เชียงใหม่

วิจารณ์สนั่น! ปมกำนันสั่งคนเมาต่อยกัน เหมาะสม?

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อเกิดเหตุการณ์ 2 หนุ่มเมาทะเลาะวิวาทกันในงานกฐินที่เชียงใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้เกิด วิจารณ์สนั่น ปมกำนันสั่งคนเมาต่อยกันตัวต่อตัว ให้ฝ่ายปกครองยืนล้อม เหมาะสมหรือไม่ คือการที่กำนันได้สั่งให้ทั้งคู่ชกต่อยกันแบบตัวต่อตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยืนล้อมไว้ ท่ามกลางเสียงเพลงปลุกเร้า สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านและญาติของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หลายคนตั้งคำถามว่าการกระทำเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ และบ้านเมืองมีกฎหมายไว้เพื่ออะไร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ โดยผู้สื่อข่าวได้รับคลิปวิดีโอจากชาวบ้านที่บันทึกเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในงานทอดกฐิน วัดพระเจ้าเหลื้อม เอาไว้ได้

จากในคลิปจะเห็นว่าชาย 2 คนซึ่งอยู่ในอาการมึนเมา ได้ทะเลาะกันก่อนที่จะขึ้นไปอาละวาดบนเวทีรำวง ส่งผลให้กำนันซึ่งเป็นผู้ดูแลงาน สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนำตัวทั้งสองลงมาด้านล่าง และให้ทั้งคู่ชกต่อยกันแบบ ตัวต่อตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ล้อมวงไว้เพื่อป้องกันการใช้อาวุธหรือการทำร้ายซ้ำเติมเมื่ออีกฝ่ายล้มลง

ภาพเหตุการณ์

สิ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้านและญาติของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คือ การที่กำนันได้ประกาศผ่านไมโครโฟนให้ทั้งคู่ชกต่อยกัน โดยชายที่มีรูปร่างใหญ่กว่า (ชื่อแบงค์ อายุ 30 กว่าปี) ได้ทำร้ายคู่กรณีที่มีอายุมากกว่า (48 ปี) จนไม่สามารถสู้ได้ นอกจากนี้ ทางผู้ใหญ่ของฝ่ายปกครองท้องถิ่นยังได้เปิดเพลงประกอบเพื่อให้เกิดความเร้าใจยิ่งขึ้น เหตุการณ์ วิจารณ์สนั่น ปมกำนันสั่งคนเมาต่อยกันตัวต่อตัว ให้ฝ่ายปกครองยืนล้อม เหมาะสมหรือไม่ นี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการกระทำดังกล่าว

ภาพเหตุการณ์

ชาวบ้านที่ร้องเรียนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทั้งสองคนอยู่ในอาการเมาสุรา และฝ่ายปกครองท้องถิ่นไม่ควรกระทำการเช่นนี้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงกว่านี้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ การทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะมีโทษตามกฎหมาย และชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานทอดกฐินไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกำนัน

วิจารณ์สนั่น ปมกำนันสั่งคนเมาต่อยกันตัวต่อตัว ให้ฝ่ายปกครองยืนล้อม เหมาะสมหรือไม่

เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในการระงับเหตุทะเลาะวิวาท การใช้กำลังตัดสินปัญหาด้วยวิธีดังกล่าวมีความเหมาะสมจริงหรือไม่ และขัดต่อหลักการของกฎหมายหรือไม่

ความเหมาะสมในการสั่งให้คนเมาต่อยกัน

หลายคนมองว่าการที่กำนันสั่งให้คนเมาต่อยกันเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นการส่งเสริมให้ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ควรใช้ในการจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าว การกระทำของกำนันอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจเกินขอบเขต

นอกจากนี้ การที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองยืนล้อมวงดูการชกต่อย ยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดความรุนแรง และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การใช้อาวุธ หรือการบาดเจ็บสาหัส ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ในขณะที่บางส่วนอาจมองว่า การกระทำของกำนันเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายมากกว่านี้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวิธีการดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และอาจสร้างความเสียหายมากกว่าผลดี

วิจารณ์สนั่น ปมกำนันสั่งคนเมาต่อยกันตัวต่อตัว ให้ฝ่ายปกครองยืนล้อม เหมาะสมหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ปกครองในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง รวมถึงการหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในชุมชนอย่างยั่งยืน

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมาย การใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา และการไม่ใช้ความรุนแรงในการตัดสินทุกสิ่ง

ที่มา – วิจารณ์สนั่น ปมกำนันสั่งคนเมาต่อยกันตัวต่อตัว ให้ฝ่ายปกครองยืนล้อม เหมาะสมหรือไม่

เชียงใหม่ฝนตกหนัก! ปิดน้ำตกแม่สา อุทยานดอยสุเทพ

ใครมีแพลนจะไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้ต้องเช็คข่าวกันหน่อยนะคะ! เพราะล่าสุดมีรายงานว่า เชียงใหม่ฝนตกหนัก จนทาง “อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย” ต้องประกาศปิด “น้ำตกแม่สา” ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคนค่ะ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ทางเฟซบุ๊กของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Doi Suthep-Pui National Park ได้โพสต์แจ้งข่าวสำคัญว่า เนื่องจากสถานการณ์ เชียงใหม่ฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบริเวณน้ำตกแม่สา ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางอุทยานฯ จึงจำเป็นต้องประกาศปิดให้บริการน้ำตกแม่สาเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

เชียงใหม่ฝนตกหนัก! ปิดน้ำตกแม่สาชั่วคราว

สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางมาเที่ยว หรือมีแผนจะมาเที่ยวน้ำตกแม่สาในช่วงนี้ ขอให้ติดตามข่าวสารและประกาศจากทางอุทยานฯ อย่างใกล้ชิดนะคะ เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังพื้นที่เสี่ยงภัย

ทำไมต้องปิดน้ำตกแม่สาเมื่อฝนตกหนัก?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมฝนตกหนักถึงต้องปิดน้ำตก? นั่นก็เพราะว่า ในช่วงที่ฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวที่อยู่ในบริเวณน้ำตกได้ เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวอาจพัดพาคน หรือทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ ดังนั้น การปิดน้ำตกชั่วคราว จึงเป็นมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ

ทางอุทยานฯ แนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลอัพเดทสถานการณ์อย่างใกล้ชิดได้ทางเพจ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของทุกท่านเองนะคะ

นอกจากน้ำตกแม่สาแล้ว ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ การเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก หรือ เส้นทางเดินป่า ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางให้ดีก่อนออกเดินทางเสมอ

ข้อควรระวังเพิ่มเติมในช่วงที่ เชียงใหม่ฝนตกหนัก:

  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น บริเวณใกล้แหล่งน้ำ หรือพื้นที่ต่ำ
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อกันฝน ร่ม ไฟฉาย และยาประจำตัว
  • ขับรถด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการขับรถในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
  • แจ้งคนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทให้ทราบถึงแผนการเดินทางของคุณ

เชียงใหม่ฝนตกหนัก อาจทำให้การท่องเที่ยวไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ถ้าเราเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ ก็ยังสามารถสนุกกับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนได้นะคะ อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอค่ะ

ถึงแม้ว่าน้ำตกแม่สาจะปิดชั่วคราว แต่เชียงใหม่ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมายที่รอให้คุณไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามเก่าแก่ ดอยสูงที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม หรือร้านอาหารอร่อยๆ ที่พร้อมเสิร์ฟความสุขให้กับทุกคน

หวังว่าสถานการณ์ เชียงใหม่ฝนตกหนัก จะคลี่คลายลงในเร็ววัน และน้ำตกแม่สาจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้กลับมาสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติกันอีกครั้งนะคะ

ที่มา – เชียงใหม่ฝนตกหนัก อุทยานดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิด “น้ำตกแม่สา” ชั่วคราว

เลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว: วันออกพรรษา-ปฏิทินจีน

เลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว! แม่ค้าหวยเผยเลขยอดนิยมงวดนี้ หนีไม่พ้น เลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว ที่เกี่ยวกับวันออกพรรษา เลขปฏิทินจีน รวมไปถึงเลขเด็ดจากข่าวนายกฯ สะดุดล้ม!

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการขายหวยในเชียงใหม่คึกคัก ประชาชนเริ่มออกหาเลขเด็ดกันตามแผงต่างๆ ทั้งย่านตลาดสดยามเช้า ย่านแผงหวยใหญ่แต่ละจุด ย่านตลาดหนองหอย ย่านสถานีรถไฟ, ขนส่งอาเขต, ย่านสถานีรถไฟ, ประตูเชียงใหม่, ประตูช้างเผือก ในย่านตลาดธานินทร์ อ.เมืองเชียงใหม่, ย่านถนนมหิดล อ.เมือง ย่านถนนเชียงใหม่ลำพูน อ.สารภี เชียงใหม่ และ อ.สันกำแพง หวยเริ่มขายดี ราคาหวยอยู่ที่ใบละ 90-100 บาท หวยชุด 2 ใบ 200 บาท หวยชุด 3 ใบ 400 บาท หวยชุด 5 ใบ 650-700 บาท

นางสาวพรรณี ลู่ปู่เงิน แม่ค้าขายหวยย่านถนนเชียงใหม่ลำพูน อ.สารภี เชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า หวยงวดนี้ขายดี เลขเชื้อพระวงศ์ขายเกลี้ยงแผง มีเลขวันปิยมหาราช 23 ครบรอบ 115 ปี พระชนมายุ 57 พรรษา 523,115,05,15,57 ครบรอบ 9 ปี สวรรคต วันที่ 13 ต.ค. 2559 เลข 088, 089, 559, 901, 09, 59, 89 ยังมีเลขเตรียมส่งท้ายปีเก่า 2568, 25, 68, 568

เลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว: วันออกพรรษา-ปฏิทินจีน

เลขปฏิทินจีน คอหวยยังคงนิยมอยู่ มีเลข 857, 573, 85, 57, 73 เลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว ที่เกี่ยวข้องกับวันออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 วันที่ 07 ต.ค. 08 ต.ค. วันตักบาตรเทโว ขายดี ยังมีวันครบรอบ 110 ปี วันตำรวจ 17 ต.ค. จากเดิม 13 ต.ค. เชียงใหม่ยังมี เลขเชียงใหม่ครบ 729 ปี ก็ต้องลุ้นกัน

เลขดังจากข่าวนายกฯ

ด้านนางสาวสลีละ กาละ แม่ค้าหวยย่านถนนมหิดล อ.เมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เลขที่ประชาชนให้ความสนใจและนำมาตีเป็นเลข คือเลข 6 เลขทีเด็ดช่วงที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่นายอนุทิน ลงจากเฮลิคอปเตอร์ ในสภาพอากาศมีฝนตก ได้ก้าวพลาดสะดุดหกล้ม แต่มีเจ้าหน้าที่ช่วยพยุงให้ทรงตัวขึ้นได้และปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร 

โดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล บอกคนใกล้ชิดว่า สะดุดบันไดตอนลง ประชาชนและคอหวยเอามาเป็นทีเด็ดงวดนี้ คือ 62, 61, 60, 66, 65, 67, 68, 69, 60 รวมทั้งเลข 32, 59, 331, 366, 360, 596, 655, 566, 326, 266, 661, 660 โดยจะมีเลข 6 สอดแทรก แล้วแต่จะผสม แต่มีเลข 6 สอดแทรก

ทางด้านนางสาวพลอยไพรินทร์ เจ้าแม่คำนวณหวยจากโหรดวงดาว และต่อยอดเลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว ภาคเหนือ ได้เปิดเผยว่า หวยงวดนี้ออกในวันพฤหัสบดีที่ 16 ต.ค. 68 เลขคู่วันคือ 5 เลขคู่มิตรคือ 1 เลข 2 ตัวที่ประกอบให้ มี 52, 56, 67, 63, 69, 23, 37, 27, 93, 57, 35, 21, 51, 59, 19, 66, 55, 33, 11 เลข 3 ตัว ประกอบด้วย 567, 562, 569, 566, 677, 577, 225, 235, 237, 236, 662, 797, 799, 922, 233, 279, 655, 566, 226, 225, 962, 599, 533, 511,155 ต้องลุ้นกัน ระวังเลขเบิ้ล – ขอให้โชคดีทุกคน.

สรุปแล้วงวดนี้ใครชอบเลขไหนก็เลือกตามใจชอบเลยนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชค!

ที่มา – เลขเด็ดเชียงใหม่มาแล้ว คนแห่ซื้อเลขดัง “วันออกพรรษา-ปฏิทินจีน-นายกฯ”

สส.ติง! รัฐบาลช้าจัดการ สารหนูน้ำกก-สาย

“ภัทรพงษ์” สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ติงรัฐบาลเชื่องช้าจัดการปัญหาสารหนูในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ซ้ำ 2 รองนายกฯ ลงพื้นที่แต่ไม่พูดถึงปัญหา ชี้ กรมควบคุมโรคตรวจพบเกินเกณฑ์ในปัสสาวะ 7 ชาวเชียงราย

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงปัญหาสารหนูในแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย ระบุว่า จากน้ำเป็นพิษสู่มนุษย์ ตรวจพบสารหนูในคนพื้นที่ใช้น้ำกก-สาย ค่าสารหนูเกินเกณฑ์ ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลเชื่องช้า รองนายกรัฐมนตรี 2 คน ลงพื้นที่แต่ไม่พูดถึงปัญหา ต้องให้หนักขึ้นอีกเท่าไหร่ ถึงจะทำงานเป็น

นายภัทรพงษ์ เผยต่อไปว่า จากที่ได้ติดตามปัญหาน้ำกก-สาย-รวกเป็นพิษอย่างใกล้ชิด และสื่อสารไปยังรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง ทั้งชุดที่แล้วและชุดนี้ ตั้งแต่พื้นที่ทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน แนวทางการเจรจากับต่างประเทศ การจัดการกับผลกระทบภายในประเทศ แต่ที่ผ่านมากลับมีการดำเนินการจากรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับความรุนแรงของปัญหา ที่นอกจากปัจจุบันพบประปาหมู่บ้านในพื้นที่น้ำกก-สายเป็นพิษจากตะกั่วไปแล้ว 18 หมู่บ้าน

ล่าสุดผลการตรวจปัสสาวะคนในพื้นที่พบสารหนูในคนเกินเกณฑ์ อีกถึง 7 ราย การตรวจปัสสาวะโดยกรมควบคุมโรคครั้งนี้ เป็นการตรวจคนในพื้นที่ใช้น้ำกก-สาย 322 คนในจังหวัดเชียงราย และ 40 คนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยทั้ง 7 รายที่ตรวจพบค่าสารหนูเกินเกณฑ์ (100 ug/L) แบ่งเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายทั้งหมด อำเภอเมือง 3 คน อำเภอเวียงชัย 2 คน เวียงเชียงรุ้ง 1 คน และอำเภอเชียงแสน 1 คน

ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐต้องเร่งดำเนินการด้านสาธารณสุขเพิ่มเติมจากตรวจพบสารหนูเกินเกณฑ์ครั้งนี้คือ

  1. ตรวจสารหนูให้ละเอียดว่าเป็นสารหนูอนินทรีย์เท่าไหร่จากสารหนูทั้งหมด
  2. เจาะเลือดตรวจร่างกายโดยละเอียดเพิ่ม เพื่อตรวจความสมบูรณ์เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด
  3. ปรับเกณฑ์การกรองคนเพื่อเข้าตรวจปัสสาวะตามพฤติกรรมอื่นๆ ของทั้ง 7 รายนี้เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น
  4. ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังจากน้ำปนเปื้อนสารโลหะหนัก พร้อมนำพื้นที่เหล่านี้เข้าเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อมด้วย

“นี่คือปัญหาที่เร่งด่วน ต้องจัดการโดยเร็วที่สุด บูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกกรม ทุกกระทรวง แต่ที่ผ่านมา 1 ปีการทำงานของรัฐบาลทุกชุดยังคงละเลยต่อปัญหานี้ ตอนนี้ไม่ใช่แค่แม่น้ำเป็นพิษ ไม่ใช่แค่หลีกเลี่ยงการกินปลา แต่มันลุกลามมาถึงน้ำประปาหมู่บ้านที่ประชาชนใช้ ผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้น้ำเหล่านี้ และสะท้อนออกมาจากสุขภาพและชีวิตของประชาชนอย่างชัดเจนแล้ว ผมจะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด แล้วดูการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้อย่างละเอียด ว่ารัฐบาลจะเริ่มทำงานกับเรื่องนี้อย่างจริงจังได้แล้วหรือยัง ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาที่ต้นตอกับต่างประเทศ และการจัดการปัญหาภายในประเทศ”

สส.ติง! รัฐบาลช้าจัดการ สารหนูน้ำกก-สาย

จากกรณีที่ สส. ออกมาติงรัฐบาลถึงความล่าช้าในการจัดการปัญหาสารหนูในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในปัสสาวะของชาวบ้านถึง 7 ราย นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าปัญหาสารหนูในแหล่งน้ำกำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว

ทำไมถึงต้องเร่งแก้ปัญหาสารหนูน้ำกก-สาย?

การปนเปื้อนของสารหนูในแหล่งน้ำเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว การได้รับสารหนูในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาสารหนูในแม่น้ำกก-สาย จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ปัญหาสารหนูยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากประชาชนไม่สามารถใช้น้ำในแม่น้ำเพื่อการเกษตร หรืออุปโภคบริโภคได้ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำจากแหล่งอื่น รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรอาจได้รับผลกระทบจากสารหนู ทำให้ขายไม่ได้ราคา

ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาสารหนูในแม่น้ำกก-สาย อย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการตรวจสอบแหล่งที่มาของสารหนู และดำเนินการแก้ไขที่ต้นเหตุ รวมถึงให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสารหนู ทั้งในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ และต้องติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

ปัญหาสารหนูในแม่น้ำกก-สาย ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบัน การจัดการปัญหาสารหนูน้ำกก-สาย จึงเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องเผชิญและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ที่มา – สส.ปชน. ติงรัฐบาลเชื่องช้า จี้จัดการสารหนูน้ำกก-สาย หลังพบเกินเกณฑ์ในปัสสาวะ 7 ราย

บุกจับ “เกมส์” ผู้ต้องหาอุ้มเรียกค่าไถ่ ค่าหัว 8 หมื่น

ตำรวจสืบภาค 9 บุกจับ “เกมส์” ผู้ต้องหาตามบัญชีสืบจับ ค่าหัว 8 หมื่น ก่อเหตุโชกโชน อุ้มเรียกค่าไถ่ ยาเสพติด หลังหนีกบดานที่บ้านแฟนสาว ชานเมืองเชียงใหม่ คดีอุ้มเรียกค่าไถ่นี้สร้างความสะเทือนขวัญให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

วันที่ 10 ต.ค. 68 พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.สส.ภ.9 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 และ กำลังตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 ไปล้อมบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.6 ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังสืบสวนพบว่า นายกิตติพศ หรือ เกมส์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ข้อหา “ร่วมกันเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เอาตัวบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีไป โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดครองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด หรือหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด” และเป็นบุคคลตามหมายจับในบัญชีประกาศสืบจับและอัตราเงินสินบนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปี 2568 ลำดับที่ 189 อัตราเงินสินบน จำนวน 80,000 บาท หนีมาอาศัยอยู่ เนื่องจากเป็นบ้านของแฟนสาว

โดยตำรวจได้นำหมายค้นศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าปิดล้อมและขอตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว กระทั่งนาย กิตติพศ และแฟนสาว ยอมเปิดประตูบ้านออกมา ตำรวจจึงแสดงหมายค้น และหมายจับ ซึ่งนายกิตติพศ ยอมรับเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ตำรวจจึงควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.สารภี ก่อนควบคุมตัวจากจังหวัดเชียงใหม่ ไปส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละงู จังหวัดสตูล ดำเนินคดี

สำหรับนายกิตติพศ มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน โดยปี 2553 ถูกตำรวจ สภ.เมืองตรัง จับกุมข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ปี 2556 ถูกตำรวจ สภ.กันตัง จับกุมข้อหาขับขี่รถยนต์สาธารณะ หรือจักรยานยนต์สาธารณะแล้วเสพยาเสพติด เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และตำรวจ สภ.เมืองตรัง จับกุมข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1

จากนั้น วันที่ 16 ต.ค. 2558 ก่อเหตุเปิดศึกดวลปืนกับคู่อริ หน้าศาลเจ้าพ่อหมื่นราม ถ.รัษฎา ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง ในงานถือกินเจ ทำให้มีผู้เจ็บสาหัส 2 คน ซึ่งหลังก่อเหตุก็ถูกตำรวจ สภ.เมืองตรัง จับกุมได้ และปี 2557 ถูกตำรวจ สภ.เมืองตรัง จับกุมข้อหามีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และปีเดียวกันถูกตำรวจ สภ.นาโยง จับกุม ข้อหาผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1

ต่อมา วันที่ 6 ส.ค. 67 เวลาประมาณ 22.30 น. นายกิตติพศ กับพวก รวม 5 คน ขับรถยนต์กระบะไปจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งใน ม.3 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ข่มขู่หญิงสาวขึ้นรถ นำตัวไปเรียกค่าไถ่ ก่อนลวงให้ติดต่อชายอีกคนมาพบเพื่อเจรจาปัญหาส่วนตัว จากนั้นจึงร่วมกับเพื่อนทำร้ายร่างกาย รีดทรัพย์ คดีนี้เป็นที่มาของการบุกจับ “เกมส์” ผู้ต้องหาอุ้มเรียกค่าไถ่ ค่าหัว 8 หมื่น

บุกจับ “เกมส์” ผู้ต้องหาอุ้มเรียกค่าไถ่ ค่าหัว 8 หมื่น

การบุกจับครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม

ทำไมคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ถึงรุนแรง?

คดีอุ้มเรียกค่าไถ่เป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงเพราะละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างร้ายแรง ผู้ถูกกระทำต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและความไม่แน่นอนในชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คดีอุ้มเรียกค่าไถ่

  • สร้างความหวาดกลัวให้กับสังคม
  • ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุน
  • ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ

การที่ตำรวจสามารถบุกจับ “เกมส์” ผู้ต้องหาอุ้มเรียกค่าไถ่ ค่าหัว 8 หมื่นได้สำเร็จ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม อย่างไรก็ตาม การป้องกันอาชญากรรมอุ้มเรียกค่าไถ่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

การจับกุมนายเกมส์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายจะลงโทษผู้กระทำผิดไม่ว่าพวกเขาจะหลบหนีไปที่ใด และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะไม่ยอมให้การก่ออาชญากรรมดังกล่าวแพร่หลายต่อไป

ที่มา – บุกจับ “เกมส์” ผู้ต้องหาตามบัญชี ค่าหัว 8 หมื่น ก่อเหตุโชกโชน อุ้มเรียกค่าไถ่

ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่

ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่ จุดเช็กอินสุดฮิต

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือแค่คนเชียงใหม่ที่เติบโตมากับกาดหลวง (ตลาดวโรรส) คุณคงคุ้นเคยกับ ‘บันไดไม่เลื่อน’ จุดเช็กอินยอดฮิตที่อยู่มานานกว่า 50 ปี วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวการปิดตำนาน ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่ ที่กำลังจะกลายเป็นอดีต เพื่อให้ทางตลาดปรับปรุงให้ทันสมัยและอำนวยความสะดวกมากขึ้น

ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่: ประวัติศาสตร์กว่า 50 ปี

กาดหลวง หรือตลาดวโรรส เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 115 ปี สร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2453 ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตท้องถิ่น ในช่วงประมาณ 50 ปีก่อน ทางตลาดได้ติดตั้งบันไดเลื่อนตัวแรกของเมือง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมในยุคนั้น แต่ไม่นานมานี้ มันก็ชำรุดและกลายเป็น ‘บันไดไม่เลื่อน’ ที่ทุกคนรู้จัก กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยมสำหรับทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว

บันไดเลื่อนนี้ไม่ได้ใช้งานมานานกว่า 40 ปี แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้กาดหลวงมีเสน่ห์แบบย้อนยุค ผู้คนมักมาถ่ายเซลฟี่หรือภาพคู่กับบันไดที่ดูโบราณนี้ เพื่อเก็บความทรงจำก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล ล่าสุด ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทางผู้บริหารตลาดได้ประกาศรื้อถอนบันไดเลื่อนเก่า เพื่อติดตั้งชุดใหม่ที่ใช้งานได้จริง โดยคาดว่าจะใช้เวลา 20 วันในการก่อสร้าง

บันไดไม่เลื่อน กาดหลวง

เหตุผลเบื้องหลังการปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน

นายเจษฎา มีผล ผู้จัดการตลาดวโรรส อธิบายว่า การตัดสินใจครั้งนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ค้าและประชาชนที่ต้องการบันไดเลื่อนที่ใช้งานได้จริง เพื่อความสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ที่เดินบันไดลำบาก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการปรับโฉมตลาดวโรรสให้ทันสมัย ขณะที่ยังคงรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้

ข่าวการรื้อถอนนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดกระแสไวรัล ผู้คนที่เติบโตมากับกาดหลวงพากันมาถ่ายรูปเก็บความทรงจำ บางคนถึงกับน้ำตาซึมเพราะความผูกพัน แม่ค้าที่ขายแคบหมูข้างบันไดเลื่อนเล่าว่า รู้สึกใจหายที่ต้องจากกันหลังอยู่ด้วยกันหลายสิบปี แต่ก็ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของทุกคน

กาดหลวงเชียงใหม่

นอกจากนี้ ตลาดวโรรสยังมีร้านค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง ขนมไทย หรือสินค้าพื้นเมืองที่หาซื้อได้ยาก หากคุณกำลังวางแผนมาเชียงใหม่ อย่าลืม swing by กาดหลวงเพื่อสัมผัสบรรยากาศตลาดร้อยปี ก่อนที่บันไดไม่เลื่อนจะกลายเป็นเพียงความทรงจำ

ผลกระทบต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับความสะดวก แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มาสัมผัสกาดหลวงในมุมที่ทันสมัยมากขึ้น ขณะที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ อย่างไรก็ตาม บางคนกังวลว่าการปรับปรุงอาจทำให้สูญเสียเอกลักษณ์ แต่ผู้จัดการตลาดยืนยันว่าจะรักษาสไตล์เก่าแก่ไว้ให้มากที่สุด

  • ประวัติศาสตร์ตลาดวโรรส: สร้างปี 2453 อายุ 115 ปี
  • บันไดเลื่อนเก่า: ติดตั้งเมื่อ 50 ปีก่อน ชำรุดนาน 40 ปี
  • การรื้อถอน: เริ่มคืนวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เสร็จใน 20 วัน
  • ประโยชน์ใหม่: สะดวกสำหรับทุกวัย เพิ่มความปลอดภัย

สุดท้ายแล้ว การ ปิดตำนานบันไดไม่เลื่อน กาดหลวงเชียงใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์และพัฒนา หากคุณมีเรื่องราวความทรงจำกับบันไดนี้ ลองแชร์ให้เราฟังในคอมเมนต์ หรือรีบไปถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนที่มันจะสายเกินไป! นี่คือโอกาสทองในการเช็กอินจุดฮิตก่อนเปลี่ยนแปลง

ผู้คนถ่ายรูปบันไดไม่เลื่อน

ที่มา – ปิดตำนาน “บันไดไม่เลื่อน” กาดหลวงเชียงใหม่ จุดเช็กอินยอดฮิตที่อยู่มากว่า 50 ปี

เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิง

เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิง

ในช่วงนี้ ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่ตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแจ้งเตือนจาก Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ดังรัวๆ ไม่ขาดสาย เพื่อเตือนภัยมวลน้ำระลอกใหม่จากแม่น้ำปิงที่กำลังไหลมาอย่างรวดเร็ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำอย่างอำเภอแม่แตง ทำให้มวลน้ำขนาดใหญ่เคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ คาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในรอบปีช่วงเที่ยงคืนนี้ที่ 3.90 เมตร ซึ่งเกินระดับวิกฤตแต่ยังไม่ถึงแนวป้องกันที่เสริมไว้

เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิงมวลน้ำระลอกใหม่สูงสุดช่วงเที่ยงคืนนี้

วันที่ 27 กันยายน 2568 มีรายงานภาพมุมสูงจากทีม Sky Extreme Thailand ที่แสดงให้เห็นมวลน้ำมหาศาลไหลจากอำเภอแม่แตงเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ หลังฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ปริมาณฝนในพื้นที่สูงถึง 110 มิลลิเมตร ส่งผลให้มวลน้ำก้อนใหม่นี้จะถึงสถานี P.67 ที่อำเภอสันทรายประมาณ 18.00 น. และไหลเข้าตัวเมืองช่วงค่ำ ประชาชนในเขตอำเภอเมืองต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะเชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัวกำลังเตือนให้เตรียมรับมือ

ภาพมวลน้ำจากแม่แตง

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่จุดวัดน้ำ P.1 สะพานนวรัฐ และแจ้งว่า ระดับน้ำคาดว่าจะสูงสุดที่ 3.90 เมตรช่วงเที่ยงคืน ซึ่งสูงกว่าระดับวิกฤต 3.70 เมตร แต่ต่ำกว่าแนวป้องกัน 4.20 เมตร อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเล็กน้อยในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนป่าพร้าวนอก เจริญประเทศ และช้างคลาน แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังอยู่ในขอบเขตควบคุม โดยได้ระดมกำลังทั้งทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง

รายละเอียดการแจ้งเตือนเชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน Cell Broadcast จาก ปภ. ส่งสัญญาณเตือนดังต่อเนื่อง โดยข้อความแรกเมื่อเวลา 15:24:02 น. ระบุว่า “เตือน! พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ ที่ลาดเชิงเขา ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ยกของขึ้นที่สูง เตรียมอพยพหากจำเป็น” สาเหตุมาจากพายุดีเปรสชันบัวลอยที่กำลังเคลื่อนตัว ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนักในภาคเหนือวันที่ 29-30 กันยายน โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน

ภาพแจ้งเตือน Cell Broadcast

จากนั้นเวลา 15:49:01 น. มีการอัปเดตเพิ่มเติมว่า ระดับน้ำแม่น้ำปิงที่สถานี P.1 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดสูงสุด 3.80-3.90 เมตรช่วง 22:00-24:00 น. ซึ่งต่ำกว่าแนวป้องกัน 0.30-0.40 เมตร แต่กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำในอำเภอเมืองและสารภี ประชาชนควรยกของขึ้นสูง ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย และติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัวนี้ช่วยให้ทุกคนตื่นตัวทันเวลา

ด้านการจัดการน้ำ นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 สั่งเปิดประตูระบายน้ำทุกจุดตามแม่น้ำปิง ตั้งแต่ท่าวังตาลถึงฝายดอยน้อย 6 ช่อง สูง 3 เมตร ระบายน้ำ 460 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักมวลน้ำลงสู่เขื่อนภูมิพลที่ตาก ขณะที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลหยุดระบายชั่วคราวเพราะฝนตกหนักท้ายเขื่อน ปัจจุบันกักเก็บน้ำ 241.75 ล้านลูกบาศก์เมตร (91.23%) ยังรับเพิ่มได้ 51 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยก่อนหน้านี้ได้พร่องน้ำมาตั้งแต่ 22 กันยายน

ภาพระบายน้ำแม่น้ำปิง

สำหรับประชาชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จัดจุดแจกกระสอบทรายที่สวนสาธารณะสวนรถไฟ มาตั้งแต่เมื่อวาน แจกไปแล้ว 7,000 กระสอบ และวันนี้เพิ่มอีก 5,000 รวม 12,000 กระสอบ ชาวบ้านแค่ลงชื่อรับได้คนละ 100 ใบ แล้วตักทรายเอง รถบรรทุกทรายมาเติมไม่หยุด หลายครอบครัวยอมเหนื่อยตักทรายเพราะจำเป็นต้องป้องกันน้ำเข้าบ้าน จากประสบการณ์น้ำท่วมปีก่อนที่เสียหายหนัก การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความสูญเสียได้มาก

ภาพแจกกระสอบทราย

สถานการณ์เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบเตือนภัยที่ทันสมัย ช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือได้ทัน หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และช่วยกันดูแลชุมชนให้ปลอดภัย สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิงมวลน้ำระลอกใหม่สูงสุดช่วงเที่ยงคืนนี้

เด้งแล้ว ตำรวจจราจรเชียงใหม่ แบมือรับเงิน

เด้งแล้ว “ตำรวจจราจรเชียงใหม่” ยืนหันหลังแบมือ มีพฤติกรรมคล้ายเรียกรับเงิน

เหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คือคลิปวิดีโอที่แสดงภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในจังหวัดเชียงใหม่กำลังยืนหันหลังและแบมือรับสิ่งของที่ดูคล้ายธนบัตรจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ คลิปนี้ถูกแชร์อย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยผู้ใช้โซเชียลต่างเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและลงโทษทันที

เด้งแล้ว “ตำรวจจราจรเชียงใหม่” ยืนหันหลังแบมือ มีพฤติกรรมคล้ายเรียกรับเงิน

จากกรณีที่เกิดขึ้นในย่านเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ตั้งด่านลอยเพื่อตรวจสอบผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ขับรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อกหรือฝ่าฝืนป้ายสัญญาณจราจร คลิปดังกล่าวบันทึกภาพตำรวจพูดคุยกับผู้ขับขี่ จากนั้นผู้ขับขี่ควักเงินธนบัตรสีแดงยื่นให้ โดยตำรวจหันหลังและไขว้มือรับ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋ากางเกงและหันกลับมาพูดคุยอย่างสนิทสนม พฤติกรรมนี้ถูกมองว่าคล้ายการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

หลังจากคลิปแพร่กระจาย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พล.ต.ต. ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงนามคำสั่งเลขที่ 322/2568 ให้รองสารวัตรสายงานจราจรไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใส

ผลกระทบจากการกระทำดังกล่าว

พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในคลิปนี้ไม่เพียงแต่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อตำรวจจราจรเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนอาจลังเลที่จะเช่ารถจักรยานยนต์มาขับขี่ หากกลัวการถูกเรียกรับเงินแบบนี้ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแสดงความเห็นเชิงลบ เช่น “น่าอายแทนตำรวจไทย” หรือ “ต้องลงโทษหนัก” บางคนเรียกร้องให้มีกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

  • คลิปแชร์ว่อนตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2568
  • เหตุเกิดที่ถนนลอยเคราะห์ตัดถนนช้างคลาน
  • ยังไม่มีผู้เสียหายร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
  • ตำรวจยืนยันจะลงโทษหากพบผิดจริง

พ.ต.อ. เจน โสภา ผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร เปิดเผยว่ารับทราบเรื่องตั้งแต่วันแรก และไม่อยากให้สังคมตัดสินก่อนรอผลสอบสวนอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม คำสั่งเด้งดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหา

ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคนในการรักษาความซื่อสัตย์ หากตำรวจทำหน้าที่อย่างโปร่งใส จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของไทยในสายตานักท่องเที่ยวได้มาก หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกัน สามารถแชร์ในคอมเมนต์เพื่อให้ทุกคนตระหนักและป้องกันได้

ที่มา – เด้งแล้ว “ตำรวจจราจรเชียงใหม่” ยืนหันหลังแบมือ มีพฤติกรรมคล้ายเรียกรับเงิน

กู้ภัยเหยี่ยวแดง ช่วยหญิงชราป่วยหนัก ถนนปิด!

เรื่องราวสุดประทับใจเกิดขึ้นเมื่อ กู้ภัยเหยี่ยวแดง เข้ารับตัวหญิงชราป่วยหนัก หลังจากญาติพยายามนำส่งโรงพยาบาลเชียงดาวแต่ต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ นั่นคือดินสไลด์ปิดถนนหลายจุด ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน 2568 เมื่อชาวบ้านป่าเมี่ยง ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้ขอความช่วยเหลือไปยังนายรุ่งโรจน์ ดวงดี นายกเทศมนตรีตำบลแม่นะ เนื่องจากมีหญิงชราอายุ 90 ปี ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้านปางแม่ซ้าย ตำบลแม่นะ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา แต่เนื่องจากไฟฟ้าดับ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องช่วยหายใจได้ จึงจำเป็นต้องนำส่งโรงพยาบาลเชียงดาวอย่างเร่งด่วน แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถนนสายบ้านห้วยโจ้-ปางแม่นะ ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว เกิดดินสไลด์ปิดถนนหลายจุด ทำให้ญาติไม่สามารถนำตัวหญิงชราส่งโรงพยาบาลได้

เมื่อทราบเรื่อง นายรุ่งโรจน์ ในฐานะประธานกู้ภัยเหยี่ยวแดง จึงสั่งการให้ทีมกู้ภัยเหยี่ยวแดง เข้ารับตัวหญิงชราป่วยหนัก จากญาติระหว่างทาง เพื่อนำส่งโรงพยาบาลเชียงดาวโดยด่วนที่สุด การช่วยเหลือนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเสียสละของทีมกู้ภัย

นอกจากนี้ นายรุ่งโรจน์ยังได้สั่งการให้ฝ่ายช่างโยธาฯ เร่งดำเนินการเปิดเส้นทางที่เกิดดินสไลด์ปิดถนน ซึ่งมีระยะทางยาวถึง 9 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ การแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีนี้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

กู้ภัยเหยี่ยวแดง เข้ารับตัวหญิงชราป่วยหนัก

ภารกิจช่วยเหลือหญิงชราของกู้ภัยเหยี่ยวแดง

การทำงานของกู้ภัยเหยี่ยวแดงในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของหน่วยงานกู้ภัยในท้องถิ่น ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การมีทีมกู้ภัยที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจได้ว่า จะมีคนคอยช่วยเหลือเมื่อพวกเขาต้องการ

เหตุการณ์นี้ยังเป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความไม่แน่นอนของภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อาจเกิดดินสไลด์และน้ำท่วมได้ง่าย การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน การมีแผนสำรองในการเดินทาง และการติดต่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม

สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างคือความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ร่วมมือร่วมใจกันแจ้งเหตุและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มีอยู่ในสังคมไทย

  • ความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
  • ความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือในการช่วยเหลือ
  • ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่กู้ภัย
  • ความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่

การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นเพียงหนึ่งในภารกิจมากมายที่กู้ภัยเหยี่ยวแดงได้ปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือประชาชน สังคมไทยต้องการคนเช่นนี้ ที่พร้อมเสียสละและอุทิศตนเพื่อผู้อื่น

ขอเป็นกำลังใจให้ทีมกู้ภัยเหยี่ยวแดงและหน่วยงานกู้ภัยอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละและกล้าหาญ

ที่มา – กู้ภัยเหยี่ยวแดง เข้ารับตัวหญิงชราป่วยหนัก หลังญาติพาส่ง รพ. แต่เจอดินสไลด์ปิดถนน

Scroll to top