เทคโนโลยีการบิน

“ภัทรพงศ์” ถกเอกชนยกระดับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวความคืบหน้าด้านอุตสาหกรรมการบินของไทยกันมาบ้าง โดยล่าสุด นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดวงหารือร่วมกับหน่วยงานด้านการบินและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมในภาพรวม โดยมีประเด็นหลักคือ “ภัทรพงศ์” ถกเอกชนยกระดับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ให้มีความพร้อมและแข่งขันได้ในระดับสากล

“ภัทรพงศ์” ถกเอกชนยกระดับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน เพื่ออนาคตการบินไทย

ในการประชุมที่จัดขึ้น ณ สถาบันการบินพลเรือน นายภัทรพงศ์ได้เน้นย้ำถึงนโยบายที่เปิดกว้างให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่มีมาตรฐานสูง โดยรัฐบาลไม่ได้มองแค่เรื่องการซ่อมบำรุงทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงการ Private Jet Terminal ที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินและนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาสู่ประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ การจะทำโครงการใหญ่ให้สำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ซึ่งต้องมีการจัดการวัตถุอันตรายและระบบนิรภัยในสนามบินอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานสากล

ก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่กับ “ภัทรพงศ์” ถกเอกชนยกระดับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน พร้อมดันสนามบินเพชรบูรณ์เป็น Sandbox

ไม่เพียงแค่เรื่อง MRO เท่านั้น แต่ในที่ประชุมยังมีการพูดถึงการนำเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันให้ สนามบินเพชรบูรณ์ กลายเป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม (Sandbox) สำหรับโครงการ Urban Air Mobility (UAM) หรือที่เรารู้จักกันในนาม “แท็กซี่บินได้” รวมถึงอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) ซึ่งถือเป็นก้าวที่กล้าหาญและน่าจับตามองมากสำหรับอุตสาหกรรมการบินของไทยในอนาคต

เหตุผลที่เลือกสนามบินเพชรบูรณ์เป็นพื้นที่ทดสอบ มีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญดังนี้:

  • ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ให้บริการ ทำให้การจัดตารางเวลาบิน (Slot) มีความคล่องตัวสูง
  • พื้นที่เอื้อต่อการทดสอบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และ eVTOL โดยไม่กระทบต่อเที่ยวบินอื่น
  • เหมาะสำหรับการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงนวัตกรรมทางการบินของภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเล็งเห็นประโยชน์ของนวัตกรรมเหล่านี้ในการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสาธารณสุข โดยเฉพาะการขนส่งเวชภัณฑ์เร่งด่วนไปยังพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที นี่คือวิสัยทัศน์ที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการบินไม่ได้มีไว้เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกด้วย

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี eVTOL และการซ่อมบำรุงอากาศยานอย่างจริงจัง ถือเป็นสัญญาณบวกที่ยอดเยี่ยม หากรัฐบาลสามารถประสานความร่วมมือกับเอกชนได้สำเร็จตามกรอบที่วางไว้ ประเทศไทยเราจะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการบินในอาเซียนได้อย่างแน่นอนครับ คงต้องคอยติดตามดูกันต่อไปว่าโครงการ Sandbox ที่เพชรบูรณ์นี้จะผลิดอกออกผลให้เราได้เห็นแท็กซี่บินได้บนท้องฟ้าไทยเร็วแค่ไหน

ที่มา – “ภัทรพงศ์” ถกเอกชนยกระดับศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน

รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน

เชื่อว่าหลายคนที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวตามเมืองรองของไทย คงจะเริ่มเห็นข่าวดีเกี่ยวกับแผนการพัฒนาคมนาคมทางอากาศกันแล้ว ล่าสุดรัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามายังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กำลังเป็นกระแสของการท่องเที่ยวเมืองรอง

รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน

การนำเทคโนโลยี Aerodrome Flight Information Service (AFIS) เข้ามาใช้ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญ โดยระบบนี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่นจนเกินไป ระบบนี้มีข้อดีมากมายทั้งในแง่ของความแม่นยำในการให้บริการข้อมูลการบิน การบริหารห้วงอากาศที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ในระดับภูมิภาค

เหตุผลที่ต้องนำระบบ AFIS มาใช้ในไทย

การตัดสินใจที่รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน นั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก โดยมีแผนนำร่องใช้งานครั้งแรกที่สนามบินแพร่และสนามบินเพชรบูรณ์ภายในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะช่วยในเรื่องต่างๆ ดังนี้:

  • เพิ่มความปลอดภัยในขั้นตอนการสื่อสารข้อมูลการบินแบบเรียลไทม์
  • ระบบอัตโนมัติช่วยลดความซับซ้อนและลดความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์
  • รองรับจำนวนเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตจากการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่
  • ส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงข่ายการบินไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เช่น พิษณุโลก

นอกจากนี้ ในภาพรวมของการพัฒนายังรวมถึงการเตรียมความพร้อมของสนามบินพิษณุโลก ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคเหนือตอนล่าง โดยบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้มีการตระเตรียมทั้งอุปกรณ์และบุคลากรเพื่อรองรับแผนการดำเนินงานนี้อย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องเครื่องจักรหรือซอฟต์แวร์ แต่เน้นไปที่การเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่เมืองรองทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่งครับ เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานดี การเดินทางก็สะดวกขึ้น และเมื่อการเดินทางง่ายขึ้น การกระจายรายได้สู่ชุมชนก็จะตามมาเอง ใครที่เป็นสายเที่ยวเมืองรองเตรียมตบเท้าเข้าเช็กอินได้เลยครับ เพราะประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการบินภูมิภาคที่ทันสมัยแบบก้าวกระโดดแน่นอน

ที่มา – รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน

เอี่ยมอ่อง JAS-39 Gripen E/F ทอ.ไทย ลำแรกเริ่มประกอบ Saab

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวอากาศยานทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีสุดๆ มาบอกกันเลย สำหรับแฟนๆ กองทัพอากาศไทย (ทอ.) เพราะ เอี่ยมอ่อง JAS-39 Gripen E/F ทอ.ไทย ลำแรก เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างเป็นทางการแล้วที่โรงงาน Saab เมืองลินเชอปิง ประเทศสวีเดน นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าโครงการเสริมแกร่งกองทัพอากาศของเรากำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับขีดความสามารถทางอากาศของไทยในยุคใหม่

JAS-39 Gripen E/F ทอ.ไทย: จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอากาศยาน

คุณรู้ไหมว่า พล.อ.อ. เสกสรรค์ คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมคณะ เดินทางไปสวีเดนด้วยตัวเองเพื่อติดตามความคหวหน้า? เขาเข้าประชุมกับ Swedish Defence Materiel Administration หารือเรื่องความร่วมมือระยะยาวและแผนจัดหาเพิ่มเติม นี่ไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องบินธรรมดา แต่เป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรม และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยด้วย

โครงการนี้ชื่อ “บรูพาสันติ 1” ลงนามปี 2568 วงเงิน 19,500 ล้านบาท สำหรับ 4 ลำแรก ส่งมอบปี 2572 แล้วขยายเฟส 2 อีก 4 ลำ รวมฝูง 12 ลำ เพื่อทดแทน F-16A/B สุดโหดที่กองบิน 1 นครราชสีมา หลังจากใช้งานมานานแสนนาน

สเปกสุดล้ำของ JAS-39 Gripen E/F ที่ทำให้ทอ.ไทยแกร่งขึ้น

JAS-39 Gripen E/F ไม่ใช่เครื่องบินธรรมดา แต่เป็นนักรบอากาศยุค 4.5 ที่รองรับการรบเครือข่ายสมัยใหม่ มาดูจุดเด่นกันแบบละเอียดเลยนะ

  • เครื่องยนต์ GE F414G: แรงขับ 98 kN เพิ่ม 25% จากรุ่นเก่า ทำ Supercruise ได้ (บินเร็วกว่าเสียงโดยไม่ต้องหลังเผา) น้ำหนักบรรทุกมากขึ้น พิสัยบินเกิน 1,500 กม. ความเร็วสูงสุด 2,450 กม./ชม.
  • เรดาร์ AESA Raven ES-05: ตรวจจับเป้า stealth ได้แม่นยำ มุมกวาด ±100 องศา ยิงแล้วเลี้ยวหลบยังล็อกเป้าได้
  • IRST Skyward-G: ตรวจความร้อนแบบ passive ไม่ต้องเปิดเรดาร์ ลดโอกาสถูกตรวจจับ
  • ระบบ EW Arexis: สงครามอิเล็กทรอนิกส์ 360 องศา สร้างเป้าลวง DRFM กวนเรดาร์ศัตรู
  • ห้องนักบินสุดไฮเทค: Wide Area Display จอสัมผัสใหญ่ 19×8 นิ้ว ปรับ layout ได้ Targo II HMD หันมองก็ล็อกเป้า AI Centaur ช่วยลด workload
  • อาวุธเพียบ: 10 hardpoints รองรับ Meteor BVRAAM ระยะไกลสุดๆ Multi-role เปลี่ยนภารกิจใน 10-15 นาที

โครงสร้างใหญ่ขึ้น ถังน้ำมันในเพิ่ม 40% ลำยาวกว่า ปีกแข็งแรง ฐานล้อปรับใหม่ เรียกได้ว่าอัพเกรดทุกด้านจากรุ่น C/D ที่เราคุ้นเคย

ประโยชน์ต่อไทยและความคืบหน้าล่าสุด

การเลือก JAS-39 Gripen E/F ประกาศสิงหาคม 2567 ครม.อนุมัติงบปี 2568 จะทำให้ทอ.ไทยมีเครื่องบินเทียบเท่าระดับโลก ร่วมกับ Link T และ SAAB 340 Erieye ได้เพอร์เฟกต์ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสพัฒนาบุคลากรไทยในเทคโนโลยีสูง

เอี่ยมอ่องครั้งนี้คือสัญญาณบวก ความร่วมมือไทย-สวีเดนจะยกระดับกองทัพอากาศให้พร้อมรับมือทุกภัยคุกคามในภูมิภาค

ส่วนตัวผมคิดว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะ Gripen ไม่ใช่แค่เครื่องบิน แต่เป็นระบบนิเวศทั้งหมดที่ช่วยให้ไทยมีอำนาจทางอากาศที่เหนือกว่า คุณล่ะคิดยังไง? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจข่าวทหารด้วยนะ!

ที่มา – เอี่ยมอ่อง JAS-39 Gripen E/F ทอ. ไทย ลำแรกเริ่มประกอบที่โรงงาน Saab ในสวีเดน

Saab JAS-39 Gripen เอาชนะ F-15 Typhoon

Saab JAS-39 Gripen เครื่องบินขับไล่ที่เคยเอาชนะ F-15 และ Eurofighter Typhoon คือสุดยอดเครื่องบินรบจากสวีเดนที่โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพสูง ความพร้อมรบเต็มเปี่ยม และต้นทุนใช้งานต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง F-15 หรือ Typhoon มาก ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบคอมพิวเตอร์บูรณาการ และอากาศยานศาสตร์ขั้นสูง Gripen จึงกลายเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพอากาศไทยและหลายชาติทั่วโลก ไม่ว่าจะบินเดี่ยวหรือเชื่อมเครือข่ายป้องกันประเทศก็พร้อมสรรพ

Saab JAS-39 Gripen เครื่องบินขับไล่ที่เคยเอาชนะ F-15 และ Eurofighter Typhoon ในสนามฝึก

วีรกรรมของ Saab JAS-39 Gripen เครื่องบินขับไล่ที่เคยเอาชนะ F-15 และ Eurofighter Typhoon นั้นน่าทึ่งสุดๆ โดยเฉพาะในสนามฝึก Red Flag ปี 2006 Gripen รุ่น A ถูกใส่ทีมแดง (ฝ่ายศัตรู) แต่ใช้ระบบลิงก์เชื่อมเครื่องบินทำหน้าที่ AWACS เอง สร้าง situational awareness สุดยอด หลบเรดาร์พื้นดิน เลี่ยง SAM และยิงแต้มได้ 10 ครั้งในวันแรก รวมถึงล้ม Typhoon โดยไม่เสียลำเดียวเพราะตรวจจับยาก!

Gripen เอาชนะ F-16 และ F-15 อย่างไร

นักบิน Gripen ยังคว่ำ F-16 Block 50+ ได้ 5 ลำใน dogfight ที่ Red Flag Alaska และไม่เคยแพ้ air-to-air เลย Gripen 3 ลำปะทะ F-16 นอร์เวย์ 5 ลำ ชนะ 5-0 สองรอบและ 5-1 ใน Loyal Arrow ที่บ้านเกิด Gripen ลำเดียวสกัด F-15C 3 ลำ ยิงตก 2 ลำ เหตุผล? แม้ TWR น้อยกว่า แต่ drag ต่ำ wing loading ต่ำ ทำ supercruise ได้แม้ dry thrust และบรรทุกอาวุธเต็ม

สเตฟาน อิงลันด์ อดีตวิศวกรสวีเดนยืนยัน Gripen ถูกประเมินต่ำเกินไป ไม่เคย cancel mission และ F-15 หลีก BVR ได้แต่ dogfight กับ Gripen ไม่ฉลาดแน่

Gripen E-Series: พลังใหม่เหนือชั้น

Gripen E มาพร้อมเครื่องยนต์ GE F414G แรงกว่า ไกลกว่า บรรทุกมากกว่า เรดาร์ AESA IRST EW ล้ำสมัย RCS ต่ำใกล้ F-35 ด้วย GaN tech ทำให้เป็น ‘ghost fighter’ เทียบ F-35 ได้สบาย

ประเทศไหนใช้ Saab JAS-39 Gripen และไทยได้อะไร

JAS 39 Gripen ประจำการ 6 ชาติ:

  • สวีเดน: 90 ลำ +60 E ภายใน 2030
  • บราซิล: 10 ลำ +30 ภายใน 2027
  • เช็ก: เช่า 14 ลำ
  • ฮังการี: 14 ลำ +4
  • แอฟริกาใต้: 26 ลำ
  • ไทย: 12 ลำ +12 ภายใน 2035

ไทยได้ถ่ายทอดเทคโนโลยี Link-T ศูนย์ซ่อม ผลิตชิ้นส่วน สร้างอุตสาหกรรมการบิน เหนือกว่า F-16 ที่ Lockheed ไม่ให้ tech เต็ม

Gripen สมรภูมิแรกไทย-กัมพูชา 2025

กรกฎาคม 2025 Gripen โจมตีฐานกัมพูชาสำเร็จ ด้วย Erieye AWACS RCS ต่ำ ต้นทุนต่ำ รันเวย์สั้น เหมาะภูมิประเทศไทย หลังชนะ 4 วัน ไทยซื้อ E/F เพิ่ม 4 ลำ มูลค่า 600 ล้าน USD แทน F-16

ปัญหา ITAR และอนาคตยุค 5

Gripen พึ่งชิ้นส่วน US 1/3 (engine, avionics) โดน ITAR กีดกันขายบ้าง แต่ Saab มุ่งยุโรป self-reliant กำลังพัฒนา Gen 5: stealth autonomy EW drone swarm AI ปี 2040-50 ทดสอบ AI dogfight แล้ว

Saab JAS-39 Gripen เครื่องบินขับไล่ที่เคยเอาชนะ F-15 และ Eurofighter Typhoon พิสูจน์ศักยภาพทั้งฝึกและจริง ต้นทุนต่ำ tech สูง คือทางเลือกฉลาดสำหรับชาติกำลังพัฒนา คุณคิด Gripen จะครองอากาศไทยต่อไปไหม? แสดงความเห็นด้านล่างและแชร์บทความนี้!

ที่มา – Saab JAS-39 Gripen เครื่องบินขับไล่ที่เคยเอาชนะ F-15 และ Eurofighter Typhoon

3 รมช.มหาดไทย จับมือกลาโหม-ดิจิทัล ชี้เป้าแก้ไฟป่า

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องปัญหาใหญ่ที่คนไทยหลายคนกำลังกังวล นั่นคือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ที่มาเยือนทุกปี โดยเฉพาะภาคเหนือ แต่มีข่าวดีมาบอก! 3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า ทำให้การแก้ปัญหาดูจะมีหวังมากขึ้นนะครับ

3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 3 ท่าน ได้แก่ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล เป็นประธาน

นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมคนสำคัญอีกเพียบ เช่น นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัล, พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกลาโหม, นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงผู้แทนกองทัพอากาศและหน่วยงานอื่นๆ จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ

ที่มาของการประชุมสุดสำคัญครั้งนี้

การประชุมเกิดขึ้นตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองทัพ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อโฟกัสแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะปัญหานี้ไม่ใช่แค่ทำลายป่าไม้ แต่ยังกระทบสุขภาพประชาชน สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ และเศรษฐกิจด้วย

ผลการประชุมที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน

ที่ประชุมเห็นตรงกันที่จะยกระดับการแก้ปัญหาด้วยการนำ เทคโนโลยีของกองทัพอากาศ มาใช้ โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการบินลาดตระเวนที่ชี้เป้าจุดความร้อน (Hotspot) ได้อย่างแม่นยำสุดๆ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อสนับสนุนการดับไฟทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ ทำให้ภารกิจสำเร็จเร็วขึ้นเยอะ

นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่ให้อากาศยานจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร บินปฏิบัติการดัดแปรอากาศ ลดปัญหาฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รมช.มหาดไทยยังมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมมือกับกองทัพอากาศและกระทรวงดิจิทัล สนับสนุนภารกิจในภาคเหนือและทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้หายใจอากาศบริสุทธิ์โดยเร็วที่สุด ตามนโยบายนายกฯ

เพื่อนๆ ลองนึกภาพดูสิครับ ปกติการดับไฟป่ามันยากเพราะหาจุดไฟไม่เจอ แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยีทหารมาช่วยชี้เป้าแบบ real-time แถมดิจิทัลช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ทำให้ทุกอย่างรวดเร็วและแม่นยำขึ้นมาก

ทำไมเทคโนโลยีนี้ถึงเจ๋งขนาดนี้?

  • ความแม่นยำสูง: ระบบลาดตระเวนของกองทัพอากาศตรวจจับ Hotspot ได้ละเอียด ช่วยลดเวลาตอบสนอง
  • บูรณาการข้ามหน่วย: ข้อมูลไหลลื่นระหว่างมหาดไทย กลาโหม ดิจิทัล และท้องถิ่น
  • สนับสนุนอากาศยาน: กรมฝนหลวงบินได้ปลอดภัย ลด PM2.5 ด้วยฝนเทียม
  • ครอบคลุมทั่วประเทศ: ไม่ใช่แค่ภาคเหนือ แต่ทุกพื้นที่เสี่ยง

ในอดีต ไฟป่าทำให้ไทยสูญเสียป่าไม้หลายแสนไร่ สุขภาพประชาชนป่วยจาก PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้โรงพยาบาลแน่น เศรษฐกิจเสียหายจาก旅游ลดลง แต่ปีนี้ด้วย 3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า เรามีโอกาสยุติปัญหาได้จริง

นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลยังช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับรายงานจุดร้อนจากประชาชน ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ผ่านแอพมือถือ

ผมคิดว่านี่คือก้าวสำคัญของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ การนำเทคโนโลยีทหารมาช่วยพลเรือนแสดงให้เห็นว่าประเทศเรามีศักยภาพสูง หากร่วมมือกันจริงจัง ปัญหาไฟป่าจะคลี่คลายได้แน่นอน

สุดท้ายนี้ อยากชวนเพื่อนๆ ในพื้นที่เสี่ยงช่วยกันเฝ้าระวัง รายงานจุดความร้อนผ่านช่องทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือแอพ AirVisual เพื่อติดตามคุณภาพอากาศ และแชร์ข่าวนี้ให้คนอื่นรู้ด้วยนะครับ จะได้ลดผลกระทบร่วมกัน!

ที่มา – 3 รมช.มหาดไทย จับมือ “กลาโหม-ดิจิทัล” นำเทคโนโลยีของกองทัพอากาศ ชี้เป้าจุดความร้อนแก้ปัญหาไฟป่า

รอบสามโหดกว่า! ไทยสร้างโดรนสังหาร Shahed 136

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการกลาโหมไทยกันดีกว่า ไทยสร้างโดรนสังหาร Shahed 136 ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับของอิหร่าน มันคืออะไร และไทยทำได้จริงเหรอ? จากข่าวล่าสุด กองทัพอากาศไทยร่วมกับเอกชนพัฒนาโดรนพลีชีพรุ่นนี้ ระยะบิน 500-1,000 กม. ทดสอบทิ้งระเบิดและพุ่งชนเป้าแม่นยำสุดๆ ราคาถูก ใช้งานง่าย เหมือน Shahed 136 ที่อิหร่านใช้รบแบบอสมมาตร

โดรนสังหารไทยคล้าย Shahed 136

ไทยสร้างโดรนสังหาร Shahed 136 ได้สบายๆ ด้วยเทคโนโลยีไทย

ในทางเทคนิค โดรน Shahed 136 ไม่ซับซ้อนขนาดนั้น โครงสร้างใช้วัสดุคอมโพสิต ลดเรดาร์ ไทยมีผู้เชี่ยวชาญจาก สทป. และ DTI อยู่แล้ว เครื่องยนต์ลูกสูบ 2 จังหวะ หาซื้อได้ทั่วไป ระบบนำทาง GPS + INS ราคาถูก แม้แจมได้แต่พอสำหรับภารกิจพลีชีพ ไทยสร้างโดรนสังหาร Shahed 136 แบบนี้ได้ชัวร์

จุดแข็งของไทยในการพัฒนาโดรนรบ

ไทยมีประสบการณ์ UAV อย่าง D-Eyes สตาร์ทอัพ Maker เก่ง flight control และ AI ภัยคุกคามรอบบ้านอย่างเขมร บทเรียนสงครามอิหร่าน-อิสราเอล แสดงว่าโดรนราคาถูกโจมตีระบบป้องกันหนาแน่นได้ DTI และกองทัพเร่งพัฒนาต่อเนื่อง

การพัฒนาโดรนไทย

ความท้าทายในการไทยสร้างโดรนสังหาร Shahed 136

ถึงสร้างตัวโดรนได้ แต่ต้อง anti-jamming GPS แม่นยำ สายการผลิต mass production ราคาลำละ 6 แสน-1.6 ล้าน เพื่อ swarm attack และหัวรบที่ปลอดภัย อำนาจทำลายสูง

  • Anti-Jamming: ซอฟต์แวร์นำทางทนรบกวน
  • Mass Production: ซัพพลายเชนครบ งบสนับสนุน
  • หัวรบ: ร่วมกรมสรรพาวุธ

รายละเอียดหัวรบและการบูรณาการ

หัวรบต้อง safe and arm device (SAD), insensitive munitions (IM) คำนวณ CG ให้บินสมดุล ทน vibration แบบ Blast/Fragmentation, Shaped Charge, Thermobaric ร่วมกรมสรรพาวุธจัดการ 3 มิติ: High Explosive Integration, Airframe Integrity, Lethality Design

หัวรบโดรน

กฎหมายไทยยังเน้นโดรนตรวจการณ์ ต้องปรับนโยบายให้เอกชนช่วยได้มากขึ้น สรุป ไทยสร้างโดรนสังหาร Shahed 136 ได้แน่นอน อาจดีกว่าในบางจุด แต่ต้องราคาถูก เสถียร ผลิตเยอะเพื่อปกป้องชาติ

ความเห็นผมนะ การพัฒนานี้คือก้าวสำคัญของไทยในยุคสงครามโดรน คุณคิดยังไง ลองคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวกลาโหมไทยเพิ่มเติม!

ที่มา – รอบสามจะโหดกว่าทุกครั้ง ไทยสร้างโดรนสังหารที่มีคุณลักษณะใกล้เคียง Shahed 136 ของอิหร่าน

รถบินได้ ฝันนี้ยังอีกยาวไกล ไปรถขนโดรนดีกว่า!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเทคโนโลยี! วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง รถบินได้ ฝันนี้ยังอีกยาวไกล ไปรถขนโดรนดีกว่า! นะครับ หลายคนฝันอยากมีรถบินส่วนตัวแบบในหนัง sci-fi แต่ในไทย ความจริงยังอีกนานแสนนาน เพราะกฎหมาย การบินพลเรือน (CAAT) ยังศึกษาอยู่ คาดว่าจะเริ่มใช้จริงปี 2569 แต่ทางเลือกเจ๋งๆ อย่างรถขนโดรนจาก XPENG AeroHT กำลังมาแรงเลยล่ะ!

รถบินได้ ฝันนี้ยังอีกยาวไกล ไปรถขนโดรนดีกว่า!

XPENG AeroHT จากจีน เปิดตัว “Land Aircraft Carrier” รถโมดูลาร์สุดล้ำ แบ่งเป็น 2 ส่วน: ยานแม่ (รถ SUV 6 ล้อ EREV) บรรทุกและชาร์จโดรนบิน (eVTOL 2 ที่นั่ง) ได้ แยกตัวอัตโนมัติกดปุ่มเดียว! มียอดจองทะลัก 7,000 คัน แผนส่งมอบปี 2026 ราคาประมาณ 10 ล้านบาท ในไทย MGC-ASIA เป็นตัวแทน นำมาจัดแสดง Motor Expo แน่นอน

สเปกเจ๋งๆ ของ Land Aircraft Carrier

  • ระบบขับเคลื่อน: ยานแม่ใช้ EREV (เครื่องปั่นไฟชาร์จแบต) วิ่งไกล 1,000 กม. โดรนบินไฟฟ้าล้วน DEP 6 ใบพัด แพลตฟอร์ม 800V ชาร์จเร็ว 30-80% ใน 18 นาที
  • การบิน: บิน 30 นาที/รอบ ระยะ 20-30 กม. ความเร็ว 60 กม./ชม. ยานแม่ชาร์จได้ 5-6 รอบต่อถัง
  • ควบคุมง่าย: Single-lever joystick เรียนรู้ 5 นาที โหมดอัตโนมัติ One-Key Take-off, Auto-Return ห้องนักบินมอง 270 องศา

เจ๋งตรงแยกเก็บท้ายรถ ขนาดพอจอดคอนโดได้ ไม่ต้องกลัวใหญ่เกิน!

ความปลอดภัยระดับโลก

ระบบ Redundancy เต็มรูปแบบ มอเตอร์สำรอง ถ้าขัดข้อง 2 ตัวยังบินได้ ร่มชูชีพ Ballistic ทำงานที่ 50 ม. ลงนุ่ม 5.2 ม./วิน. ระบบหลบอุปสรรค 360 องศา ประเมินอากาศอัตโนมัติ ได้รับรอง CAAC จีนแล้ว ทดสอบดูไบสำเร็จ

  • ใบขับขี่รถยนต์ Class C ขับยานแม่ได้
  • ช่วงแรกบินสันทนาการไม่ต้องใบนักบิน (อัตโนมัติช่วย)
  • บินต่ำไม่เกิน 1,000 ม. เหมาะ low-altitude economy

ไทยจะได้ใช้เมื่อไหร่?

CAAT กำลังร่างกฎ โดรนกู้ภัยราคา 12 ล้านเริ่ม 2569 XPENG วางแผนขยายไทยปี 2027 สอดคล้องนโยบายท่องเที่ยว ขนส่ง กู้ภัย พื้นที่ยากเข้าถึง ลุ้นทดสอบบินเร็วๆ นี้!

สรุปคือ รถบินได้จริงๆ ยังฝันไกล แต่ รถบินได้ ฝันนี้ยังอีกยาวไกล ไปรถขนโดรนดีกว่า! แบบ XPENG นี่แหละทางออกสมัยใหม่ สะดวก ปลอดภัย ราคาเอื้อมถึง คุณคิดยังไง? อยากลองบินไหม ลองคอมเมนต์บอกกัน หรือติดตาม XPENG Thailand เพื่อจองล่วงหน้าเลยครับ!

ที่มา – รถบินได้ ฝันนี้ยังอีกยาวไกล ไปรถขนโดรนดีกว่า!

Lockheed Martin F-35 A Lightning II: เห็นครั้งแรกพอใจ

F-35 เป็นเครื่องบินรบรุ่นที่ 5 แบบเครื่องยนต์เดี่ยวความเร็วเหนือเสียง พร้อมเทคโนโลยีล่องหน ถือเป็นเครื่องบินรบล่องหนความเร็วเหนือเสียงรุ่นแรกของสหรัฐฯ มีประสิทธิภาพด้านการตรวจการณ์ในระดับเพดานบินต่ำ เซนเซอร์แบบใหม่ที่ช่วยให้สามารถรับรู้และตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที ควบรวมกับประสิทธิภาพของการบินโจมตีระยะไกล บินได้ไกลกว่าเครื่องบินรบในยุคที่สี่ และเข้าประจำการในกองทัพสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2549

รัฐบาลอเมริกันส่งมอบเครื่องบินรุ่นนี้ไปแล้ว 750 ลำ และประสบเหตุตกไปแล้วอย่างน้อย 8 ลำ ในภูมิภาคอินโด-แฟชิฟิก มีเพียงออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์เท่านั้นที่ซื้อมาประจำการในกองทัพอากาศของตนเอง ซึ่งประเทศเหล่านี้มักอยู่ภายใต้การชี้นำของรัฐบาลอเมริกัน

Lockheed Martin F-35 A Lightning II

Lockheed Martin F-35 A Lightning II มีกี่รุ่น?

  • F-35A ออกแบบเพื่อใช้งานในการบินขึ้นลงปกติบนรันเวย์สนามบิน เป็นรุ่นที่ ทอ. ไทย เคยเล็งไว้ว่าจะซื้อ! แต่โชคดีที่เปลี่ยนเป็น JAS-39 E
  • F-35B ออกแบบเพื่อใช้งานในการบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งบนเรือบรรทุกเครื่องบินหรือภารกิจอื่นๆ ที่ไม่มีรันเวย์สำหรับเครื่องบิน
  • F-35C ออกแบบเพื่อใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ มีปีกใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ

โครงสร้างของ F-35 ลอกแบบมาจาก F-22 มีการใช้วัสดุประเภทคอมโพสิตประกอบถึง 35% ของน้ำหนักเฟรม รุ่นที่เบาที่สุดมีน้ำหนักตัวเปล่า 29,300 ปอนด์ (13,300 กิโลกรัม) F-35 มีขนาดเล็กกว่า F-22 Raptor ที่มีสองเครื่องยนต์ การออกแบบท่อไอเสียนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจาก General Dynamics โมเดล 200 เพื่อทำให้การพัฒนา F-35B รุ่นพิเศษ Lockheed จึงปรึกษากับสำนักงานออกแบบ Yagolev โดยการซื้อแบบมาจากการพัฒนาของ Yagolev ในเครื่องรุ่น Yak -141

การพัฒนาที่เหนือกว่าเครื่องบินขับไล่ยุคปัจจุบัน

เทคโนโลยีการล่องหน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ผสานและเซนเซอร์ซึ่งใช้ข้อมูลร่วมกัน เพื่อเพิ่มความระมัดระวังตัวให้กับนักบินและเพิ่มการระบุเป้าหมาย การยิงอาวุธ และส่งข้อมูลให้กับศูนย์บัญชาการได้รวดเร็วขึ้น เครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ ไม่สามารถติดตั้งถังเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ แต่สำหรับ F-35 จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงอย่างมาก ไม่เหมือนกับ F-22 และF/A-18 ตรงที่ F-35 นั้นไม่มีปีกเสริมส่วนหน้า แต่มันใช้ส่วนปีกเสริมที่เหมือนกับ SR-71 แบล็กเบิร์ดแทน ปีกขนาดใหญ่รูปทรงประหลาดเก็บเชื้อเพลิงได้มากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4

F-35 มีจุดเด่นตรงจอแสดงผลที่กว้างมาก โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 28×8 นิ้ว ระบบจดจำเสียงของห้องนักบิน มีไว้เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานได้มากกว่าเครื่องบินทั่วไป เป็นเครื่องบินปีกนิ่งลำแรกของสหรัฐฯ ที่ใช้ระบบนี้ นักบินจะบินโดยใช้คันบังคับทางขวามือและซ้ายมือเป็นคันเร่ง

หมวกติดจอแสดงผลจะถูกใช้กับเอฟ-35 ทุกรุ่น หมวกที่มีกล้องมองตามเป้านั้น ถูกนำไปใช้กับ F-15 F-16 และ F/A-18 ในขณะที่เครื่องบินขับไล่บางลำ มีหมวกบินติดจอแสดงผลพร้อมกับหน้าจอฮัด นับเป็นครั้งแรกในหลายทศวรรษ ที่เครื่องบินขับไล่ชั้นแนวหน้าจะไม่มีหน้าจอฮัด

เครื่องยนต์หลักของ F-35 คือ Pratt & Whitney F135 ส่วนเครื่องยนต์ General Electric/Rolls-Royce F136 นั้นกำลังอยู่ภายใต้การพัฒนาเพื่อใช้เป็นเครื่องยนต์ทางเลือก สำหรับเครื่องบินที่เป็นแบบขึ้น-ลงในแนวดิ่งนั้นจะใช่ระบบยกของ Rolls-Royce ระบบดังกล่าวคล้ายคลึงกับ YAK-141 ของรัสเซีย ดังนั้นการออกแบบเครื่องบินขึ้น-ลงในแนวดิ่งรุ่นต่อๆ มา อย่าง Harrier Jump Jet ใช้ใบพัดของเครื่องยนต์ Rolls-Royce Pegasus เพราะพบว่าไม่ง่ายนักที่จะออกแบบใบพัดอันเดียวที่ใหญ่พอจะผลักผ่านลมความเร็วต่ำเพื่อยกตัวขึ้นและในขณะเดียวกันต้องใหญ่พอที่จะทำความเร็วเหนือเสียง

ลิฟต์ซิสเทมประกอบด้วยใบพัดยก ชาฟท์ขับเคลื่อน แท่นหมุนสองแท่น และ 3BSM ซึ่งทำให้ท่อไอเสียของเครื่องยนต์หลักสามารถสะท้อนลงไปที่หางของเครื่องบิน ใบพัดยกที่อยู่ใกล้กับส่วนหน้าของเครื่องบินทำให้เกิดแรงขับที่สมดุล ใบพัดยกจะทำงานโดยเครื่องยนต์แรงดันต่ำผ่านทางชาฟท์ขับเคลื่อนและกระปุกเกียร์ ในปัจจุบันเครื่องยนต์ F-136 นั้นใช้ทุนมากมายมหาศาล ในส่วนอื่นของโครงการ การลดจำนวนของอากาศยานที่จะผลิต และเพิ่มมูลค่า อย่างไรก็ตามทีมสร้าง F-136 อ้างว่า เครื่องยนต์ของอากาศยานรุ่นนี้ มีค่าแตกต่างของอุณหภูมิมากกว่า ซึ่งพิสูจน์ว่าเป็นปัญหากับการใช้ในแนวดิ่งในสภาพอากาศที่ร้อนจัด

F-35 ติดตั้งปืนกลอากาศ GAU-22/A สี่ลำกล้องขนาด 25 มม. ใน F-35 A ปืนใหญ่อากาศจะติดตั้งอยู่ภายใน พร้อมกระสุน 180 นัด ใน F-35 B และ C จะมีกระสุนในกระเปาะภายในเพิ่มอีก 220 นัด แท่นปืนสำหรับ B และ C นั้นจะเป็นแบบเก็บเพื่ออำพราง

เมื่อเรดาร์สามารถตรวจจับสิ่งใดก็ตามที่ยื่นออกจากเครื่องบิน ขีปนาวุธ ระเบิด และถังเชื้อเพลิง ซึ่งติดบนปีกหรือปลายปีก จึงลดความสามารถในการอำพรางลง สองตำแหน่งที่ปลายปีกสามารถติดตั้ง AIM-9X ได้เท่านั้น จุดอื่นๆ สามารถติดตั้ง AIM-120 AMRAM / Storm Shadow AGM-158 Jasm ระเบิดนำวิถี ถังเชื้อเพลิงขนาด 480 และ 600 แกลลอน

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเครื่องบิน F-35 A Lightning II:

  • ก.ย. 2561 – เครื่องบินรบ F-35 B ประสบเหตุตกใกล้ฐานทัพเรือในรัฐเซาท์ แคโรไลนา แต่นักบินดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย
  • เม.ย. 2562 – เครื่องบิน F-35 ของกองทัพญี่ปุ่น ประสบเหตุตกในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือ ทำให้นักบินเสียชีวิต
  • ม.ค. 2565 – เครื่องบิน F-35 C ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ประสบเหตุตกลงทะเลจีนใต้ หลังอุบัติเหตุการลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน

ประเทศที่นำ F-35 ไปใช้บินปฏิบัติภารกิจอยู่ มี 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ อิตาลี ออสเตรเลีย นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ในขณะที่ Su-35 ซึ่งมีเรดาร์ที่สามารถตรวจพบ F-22/F-35 และจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องบินรุ่นที่ 4+ ที่ดีที่สุดในขณะนี้จากรัสเซีย ราคาอยู่ที่ 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แผนเดิมของอเมริกาคือสร้าง F-35 ที่ปฏิบัติงานได้ดีกว่า F-16 แต่เครื่อง F-35 ก็ยังไม่มีความเสถียรขณะใช้งาน เนื่องจากมีข้อบกพร่องมากมาย

หนึ่งในความล้มเหลวของเครื่อง Lockheed Martin F-35 A Lightning II ก็คือเครื่องบินรบชนิดนี้เป็นเครื่องบินที่ออกแบบให้ล่องหน แต่ปัญหาก็คือขณะบินอยู่บนอากาศ เครื่องบินชนิดนี้จะไม่สามารถส่งข้อมูลฝ่ายตรงข้ามใดๆ ไปถึงฐานได้ถ้าไม่เปิดเผยตำแหน่งของตนให้ฝ่ายตรงข้ามรู้

หลังจากตรวจสอบ วิศวกรการบินของอเมริกัน พบว่าเครื่องบินรบ F-35 มีปัญหา 700 กว่าจุดที่ยังแก้ไม่เสร็จ รัฐบาลอเมริกันยอมรับแล้วว่าการลงทุนสร้าง F-35 เป็นโครงการที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

เหตุที่ยังปรับปรุงข้อบกพร่องไม่เสร็จ ทำให้เครื่องบินรบ F-35 ประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กองทัพอากาศเกาหลีใต้ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา มีข่าวว่ารัฐบาลเกาหลีใต้สั่งห้ามใช้เครื่องบินเครื่องนี้บินปฏิบัติงานทั้งฝูง เพราะระบบลงจอดรวน

อเมริกันบอกว่า F-35 เป็นเครื่องบินสเตลท์ เรดาร์ตรวจจับไม่ได้ แต่ขณะที่นำ F-35 ไปแสดงโชว์ที่เยอรมนี เรดาร์บริษัทเอกชนในเยอรมนีสามารถจับได้ กองทัพอากาศไทยในปัจจุบัน เต็มไปด้วยเครื่องบินรบที่รอการปลดระวาง การเปลี่ยนเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่อย่าง Saab JAS 39 Gripen E จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การเลือกซื้อเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพอย่าง Gripen E ดูจะเหมาะสมมากกว่าการเลือกซื้อเครื่องบินที่มีปัญหาอยู่นะครับ

ที่มา – เห็นครั้งแรกพอใจ ตกไป 8 พอเลย Lockheed Martin F-35 A Lightning II

Scroll to top