เต้ มงคลกิตติ์

“เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

“เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่ “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี หลังจากที่หมวดนัทถูกแจ้งข้อกล่าวหาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว งานนี้ทั้งคู่ได้เดินทางไปทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมแพ้และจะต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ได้กล่าวถึงแรงจูงใจในการพาหมวดนัทมาทำบุญในครั้งนี้ว่า ตนเชื่อมั่นในความตั้งใจดีของหมวดนัทที่ต้องการช่วยเหลือสังคม การเผชิญกับอุปสรรคถือเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ทำงานเพื่อส่วนรวม เปรียบเสมือนการออกทะเลที่ต้องเจอคลื่นลมแรง แต่ทว่าในแง่ของคดีความ ทางฝั่งคุณเต้ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้มีการจัดตั้งทีมทนายความมืออาชีพเพื่อดูแลและสู้คดีในทุกมิติ

เบื้องลึกการเคลื่อนไหวของ “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

นอกจากเรื่องของคดีความแล้ว กรณี “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี ยังเป็นการสะท้อนถึงมุมมองทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบสถานประกอบการที่จดทะเบียนผิดประเภท หรือสถานบันเทิงที่แอบแฝงตัว เพื่อหาผู้รับผิดชอบตัวจริงจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ได้ฝากประเด็นสำคัญไว้ดังนี้:

  • เรียกร้องให้ตรวจสอบผู้อนุญาตให้เปิดสถานประกอบการที่ผิดกฎหมาย
  • ขอให้เปิดภาพกล้องวงจรปิดเพื่อความโปร่งใส
  • จี้ให้นักการเมืองและผู้มีอิทธิพลที่อาจเกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
  • เน้นย้ำถึงสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่ต้องได้รับความเป็นธรรมตามพยานหลักฐาน

ด้านหมวดนัทเองก็ได้ออกมาเปิดใจว่า เขารู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากได้เข้ากราบพระและได้รับกำลังใจจากผู้ใหญ่ เขายืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบหากตนเองกระทำผิดจริงตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้ทำก็พร้อมใช้สิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ สิ่งที่เขาต้องการคือการทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การสู้คดีด้วยทีมทนายชุดใหญ่ของนายมงคลกิตติ์จะส่งผลอย่างไร และทางภาครัฐจะมีการขยับตัวตรวจสอบผู้รับผิดชอบตัวจริงจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวได้รวดเร็วเพียงใด ในฐานะประชาชนเราคงได้แต่หวังว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย และผู้ที่ทำผิดจริงจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ที่มา – “เต้ มงคลกิตติ์” พา “หมวดนัท” ไหว้พระวัดสุทัศน์ ตั้งทีมทนายสู้ทุกคดี

“เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.

เรียกได้ว่ากลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ที่ควงคู่มากับ “หน่อง ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินสายหาเสียงบริเวณหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งมีน้องๆ นักเรียนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและคึกคักสุดๆ

“เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.

ทันทีที่ทั้งคู่มาถึงหน้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็ได้รับเสียงกรี๊ดและเสียงเชียร์จากน้องๆ นักเรียนที่มารอให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น ภาพที่เห็นคือบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดย “เต้ มงคลกิตติ์” ได้สร้างสีสันด้วยการวิดพื้นโชว์น้องๆ กลางวงล้อม สร้างเสียงหัวเราะและความประทับใจให้กับเหล่าแฟนคลับวัยเรียนที่หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและคลิปวิดีโอไปแชร์ต่อในโซเชียลกันรัวๆ นับเป็นวิธีเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นโยบายที่เน้นความเท่าเทียมในกรุงเทพฯ

นอกจากลีลาการหาเสียงที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว “หน่อง ภาสพงศ์” ยังถือโอกาสนี้ได้ชูนโยบายสำคัญที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การปรับปรุงทางเท้าและสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเดินทางได้ง่ายขึ้น
  • การติดตั้งลิฟต์และทางลาดในจุดที่สำคัญของอาคารราชการ
  • เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน
  • ส่งเสริมโอกาสในการประกอบอาชีพและสวัสดิการที่ครอบคลุมสำหรับผู้พิการ

งานลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการนำแนวคิดจากคนรุ่นใหม่มาปรับใช้ในการพัฒนาเมืองกรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม การที่ “เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเมืองยุคปัจจุบันไม่ได้มีแค่เรื่องเคร่งเครียด แต่ยังรวมถึงการสื่อสารที่เข้าถึงใจประชาชนทุกกลุ่ม การเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชาวกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน

คุณคิดว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้นได้จริงหรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นและเป็นกำลังใจให้กับทุกความตั้งใจในการพัฒนาบ้านเมืองของเรากันต่อไปครับ

ที่มา – “เต้” วิดพื้นโชว์นักเรียนเตรียมอุดม ช่วย “หน่อง ภาสพงศ์” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม.

“เต้” ควง “ภาสพงศ์” กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยหาเสียงยานนาวา

“เต้” ควง “ภาสพงศ์” กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยหาเสียงยานนาวา

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สุดคึกคัก เมื่อ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” ได้ควงคู่ “หน่อง ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่หาเสียงในเขตยานนาวา ท่ามกลางความสนใจของประชาชนในพื้นที่ โดย “เต้” ควง “ภาสพงศ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยหาเสียงยานนาวา ในครั้งนี้ ทั้งคู่ไม่ได้มาเพียงเพื่อแนะนำตัว แต่ยังจัดเต็มด้วยนโยบายที่เน้นแก้ปัญหาปากท้องและพัฒนาคุณภาพชีวิตครับ

เปิดวิสัยทัศน์กลุ่มกรุงเทพบินได้ กับนโยบายที่โดนใจเยาวชน

สำหรับไฮไลท์ในวันนี้ คือการนำเสนอนโยบายด้านกีฬา โดย “หน่อง ภาสพงศ์” สนับสนุนให้เยาวชนไทยก้าวสู่ระดับสากล ผ่านนโยบายลีกฟุตบอลกึ่งอาชีพสำหรับเด็กมัธยม เพื่อสร้างรายได้และโอกาสสู่อาชีพนักกีฬา ส่วนด้านสิ่งแวดล้อม “เต้ มงคลกิตติ์” ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาปัญหาน้ำเน่าเสียในย่านพระราม 3 พร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดย “เต้” ควง “ภาสพงศ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยหาเสียงยานนาวา เน้นย้ำว่าจะทำพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 10% ภายใน 4 ปี

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายต่างๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • ส่งเสริมธุรกิจนวดแผนไทยเพื่อสร้างอาชีพในชุมชน
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้คนกรุงได้พักผ่อนและดูดซับมลพิษ
  • ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างโปร่งใส
  • จัดการปัญหาทุจริตเชิงระบบที่เรียกว่า “ระบอบอากง”

ในส่วนของประเด็นร้อน “เต้” มงคลกิตติ์ ได้ออกมาแฉว่าตนเองมีข้อมูลเรื่องการทุจริตในภาครัฐอยู่ในมือพอสมควร แต่ขอสงวนไว้เพื่อตรวจสอบหลังจบเลือกตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนในช่วงใกล้วันลงคะแนน เรียกได้ว่าเป็นการลงพื้นที่ที่ดุเดือดและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับการเมืองระดับท้องถิ่นไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

สุดท้ายนี้ การตัดสินใจของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของเมืองแห่งนี้ ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับนโยบายจากกลุ่มกรุงเทพบินได้บ้าง? อย่าลืมส่งกำลังใจและไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันให้ได้นะครับ เพื่อเมืองกรุงเทพฯ ที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ที่มา – “เต้” ควง “ภาสพงศ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ลุยหาเสียงยานนาวา

“เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” ลุยหาเสียง กทม.

เชื่อว่าหลายคนต้องสะดุดตากับข่าวการเมืองล่าสุด เมื่อ “เต้ มงคลกิตติ์” นำทีมกลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสยามสแควร์ เพื่อเปิดตัวนโยบายสุดแปลกใหม่ที่ทำเอาวัยรุ่นฮือฮากันไม่น้อย นั่นคือการเสนอ “เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” เพื่อช่วยเหลือคนโสดในกรุงเทพฯ ให้มีโอกาสพบรักแท้ผ่านระบบ AI อัจฉริยะ

“เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” สู้ศึกเลือกตั้ง กทม.

การลงพื้นที่สยามพารากอนและสยามสแควร์ในครั้งนี้ นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พร้อมด้วยนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งไม่ได้มีเพียงนโยบายจัดหาคู่เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตคนเมืองอีกด้วย

รายละเอียดนโยบาย “เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” และสวัสดิการอื่นๆ

นอกจากนโยบายเรื่องความรักแล้ว กลุ่มกรุงเทพบินได้ยังนำเสนอนโยบายที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น:

  • การพัฒนาแอป “TEM7” เพื่อลดค่าธรรมเนียมไรเดอร์เหลือเพียง 5% เพิ่มรายได้ให้พี่น้องชาวส่งอาหาร
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับวินมอเตอร์ไซค์และผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โดยมี กทม. เป็นผู้ค้ำประกัน
  • เงินอุดหนุนการศึกษา จ่ายเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนวันละ 100 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
  • การบริหารงบประมาณ ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวดเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน

ในมุมมองของทีมหาเสียง การเปิดหน่วยงานจัดหาคู่จะช่วยสร้างสังคมการพบปะที่ปลอดภัยและทันสมัย โดยใช้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการประสานหน่วยงานเขต เพื่อให้คนโสดได้จับคู่กันอย่างเป็นระบบ ถือเป็นหนึ่งใน 30 นโยบายหลักที่กลุ่มกรุงเทพบินได้ตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริงหากได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่นอย่างท่วมท้น ไม่ว่าจะเป็นการขอถ่ายรูปหรือการพูดคุยเล่นอย่างสนุกสนาน ในฐานะคนกรุงเทพฯ คุณคิดอย่างไรกับนโยบายเหล่านี้? จะเป็นเพียงสีสันการเมืองหรือเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยพัฒนาเมืองหลวงของเราให้น่าอยู่และอบอุ่นขึ้น หากคุณกำลังมองหาความเปลี่ยนแปลงในแง่มุมที่ไม่ซ้ำใคร การติดตามนโยบายของกลุ่มนี้ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าจับตาดูอย่างยิ่งครับ

ที่มา – “เต้” นำว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลุยสยามสแควร์ ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่”

“มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง ล่าสุดมีข่าวใหญ่จาก “มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล แต่ต้องผลักดันนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่ ทำให้หลายคนต้องหันมามองพรรคเล็กแต่มีเอกลักษณ์นี้อย่างจับจ้อง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เต้” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคทางเลือกใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศความพร้อมในการส่ง สส. 1 คนเข้าร่วมรัฐบาล แต่ติดเงื่อนไขสำคัญคือ รัฐบาลต้องผลักดันนโยบายที่พรรคหาเสียงไว้ให้สำเร็จ หากสนใจให้ติดต่อมาได้เลย

“มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล แต่ต้องผลักดันนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.52 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกำลังเข้มข้น “มงคลกิตติ์” ยืนยันชัดเจนว่าพรรคทางเลือกใหม่พร้อมสนับสนุน แต่ไม่ใช่แบบไร้เงื่อนไข นโยบายเหล่านี้เป็นจุดขายหลักที่ทำให้พรรคนี้โดดเด่นในสายตาเลือกตั้ง เพราะมีความแหวกแนว สร้างสรรค์ และบางข้อก็เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชน นอกจากจะแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่างแล้ว ยังสะท้อนถึงความกล้าที่จะเสนอไอเดียใหม่ๆ ในระบบการเมืองที่มักวนเวียนอยู่กับนโยบายเดิมๆ

นโยบายสุดแหวกแนว 13 ข้อที่ต้องผลักดัน

มาดูกันว่านโยบายที่ “มงคลกิตติ์” กำหนดไว้มีอะไรบ้าง ซึ่งหากรัฐบาลโอเคทั้งหมด พรรคทางเลือกใหม่ก็พร้อมส่ง สส. เข้าไปช่วยงานทันที นโยบายเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่เทคโนโลยี สวัสดิการ สังคม ไปจนถึงความบันเทิงและวัฒนธรรม

  • ส่งคนไทยไปอวกาศ ท่องอวกาศ: ฝันใหญ่ของชาติ สร้างชื่อเสียงให้ไทยในเวทีโลก
  • เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก-เงินคนชรา-คนพิการ 3,000 บาท/เดือน: สวัสดิการที่ช่วยเหลือผู้มีบุญคุณและกลุ่มเปราะบาง
  • เพาะพันธุ์ไดโนเสาร์: นโยบายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีที่จุดประกายจินตนาการเยาวชน
  • สปานวดคนละครึ่ง: ส่งเสริมสุขภาพประชาชน ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน
  • แก้กฎหมาย หญิงมีสามีได้ 4 คน หรือ ชายมีภรรยาได้ 4 คน: ปรับโครงสร้างครอบครัวให้ยืดหยุ่นตามยุคสมัย
  • เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย-รีแพร์-ดึงหน้า-ศัลยกรรม-ปั๊มลูก: สนับสนุนสุขภาพและความงามแบบครบวงจร
  • ขุดคลองไทย เส้น 9A: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเศรษฐกิจและการค้า
  • ออกหมายจับตามจับฮุนเซน: ยืนหยัดต่อต้านปัญหาชายแดน
  • ซื้อแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด-ลิเวอร์พูล: ยกระดับฟุตบอลไทยสู่ระดับโลก
  • Sex Worker, Sex Toy ถูกกฎหมาย: ปฏิรูประบบสังคมให้เปิดกว้างและปลอดภัย
  • วิดพื้น เพิ่มเงินเดือน-เกรด: ส่งเสริมสุขภาพและวินัยข้าราชการ
  • หาคู่ให้คนไทย: แก้ปัญหาคนโสด ลดอัตราการเกิดต่ำ
  • จัดตั้งกระทรวงเวทมนตร์: สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยจินตนาการ

นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะดึงดูดความสนใจในช่วงหาเสียง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่กล้าท้าทายกรอบเดิมๆ ของพรรคทางเลือกใหม่ พรรคนี้ก่อตั้งโดยนายมงคลกิตติ์และทีมงานที่ต้องการเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน โดยเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงผสมผสานความสนุกสนาน หากรัฐบาลใหญ่รับนโยบายเหล่านี้จริง คงเป็นการพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านโยบายบางข้ออาจเป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อสร้างกระแส แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้พรรคนี้แตกต่างจากพรรคใหญ่ๆ ที่มีนโยบายซ้ำซาก ในสถานการณ์ที่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่นิ่ง การเคลื่อนไหวของ “มงคลกิตติ์” อาจเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้สมการเปลี่ยนแปลง

คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? นโยบายไหนที่โดนใจคุณมากที่สุด หรือคิดว่าเป็นไปได้จริงไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” พร้อมส่ง 1 สส. ร่วมรัฐบาล แต่ต้องผลักดันนโยบายที่พรรคทางเลือกใหม่

“มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองไทยกันดีกว่า นั่นคือเรื่อง “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ ที่กลายเป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อข่าวเขียน 2569 น่าจะพิมพ์ผิด) ซึ่งนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เต้” ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคทางเลือกใหม่ ได้บุกยื่นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทวงคะแนนที่ถูกหักไปของพรรค โดยเรียกคะแนนเหล่านั้นว่า “คะแนนไดโนเสาร์” และ “คะแนนอวกาศ” ที่นับว่าหายไปแบบลึกลับ เหมือนไดโนเสาร์สูญพันธุ์หรือลอยไปอวกาศเลยทีเดียว

“มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ

บรรยากาศตั้งแต่เช้าที่สำนักงาน กกต. คึกคักมาก ตำรวจนครบาลนำกำลัง 2 กองร้อยมาควบคุมสถานการณ์ พร้อมกั้นแผงเหล็กหน้าประตู มีมวลชน นักศึกษา และประชาชนทยอยมาร่วมชุมนุมขับไล่ กกต. ตั้งแต่ 8.30 น. เรียกได้ว่าสุดวุ่นวาย พอ 9.30 น. เต้ มงคลกิตติ์ ก็ปรากฏตัว ยื่นหนังสือเข้าไป แต่ตำรวจจำกัดให้เข้าได้แค่ 3 คน เขาต่อรองจนได้ 5 คน พร้อมมีเจ้าหน้าที่ กกต. และตำรวจคอยดูแลใกล้ชิด หลังยื่นเสร็จ ก็เดินออกมาพร้อมแถลงต่อมวลชน

โชว์วิดพื้น 50 ครั้ง เรียกเสียงฮือฮา

นี่แหละครับจุดไฮไลต์! หลังยื่นหนังสือเรียกร้องทวงคะแนนพรรคทางเลือกใหม่และขอเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ นายมงคลกิตติ์ไม่ยอมแพ้ ลงไปวิดพื้นโชว์กลางที่สาธารณะถึง 50 ครั้ง! ทำเอาทุกคนฮือฮา นักศึกษาชุมนุมปรบมือเกรียวกราว ประชาชนและข้าราชการที่มาติดต่องานยังขอเซลฟี่เป็นที่ระลึก เรียกได้ว่าเป็นการแสดงพลังแบบแสนเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้ผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก

ข้อเรียกร้องหลักจาก “มงคลกิตติ์” บุก กกต.

  • ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศให้พรรคทางเลือกใหม่ทันที
  • ให้ กกต. ชุดนี้ลาออกภายใน 7 วัน เพื่อรับผิดชอบการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
  • จัดเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่สุจริต
  • เตือนว่าถ้าไม่คืนคะแนน จะดำเนินคดีฟ้องศาล เพราะแค่หน่วยเลือกตั้งเดียวที่มีปัญหาก็ฟ้องได้

ในส่วนของการสัมภาษณ์หลังเหตุการณ์ เต้ย้ำชัดว่าตนไม่ได้โกรธเคืองนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นการส่วนตัว แต่ กกต. ต้องทำหน้าที่ให้บริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะมีประชาชนยืนอยู่ข้างหลังจำนวนมาก ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกให้ชุดใหม่เข้ามาแทน เงินจัดเลือกตั้งใหม่ 6,000 ล้านบาทไม่แพง ถ้าเทียบกับการได้ ส.ส. สุจริต ถ้าได้คนโกงมา โกงทีเดียวเป็นแสนล้าน ภาษีประชาชนคนละ 100 บาท ทุกคนจ่ายไหวแน่นอน

เขายังชี้ว่า กกต. มีอำนาจยกเลิกเลือกตั้งได้ทันที และเชื่อว่านักศึกษาทั่วประเทศจะมารุมขับไล่ กกต. ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนการนับคะแนนใหม่ไร้ประโยชน์เพราะบัตรมั่วหมดแล้ว ต้องเลือกตั้งใหม่ดีกว่า พรรคสุจริตไม่กลัว แต่พรรคทุจริตกลัว!

วิเคราะห์เบื้องหลังคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ

คะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ คืออะไร? จากบริบท มันหมายถึงคะแนนที่ถูกตัดออกจากผลการนับ เพราะบัตรลงคะแนนมีรอยหรือรูปแบบที่ กกต. ตีว่าไม่ถูกต้อง เช่น รอยขีดข่วนดูคล้ายไดโนเสาร์ หรือลงคะแนนเบี่ยงไปไกลเหมือนอวกาศ สิ่งนี้ทำให้พรรคเล็กๆ อย่างทางเลือกใหม่เสียคะแนนมหาศาล สะท้อนปัญหาการตรวจบัตรที่อาจไม่โปร่งใสหรือมาตรฐานคลุมเครือ เหตุการณ์ “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นของระบบเลือกตั้งที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดแบบนี้

ส่วนตัวผมคิดว่าประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะการเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ถ้าไม่ยุติธรรม ประชาชนจะหมดศรัทธา การเรียกร้องของเต้ไม่ใช่แค่เรื่องพรรคตัวเอง แต่เพื่อทุกพรรคที่สุจริต ถ้า กกต. รับผิดชอบจริง ควรตรวจสอบใหม่และปรับปรุงระบบด่วน

คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับเรื่อง “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ? ควรเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศจริงไหม? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – “มงคลกิตติ์” บุก กกต. ทวงคืนคะแนนไดโนเสาร์-อวกาศ จี้จัดเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ

“เต้ มงคลกิตติ์” บุก ม.นเรศวร นิสิตแห่ต้อนรับ!

การเมืองไทยร้อนระอุ! “เต้ มงคลกิตติ์” ผู้สมัครนายกฯ จากพรรคทางเลือกใหม่ บุก ม.นเรศวร เจอนิสิตรอต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนโยบายสุดล้ำ นักรบอวกาศ!

“เต้ มงคลกิตติ์” บุกหาเสียง ม.นเรศวร เจอนิสิตรอต้อนรับ

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ สร้างความฮือฮาด้วยการลงพื้นที่หาเสียงที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางการต้อนรับอย่างล้นหลามจากนิสิตนักศึกษา

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นิสิตจำนวนมากให้ความสนใจนโยบาย “นักรบอวกาศ” ของนายมงคลกิตติ์ และแห่กันเข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น บางรายถึงกับขอหอมแก้มเพื่อเป็นกำลังใจในการผลักดันนโยบายดังกล่าวให้เป็นจริง

นโยบายสุดล้ำ “นักรบอวกาศ” โดนใจวัยรุ่น

นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงเหตุผลในการลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกในครั้งนี้ว่า ต้องการมาพบปะประชาชน และรุ่นน้องโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของตนเอง รวมถึงนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ โดยเน้นย้ำถึง 3 นโยบายหลัก ได้แก่

  • นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน: มอบเงินทุน 36,000 บาทให้แก่เจ้าบ้านทุกครัวเรือน
  • นโยบายเงินผดุงเกียรติ: มอบเงิน 36,000 บาทต่อปีให้แก่ทหารผ่านศึก
  • นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงวัย: มอบเงิน 36,000 บาทต่อปีให้แก่ผู้สูงวัย

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังได้กล่าวถึงนโยบาย “ไปอวกาศ” ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาเป็นอย่างมาก โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทยอย่างก้าวกระโดด

เป้าหมายของนโยบายนี้คือ ภายใน 4 ปี ประเทศไทยจะสามารถสร้างยานอวกาศเพื่อขนส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้ และพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวโคจรรอบโลก ภายใน 8 ปี จะสามารถสร้างยานอวกาศที่บินไป-กลับดวงจันทร์ได้ และภายใน 12 ปี จะสามารถสร้างยานอวกาศที่บินไป-กลับดาวศุกร์และดาวอังคารได้

นายทัตพล เพ็ชรศรี นักศึกษาปี 1 ชาวสุโขทัย กล่าวว่า ตนเองมารอพี่เต้ตั้งแต่เช้า เพื่อมาขอลายเซ็นและขอหอมแก้ม เพราะชื่นชอบในตัวนายมงคลกิตติ์เป็นการส่วนตัว และเชื่อมั่นว่านโยบาย “นักรบอวกาศ” จะสร้างความฝันให้ตนเองได้เป็นมนุษย์อวกาศ

การลงพื้นที่ของ “เต้ มงคลกิตติ์” ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตกว่า 300 คนเข้าแถวเพื่อขอถ่ายรูปและสอบถามเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการชวนนายมงคลกิตติ์วิดพื้นโชว์ความแข็งแรงอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อนโยบายที่แตกต่างและสร้างสรรค์

ปรากฏการณ์ “เต้ มงคลกิตติ์” บุก ม.นเรศวร สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายที่แปลกใหม่และตอบโจทย์ความฝันของคนรุ่นใหม่ สามารถสร้างกระแสความสนใจและดึงดูดการสนับสนุนได้อย่างมาก การเมืองไทยในยุคนี้ อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเด็นเดิมๆ แต่เปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ที่กล้าก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

ที่มา – “เต้ มงคลกิตติ์” บุกหาเสียง ม.นเรศวร เจอนิสิตรอต้อนรับขอหอมแก้ม ก่อนชวนวิดพื้นโชว์

เลขเด็ด! เต้ มงคลกิตติ์ ขอพรท้าวเวสสุวรรณ

“เต้ มงคลกิตติ์” ขอพร “ท้าวเวสสุวรรณ” วัดดอนใหญ่ คอหวยฮือฮาลวงไหทองคำได้เลขเดียวกับเบอร์พรรค ไม่พลาดส่องไปเสี่ยงโชค 17/1/69

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 มกราคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ มงคลกิตติ์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 พร้อมกรรมการบริหารพรรค ได้เดินทางมาสักการะองค์ท้าวเวสสุวรรณ วัดดอนใหญ่ คลอง 8 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมแจกจ่ายใบนโยบายของทางพรรคทางเลือกใหม่ แก่ประชาชนที่มาเที่ยวภายในงานประจำปีของวัดดอนใหญ่ โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ขณะที่ เต้ มงคลกิตติ์ ได้ลองจับลูกปิงปองในไหทองคำขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ปรากฏว่าจับได้หมายเลข 1 และ 0 ส่งผลให้ทีมงานต่างฮือฮาเป็นอย่างมาก ส่วนคอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดไปลุ้นโชคงวดนี้

นายมงคลกิตติ์ เผยว่า วันนี้ถือโอกาสมาไหว้องค์ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อขอพรสุขภาพและขอให้พรรคทางเลือกใหม่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยตนขอบริหารกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยยังมีการสู้รบกับกัมพูชาอยู่ ซึ่งทางกัมพูชาเองมีมหาอำนาจหนุนหลังอยู่ แต่ในขณะเดียวกันประเทศไทยมีศักยภาพไม่เพียงพอทั้งสามเหล่าทัพ

ดังนั้นหากตนเข้ามาร่วมรัฐบาลได้และดูแลกระทรวงกลาโหม ตนจะเพิ่มงบประมาณให้กองทัพจำนวน 200,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำงบจัดซื้อทั้งเครื่องบินรบ เรือดำน้ำ รถสะเทินน้ำสะเทินบก และโดยเฉพาะหัวรบนิวเคลียร์ที่ตนเองเคยพูดเอาไว้ เนื่องจากประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ เพราะหากเราสู้รบกับกัมพูชาที่มีมหาอำนาจหนุนหลังกัมพูชาอยู่ เราจะสู้เขาไม่ได้ เพราะมหาอำนาจเหล่านั้นมีหัวรบนิวเคลียร์จำนวนมาก

อีกทั้งตนอยากจะฝากไปถึงพรรคการเมืองที่ตัดงบกองทัพออกไปนั้น ขอว่าอย่าตัดเลย หากเรารบกับกัมพูชา ทางมหาอำนาจส่งทั้งเครื่องบินและเรือรบต่างชาติมาช่วยทางกัมพูชา เราก็สู้เขาไม่ได้

ในขณะที่นโยบายของทางพรรคทางเลือกใหม่นั้น หากได้เป็นรัฐบาล ทางพรรคมีนโยบาย เงินทุนเจ้าบ้าน 36,000 บาท ทุกครัวเรือน เงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก 3,000 บาท/เดือน เบี้ยผู้สูงวัย 3,000 บาท/เดือน ลดค่าไฟ พยุงค่าน้ำมันดีเซล 30 บาท/ลิตร เบนซิน/แก๊สโซฮอล์ พยุงราคาให้ลดลงจากราคาปัจจุบันอย่างน้อย 5 บาทต่อลิตร ปฏิวัติเกษตรกรรมแจกพันธุ์ข้าวคุณภาพ ปัจจัยการผลิตออร์แกนิก ลดต้นทุนยั่งยืน

ดังนั้นทางพรรคทางเลือกใหม่ จึงขอคะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์แค่บ้านละ 1 คะแนน เราก็จะได้เข้าไปเป็นรัฐบาลได้ และเรื่องสำคัญที่สุด อันสุดท้าย ทางพรรคจะไม่ร่วมจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ล้มล้างกองทัพ และมีใจออกห่างจากประเทศไทยไปให้กัมพูชา เขาเรียกไส้ศึก ซึ่งหากไม่มีกองทัพก็คงไม่มีแผ่นดินไทย และคงไม่มีพรรคการเมืองให้มาด่าทหารแบบนี้.

ท้าวเวสสุวรรณ

การขอพรจากท้าวเวสสุวรรณเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของโชคลาภและความสำเร็จ หากใครที่กำลังมองหาเลขเด็ด หรือต้องการเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ลองไปสักการะท้าวเวสสุวรรณดูนะครับ

ทำไมต้องขอพรท้าวเวสสุวรรณ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องขอพรจากท้าวเวสสุวรรณ นั่นก็เพราะว่าท่านเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่คอยปกป้องคุ้มครองผู้คนจากสิ่งชั่วร้าย และยังเป็นเทพแห่งความร่ำรวยอีกด้วย ดังนั้นการขอพรจากท่านจึงเป็นเหมือนการขอให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และมีโชคลาภ

นอกจากนี้ การไปสักการะท้าวเวสสุวรรณยังเป็นโอกาสที่ดีในการทำบุญ และเสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง การได้ไปอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยให้เราได้ทบทวนตัวเอง และตั้งเป้าหมายในชีวิตใหม่

สำหรับใครที่สนใจอยากจะบูชาท้าวเวสสุวรรณ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากวัดต่างๆ ที่มีรูปเคารพของท่าน หรือจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับท้าวเวสสุวรรณ

อย่าลืมว่าการขอพรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงมือทำ และพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขอให้ทุกท่านโชคดีครับ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เต้ มงคลกิตติ์” แฉ! ย้ายพรรคเพราะไม่ผ่านสรรหา

“เต้ มงคลกิตติ์” ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุที่ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไปอยู่พรรคทางเลือกใหม่ โดยอ้างว่าไม่ผ่านกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. กทม. และถูก “สาธิต ปิตุเตชะ” ขีดชื่อออกจากการคัดเลือก นอกจากนี้ยังประกาศเตรียมผลักดัน พ.ร.บ. ผดุงเกียรติให้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวว่า พรรคทางเลือกใหม่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2561 โดยได้รับการอนุญาตจากพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น และตนเองเคยสังกัดพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้ ส.ส. มา 1 คน คือตัวเขาเอง จนได้รับฉายา “พี่เต้พระราม 7” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น “เต้ 007” จากการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นจนมีสายลับในทุกกระทรวง

เมื่อถูกถามถึงการที่เขาเคยเป็น ส.ส. ในปี 2562 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งในปี 2566 นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า หลังจากว่างเว้นจากการเมืองไปหลายเดือน เขาได้หันไปทำธุรกิจส่วนตัว ก่อนที่จะย้ายไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในขณะนั้นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ต่อมาเมื่อเกิดความขัดแย้งภายในพรรค และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้ง “เต้ มงคลกิตติ์” จึงได้เข้าสู่กระบวนการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. กทม. ในเขตพระราม 7 (เขต 7 กทม.) จนกระทั่งผ่านเข้ารอบสุดท้าย แต่ทราบภายหลังว่านายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ซึ่งดูแลการเลือกตั้งในภาคกลาง เป็นผู้ขีดชื่อเขาออกจากการคัดเลือก เนื่องจากไม่ชอบพอนายเฉลิมชัย ทั้ง ๆ ที่นายสาธิตเคยได้รับความช่วยเหลือจากนายเฉลิมชัยมาก่อน

“เขาเรียกตนเองว่าคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์ พรรคเขาสูง ก็ลาออก พอลาออกพี่วัน อยู่บำรุง ก็โทรมา ให้มาอยู่พลังประชารัฐด้วยกันในวันที่ 18 ธันวาคม แต่ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าลุงป้อมจะไปต่อหรือไม่ สุดท้ายพี่วันลาออกและขอพัก ตนเองก็บอกขอพัก จึงบอกพี่ๆ น้องๆ ปรากฏว่าพี่น้องทหารผ่านศึก ที่ตนเองเป็นที่ปรึกษา อยากให้ตนเองทำ พ.ร.บ. ผดุงเกียรติให้สำเร็จ ไปหาพรรคไหนก็ได้ แต่ตนเองบอกมันตั้งพรรคไม่ทัน ยอมรับพี่ต่อไม่ได้ชวนไปกล้าธรรม แต่พี่ธรรมนัสก็โทรมา แต่ตอนนั้นยังติดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์” นายมงคลกิตติ์ กล่าว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ในตอนแรกเขาตั้งใจจะเว้นวรรคทางการเมืองและเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ได้รับการร้องขอจากพี่น้องทหารผ่านศึกให้กลับเข้าสภาให้ได้ ส่วนนายราเชน ตระกูลเวียง จะเสนอชื่อเขาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคในวันพรุ่งนี้ เมื่อผู้ประกาศข่าวแซวว่าอาจจะต้องเรียกท่านนายกฯ แล้ว นายมงคลกิตติ์ตอบว่าอาจจะต้องเรียกจริง ๆ เพราะได้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อไปแล้ว 25 คน และสมัคร ส.ส. เขต อีก 80 เขต

“เต้ มงคลกิตติ์” แฉ! ย้ายพรรคเพราะไม่ผ่านสรรหา

การออกมาเปิดเผยเรื่องราวการย้ายพรรคของ “เต้ มงคลกิตติ์” ครั้งนี้ จุดประเด็นให้สังคมหันมาสนใจเรื่องกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. ของแต่ละพรรคการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ผู้มีอำนาจในพรรคสามารถเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจได้ นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของนายมงคลกิตติ์ในการผลักดัน พ.ร.บ. ผดุงเกียรติ ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จหรือไม่

ทำไม “เต้ มงคลกิตติ์” ถึงย้ายพรรค?

คำถามสำคัญคือ เหตุใด “เต้ มงคลกิตติ์” ถึงออกมาเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ในช่วงเวลานี้? เป็นไปได้หรือไม่ว่า เขาต้องการสร้างความชอบธรรมให้กับการตัดสินใจย้ายพรรคของตนเอง หรือต้องการที่จะโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เพื่อหวังผลทางการเมืองบางอย่าง? สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “เต้ มงคลกิตติ์” แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานทางการเมืองของเขาอย่างชัดเจน การประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทางเลือกใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าเขามีความมั่นใจในศักยภาพของตนเอง และพร้อมที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ อย่างไรก็ตาม การเดินทางทางการเมืองของเขายังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย และต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมากมาย

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวของ “เต้ มงคลกิตติ์” เป็นเครื่องเตือนใจว่า การเมืองเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง และการปรับตัวอยู่เสมอ การตัดสินใจทางการเมืองแต่ละครั้ง อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคตของนักการเมืองเอง และต่อประเทศชาติโดยรวม

ที่มา – “เต้ มงคลกิตติ์” แฉ ย้ายจาก ปชป. เพราะไม่ผ่านกระบวนการสรรหา ถูก “สาธิต” ขีดชื่อออก

Scroll to top