เที่ยวบิน

ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันครับ สำหรับกรณีที่มีผู้โดยสารหลายท่านสังเกตเห็นว่าเที่ยวบินขาเข้าท่าอากาศยานหาดใหญ่มีปัญหา จนเกิดเป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงเป็น ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่ จนทำให้เที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงที่สนามบินกระบี่แทนครับ

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย. 2569 โดยในขณะที่มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุภายในท่าอากาศยาน รถบรรทุกน้ำคันหนึ่งได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำกลางรันเวย์ 26 ส่งผลให้ทางสนามบินต้องประกาศปิดทางวิ่งชั่วคราวเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยที่สุดครับ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องรีบเข้าจัดการอย่างเร่งด่วน

สรุปเหตุการณ์ ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเหตุการณ์ได้ง่ายขึ้น เราสรุปประเด็นสำคัญไว้ดังนี้ครับ:

  • มีการประกาศ NOTAM ปิดทางวิ่ง 26 ตั้งแต่ช่วงบ่าย 13.55 – 16.30 น.
  • เที่ยวบินหลายเที่ยวได้รับผลกระทบ ต้องเปลี่ยนไปลงจอดที่สนามบินกระบี่
  • ไม่มีผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด มีเพียงเที่ยวบินที่ล่าช้า (Delay) เท่านั้น
  • เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมแผนเผชิญเหตุ ซึ่งรถที่ปฏิบัติงานเกิดเสียหลักพลิกคว่ำจริง

หลายคนอาจจะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ทางสนามบินยืนยันว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารครับ แม้ว่า ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่ จะสร้างความไม่สะดวกในการเดินทางให้กับผู้โดยสารหลายท่าน แต่ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติงานด้านการบินเสมอครับ

สำหรับใครที่มีแผนเดินทางในอนาคต แนะนำให้คอยติดตามสถานะเที่ยวบินผ่านช่องทางของสายการบินอย่างใกล้ชิดนะครับ เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้กับเพื่อนๆ ทุกคนครับ

ที่มา – ต้นเหตุเครื่องลงไม่ได้ รถบรรทุกน้ำพลิกคว่ำ ในรันเวย์สนามบินหาดใหญ่

สายการบินเอมิเรตส์กวาดกำไรนิวไฮต์ แม้สงครามตะวันออกกลาง

สายการบินเอมิเรตส์กวาดกำไรนิวไฮต์ แม้มีช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลาง นับเป็นข่าวดีที่สร้างความประทับใจให้กับวงการการบินทั่วโลก กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ประกาศผลประกอบการปีงบประมาณ 2025-2026 ที่โดดเด่นสุดๆ โดยทำกำไรสุทธิก่อนหักภาษี (PBT) สูงถึง 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน แม้จะเจอความท้าทายจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วงท้ายปีก็ตาม

สายการบินเอมิเรตส์กวาดกำไรนิวไฮต์ แม้มีช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลาง

ผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่งนี้ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมของเอมิเรตส์ รายได้รวมพุ่งแตะ 41,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 3% สินทรัพย์เงินสดทะลุ 16,200 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ +12% และ EBITDA อยู่ที่ 11,200 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรที่เหนียวแน่น

สำหรับสายการบินเอมิเรตส์โดยเฉพาะ กำไร PBT 6.2 พันล้านดอลลาร์ (+7%) อัตรากำไร 17.4% รายได้ 35,700 ล้านดอลลาร์ (+2%) และเงินสด 15,000 ล้านดอลลาร์ (+10%) ทำให้ครองตำแหน่งสายการบินทำกำไรสูงสุดในโลกต่อเนื่อง

สายการบินเอมิเรตส์

กลยุทธ์ที่ทำให้สายการบินเอมิเรตส์กวาดกำไรนิวไฮต์

ชีคอาห์เหม็ด บิน ซาอีด อัล มักตูม ประธานเอมิเรตส์ กล่าวว่า แม้เจอสงครามตะวันออกกลาง แต่โมเดลธุรกิจที่มั่นคงบนพื้นฐานความปลอดภัย นวัตกรรม และบุคลากร ทำให้ผ่านพ้นได้ ในปีนี้ลงทุน 4.9 พันล้านดอลลาร์ในเครื่องบินใหม่ สิ่งอำนวยความสะดวก และเทคโนโลยี

ขยายเครือข่ายบิน 152 เมือง 80 ประเทศ เปิดเส้นใหม่อย่างดานัง หางโจว เสียมราฐ เซินเจิ้น เพิ่มความถี่บินเดิม Codeshare 32 พันธมิตร Interline 117 ราย ครอบคลุม 1,700 เมือง รับเครื่องบิน A350 15 ลำ รวม 19 ลำ บิน 21 เส้นทาง มี Premium Economy และ ICE entertainment ใหม่

  • ร่วม Starlink ติดตั้ง WiFi ความเร็วสูง 21 ลำแล้ว ขยายต่อ
  • รีโนเวทห้องโดยสาร 91 ลำ มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์
  • Accessible Travel Hub บนเว็บ emirates.com อุปกรณ์ช่วยเหลือเด็กออทิสติก

Emirates SkyCargo ขนสินค้า 2.4 ล้านตัน (+3%) ขยาย freighter 44 เส้นใหม่กรุงเทพฯ บูดาเปสต์ ลีแยฌ นาริตะ

ปี 2026-2027 ธุรกิจยังแข็งแกร่ง ดูไบยังเป็นฮับสำคัญ สายการบินเอมิเรตส์กวาดกำไรนิวไฮต์ แม้มีช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลาง ถือเป็นตัวอย่างของความยืดหยุ่นในอุตสาหกรรมการบินที่ฟื้นตัวดี

สำหรับนักเดินทางอย่างเรา นี่คือสัญญาณดีว่าบริการคุณภาพสูงยังคงมาแรง ลองวางแผนทริปกับเอมิเรตส์ดูสิ ประสบการณ์สุดพรีเมียมรออยู่! ติดตามข่าวการบินเพิ่มเติมเพื่ออัพเดทเทรนด์ล่าสุด

ที่มา – สายการบินเอมิเรตส์กวาดกำไรนิวไฮต์ แม้มีช่วงเกิดสงครามตะวันออกกลาง

สนามบินดูไบระงับเที่ยวบิน หลังโดรนโจมตี

สนามบินดูไบระงับเที่ยวบิน หลังโดรนโจมตี เป็นข่าวร้ายที่ทำเอาผู้โดยสารหลายคนใจหายใจคว่ำเลยทีเดียว เมื่อสนามบินนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นหนึ่งในฮับการบินที่คึกคักที่สุดในโลก ต้องประกาศระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกชั่วคราว หลังเกิดเหตุโดรนโจมตีจากอิหร่าน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้ต้องอพยพผู้คนและหยุดบริการเพื่อความปลอดภัย

สนามบินดูไบระงับเที่ยวบิน หลังโดรนโจมตี: สาเหตุและผลกระทบ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านปล่อยโดรนโจมตีในบริเวณใกล้สนามบิน ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่ถังเก็บน้ำมันใกล้เคียง แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่สนามบินดูไบระงับเที่ยวบิน หลังโดรนโจมตี ยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัย 100% สำหรับผู้โดยสารและพนักงาน

เจ้าหน้าที่การบินพลเรือนของดูไบยืนยันว่า ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ แต่ความเสียหายเกิดกับโครงสร้างพื้นฐานใกล้เคียง เช่น ถังน้ำมัน ซึ่งอาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค สายการบินยักษ์ใหญ่อย่างเอมิเรตส์ (Emirates) ก็ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าต้องระงับทุกเที่ยวบินที่ไป-จากดูไบชั่วคราว ผู้โดยสารที่กำลังรอขึ้นเครื่องควรตรวจสอบสถานะทันที

บริบทความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุโดรนโจมตี

เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงกับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนกว่า 2,000 ลูก มุ่งเป้าฐานทัพสหรัฐในประเทศแถบอ่าว รวมถึงโครงสร้างสำคัญอย่างท่าเรือ สนามบิน และโรงกลั่นน้ำมัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐและอิสราเอล กลายเป็นเป้าหมายหลัก โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธกว่า 1,800 ลูกใส่ UAE สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล

UAE เคยมีสัมพันธ์ตึงเครียดกับอิหร่านตั้งแต่ปี 2020 แต่ครั้งนี้กลับถูกโจมตีโดยตรง ส่งผลให้ภาคการบินและน้ำมัน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ UAE ได้รับผลกระทบหนัก

  • ผลกระทบต่อผู้โดยสาร: เที่ยวบินล่าช้า อพยพฉุกเฉิน ต้องรอการตรวจสอบความปลอดภัย
  • ผลกระทบต่อสายการบิน: Emirates และสายการบินอื่นๆ ต้องปรับตารางบิน สูญเสียรายได้
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: น้ำมันราคาพุ่ง การขนส่งหยุดชะงัก
  • มาตรการป้องกัน: สนามบินเพิ่มระบบตรวจจับโดรนและขีปนาวุธ

ผู้โดยสารควรทำอย่างไร หากมีเที่ยวบินที่ดูไบ

หากคุณมีแผนเดินทางผ่านสนามบินดูไบ แนะนำให้ติดตามประกาศจากสายการบินอย่างใกล้ชิด ใช้แอปอย่าง Emirates App หรือเว็บไซต์สนามบินดูไบเพื่อเช็คสถานะเรียลไทม์ นอกจากนี้ ควรเตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเส้นทางผ่านสนามบินอื่นในภูมิภาคอย่างอาบูดาบีหรือโดฮา

สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราว่าความขัดแย้งทางการเมืองสามารถกระทบชีวิตประจำวันได้รวดเร็วแค่ไหน สนามบินดูไบซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงในการบิน วันนี้ต้องเผชิญความท้าทายใหม่ๆ ในยุคโดรนและสงครามไฮเทค

ในมุมมองของผม สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงน่ากังวล ผู้โดยสารและนักธุรกิจควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และเตรียมตัวรับมือกับความไม่แน่นอน ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สนามบินดูไบประกาศระงับเที่ยวบินชั่วคราว หลังถูกโดรนโจมตีไฟลุกในพื้นที่ใกล้เคียง

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนเช็กเที่ยวบิน

สถานการณ์ร้อนระอุในตะวันออกกลาง! ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน กำลังส่งผลกระทบหนักต่อการบินทั่วโลก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกมาเตือนผู้โดยสารให้รีบเช็กสถานะเที่ยวบินด่วน หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน รัฐบาลอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินพลเรือน ห้ามประชาชนเดินทางไปสนามบิน จนกว่าจะมีประกาศใหม่ ขณะที่อิหร่านปิดน่านฟ้าทั่วประเทศตามมาตรการความปลอดภัยเช่นกัน หลายประเทศในภูมิภาคอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต ก็ปิดบางส่วน สาเหตุมาจากการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้กันรุนแรง ทำให้เส้นทางบินหลักที่เชื่อมยุโรป-เอเชียต้องเปลี่ยนทิศทาง

ผลกระทบที่เห็นชัดคือ สายการบินใหญ่ๆ ต้องปรับเส้นทางบินอ้อม อาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือค่าโดยสารแพงขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต่อเครื่องในตะวันออกกลาง หรือบินผ่านพื้นที่นั้น ผู้โดยสารไทยที่วางแผนไปยุโรป เอเชียกลาง ควรเช็กข้อมูลจากสายการบินอย่างใกล้ชิด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสาร

CAAT แนะนำผู้โดยสารทำอย่างไรเมื่อปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

CAAT ขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก สามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้ เช่น การดูแลอาหาร ที่พัก หรือชดเชยเงิน ตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ออกจากไทยจะได้รับคุ้มครองเต็มที่ แม้ประเทศระหว่างทางไม่มีกฎคล้ายกัน

  • เช็กสถานะผ่านแอปหรือเว็บไซต์สายการบิน
  • ติดตามประกาศจาก CAAT และ IATA
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินหรือเลื่อนวันเดินทาง
  • ซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมความเสี่ยงทางการเมือง
  • หากมีปัญหา ร้องเรียนที่ complaint.caat.or.th

นอกจากนี้ CAAT กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับหน่วยงานความปลอดภัยและสายการบิน เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ชาวไทยทราบทันที หากสถานการณ์คลี่คลาย น่านฟ้าอาจเปิดได้เร็ว แต่ตอนนี้ความปลอดภัยมาก่อน

สิทธิผู้โดยสารที่ควรรู้เมื่อมีปัญหาจากปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

ตามระเบียบของ CAAT หากเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 3 ชม. สายการบินต้องจัดอาหารและน้ำดื่ม ถ้าล่าช้าเกิน 6 ชม. มีสิทธิ์ได้ที่พักและค่าชดเชย หากยกเลิก สามารถขอเงินคืนเต็มจำนวนหรือเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี ผู้โดยสารอย่าลืมเก็บเอกสารทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน

ในมุมกว้างขึ้น ความขัดแย้งนี้เตือนใจเราว่า การเดินทางทางอากาศมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์โลกเสมอ ดังนั้นวางแผนให้รอบคอบ ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตาม และเลือกสายการบินที่มีนโยบายยืดหยุ่น

คำแนะนำสุดท้าย: รีบเช็กสถานะเที่ยวบินของคุณวันนี้เลย! อย่าให้การปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางมาทำให้แผนเที่ยวพัง ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ

ที่มา – ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสารเช็กสถานะเที่ยวบินยกเลิก เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

วิทยุการบินฯ ลดค่าบริการ หนุนเที่ยวบินปีใหม่

เตรียมตัวเดินทางช่วงปีใหม่นี้ให้สบายใจยิ่งขึ้น! วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ประกาศลดค่าบริการการเดินอากาศถึง 30% เพื่อสนับสนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

วิทยุการบินฯ ลดค่าบริการ 30% หนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงปีใหม่

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “เทศกาลความสุข ทุกที่ทั่วไทย เดินทางสะดวก ปลอดภัยบนโครงข่ายคมนาคม” ของกระทรวงคมนาคม โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง

นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า การลดค่าบริการ 30% นี้ จะมีผลกับเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) และเที่ยวบินที่มีการให้ส่วนลดค่าโดยสาร (Discount of ceiling fare flight) ในช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569

การลดค่าบริการครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยลดภาระต้นทุนของสายการบิน ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและเสนอราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ทำไมวิทยุการบินฯ จึงลดค่าบริการ 30% หนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงปีใหม่?

เหตุผลหลักของการลดค่าบริการในครั้งนี้ คือการสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนไทยจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวพักผ่อน

บวท. คาดการณ์ว่าในช่วงปีใหม่ (26 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569) จะมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 30,420 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,760 เที่ยวบิน ซึ่งเพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปี 2567

เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น บวท. ได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • บริหารจัดการจราจรทางอากาศให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • ลดความล่าช้าของเที่ยวบิน
  • บริหารอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศและวิศวกรให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
  • อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลข่าวสารด้านการบิน
  • เตรียมมาตรการรองรับกรณีฉุกเฉินอย่างเหมาะสม

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของวิทยุการบินฯ ในการสนับสนุนการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

การวิทยุการบินฯ ลดค่าบริการ 30% หนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงปีใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนของสายการบินและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางแก่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางในช่วงปีใหม่นี้ อย่าลืมตรวจสอบโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษจากสายการบินต่างๆ เพื่อให้การเดินทางของคุณคุ้มค่าและประทับใจมากยิ่งขึ้น และขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ

การตัดสินใจของวิทยุการบินฯ ลดค่าบริการ 30% หนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงปีใหม่ ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักเดินทางและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวม หวังว่ามาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมให้การเดินทางในช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคักและราบรื่น

ที่มา – วิทยุการบินฯ ลดค่าบริการ 30% หนุนสายการบินเพิ่มเที่ยวบินช่วงปีใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน? วิทยุการบินฯ ยัน!

“ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน” วิทยุการบินฯ ย้ำ! สถานการณ์ชายแดนไม่ส่งผลกระทบ สายการบินยังบินเข้าออกไทยได้ตามปกติ

จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น หลายคนอาจกังวลว่าการเดินทางทางอากาศจะได้รับผลกระทบหรือไม่ วันนี้เรามีข่าวดีจาก บวท. หรือ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน อย่างแน่นอน

ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน จริงหรือ?

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บวท. กล่าวถึงความกังวลของหลายฝ่าย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เกี่ยวกับผลกระทบต่อการบินจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ท่านยืนยันว่า การให้บริการด้านการบินยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ไม่มีความเสี่ยงจากการสู้รบ และมีความปลอดภัย 100% เนื่องจากจุดปะทะอยู่ห่างจากสนามบินต่างๆ ในประเทศไทยมาก

ท่านประธานยังกล่าวเสริมว่า ขอให้ผู้ใช้บริการและสายการบินต่างๆ มั่นใจในความปลอดภัย และสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ตามปกติ ปัจจุบัน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีเที่ยวบินเดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทำไมวิทยุการบินฯ ถึงกล้ายืนยันว่า ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน?

เหตุผลหลักๆ คือ ระยะห่างระหว่างจุดที่มีการปะทะ กับสนามบินต่างๆ ในประเทศไทยนั้น ค่อนข้างมาก ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการบิน นอกจากนี้ ทางวิทยุการบินฯ ยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกเที่ยวบินจะปลอดภัย

นอกจากเรื่องสถานการณ์ชายแดนแล้ว บวท. ยังได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการทางอากาศในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก บวท. ได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและการบริหารการจราจรทางอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด และทำให้ทุกสนามบินไทยให้บริการด้านการบินได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ใครที่กำลังวางแผนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงปีใหม่นี้ สบายใจหายห่วงได้เลยครับ เพราะ ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน อย่างแน่นอน และวิทยุการบินฯ ก็พร้อมอำนวยความสะดวกให้ทุกท่านเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

สรุปคือ หากคุณกำลังวางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทย ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะวิทยุการบินฯ ยืนยันว่า ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเที่ยวบิน และคุณจะเดินทางมาถึงประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

ที่มา – วิทยุการบินฯ ยัน สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ไม่กระทบ เที่ยวบินมาไทยบินได้ตามปกติ

161 เที่ยวบิน ยกเลิก-ปรับเวลา เลี่ยงยี่เป็งเชียงใหม่

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เผยมีเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน และเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากโคมลอยในช่วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ หรืองานลอยกระทง ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายนนี้

ในช่วงประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ หรืองานลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2568 หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี หนึ่งในกิจกรรมคือการปล่อยโคมลอย โดยปีนี้มีเอกชนที่ขออนุญาตจัดกิจกรรมปล่อยโคมลอย 13-14 ราย ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปลอดภัยการบิน (No-Fly Zone) และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ (Red Zone) ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 39 ตำบล

นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ปรับเวลาทำการบิน โดยเที่ยวบินสุดท้ายจะทำการบินได้ถึงเวลา 19.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่า มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงรวม 161 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 41 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบิน) และเที่ยวบินเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 64 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 32 เที่ยวบิน) และยังมีการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอีก 44 เที่ยวบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับหลังเทศกาล

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่าวันละ 32,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติร้อยละ 17 ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและแนะนำการใช้ระบบ Self-Service อาทิ เครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS), ระบบรับฝากสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD/SBD) และระบบตรวจสอบบุคคลด้วยใบหน้า (Biometric System) เพื่อช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ โดยในช่วงเทศกาลยี่เป็งสายการบินทุกสายได้ปรับตารางบินให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 19.00 น. ส่งผลให้มีเที่ยวบินหนาแน่นตลอดทั้งวัน และการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่อาจทำให้การจราจรรอบสนามบินหนาแน่น จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจทางวิ่งและทางขับจากวันละ 6 รอบ เป็น 8 รอบต่อวัน เพื่อเก็บซากโคมที่อาจปลิวเข้ามาในเขตการบิน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการปล่อยโคมลอยและโคมควันอย่างใกล้ชิด สามารถเข้าเก็บซากได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งจากหอบังคับการบินหรือนักบิน และยังร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยสุ่มตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานในเขตการบิน เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

นอกจากนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้จัดตกแต่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศในช่วงประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตการทำกระทงจากดอกบัว และแจกกระทงกะลาเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามแนวทางพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านความพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

161 เที่ยวบิน ยกเลิก-ปรับเวลา เลี่ยงยี่เป็งเชียงใหม่

ผลกระทบต่อการเดินทางช่วงยี่เป็งเชียงใหม่

การยกเลิกและปรับเปลี่ยนเวลาเที่ยวบินในช่วงเทศกาล ยี่เป็งเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้โดยสารจำนวนมาก ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างราบรื่น

  • ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน: ติดตามสถานะเที่ยวบินของคุณอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบิน
  • เผื่อเวลาเดินทาง: การจราจรในเชียงใหม่อาจหนาแน่นในช่วงเทศกาล ดังนั้นควรเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบิน
  • ติดต่อสายการบิน: หากเที่ยวบินของคุณถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเวลา ให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอความช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง

การปรับเปลี่ยนตารางการบินในช่วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน จะช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญนี้

ที่มา – 161 เที่ยวบิน ยกเลิก-ปรับเวลา เลี่ยงผลกระทบปล่อยโคมลอย งานยี่เป็ง เชียงใหม่

Scroll to top