เทศกาลสงกรานต์

“ชัชชาติ” ประกาศขายนโยบาย ดัน “Street Economy” คู่เทศกาลระดับโลก

“ชัชชาติ” ประกาศขายนโยบาย ดัน “Street Economy” คู่เทศกาลระดับโลก

เมื่อพูดถึงการพัฒนาเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าหลายคนคงจับตามองนโยบายจากทีมของ “ชัชชาติ” ประกาศขายนโยบาย ดัน “Street Economy” คู่เทศกาลระดับโลก ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้มีพื้นที่ทำกินอย่างยั่งยืน โดยมองว่ากรุงเทพฯ ไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ของบริษัทใหญ่ แต่ต้องครอบคลุมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อย MSME ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจเมือง

โอกาสใหม่สำหรับคนตัวเล็กผ่าน Street Economy

แนวคิดการขับเคลื่อน “ชัชชาติ” ประกาศขายนโยบาย ดัน “Street Economy” คู่เทศกาลระดับโลก นั้นหัวใจสำคัญคือการทำให้คนค้าขายเข้าถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ เงิน พื้นที่ และทักษะ การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยไม่ใช่การผลักไสออกจากเมือง แต่คือการนำจุดนอกระบบเข้ามาอยู่ในจุดผ่อนผันที่ถูกต้อง เพื่อลดปัญหาการเรียกรับส่วย ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ามีที่ทำกินอย่างมั่นคงและปลอดภัย ในขณะที่ทางเท้าของคนเดินถนนต้องยังคงความเป็นระเบียบและน่าใช้งานควบคู่กันไป

แผนการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตมีเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนี้:

  • เพิ่มจุดผ่อนผันและจุดอัตลักษณ์ให้รองรับผู้ค้าได้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ
  • ผลักดันศูนย์อิ่มท้องให้ครบทั้ง 50 เขตทั่วเขตบริหาร
  • สร้างมาตรฐานการค้าขายที่เคารพสิทธิซึ่งกันและกันระหว่างผู้ค้าและประชาชน

ยกระดับเมืองสู่ World Festival City

นอกจากเศรษฐกิจริมถนนแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ทีมผู้ว่าฯ กทม. ให้ความสำคัญคือการผลักดันให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองแห่งเทศกาลระดับโลก การที่ “ชัชชาติ” ประกาศขายนโยบาย ดัน “Street Economy” คู่เทศกาลระดับโลก ควบคู่กันไป จะเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ โดยเน้นไปที่ 4 เทศกาลหลัก ได้แก่ สงกรานต์ ลอยกระทง Bangkok Pride และเคานต์ดาวน์ปีใหม่

การจะทำให้นโยบายนี้สำเร็จ ต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับคนมหาศาล ทั้งระบบจัดการขยะ ห้องน้ำสาธารณะ และโครงข่ายขนส่งสาธารณะที่เชื่อมโยงถึงกัน เพื่อให้แต่ละเทศกาลกลายเป็น Festival Circuit ที่สร้างรายได้สะพัดเข้าสู่ย่านเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ร้านค้าขนาดใหญ่ไปจนถึงรถเข็นสตรีทฟู้ดริมถนน นี่คือเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือนของกรุงเทพมหานคร

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองกับปากท้องของประชาชน หากทำได้จริง กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่คนตัวเล็กมีพื้นที่ยืน และกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจสำหรับผู้คนทั่วโลกอย่างแน่นอน แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าการจัดระเบียบสตรีทฟู้ดจะเปลี่ยนโฉมหน้ากรุงเทพฯ ไปในทิศทางไหนบ้าง?

ที่มา – “ชัชชาติ” ประกาศขายนโยบาย ดัน “Street Economy” คู่เทศกาลระดับโลก

เริ่มแล้ว สงกรานต์พระประแดง 2569 คึกคัก ตำรวจคุมเข้ม

เริ่มแล้วสำหรับเทศกาลสุดฮอต สงกรานต์พระประแดง 2569 ที่กำลังคึกคักไปด้วยผู้คนหลั่งไหลมาร่วมสาดน้ำเล่นสนุกกันอย่างเต็มที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น ชาวบ้าน นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างถิ่น ตบเท้าเข้ามาเต็มถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขสวัสดิ์ ถนนนครเขื่อนขันธ์ ถนนเพชรหึงษ์ และถนนปู่เจ้าสมิงพราย ทำให้การจราจรติดขัดยาวเหยียด แต่ไม่ต้องห่วง เพราะตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายคุมเข้มความปลอดภัยแบบสุดๆ

สงกรานต์พระประแดง 2569 เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนเซนต์แมรี่ ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมนายอานนท์ บูรณะภักดี นายอำเภอพระประแดง และ พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผู้กำกับการ สภ.พระประแดง ได้ต้อนรับ พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 1 มาเป็นประธานปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 400 นาย รวมถึงอาสาสมัครกู้ภัย เพื่อประจำจุดดูแลตามถนนเส้นหลัก

ต่อมาเวลา 15.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการที่ปะรำพิธีโรงเรียนป้อมแผลงไฟฟ้า โดยมีนางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศบาลเมืองพระประแดง และประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่มาร่วม สงกรานต์พระประแดง 2569

สงกรานต์พระประแดง 2569: บรรยากาศเล่นน้ำสุดมันส์

บรรยากาศของ สงกรานต์พระประแดง 2569 ปีนี้คึกคักมาก ชาวมอญและผู้ร่วมงานสาดน้ำกันอย่างเมามัน มีละเล่นพื้นบ้านแบบดั้งเดิมให้ชมด้วย ถนนทุกสายเต็มไปด้วยรถและคน ทำให้รถติดหนึบ แต่ทุกคนก็ยิ้มแย้มสนุกสนานกันทั้งนั้น พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 แนะนำว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยเฉพาะถนนพระราม 2 บริเวณแสมดำที่ห่างจากสุขสวัสดิ์แค่ 10 กม. เพราะรถสะสมเยอะ แถมถนนแคบลงจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้อดทนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ หากได้ยินเสียงไซเรนรถกู้ภัย ช่วยกันเปิดทางด้วยนะครับ เพื่อให้รถฉุกเฉินไปถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลา

มาตรการความปลอดภัยและจราจรในสงกรานต์พระประแดง 2569

ทาง พ.ต.อ.อภิชาติ ย้ำว่า มีกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 600 นาย รวมอาสากู้ภัย คอยดูแลตลอด ช่วงบ่ายมีขบวนแห่จากเทศบาลไปวัดโปรดเกตุเชษฐาราม ปิดถนนนครเขื่อนขันธ์ถึงพระราชวิริยาภรณ์ชั่วคราว มีจุดห้ามกลับรถ แต่เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มที่ นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์ให้หยุดเล่นน้ำตอน 22.00 น. เพราะวันถัดไปเป็นวันทำงาน ขอให้เล่นอย่างสุภาพ ไม่เดือดร้อนคนอื่น

พล.ต.ต.ภูมินทร์ ยังขอความร่วมมืองดดื่มสุรา ไม่พกอาวุธ เพราะมีการตั้งจุดตรวจเข้ม หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย เป้าหมายคือให้ทุกคนเล่น สงกรานต์พระประแดง 2569 อย่างปลอดภัยและมีความสุข

  • หลีกเลี่ยงถนนสุขสวัสดิ์ นครเขื่อนขันธ์ เพชรหึงษ์
  • ให้ทางรถกู้ภัย
  • งดสุราและอาวุธ
  • หยุดเล่นน้ำ 22.00 น.
  • เล่นสุภาพ ไม่สาดคนที่ไม่อยากเล่น

เทศกาลสงกรานต์พระประแดงถือเป็นหนึ่งในงานสงกรานต์สุดท้ายของปี มีเอกลักษณ์มอญที่ไม่เหมือนใคร ถ้าคุณกำลังวางแผนไปเล่น อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม รถน้ำ ปืนฉีดน้ำ และเสื้อผ้าสำรอง ปีนี้ดูจากมาตรการแล้ว ปลอดภัยแน่นอน!

ในฐานะคนรักเทศกาลไทย ปีนี้ สงกรานต์พระประแดง 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้งานสนุกและไร้ปัญหา ลองไปสัมผัสดูสักครั้ง แล้วคุณจะติดใจ อยากชวนเพื่อนๆ ไปเล่นน้ำด้วยกันไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ!

ที่มา – เริ่มแล้ว “สงกรานต์พระประแดง 2569” คนทยอยเล่นน้ำ ตำรวจคุมเข้มความปลอดภัย

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ย้ำ ครม. เร่งแก้ไฟป่า PM2.5

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ย้ำ ครม. เร่งแก้ไฟป่า PM2.5 เป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่ปัญหาฝุ่นควันและไฟป่ากำเริบหนัก ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จึงสั่งการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และข้าราชการการเมืองเร่งสร้างผลงานดูแลประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ย้ำ ครม. เร่งแก้ไฟป่า PM2.5

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ย้ำกับคณะรัฐมนตรีให้ทำงานเต็มที่ สร้างผลงานดูแลประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ที่เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง นอกจากนี้ ยังขอให้ ครม. และข้าราชการการเมืองลงพื้นที่พบปะประชาชนโดยตรง แทนที่จะรอให้ประชาชนเดินทางมาทำเนียบ เพราะปัญหาความเดือดร้อนมีมากมายในทุกพื้นที่

โอกาสนี้ นายกฯ ยังขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำให้เทศกาลสงกรานต์ผ่านพ้นไปด้วยดี ประชาชนมีความสุขและได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติในฐานะเจ้าภาพที่ดีเยี่ยม

รายละเอียดมาตรการจากโฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ย้ำ ครม. เร่งแก้ไฟป่า PM2.5

จากการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อ 17 เมษายน และเชียงใหม่เมื่อ 20 เมษายน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุดกับปัญหาไฟป่าและ PM2.5 เพราะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ พร้อมสนับสนุนกำลังพล งบประมาณ และเครื่องจักรทุกอย่างเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

ปัญหา PM2.5 ราว 30-40% มาจากหมอกควันข้ามแดน รัฐบาลจะใช้กลไกอาเซียนแก้ไข ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เริ่มมาตรการไม่อนุญาตนำเข้าสินค้าเกษตรจากแหล่งที่เผาตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ส่งผลให้การนำเข้าข้าวโพดลดลง 70% นอกจากนี้ เตรียมรับมือภัยพิบัติอย่างน้ำแล้ง-น้ำท่วมตามคำสั่งนายกฯ

ผลกระทบของไฟป่าและ PM2.5 ต่อประชาชน

ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงทำให้อากาศเป็นพิษ แต่ยังก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ หอบหืด มะเร็งปอด โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ค่าฝุ่นพุ่งเกินมาตรฐานบ่อยครั้ง ส่งผลให้โรงพยาบาลแออัด นักท่องเที่ยวลดลง รายได้ท้องถิ่นหายไปหลายพันล้าน

  • สุขภาพ: PM2.5 เข้าสู่กระแสเลือด ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เศรษฐกิจ: การท่องเที่ยวเชียงใหม่เสียหายหนัก
  • เกษตรกรรม: พืชผลเสียหายจากควันไฟ
  • สิ่งแวดล้อม: ป่าไม้ถูกทำลาย สัตว์ป่าตายจำนวนมาก

มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลดำเนินการ

  • เพิ่มสรรถนะดับอากาศและเฝ้าระวังไฟป่า
  • มาตรการกระทรวงพาณิชย์ห้ามนำเข้าผลผลิตจากการเผา
  • เจรจาอาเซียนลดหมอกควันข้ามแดน
  • เตรียมงบประมาณปี 2570 ตามนโยบายนายกฯ
  • ยกเลิก MOU 2544 โดยรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์

นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมเกษตรกร改เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่เผาเศษวัสดุทางการเกษตร หันมาใช้เทคโนโลยีชีวภาพแทน เพื่อยั่งยืนในระยะยาว

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ย้ำ ครม. เร่งแก้ไฟป่า PM2.5 แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของรัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานาน ผู้เขียนเชื่อว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน

เรียกร้องให้ประชาชน: สวมหน้ากาก N95 ออกกำลังกายในร่ม ติดตามแอป AirVisual และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ติดตามข่าวสารสิ่งแวดล้อมและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ย้ำ ครม.- ขรก.การเมือง เร่งสร้างผลงานดูแล ปชช. เดินหน้าแก้ไฟป่า-PM2.5

นายกฯ อนุทิน โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี

นายกฯ อนุทิน โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้และชุมพร ทำให้ประชาชนหลายคนรู้สึกประทับใจในความใกล้ชิดและความใส่ใจของผู้นำประเทศ

นายกฯ อนุทิน โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี

เมื่อเวลา 12.21 น. วันที่ 18 เมษายน 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเป็นภาพขณะเดินลงบันไดตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ข้างบน และแคปชั่นภาษาอังกฤษว่า “Have a great weekend, everyone” ซึ่งแปลว่า ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี โพสต์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายกฯ อนุทินเพิ่งเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้เมื่อวานนี้ (17 เมษายน) ถือเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องหลังเทศกาลสงกรานต์

นายกฯ อนุทิน โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี

ภารกิจลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของนายกฯ อนุทิน

ก่อนหน้านี้ นายกฯ อนุทินได้ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดชุมพร เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคง สวัสดิการประชาชน และโครงการพัฒนาต่างๆ แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แต่ท่านยังคงโพสต์ นายกฯ อนุทิน โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี เพื่อส่งกำลังใจให้ประชาชนทั่วประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำที่เข้าถึงประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย

การโพสต์ดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการทักทายวันหยุดเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความห่วงใยต่อประชาชนในช่วงที่ทุกคนกำลังพักผ่อนหลังจากเฉลิมฉลองสงกรานต์กันอย่างคึกคัก นายกฯ อนุทินใช้ภาษาอังกฤษที่เรียบง่าย ทำให้เข้าถึงทั้งคนไทยและต่างชาติได้ง่าย

ความหมายของโพสต์นี้ต่อสังคมไทย

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสื่อสารหลัก การที่นายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความส่วนตัวเช่นนี้ ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลให้ดูเป็นกันเองและใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผู้คนมักแบ่งปันเรื่องราวชีวิตประจำวัน

  • แสดงความใกล้ชิด: นายกฯ อนุทินเลือกโพสต์ภาพทำเนียบรัฐบาลคู่กับพระบรมสาทิสลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยงสถาบันกับประชาชน
  • ส่งเสริมการพักผ่อน: หลังสงกรานต์ ประชาชนต้องการกำลังใจในการชาร์จพลัง
  • สื่อสารข้ามภาษา: ใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้แพร่กระจายกว้างขึ้น
  • ตอกย้ำบทบาทผู้นำ: แม้ยุ่งแต่ยังคิดถึงประชาชน

นอกจากนี้ โพสต์ยังได้รับการตอบรับจากเน็ตไอดอลและชาวโซเชียลจำนวนมาก ที่คอมเมนต์ขอบคุณและอวยพรกลับ สร้างบรรยากาศบวกในสังคม

มุมมองต่อการสื่อสารของรัฐบาลไทย

การสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กของนักการเมืองไทย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ได้กลายเป็นเทรนด์สำคัญในยุคดิจิทัล นายกฯ อนุทิน โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้าง engagement กับประชาชน หากรัฐบาลใช้กลยุทธ์นี้ต่อเนื่อง จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและลดช่องว่างระหว่างผู้นำกับประชาชนได้มาก

ในมุมมองของผู้เขียน การโพสต์เรียบง่ายเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจจังหวะชีวิตของคนไทยดี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดที่ทุกคนอยากผ่อนคลาย เชิญชวนทุกท่านติดตามการทำงานของรัฐบาลผ่านช่องทางโซเชียล เพื่อรับทราบข่าวสารล่าสุดและแบ่งปันความคิดเห็น

สุดท้ายแล้ว นี่คือตัวอย่างผู้นำที่ไม่ลืมประชาชน แม้ในวันที่ตัวเองเหนื่อยล้า ลองแวะไปอวยพรนายกฯ อนุทินในโพสต์นั้นดูสิครับ!

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” โพสต์ข้อความ ขอให้ทุกคนมีวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ดี

สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ เกาะขามใหญ่สุดคึกคัก

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้คึกคักสุดๆ โดยเฉพาะที่เกาะขามใหญ่ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแห่กันมาร่วมงานสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีเก่าแก่ที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน

สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ประเพณีสุดแปลกที่ใครๆ ก็หลงรัก

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 08.30 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลสงกรานต์เกาะสีชัง วันไหลเกาะขาม โดยมีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติมาร่วมเพียบ บริเวณชายหาดเกาะขามใหญ่ ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง สร้างบรรยากาศคึกคักไปทั้งเกาะ

ประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำนี้จัดทุกปี เป็นเอกลักษณ์ของคนเกาะขามใหญ่ ห่างจากอำเภอเกาะสีชังแค่ 1 กม. นั่งเรือจากท่าเรือจรินทร์ ศรีราชา มาประมาณ 12 กม. ใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้น ใครอยากมาเล่นน้ำสงกรานต์แบบแปลกใหม่ต้องที่นี่เลย

กิจกรรมเด็ดในงานสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ

  • พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ
  • พิธีกองข้าวบวงสรวง
  • การก่อพระเจดีย์ทราย
  • ละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันเรือพาย
  • มวยทะเล และไฮไลต์อุ้มสาวลงน้ำ

ทุกกิจกรรมสนุกสนาน ทำให้ผู้เข้าร่วมหัวเราะร่า ยิ้มแย้มไปทั้งวัน โดยเฉพาะไฮไลต์สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำที่ไม่มีที่ไหนเหมือน มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวเกาะซึ่งเป็นชาวประมงหลักๆ จะหยุดออกทะเลช่วงนี้ พาครอบครัวมารวมตัวกัน

ในวันนี้ หนุ่มๆ หรือผู้ใหญ่บ้านจะเลือกสาวที่ชอบ ขออนุญาตแล้วอุ้มลงทะเล พร้อมอวยพรกัน ขอขมาลาโทษปรับความเข้าใจ ลูกหลานก็อุ้มผู้ใหญ่ลงน้ำเพื่อขอพร สร้างความอบอุ่นในครอบครัว นักท่องเที่ยวหญิงที่มาร่วม ไม่ว่าจะไทยหรือต่างชาติ ก็ยอมให้อุ้มแบบไม่ถือสา สนุกกันเต็มที่

ชาวต่างชาติจากหลายประเทศพากันมา ค้างที่เกาะสีชังแล้วมาร่วมงาน ถ่ายรูปอัพโซเชียลให้เพื่อนๆ ดู ประเพณีนี้ดังไกลระดับโลก เพราะความแปลกและวัฒนธรรมโบราณที่ยังคงไว้ ลูกหลานเกาะสีชังที่ทำงานต่างถิ่นก็กลับมาบ้านเกิดทุกปี เพิ่มความคึกคักยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เกาะขามใหญ่ยังมีหาดสวย น้ำใส เหมาะพักผ่อน ใครมาสงกรานต์ที่นี่ ได้ทั้งเล่นน้ำ ได้ทั้งเรียนรู้ประเพณีไทยแท้ๆ สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำจึงเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ห้ามพลาด

ถ้าคุณกำลังหาที่เที่ยวสงกรานต์ปีหน้า ลองวางแผนมาที่นี่ดู สัมผัสความสนุกแบบดั้งเดิมที่ไม่เหมือนใคร แล้วคุณจะติดใจ!

ที่มา – นักท่องเที่ยวแห่ร่วมงาน “สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ” สืบสานประเพณีเก่าแก่ของชุมชน

คุมตัว “พลทหาร” ขืนใจสาว 15 ฝากขังศาลทหาร

ข่าวร้ายที่สะเทือนใจสังคม เมื่อเกิดเหตุการณ์ คุมตัว “พลทหาร” ขืนใจสาว 15 ฝากขังศาลทหาร อ่วมโดน 3 ข้อหาหนัก-ค้านประกันตัว กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจบริบทและความรุนแรงของคดีนี้กันครับ

คุมตัว “พลทหาร” ขืนใจสาว 15 ฝากขังศาลทหาร อ่วมโดน 3 ข้อหาหนัก-ค้านประกันตัว

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 09.20 น. ที่ สน.ชนะสงคราม เจ้าหน้าที่ ร.ต.ท.ชยุตม์ ตั้งคุณสมบัติ รอง สว.(สอบสวน) ได้ควบคุมตัว พลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ สังกัดกองทัพภาคที่ 1 ผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ ไปฝากขังต่อศาลทหาร ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นผลัดแรก 12 วัน โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวอย่างหนัก เนื่องจากกลัวผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยื่อพยานหลักฐาน

เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากวันที่ 15 เมษายน 2569 ภายในห้องน้ำชั่วคราวระหว่างงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่กล้องวงจรปิด (CCTV) สามารถบันทึกภาพพฤติการณ์ของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน ทำให้การจับกุมเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีหลักฐานแน่นหนา

3 ข้อหาหนักที่ผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบ

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาหนักถึง 3 กระทง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ข้อหาที่ 1: ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะผู้เสียหายอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้
  • ข้อหาที่ 2: พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจ
  • ข้อหาที่ 3: กักขังหรือหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น ให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

ข้อหาเหล่านี้มีอัตราโทษสูงมาก โดยเฉพาะคดีข่มขืนที่เป็นอุกฉกรรจ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การจำคุกยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและการกระทำที่ไร้เมตตาของผู้ต้องหา

พฤติการณ์ระหว่างควบคุมตัวและการสอบสวน

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามหลายประเด็น แต่พลทหารภาสิทธิ์เลือกที่จะเงียบ นิ่ง ไม่ตอบคำถามใดๆ แสดงถึงท่าทีที่ไม่ให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวที่ สน.ชนะสงคราม ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และให้การในชั้นสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โดยพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนก่อนยื่นฝากขัง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางเทศกาลสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นจุดรวมตัวของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ การที่ห้องน้ำชั่วคราวกลายเป็นสถานที่เกิดเหตุ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยในงานเทศกาลใหญ่ กล้อง CCTV ถือเป็นฮีโร่ในคดีนี้ เพราะช่วยจับภาพผู้ต้องหาได้ชัดเจน ลดโอกาสปฏิเสธข้อหา

ในมุมมองของสังคม คดี คุมตัว “พลทหาร” ขืนใจสาว 15 ฝากขังศาลทหาร อ่วมโดน 3 ข้อหาหนัก-ค้านประกันตัว นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงปัญหาความรุนแรงทางเพศที่ยังคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับผู้เยาว์ที่เปราะบาง การที่ผู้ต้องหาเป็นพลทหารยิ่งทำให้เกิดคำถามถึงวินัยของบุคลากรทหาร ซึ่งกองทัพควรมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น

นอกจากนี้ การคัดค้านประกันตัวของตำรวจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะคดีมีพยานหลักฐานชัดเจน และเพื่อปกป้องสิทธิผู้เสียหายไม่ให้ถูกข่มขู่ สังคมไทยในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคดีประเภทนี้มากขึ้น มีการเรียกร้องให้ศาลลงโทษหนักเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง

คดีนี้ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบยุติธรรมไทย โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างตำรวจพลเรือนกับศาลทหาร ทำให้กระบวนการเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กสาววัย 15 ปี คงได้รับบาดเจ็บทั้งกายและใจ แต่หวังว่าความยุติธรรมจะช่วยเยียวยา

ในฐานะนักสังเกตการณ์ สิ่งสำคัญคือเราทุกคนต้องช่วยกันรณรงค์ สร้างความตระหนักรู้เรื่องการป้องกันความรุนแรงทางเพศ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะอย่างงานเทศกาล หากคุณมีประสบการณ์หรือเห็นใจผู้เสียหาย ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์ แชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้คนอื่นรับรู้ ช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ!

ที่มา – คุมตัว “พลทหาร” ขืนใจสาว 15 ฝากขังศาลทหาร อ่วมโดน 3 ข้อหาหนัก-ค้านประกันตัว

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. เข้มบังคับใช้กฎหมาย

ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ยังคงตึงเครียด นายกฯ สั่ง กอ.รมน. เข้มบังคับใช้กฎหมาย อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นคงและความสงบสุขให้กับประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยนโยบายสำคัญหลังลงพื้นที่ตรวจราชการ โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด ยกระดับการข่าวสาร และใช้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังอวยพรประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ว่า “ขอให้เงินทองไหลมาเทมา” และติดตลกว่า “ไม่กล้าบอกว่าไม่ไหวแล้ว”

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. เข้มบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยย้ำถึงบทบาทของ กอ.รมน. ที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อเข้มงวดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนาพื้นที่ และการสร้างความร่วมมือกับประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายนี้มุ่งหวังลดปัญหาความไม่สงบและป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

นายกฯ ระบุว่าทุกกระทรวงได้ส่งตัวแทนลงพื้นที่ช่วยเหลือ ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุขเพียงแห่งเดียว แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือข้ามหน่วยงานในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติสร้างรั้วชายแดนที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส กั้นแม่น้ำโก-ลก เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อนและสิ่งอันตราย รวมถึงป้องกันน้ำท่วมที่เป็นปัญหาประจำ

ความคืบหน้าคดีสำคัญหลังนายกฯ สั่ง กอ.รมน. เข้มบังคับใช้กฎหมาย

ในคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 จาก 5 คนแล้ว กำลังขยายผลเพื่อจับคนสุดท้ายที่อาจหลบหนีทางช่องทางธรรมชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ติดตามด้วย นอกจากนี้ กอ.รมน. ยังแจ้งดำเนินคดีนายทหารยศนาวาเอกที่อนุมัติยืมรถเกี่ยวข้องกับคดี สะท้อนความเด็ดขาดในการตรวจสอบภายใน

  • จับกุมผู้ต้องหา 4/5 คนในคดียิง ส.ส.
  • ขยายผลจับกุมคนร้ายที่เหลือ
  • ดำเนินคดีนายทหารที่เกี่ยวข้อง
  • สร้างรั้วชายแดนป้องกันลักลอบ
  • ยกระดับการข่าวและพัฒนาพื้นที่

นโยบาย นายกฯ สั่ง กอ.รมน. เข้มบังคับใช้กฎหมาย นี้ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคง แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น สถานการณ์ชายแดนใต้ที่เคยร้อนระอุกำลังดีขึ้นทีละน้อยจากการบูรณาการทุกฝ่าย

หลังเทศกาลสงกรานต์ นายกฯ อวยพรประชาชนว่า “ขอให้ทุกคนมีความสุข สำเร็จ สมปรารถนา เงินทองไหลมาเทมา” พร้อมแซวตัวเองว่า “เอาไหลมาเทมาทุกวันก็แล้วกัน ไม่กล้าบอกไม่ไหวแล้ว” คำพูดนี้สร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้คนไทยทั้งประเทศ

การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการจัดการปัญหาความมั่นคงอย่างรอบด้าน หากรัฐบาลยังคงความเด็ดขาดแบบนี้ต่อไป สถานการณ์ชายแดนใต้จะยั่งยืนมากขึ้นแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่นี่!

ที่มา – นายกฯ สั่ง กอ.รมน. เข้มบังคับใช้กฎหมาย อวยพรคนไทยเงินไหลมาเทมา ลั่นไม่กล้าใช้คำว่า “ไม่ไหวแล้ว”

อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดวันไหลบางเบิด

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีข่าวที่น่าสนใจมากสำหรับคนรักการท่องเที่ยว นั่นคือ อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำทีมลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ของไทยในช่วงวันหยุดยาว สร้างสีสันให้กับงานประเพณีท้องถิ่นให้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่น่าจับตามอง

อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว

วันที่ 17 เมษายน 2567 (หมายเหตุ: ตามข้อมูลต้นฉบับ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานชุมพรอย่างคึกคัก ทันทีที่ลงเครื่อง ก็เปลี่ยนสวม เสื้อลายดอกสีสันสดใส เพื่อเข้าสู่บรรยากาศงานประเพณีวันไหลบางเบิด ณ ชายหาดบางเบิด ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามและยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

บรรยากาศการต้อนรับอบอุ่นสุดๆ มีผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และ ส.ส.ชุมพรจากพรรคภูมิใจไทย เช่น นายวิชัย สุดสวาสดิ์, นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ และนายสุพล จุลใส ร่วมให้การต้อนรับ พี่น้องประชาชนและข้าราชการแห่พวงมาลัย ดอกกุหลาบมารับเสด็จนายกฯ ทำให้เห็นถึงความนิยมที่พุ่งสูง แฟนคลับบางเบิดแลนด์มาร์คใหม่นี้แน่นสนามบินไปหมด

วันไหลบางเบิด: เทศกาลท่องเที่ยวชุมพรที่กำลังมาแรง

งาน “วันไหลบางเบิด” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเลือก โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักระดับประเทศ ชายหาดบางเบิดมีเอกลักษณ์ด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และกิจกรรมวันไหลที่ผสมผสานวัฒนธรรมสงกรานต์กับความสนุกแบบชายหาด นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดงานและร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน สร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในช่วงท้ายสงกรานต์

นอกจากนี้ การที่ อนุทิน สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร ยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ผู้นำที่เข้าถึงประชาชน สร้างภาพจำดีๆ ให้กับการท่องเที่ยวชุมพร ซึ่งจังหวัดนี้มีจุดเด่นเรื่องทะเล ผลไม้ และอาหารทะเลสดใหม่ หาดบางเบิดกลายเป็นจุดหมายใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวแบบชิลๆ ไม่แออัด

  • กิจกรรมหลักในงานวันไหลบางเบิด: การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่, เล่นน้ำสงกรานต์สไตล์ชายหาด, การแสดงดนตรีพื้นเมือง
  • สถานที่ใกล้เคียง: หาดทุ่งวัวแลนด์, น้ำตกหงส์เหิน, สวนผลไม้ชุมพร
  • เคล็ดลับการเดินทาง: บินตรงสู่สนามบินชุมพร หรือขับรถจากสุราษฎร์ธานี
  • ที่พักแนะนำ: รีสอร์ทริมหาดปะทิว ราคาเริ่มต้น 1,500 บาท/คืน

การมาของนายกฯ ในครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นท่องเที่ยวชุมพรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ต้องการการโปรโมตจากผู้นำประเทศ ชุมพรซึ่งมีศักยภาพสูงแต่ยังเงียบเหงา กำลังจะคึกคักมากขึ้นจากอีเวนต์นี้

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวสงกรานต์ปีหน้า หรืออยากหาที่เที่ยวใหม่ๆ ลองเช็คปฏิทินงานวันไหลบางเบิดดูนะครับ มันคือประสบการณ์ที่ผสมความสนุก ประเพณี และทะเลสวยได้อย่างลงตัว สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนไทยกันเถอะ!

ความเห็นส่วนตัว: การที่ผู้นำอย่างอนุทินเลือกสวมเสื้อลายดอกมาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งจะช่วยให้เทศกาลท้องถิ่นอย่างวันไหลบางเบิดกลายเป็นฮิตทั่วประเทศในไม่ช้า

ที่มา – “อนุทิน” สวมเสื้อลายดอกมาชุมพร เปิดงาน“วันไหลบางเบิด” กระตุ้นท่องเที่ยว

พลทหารย่ำยีเด็กสาว 15 สงกรานต์ข้าวสาร จ่อฝากขัง

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร เมื่อ พลทหารย่ำยีเด็กสาว 15 สงกรานต์ข้าวสาร กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนพูดถึง เด็กสาววัย 15 ปีนักเรียน ม.4 ถูกพลทหารวัย 20 ปีกระทำอนาจารภายในห้องน้ำชั่วคราว สร้างความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ ล่าสุดผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวกับตำรวจในวันพรุ่งนี้ ก่อนส่งฝากขังศาลทหาร

พลทหารย่ำยีเด็กสาว 15 สงกรานต์ข้าวสาร

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน เวลาตี 0.30 น. บริเวณซอยข้างโรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนตานี แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ เด็กสาวที่ไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆ ถูกพลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ สังกัดกองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก เข้าทักทายและหลอกล่อให้ไปห้องน้ำ จากนั้นเกิดการกระทำชำเรา พ่อของเด็กผู้เสียหายเล่าว่าลูกสาวมีอาการซึมเศร้า ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด กลัวจะคิดสั้น

ขั้นตอนการสอบสวนคดีพลทหารย่ำยีเด็กสาว 15 สงกรานต์ข้าวสาร

วันที่ 17 เมษายน ที่สน.ชนะสงคราม เด็กสาวพร้อมครอบครัวเดินทางเข้าสอบปากคำกับ ร.ต.ท.ชยุตม์ ตั้งคุณสมบัติ รอง สว.สอบสวน ร่วมทีมสหวิชาชีพ ทั้งพนักงานสอบสวน นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และอัยการ ใช้เวลานานเกือบ 5 ชั่วโมง พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียว ไม่ใช่กลุ่มอย่างที่เข้าใจตอนแรก พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งหนังสือถึงต้นสังกัดผู้ต้องหา ข้อหาหนักพรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุ 15-18 ปี และกักขังหน่วงเหนี่ยว

ผู้ต้องหายอมรับสารภาพกับผู้บังคับบัญชาแล้ว ถูกควบคุมตัวอยู่ คาดมอบตัววันที่ 18 เมษายน เวลา 08.30 น. ตำรวจควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง ก่อนส่งศาลทหารจันทร์นี้ โดยคัดค้านประกันตัว ผลตรวจร่างกายผู้เสียหายอยู่ระหว่างรอ เร่งรัดให้แล้วเสร็จใน 1-2 สัปดาห์

ผลกระทบต่อเด็กสาวและครอบครัว

พ่อเด็กเล่าว่าลูกเพิ่งจบ ม.3 กำลังขึ้น ม.4 หลังเหตุการณ์ต้องลางานมาดูแล ผลัดกันเฝ้ากับเมีย วันนี้นำลูกไปสอบสวนพร้อมแม่และพี่ชาย เรียกร้องให้ดำเนินคดีให้เร็วและรับโทษหนัก พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.ชนะสงคราม ยืนยันว่าคลิปที่ทั้งคู่เดินด้วยกันไม่มีผล เพราะเด็กไม่ยินยอม การบุกเข้าไปในห้องน้ำชัดเจนว่าเป็นความผิด

  • เด็กสาวซึมเศร้า ต้องได้รับการบำบัดจิตใจ
  • ครอบครัวเดือดร้อน ต้องหยุดงานดูแล
  • สังคมตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยในเทศกาล

เหตุการณ์ พลทหารย่ำยีเด็กสาว 15 สงกรานต์ข้าวสาร สะท้อนปัญหาความปลอดภัยของเยาวชนในที่สาธารณะ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มีคนพลุกพล่าน ผู้ปกครองควรเตือนบุตรหลานให้ระวังคนแปลกหน้า อย่าไปสถานที่เปลี่ยวคนเดียว และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากถูกคุกคาม

นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นตัวอย่างว่ากฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชนเข้มงวด ข้อหาข่มขืนเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี มีโทษจำคุกยาวนาน ผู้ต้องหาไม่รอดพ้นความยุติธรรมได้ง่ายๆ

เราควรสนับสนุนผู้เสียหายให้ได้รับความช่วยเหลือทั้งกายและใจ สังคมต้องร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกันหรืออยากแบ่งปันความเห็น สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวด้านความปลอดภัย

ที่มา – “พลทหาร” ย่ำยีเด็กสาว 15 สงกรานต์ข้าวสาร พบตำรวจพรุ่งนี้ จ่อคุมฝากขัง

Scroll to top