เตือนอากาศหนาวเย็น

ไทยตอนบนและใต้ตอนบนอุ่นขึ้นแต่ยังเย็น ยอดดอยหนาวจัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 8 เรื่อง “อากาศหนาวเย็น” ที่ส่งผลกระทบช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคมนี้ โดย ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนบริเวณยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 5-10 องศาเซลเซียส

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง พายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนฉบับที่ 8 ซึ่งมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนถึง 1 ธันวาคม 2568

ประกาศระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) อยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือค่อนทางทิศตะวันออกเล็กน้อยอย่างช้าๆ ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นปกคลุมประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าพายุจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม โดยพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวสำหรับบริเวณยอดดอยและยอดภู โดยยอดดอยจะมีอุณหภูมิต่ำสุด 5-10 องศาเซลเซียส และยอดภูมีอุณหภูมิต่ำสุด 7-11 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนบริเวณไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้นแต่ยังมีอากาศเย็น ยอดดอยหนาวจัด

อากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

ทำไมอากาศถึงเปลี่ยนแปลงบ่อยใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน?

ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อยใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน เกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนแปลงของมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งเมื่อมวลอากาศเย็นอ่อนกำลังลง อุณหภูมิก็จะสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงในบริเวณไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ก็มีส่วนทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิในแต่ละพื้นที่ด้วย

การเตรียมตัวรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน

  • ดูแลสุขภาพ: รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น
  • เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม: เตรียมเสื้อผ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศ ทั้งเสื้อกันหนาวและเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเกิดขึ้น

การเข้าใจถึงสาเหตุและการเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงใน ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถดูแลสุขภาพและดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน

ที่มา – ไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้นแต่ยังมีอากาศเย็น ยอดดอยหนาวจัด 5–10 องศา

ประกาศเตือน! ฝนตกมาก ภาคใต้ 20-23 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนเรื่อง “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน และที่สำคัญคือ ฝนตกมากถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ในช่วงวันที่ 20-23 พฤศจิกายนนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ตามประกาศ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาวและลมแรง อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ส่วนภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะมีอากาศเย็นและลมแรงเช่นกัน บริเวณยอดดอยและยอดภูอากาศจะหนาวถึงหนาวจัด

ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากอากาศแห้งและลมแรง เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า จะมีฝนตกมากในหลายพื้นที่ และอาจมีฝนตกมากเป็นพิเศษในบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 20-23 พฤศจิกายน เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประกาศฉบับ 12 เตือนจังหวัดภาคใต้ รับมือ “ฝนตกมาก”

ดังนั้น ประชาชนในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกมากถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออกก็ต้องระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (ปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป) ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่:

  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (ปริมาณตั้งแต่ 35.1 ถึง 90.0 มิลลิเมตร):

20 พฤศจิกายน 2568

  • ชุมพร
  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

21-22 พฤศจิกายน 2568

  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

23 พฤศจิกายน 2568

  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา

ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ ฝนตกมาก ในภาคใต้ครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 เตือนจังหวัดภาคใต้ รับมือ “ฝนตกมาก” เฝ้าระวังน้ำท่วม 20-23 พ.ย.

เตรียมรับลมหนาว 19-20 พ.ย.นี้! กทม.อุณหภูมิลด

เตรียมตัวให้พร้อม! กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ฉบับที่ 7 ประเทศไทยตอนบนยังมีอากาศแปรปรวน ก่อนที่ภาคอีสานอุณหภูมิจะลดฮวบ 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมเตรียมรับลมหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียสในช่วงวันที่ 19-20 พฤศจิกายนนี้

เตรียมรับลมหนาว ช่วง 19 – 20 พ.ย. ภาคกลางรวม กทม. อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาฯ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ฉบับที่ 7 โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศแปรปรวน มีฝนบางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 – 20 พฤศจิกายน 2568 อุณหภูมิจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงถึง 5-7 องศาเซลเซียส ภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส ดังนั้นอย่าลืมเตรียมรับลมหนาวที่จะมาถึง!

สิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมรับลมหนาว

  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง
  • เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับทางภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 18-23 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ดังนั้นทางภาคใต้จึงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. 68

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวเตรียมรับลมหนาวที่กำลังจะมาถึง

สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เท่านี้เราก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงเปลี่ยนฤดูนี้ไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

เตรียมตัวให้พร้อม! ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง อย่าลืมดูแลสุขภาพและเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อมนะครับ

ที่มา – เตรียมรับลมหนาว ช่วง 19 – 20 พ.ย. ภาคกลางรวม กทม. อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาฯ

อุตุฯ เตือน! อากาศหนาวเย็น 17-23 พ.ย.นี้

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 17-23 พ.ย.นี้ โดยในช่วงแรกจะมีฝนเกิดขึ้น หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ทำให้หลายพื้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นถึงหนาว โดยเฉพาะภาคอีสานที่คาดว่าจะลดลงถึง 4-7 องศาเซลเซียส

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่อง อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงมากที่สุดคือ 4-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

อากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

นอกจากเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงแล้ว สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่อากาศแห้งและมีลมแรง เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

สิ่งที่ต้องระวังในช่วงอากาศหนาวเย็น

  • ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเพียงพอ
  • ระวังอันตรายจากอัคคีภัย
  • เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายของผลผลิต

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้

คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

รวมทั้งระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ อากาศหนาวเย็น ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง การระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย และการติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ประกาศฉบับ 1 “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วง 17-23 พ.ย.

Scroll to top