เต่าทะเล

ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาลฟักสำเร็จเกาะพระทอง

ยินดีด้วยนะทุกคน! ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาล ฟักตัวสำเร็จและถูกปล่อยคืนสู่ทะเลตามธรรมชาติแล้วถึง 20 ตัว ที่ชายหาดเกาะพระทอง จังหวัดพังงา เหตุการณ์ดีๆ นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 ถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการอนุรักษ์เต่าทะเลในไทยเลยทีเดียว

ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาล ฟักตัวสำเร็จ

ทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 นายสุริยะ สอนเสริม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า พังงา) ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทอง และผู้นำชุมชน ได้รวมพลังกันเฝ้าติดตามรังเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาลนี้ที่ชายหาดทุ่งดาบ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาลฟักตัวที่เกาะพระทอง

การเฝ้าติดตามด้วยกล้องวงจรปิด

เช้าวันนั้น เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่คอกเต่า พบลูกเต่ามะเฟือง 3 ตัวฟักตัวขึ้นจากหลุมแล้ว จึงรีบเก็บไว้ในภาชนะฆ่าเชื้อเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด จากนั้นเฝ้าต่อเนื่องจน 19.30 น. แต่ยังไม่เห็นชุดที่สอง จึงตัดสินใจขุดหลุมตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ดูแลลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาล

ผลการตรวจสอบและการปล่อยลูกเต่า

ผลคือพบลูกเต่ามีชีวิต 32 ตัว ลูกเต่าตาย 1 ตัว รวมทั้งหมด 36 ตัว เจ้าหน้าที่คัดลูกเต่าที่แข็งแรง 20 ตัว ปล่อยลงทะเลทันที ส่วนอีก 15 ตัวนำไปฟื้นฟูในตู้ ICU BOX ก่อนปล่อยต่อไป นี่คือความสำเร็จที่มาจากการดูแลอย่างดี

ปล่อยลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาลคืนสู่ทะเลเกาะพระทอง

รังนี้แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ครั้งแรกวันที่ 13 มกราคม 2567 หลังย้ายหลุมเพื่อความปลอดภัย ใช้เวลา孵化รวม 54 วัน ซึ่งเป็นปกติสำหรับเต่ามะเฟือง (Olive Ridley Sea Turtle) สปีชีส์ที่ถูกคุกคามทั่วโลก

รู้จักเต่ามะเฟืองและความสำคัญของการอนุรักษ์

เต่ามะเฟือง หรือ Olive Ridley เป็นเต่าทะเลขนาดกลาง มีเกล็ดสีเขียวมะกอก ว่ายน้ำไกลมาก ชอบวางไข่จำนวนมากแบบอาราเบดิ้ง (arribada) แต่ในไทยพบแบบเดี่ยวๆ เกาะพระทองเป็นจุดสำคัญในทะเลอันดามัน พังงา มี ecosystem ชายหาดและป่าชายเลนที่เหมาะสม แต่เผชิญภัยจากขยะพลาสติก การท่องเที่ยว และการประมง

ข้อเท็จจริงน่าสนใจเกี่ยวกับเต่ามะเฟือง

  • วางไข่ได้ 100-150 ใบต่อรัง ฤดูวางไข่พ.ย.-มี.ค.
  • ลูกเต่ามีอัตราการรอดต่ำ เพียง 1 ใน 1,000 ตัว
  • เป็นสปีชีส์ vulnerable ตาม IUCN
  • อาหารหลักคือ krill และสัตว์ทะเลขนาดเล็ก
  • ในไทย พบมากสุดที่เกาะทะลัง แต่เกาะพระทองกำลังกลายเป็น hotspot ใหม่

การที่ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาลฟักสำเร็จแบบนี้ แสดงให้เห็นว่านโยบายอนุรักษ์ของไทยได้ผล ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนสำคัญในการลาดตระเวนและรายงานรังไข่ หากไม่มีพวกเขา คงยากมาก

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ธรรมชาติยังคงสวยงงามแบบนี้ สะท้อนสุขภาพของทะเลอันดามัน ถ้าคุณรักทะเล ลองไปเยี่ยมชมเกาะพระทองดูนะ แต่โปรดอย่าปล่อยขยะ และสนับสนุนโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล สามารถบริจาคหรือเป็นอาสาสมัครได้ที่ศูนย์อนุรักษ์ใกล้บ้าน ช่วยกันรักษาเพื่อลูกหลานรุ่นหลัง!

ที่มา – ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกของฤดูกาล ฟักตัวสำเร็จ ปล่อยคืนสู่ทะเลแล้ว 20 ตัวที่เกาะพระทอง

เต่าทะเล กลืนสายรัดข้อมือ! 27 วันขับออก

เรื่องราวดี ๆ ที่ต้องบอกต่อ! กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) แจ้งข่าวว่า เต่าทะเล ที่กลืนสายรัดข้อมือเข้าไป สามารถขับถ่ายออกมาได้แล้วจ้า! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีนักท่องเที่ยวยื่นสายรัดข้อมือให้น้องเต่ากิน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่า เต่าทะเล บริเวณหมู่เกาะสิมิลันกลืนสายรัดข้อมือเข้าไป เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงเร่งติดตามและนำตัวส่งศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) เพื่อทำการรักษา

ทีมสัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศวอบ. ได้ตรวจสุขภาพของน้องเต่าอย่างละเอียด พบว่าสายรัดข้อมืออยู่ในทางเดินอาหาร และมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

เต่าทะเล กับภารกิจขับถ่ายสายรัดข้อมือ

จากการ X-ray พบว่าสายรัดข้อมือมีขนาดเส้นรอบวงประมาณ 20 ซม. โชคดีที่ไม่กีดขวางทางเดินอาหารของน้องเต่า และผลเลือดก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะในอุจจาระของน้องเต่าพบเศษพืชและผลไม้ที่ไม่ใช่อาหารตามธรรมชาติ เช่น ใบสับปะรด เม็ดมะละกอ และใบตอง ซึ่งย่อยยาก

ในที่สุด! หลังจากรอคอยมา 27 วัน (นับตั้งแต่วันที่กลืนสายรัดข้อมือ) ในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 น้องเต่าทะเล ก็สามารถขับถ่ายสายรัดข้อมือสีเหลืองออกมาได้สำเร็จ พร้อมกับใบตองที่ไม่สามารถย่อยได้! งานนี้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต่างก็ดีใจกันยกใหญ่

บทเรียนราคาแพงของเต่าทะเล

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนใจนักท่องเที่ยวว่า ไม่ควรให้อาหาร หรือสิ่งแปลกปลอมใด ๆ แก่สัตว์ทะเล เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ตอนนี้ทีมสัตวแพทย์กำลังประเมินสุขภาพของน้องเต่าอย่างต่อเนื่อง และจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เพื่อวางแผนปล่อยน้องเต่าทะเล กลับคืนสู่ธรรมชาติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางการจัดการกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

เราทุกคนมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ชีวิตสัตว์ทะเลได้ เพียงแค่ไม่ให้อาหารที่ไม่เป็นอาหารตามธรรมชาติ และไม่ทิ้งขยะลงทะเล แค่นี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงที่สัตว์ทะเลจะได้รับอันตรายได้แล้วค่ะ

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นสิ่งสำคัญ นักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ทะเล เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปอย่างยั่งยืน และไม่ทำร้ายชีวิตน้อย ๆ เหล่านี้

หวังว่าเรื่องราวของน้องเต่าตัวนี้จะเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนะคะ ร่วมกันสร้างทะเลไทยให้สวยงามและปลอดภัยสำหรับสัตว์ทะเลทุกชนิด

ที่มา – “เต่าทะเล” กลืนสายรัดข้อมือจากนักท่องเที่ยว ใช้เวลา 27 วัน ล่าสุดขับออกได้แล้ว

Scroll to top