนี้อย่างใกล้ชิด โดยนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้นายอำเภอทุกแห่งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นแบบ 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ครับ

สาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้หลายพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ดังนั้นการ เชียงใหม่สั่งเข้มทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับมือ ฝนตกหนัก 6-8 ส.ค. นี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เราจะมองข้ามได้เลยครับ

มาตรการเตรียมความพร้อมและการดูแลประชาชน

ทางจังหวัดได้เน้นย้ำเรื่องการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลให้พร้อมปฏิบัติการตลอดเวลา รวมถึงการจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำสำคัญที่ทุกคนควรทราบ:

  • ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ
  • กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยใกล้ลำน้ำ ให้รีบจัดเก็บทรัพย์สินขึ้นที่สูง
  • นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำตกหรือถ้ำที่มีความเสี่ยง

สำหรับการ เชียงใหม่สั่งเข้มทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับมือ ฝนตกหนัก 6-8 ส.ค. ในรอบนี้ ทางเจ้าหน้าที่ ปภ. ได้ประสานเครือข่ายภาคประชาชนและอาสาสมัครเพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว หากใครที่อาศัยอยู่ในโซนอันตราย ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเองและครอบครัวนะครับ

ในฐานะคนที่ติดตามสถานการณ์ อยากฝากเตือนทุกคนว่าอย่าประมาท เพราะสภาพอากาศในช่วงหน้าฝนมีความไม่แน่นอนสูง การเตรียมตัวรับมือไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ หากพบเหตุฉุกเฉินสามารถโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นช่วงฝนตกหนักนี้ไปได้ด้วยดีนะครับ

ที่มา – เชียงใหม่สั่งเข้มทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับมือ “ฝนตกหนัก” วันที่ 6–8 ส.ค.นี้

เจาะลึก ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เชียงใหม่ เสียหาย 633 ล้าน

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อ “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการเด็ดขาดให้นำกำลังกว่า 250 นาย บุกเข้าปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เชียงใหม่ เสียหาย 633 ล้าน บาท ซึ่งถือเป็นการกวาดล้างครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เลยทีเดียว

เบื้องลึกปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เชียงใหม่ เสียหาย 633 ล้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ใช้แนวทาง “เกาะพะงันโมเดล” เข้าตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนในเชียงใหม่กว่า 33,144 บริษัท จนพบความผิดปกติใน 31 บริษัทที่เข้าข่ายนอมินี โดยมีการใช้คนไทยเข้าไปถือหุ้นแทนต่างด้าวเพื่อหลบหลีกกฎหมาย การบุกค้น 18 จุดครั้งนี้เปิดโปงให้เห็นถึงขบวนการถือครองที่ดินกว่า 20 ไร่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เชียงใหม่ เสียหาย 633 ล้าน

จากการสอบสวนพบเรื่องที่น่าตกใจมากครับ หลายคนที่เป็นชื่อในบริษัทกลับไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลายเป็นนอมินีไปแล้ว:

  • ถูกมิจฉาชีพแอบอ้าง: มีผู้ต้องขังและอดีตแม่บ้านถูกนำบัตรประชาชนไปจดทะเบียนนิติบุคคลโดยไม่รู้เรื่อง
  • ความเสียหายทางภาษี: กลุ่มนอมินีเหล่านี้ใช้ชื่อคนไทยบังหน้าทำให้รัฐสูญเสียรายได้และบิดเบือนการแข่งขันทางธุรกิจ
  • การถือครองที่ดินผิดกฎหมาย: ต่างด้าวเข้ามาเป็นเจ้าของที่ดินผ่านนิติบุคคลไทย ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้คนไทยทุกคนต้องระมัดระวังเรื่องเอกสารส่วนตัว ไม่ควรส่งสำเนาบัตรประชาชนให้ใครโดยไม่จำเป็น เพราะผลกระทบอาจกลายเป็นคดีความที่ตามมาหลอกหลอนเราในภายหลังได้

ในมุมมองของผม การที่ตำรวจเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปกป้องสิทธิและธุรกิจของคนไทยให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น หากใครพบเบาะแสผิดปกติ อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ เพื่อช่วยกันรักษาทรัพยากรไทยให้เป็นของคนไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – “บิ๊กราญ” สั่งลุย บุกค้น 18 จุดเชียงใหม่ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เสียหาย 633 ล้าน

“สุขสมรวย” สั่งฟันไม่มีละเว้น ยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านเชียงใหม่ 60 ล้าน

“สุขสมรวย” สั่งฟันไม่มีละเว้น ยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านเชียงใหม่ 60 ล้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดกรณีการยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านในอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าความเสียหายสูงถึง 60 ล้านบาท ล่าสุด นางสุขสมรวย วันทนีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเคลื่อนไหวสั่งการด่วนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบละเอียดยิบ เพื่อเอาผิดผู้กระทำความผิดทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) พบว่าพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุคือการนำเงินสมาชิกไปปล่อยกู้ต่อเพื่อกินดอกเบี้ยส่วนต่าง และหมุนเวียนในธุรกิจนอกระบบ ซึ่งถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างหนัก เหตุการณ์ “สุขสมรวย” สั่งฟันไม่มีละเว้น ยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านเชียงใหม่ 60 ล้าน ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่หน่วยงานรัฐต้องปฏิรูปการกำกับดูแลให้เข้มงวดกว่าเดิม

มาตรการจัดการเด็ดขาด “สุขสมรวย” สั่งฟันไม่มีละเว้น ยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านเชียงใหม่ 60 ล้าน

นางสุขสมรวยย้ำชัดเจนว่า กระบวนการยุติธรรมจะทำงานร่วมกับตำรวจและอัยการเพื่อแกะรอยเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครหรือมีอำนาจแค่ไหน หากพบว่ามีการทุจริตจริงจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายสถานหนัก สทบ. เองก็ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกกองทุนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกชุมชน

แนวทางการป้องกันปัญหาในอนาคตที่ควรเกิดขึ้นประกอบด้วย:

  • เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบัญชีการเงินรายไตรมาส
  • ส่งเสริมให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้เงินกองทุน
  • สร้างระบบแจ้งเหตุทุจริตที่ปลอดภัยและรวดเร็วสำหรับสมาชิก
  • ดึงหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการจัดสรรเงิน

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การดำเนินคดี แต่คือการกู้คืนความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนให้กลับมาอีกครั้ง หวังว่ากรณี “สุขสมรวย” สั่งฟันไม่มีละเว้น ยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านเชียงใหม่ 60 ล้าน นายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามจนถึงที่สุด เพื่อให้เงินกองทุนหมู่บ้านกลับมาทำหน้าที่เป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นถุงเงินของผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นครับ

ที่มา – “สุขสมรวย” สั่งฟันไม่มีละเว้น ยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านเชียงใหม่ 60 ล้าน

สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนในวงการท่องเที่ยวถึงกับกุมขมับเลยครับ เมื่อมีการรายงานข่าวกรณีการ สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ต้องเสียเงินไปหลักแสนบาทเพียงเพราะเข้าไปใช้บริการในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ เรียกได้ว่างานนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ไม่ยอมปล่อยผ่านแน่นอนครับ

สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว

เหตุการณ์ สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับผู้ประกอบการที่คิดไม่ซื่อ โดยจุดเริ่มต้นมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสองท่านที่เข้าไปดื่มกินเพียงแค่ 5 ชม. แต่กลับโดนรูดบัตรไปถึง 150,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

มาตรการเด็ดขาด สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว

ทางด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีการกวดขันมาโดยตลอด แต่เมื่อพบการกระทำผิดซ้ำซาก จึงต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมเสนอปิดสถานบริการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี โดยมีข้อหาหลักๆ ดังนี้ครับ

  • ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • มีพฤติกรรมเอาเปรียบและเก็บค่าบริการเกินจริง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเตรียมจัดระเบียบกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำพานักท่องเที่ยวไปยังสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ของเราครับ

ในมุมมองของผู้เขียน คิดว่าการที่ภาครัฐออกมาจัดการเรื่อง สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดครับ เพราะเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ชื่อเสียงในด้านการบริการที่ซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญ หากปล่อยให้ร้านค้าบางร้านทำแบบนี้เพียงเพื่อหวังผลกำไรระยะสั้น ในระยะยาวคนที่จะเสียประโยชน์ที่สุดก็คือเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเรานั่นเองครับ หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ประกอบการทุกแห่งหันมาให้บริการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมกันมากขึ้นนะครับ

ที่มา – สั่งปิด 5 ปี คาราโอเกะเชียงใหม่ โขกราคานักท่องเที่ยว เรียกเด็กนั่งดริงก์ โดนไปเป็นแสน

Scroll to top