เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

“เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด

“เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด ไม่สนเอกชนนั้นเป็นใคร

สถานการณ์การระบาดของปลาหมอคางดำยังคงเป็นวิกฤตใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องเกษตรกรและชาวประมงอย่างมหาศาล ล่าสุด “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทีมลงพื้นที่จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยย้ำชัดว่ารัฐบาลจะต้องจริงจังในการจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าเอกชนรายนั้นจะเป็นใครก็ตาม เพราะปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อปากท้องของประชาชนโดยตรง

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการจัดเวทีเสวนาเพื่อร่วมกันหาทางออก โดยมีการตั้งคำถามสำคัญไปยังรัฐบาลว่า ทำไมถึงยังไม่มีแผนการรับมือที่ชัดเจน โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ที่กรมประมงยอมรับตามตรงว่าไม่ได้เตรียมรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้ไว้ การที่ “เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่การเรียกร้อง แต่คือการทวงถามความรับผิดชอบจากต้นตอของการนำเข้าสายพันธุ์สัตว์น้ำชนิดนี้

แนวทางการแก้ปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งทำ

เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง ทางพรรคประชาชนได้เสนอแนวทางเชิงรุกเพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติ ดังนี้:

  • ประกาศเขตภัยพิบัติอย่างเร่งด่วนเพื่อให้มีการเยียวยา
  • จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินแก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ
  • กำหนดเขตพื้นที่เฝ้าระวังและมาตรการกำจัดอย่างเป็นระบบ
  • ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนที่เป็นต้นเหตุของการนำเข้าสายพันธุ์อย่างถึงที่สุด

ทางด้าน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นกว่า 2-3 เท่าตัว แบบที่เป็นอยู่นี้ ต่อไปทางพรรคจะยกระดับการตรวจสอบในการประชุมสภาสมัยหน้าอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพียงการถามรัฐมนตรี แต่จะเปิดฉากตั้งกระทู้ถามนายกฯ โดยตรงเพื่อให้สังคมเห็นคำตอบที่แท้จริง

การที่ “เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาเรื่องระบบนิเวศและการทำมาหากินของประชาชนเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย และภาษีของประชาชนไม่ควรถูกนำมาละลายกับปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของกลุ่มผลประโยชน์ หากรัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่น ก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงและสั่งการให้เด็ดขาด

บทสรุปของเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การจับปลา แต่คือการคืนความยุติธรรมให้กับชาวบ้านที่ต้องสูญเสียอาชีพไปเพราะความประมาทของใครบางคน รัฐบาลต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า กฎหมายมีไว้บังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมและไม่มีอภิสิทธิ์ชนที่อยู่เหนือกฎหมายได้ในประเทศนี้ เราในฐานะประชาชนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า รัฐบาลชุดนี้จะเลือกเอาใจกลุ่มทุนหรือจะเลือกยืนอยู่ข้างผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

ที่มา – “เท้ง” เกาะติดปัญหาปลาหมอคางดำ จี้รัฐบาลเอาผิดถึงที่สุด ไม่สนเอกชนนั้นเป็นใคร

“เท้ง” ปชน. คนแรกบุกบรรยาย วปอ. หวังสื่อสารนายทหาร-นักธุรกิจ

ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อ “เท้ง” ปชน. คนแรกบุกบรรยาย วปอ. หวังสื่อสารนายทหาร-นักธุรกิจ ในเวทีวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ก้าวขึ้นเวทีเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “พลวัตมหาอำนาจกลางกับการจัดระเบียบโลกใหม่ และทางรอดยุทธศาสตร์ความมั่นคงไทย” ซึ่งถือเป็นการสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มผู้บริหารระดับสูง นายทหาร และภาคเอกชนที่ทรงอิทธิพลของประเทศ

“เท้ง” ปชน. คนแรกบุกบรรยาย วปอ. หวังสื่อสารนายทหาร-นักธุรกิจ

การบรรยายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นการวิเคราะห์ถึงจุดเปลี่ยนที่ประเทศไทยต้องเผชิญในยุคที่มหาอำนาจเก่ากำลังถดถอยและมหาอำนาจใหม่กำลังผงาดขึ้น นายณัฐพงษ์มองว่ายุทธศาสตร์ “ไผ่ลู่ลม” แบบเดิมที่เคยใช้ในช่วงสงครามเย็นนั้นไม่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบันอีกต่อไป เราจำเป็นต้องเลิกนิยามตัวเองว่าเป็นเพียง “ประเทศเล็ก ๆ” แต่ต้องมองว่าเราคือ “ประเทศขนาดกลาง (Middle State)” ที่มีอำนาจต่อรองสูง

วิสัยทัศน์จาก “เท้ง” ปชน. คนแรกบุกบรรยาย วปอ. หวังสื่อสารนายทหาร-นักธุรกิจ

ในการเสวนาครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้เสนอ 3 เสาหลักยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อนำพาประเทศไทยให้ก้าวทันโลกใหม่ ได้แก่:

  • ความแข็งแกร่งจากภายในและการทูตเชิงรุก: รัฐธรรมนูญต้องเป็นประชาธิปไตย กองทัพต้องมืออาชีพ ไม่แทรกแซงการเมือง และมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง
  • พหุภาคีกลุ่มย่อยและนิเวศโลกใหม่: เชื่อมโยงความมั่นคงกับเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เปลี่ยนจากบทบาทผู้ซื้อไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก
  • ขยายพื้นที่เชิงนโยบาย: สร้างความยืดหยุ่นทางด้านอาหารและพลังงาน เพื่อหยุดการเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจขั้วใดขั้วหนึ่ง

นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงเรื่องเทคโนโลยีและการเปิดเสรีพลังงานในภูมิภาค เพื่อที่จะเปลี่ยนไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านไฟฟ้าที่สะอาดและเป็นธรรม ซึ่งต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการขับเคลื่อน การที่หัวหน้าพรรคประชาชนมีโอกาสได้เข้าไปแบ่งปันมุมมองในพื้นที่สำคัญอย่าง วปอ. จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมต่อโลกทัศน์ระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่กับฝ่ายความมั่นคงและนักธุรกิจให้มีเป้าหมายร่วมกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทย

ในมุมมองของผู้ที่ติดตามสถานการณ์ การที่ผู้นำพรรคประชาชนเลือกเวทีนี้เป็นจุดยืน แสดงให้เห็นถึงความต้องการสร้างความเข้าใจในระดับยุทธศาสตร์ชาติที่เหนือกว่าความขัดแย้งทางการเมืองทั่วไป ซึ่งหากแนวคิดเรื่องการเป็น “ประเทศขนาดกลาง” ถูกผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศไทยย่อมจะมีพื้นที่ในการหายใจและอำนาจต่อรองที่มากขึ้นในเวทีโลกอย่างแน่นอน

ที่มา – “เท้ง” ปชน. คนแรกบุกบรรยาย วปอ. หวังสื่อสารนายทหาร-นักธุรกิจ

“เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยเมื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกรณีการเชิญ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามของพรรคมาก่อนจริง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนที่ตั้งคำถามถึงจุดยืนทางการเมืองของนายสุรพลในอดีต

“เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ท่ามกลางกระแสวิจารณ์

เหตุการณ์นี้นำไปสู่การตั้งคำถามจากนักวิชาการและแนวร่วมกลุ่มประชาธิปไตยว่า การดึงตัวบุคลากรที่มีประวัติความเห็นต่างในทางการเมืองมาร่วมงานนั้น เป็นการผลักมวลชนของพรรคออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันว่า การเข้ามารับบทบาทประธานยุทธศาสตร์ กทม. นั้น เป็นเรื่องของการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเมือง ไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับพรรคที่ขัดกับอุดมการณ์หลัก ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจการเมืองท้องถิ่นประเด็นนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เปิดมุมมองพรรคต่อประเด็น “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

ณัฐพงษ์มองว่าโจทย์สำคัญของการเมืองไทยในปัจจุบันคือการเอาชนะระบอบการเมืองผูกขาดที่รวบรวมอำนาจไว้ในมือคนเพียงกลุ่มเดียว เขาเน้นย้ำถึงเหตุผลในการเปิดกว้างเพื่อขยายแนวร่วม ดังนี้:

  • เป้าหมายหลักคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปโครงสร้างประเทศ
  • การทำงานต้องเน้นความเป็นมืออาชีพและผู้ที่มีความเข้าใจปัญหา กทม. อย่างลึกซึ้ง
  • การเปิดรับผู้ที่มีความเห็นต่างในอดีต ไม่ได้หมายถึงการเสียตัวตนหรือจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยของพรรค

อย่างไรก็ตาม กระแสตีกลับที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจากบุคคลอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือนักวิชาการอย่าง นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนพร้อมจะรับฟัง นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังยืนยันว่าถึงแม้จะมีกระแสกดดันเพียงใด แต่ทางพรรคก็ยังคงเดินหน้าตรวจสอบกรณีทุจริตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินเขากระโดง หรือปัญหาการคอร์รัปชันในระดับโครงสร้าง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าพรรคประชาชนจะสามารถรักษาฐานเสียงเดิมไปพร้อมกับการขยายพันธมิตรใหม่ท่ามกลางทัศนคติที่แตกต่างกันได้อย่างไร หากพรรคสามารถพิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติงานจริงว่าบุคลากรที่นำเข้ามานั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับกรุงเทพฯ ได้จริง เสียงวิจารณ์อาจเปลี่ยนเป็นความเข้าใจได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นมวลชนคือสิ่งเดียวที่พรรคต้องประคองไว้อย่างระมัดระวังที่สุด

ที่มา – “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ขอไม่ขยายความเพิ่มปมนั่งประธานยุทธศาสตร์

“เท้ง ณัฐพงษ์” รับสนองแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่ชื่นชอบข่าวการเมืองไทย วันนี้เรามีเรื่องฮอตฮิตมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ กับข่าวใหญ่ที่ทุกคนกำลังพูดถึง “เท้ง ณัฐพงษ์” รับสนองแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง ณัฐพงษ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ลำดับที่ 12 เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในวงการเมืองไทยชุดใหม่หลังการเลือกตั้งเลยทีเดียว

“เท้ง ณัฐพงษ์” รับสนองแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับพระบรมราชโองการอย่างสมพระเกียรติ เลขาธิการสภาฯ ได้อ่านพระบรมราชโองการจากสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายณัฐพงษ์ ตามมาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญ เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคที่มี ส.ส. มากที่สุดในฝ่ายค้าน ไม่มีใครไปนั่งรัฐมนตรีหรือประธานสภา

หลังจากนั้น “เท้ง ณัฐพงษ์” ก็ถวายบังคมต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันสิ้นสุดพิธีอย่างเรียบร้อย แต่ที่ทุกคนรอฟังคือคำแถลงหลังจากนี้แหละครับ

ยันเร่งเดินหน้า แก้รัฐธรรมนูญ ตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่

ในการแถลงข่าว “เท้ง ณัฐพงษ์” ขอบคุณทุกฝ่ายที่มาร่วม ทั้ง ส.ส. ผู้บริหารสภา เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน เขาให้คำมั่นว่าจะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านด้วยสำนึกความเป็นตัวแทนประชาชน ตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างตรงไปตรงมา โดยยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

นอกจากนี้ ยังจะดูแลคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ เช่น องค์กรตรวจเงินแผ่นดิน หรือ กกต. ให้อิสระจริงๆ ไม่ถูกครอบงำหรือแทรกแซงจากใคร จะรีบตั้งวิปฝ่ายค้านเพื่อให้รัฐสภาเดินหน้าครบถ้วน

ที่สำคัญคือ เร่งแก้รัฐธรรมนูญ! เขาย้ำชัดว่าหวังให้รัฐสภาเดินหน้ากจัดทำรธน.ฉบับใหม่ตามเจตนารมณ์ประชาชนจากประชามติ 8 ก.พ. 2569 ถามว่าจะยื่นร่างแก้เมื่อไหร่ ตอบว่าถ้ารัฐบาลไม่จริงใจ พรรคประชาชนพร้อมริเริ่มเอง แม้กฎหมายเลย 60 วันแล้ว จะเร่งเต็มที่ โดยเฉพาะวันที่ 15 พ.ค. นี้จะอภิปรายทวงกฎหมายค้างเก่า และเรื่องแก้รธน.ด้วย

สำหรับสูตรกรรมการยกร่าง หรือแก้หมวด 1-2 ที่คลุมเครือ คงหารือกันต่อไป แต่ยืนยันเดินหน้าแน่นอน

บทบาทสำคัญของผู้นำฝ่ายค้านในระบบประชาธิปไตยไทย

เพื่อนๆ ลองคิดดูนะครับ ในระบบการเมืองไทย ผู้นำฝ่ายค้านคือหัวใจของการตรวจสอบอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคที่มี ส.ส. ฝ่ายค้านมากสุดเป็นผู้นำ ถ้าไม่มีฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง รัฐบาลอาจใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ การแต่งตั้ง “เท้ง ณัฐพงษ์” จากพรรคประชาชน จึงเป็นสัญญาณดีที่ฝ่ายค้านจะมีพลังมากขึ้น โดยเฉพาะพรรคนี้ที่เน้นนโยบายประชาชนเป็นศูนย์กลาง

  • ตรวจสอบนโยบายรัฐบาล: แถลงนโยบาย 9-10 เม.ย. 2569 จะถูกจับตา
  • สรรหาองค์กรอิสระ: ป้องกันการแทรกแซง
  • แก้รัฐธรรมนูญ: ดันร่างใหม่ให้ตรงใจประชาชน
  • อภิปรายไม่ไว้วางใจ: เตรียมพร้อมในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกฎหมายค้างจากสภาชุดก่อนที่รัฐบาลตีตก ฝ่ายค้านจะทวงถามให้ชัด วันที่ 15 พ.ค. นี่แหละเวทีแรก!

ขยายความกันหน่อยนะครับ พรรคประชาชนภายใต้การนำของเท้ง ณัฐพงษ์ มี ส.ส. จำนวนมาก เป็นแกนนำฝ่ายค้านชุดนี้ การมาของผู้นำคนใหม่จะช่วยรวมพรรคร่วมฝ่ายค้านให้แข็งแกร่ง สร้างสมดุลในสภาได้ดีขึ้น ในยุคที่ประชาชนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง การแก้รธน. เป็นประเด็นร้อนมาตลอด เพราะฉบับปัจจุบันถูกวิจารณ์เรื่องไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ประชามติปี 2569 ชัดเจนว่าประชาชนอยากได้ฉบับใหม่ที่ทันสมัย

ส่วนตัวผมมองว่า นี่คือโอกาสทองของฝ่ายค้าน ถ้าเท้ง ณัฐพงษ์ ทำได้ตามสัญญา การเมืองไทยจะคึกคักและโปร่งใสขึ้นเยอะ คุณล่ะคิดยังไงกับ “เท้ง ณัฐพงษ์” ในบทบาทผู้นำฝ่ายค้านคนนี้? จะช่วยผลักดันแก้รธน.ได้จริงมั้ย ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัพเดทแบบนี้ต่อไปนะ!

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” รับสนองแต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ยันเร่งเดินหน้า แก้รัฐธรรมนูญ

“เท้ง” เตรียม 20 ขุนพลพรรคประชาชน ชำแหละนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2

ในสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุ พรรคประชาชนภายใต้การนำของ “เท้ง” หรือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เตรียมระดม 20 ขุนพล ส.ส.ปากกล้า เพื่อชำแหละนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างไม่ยั้ง ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ngày 9 เมษายนนี้ โดยเน้นปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อพวกพ้อง และการฟันกำไรจากวิกฤตพลังงาน โดยไม่เจาะจงบุคคล แต่ชี้ให้เห็นปมปัญหาที่กระทบประชาชนตรงๆ

“เท้ง” เตรียม 20 ขุนพลพรรคประชาชน ชำแหละนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 เมษายน 2567 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยระบุว่าพรรคได้จัดทัพผู้อภิปรายกว่า 20 คน แบ่งสรรเนื้อหาอย่างละเอียด เพื่อใช้เวทีสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันแพงและฝุ่น PM2.5 ที่กำลังครอบคลุมภาคเหนือ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก

สิ่งที่พรรคประชาชนเน้นย้ำคือ ไม่ได้มุ่งเป้าล่อเฉพาะบุคคล แต่ชำแหละปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกตั้งคำถาม รัฐบาลมีนโยบายดีๆ ในเล่ม แต่ขาดเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริงในการแก้ไข โดยไม่มีเอื้อพวกพ้องหรือฟันกำไรจากวิกฤต นโยบายทางออกหลายข้อมาจากภาควิชาการและภาคส่วนต่างๆ แล้ว แต่การนำไปปฏิบัติจริงต่างหากที่ต้องจับตา

ประเด็นร้อนที่พรรคประชาชนจะชำแหละ

  • วิกฤตพลังงาน: น้ำมันแพงกระทบค่าครองชีพ ทำไมรัฐไม่เร่งแก้ไขให้ประชาชนได้รับประโยชน์ตรงๆ
  • ฝุ่น PM2.5: ชาวเหนือเดือดร้อนหนัก รัฐบาลมีแผนอะไรบ้าง หรือปล่อยให้ปัญหาลุกลาม
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน: เอื้อพวกพ้องหรือไม่ ต้องชัดเจนเพื่อความโปร่งใส
  • นโยบายอื่นๆ: ตรวจสอบเจตจำนงจริง ว่าสนับสนุนประชาชนหรือกลุ่มทุน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังแสดงความกังวลต่อกรณีที่ ป.ป.ช. เตรียมยื่นคดี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลให้ศาลฎีกาในวันเดียวกัน โดยชี้ว่าการเร่งรัดคดีผิดปกติ สะท้อนการเมืองที่เลือกปฏิบัติ บางคดีช้า บางคดีไว ขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง

“ผมไม่อยากเห็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาลชุดนี้ ที่รวบอำนาจทั้งหมด กลับถูกตั้งคำถามตั้งแต่แรก ว่าจะใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่” นายณัฐพงษ์กล่าวอย่างหนักแน่น

การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การโจมตี แต่เป็นการตรวจสอบเพื่อให้รัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ พรรคประชาชนยืนยันจะใช้สิทธิในสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยควรเน้นแก้ปัญหาเร่งด่วนอย่างวิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเมืองส่วนตัว คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่หลาย

ที่มา – “เท้ง” เตรียม 20 ขุนพลพรรคประชาชน ชำแหละนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2

กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นจริง

กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ หลังจากที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย กล่าวหาว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) สามารถถ่ายรูปต้นขั้วบัตรเลือกตั้งเก็บไว้ แล้วหัวคะแนนจะตรวจสอบได้ 100% ว่าใครกาหรือไม่กาเลือกตั้งแบบไม่มีพลาดแม้แต่น้อย แต่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงทันทีว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวทันทีหลังจากที่ กกต. จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันการปลอมแปลง โดยโพสต์ของเขาระบุชัดเจนว่า “กปน. สามารถถ่ายต้นขั้วเก็บไว้ แล้วหัวคะแนนตรวจได้ 100% ว่าใครกา / ไม่กา แบบไม่มีเขย่ง” ทำให้เกิดความสับสนและความกังวลในหมู่ประชาชนที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง

วันถัดมา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ได้โพสต์ชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่า กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง ข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต. ย้ำว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่เข้มงวด ไม่มีการถ่ายรูปหรือเก็บต้นขั้วบัตรเพื่อตรวจสอบการลงคะแนนของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ทำไมกกต. ถึงชี้แจงเรื่องนี้

การชี้แจงครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเลือกตั้งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย การแพร่กระจายข้อมูลเท็จหรือข่าวลืออาจทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งได้ กกต. ต้องการย้ำถึงความโปร่งใสในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพิมพ์บัตร การแจกจ่าย ไปจนถึงการนับคะแนน โดยเฉพาะบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตร ไม่ใช่เพื่อติดตามการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์แต่ละคน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้บันทึกจำนวนบัตรที่แจกจ่ายและเหลือคืน แต่กฎหมายห้ามไม่ให้ถ่ายภาพหรือคัดลอกเพื่อป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือการทุจริต หากมีการฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่จะถูกลงโทษทันที

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งและบาร์โค้ด

  • บาร์โค้ดบนบัตร: ใช้สำหรับสแกนตรวจสอบลำดับและจำนวนบัตร ไม่เชื่อมโยงกับชื่อผู้ลงคะแนน
  • ต้นขั้วบัตร: บันทึกแค่จำนวน ไม่มีรายละเอียดการกาเลือกตั้ง
  • กระบวนการลงคะแนน: ผู้ลงคะแนนกาในบูธลับ ป้องกันการมองเห็น
  • การนับคะแนน: ทำโดยกรรมการหลายคน ตรวจสอบร่วมกัน
  • กฎหมายคุ้มครอง: พ.ร.บ.เลือกตั้งกำหนดโทษหนักสำหรับผู้กระทำผิด

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า ระบบเลือกตั้งไทยมีความมั่นคงและโปร่งใส ไม่มีช่องโหว่ให้หัวคะแนนตรวจสอบการลงคะแนนของบุคคลได้ตามที่ถูกกล่าวหา ในอดีต กกต. เคยจัดการกับข่าวลือคล้ายๆ นี้มาแล้วหลายครั้ง เช่น เรื่องบัตรเลือกตั้งอัจฉริยะหรือการติดตาม GPS ซึ่งทั้งหมดถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ

ประเด็นนี้ยังสะท้อนถึงปัญหา fake news ในยุคโซเชียลมีเดีย ที่นักการเมืองบางคนใช้เพื่อโจมตีสถาบันเลือกตั้ง ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ กกต. อย่างเป็นทางการ ก่อนแชร์ต่อ

นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ผู้มีสิทธิ์ควรศึกษาข้อมูลผู้สมัคร ลงทะเบียนเลือกตั้งให้ทัน และไปใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ เพื่อให้เสียงของเรามีน้ำหนัก สุดท้าย กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ตอนนี้เรามาร่วมกันรักษาความสะอาดในการเลือกตั้งกันเถอะ

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแพร่กระจาย หากสนใจข่าวการเมืองเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้!

ที่มา – กกต. โต้ “เท้ง” ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง หัวคะแนนรู้ได้ใครกาไม่กาอะไร ไม่เป็นความจริง

“เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ

“เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า เป็นภาพที่ประทับใจมากในวันนี้ เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมขึ้นขบวนรถแห่ขอบคุณชาวกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตบางกะปิ ที่ช่วยให้พรรคสไลด์แลนด์ทั้ง 33 เขต สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

“เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เท้ง-ณัฐพงษ์ พร้อม “ฮา-ก่อเกียรติ” และ “พิจารณ์ เชาพัฒนวงษ์” ว่าที่ ส.ส.กทม.เขต 14 ออกแห่ขอบคุณตั้งแต่ที่ทำการพรรค ผ่านรามคำแหง มาถึงเดอะมอลล์บางกะปิ และถนนลาดพร้าว 101 ตลอดเส้นทาง ชาวบ้านออกมาโบกมือ ตะโกน “สู้ๆ” บางคนถือถุงส้มมอบให้เป็นกำลังใจ สร้างบรรยากาศคึกคัก แม้ผลเลือกตั้งรวมจะไม่เป็นใจ

เท้งกล่าวผ่านไมค์ว่า “วันนี้ผมหัวหน้าเท้ง มาขอบคุณชาว กทม. ที่ยังมีรอยยิ้มและไม่หมดหวัง ถึงเราไม่ชนะจัดตั้งรัฐบาล แต่เราจะเติมกำลังใจให้กัน เดินหน้าต่อ 8 ปีที่ผ่านมาเราเดินมาไกล เดินอีกหน่อยจะเป็นไร อีก 4 ปีข้างหน้าเราจะเป็นรัฐบาล” คำพูดนี้จุดประกายความหวังให้ผู้สนับสนุน

เท้งขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวกทม

ช่วงบ่ายทีมงานมาถึงตลาดมีเดีย บางกะปิ เวลา 17.09 น. ชาวบ้านแห่มาทักทาย ถ่ายรูป ชูป้าย “เท้งสู้ๆ” บางคนกอดหอมแก้ม บางคนมอบดอกไม้และถุงส้ม เท้งทักทายพ่อค้าแม่ค้า “สวัสดีครับ วันนี้ผมเท้งมาเติมความหวัง ขอสัญญาไม่ท้อ สู้ไปด้วยกัน”

โมเมนต์สุดซึ้ง เยาวชนด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า

ไฮไลต์คือกลุ่มเยาวชนด้อมส้ม เดินเข้ามาร้องไห้ต่อหน้า บอกว่า “พี่เท้งสู้เพื่ออนาคตของพวกหนูด้วยนะ” เท้งปลอบและขอบคุณ สร้างน้ำตาคลอให้ทุกคน หลังเดินตลาด เท้งยังตอบคำถามเรื่องนับคะแนนใหม่ “เราจะปกป้องทุกคะแนนเสียง” และถามชาวบางกะปิ “เมื่อคืนใครนอนไม่หลับบ้าง? น้ำตาแห่งความหวัง เดินหน้าต่อ ขอเสียงคนไม่ท้อ!”

  • พรรคประชาชนชนะสไลด์แลนด์ กทม. 33 เขต 2 สมัย
  • ขบวนแห่จากที่ทำการพรรค-เดอะมอลล์-ตลาดมีเดีย
  • ประชาชนมอบถุงส้ม-ดอกไม้-กำลังใจล้นหลาม
  • เยาวชนร้องไห้ “สู้เพื่ออนาคตพวกหนู”
  • ยืนยันเดินหน้าทำกฎหมายเพื่อประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงพลังประชาชนที่เหนียวแน่น แม้การเมืองซับซ้อน แต่ความหวังยังไม่ดับ พรรคประชาชนยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและผลักดันนโยบายเพื่อประชาชน เช่น สวัสดิการพื้นฐาน การศึกษา สุขภาพ

ในมุมมองผู้เขียน เหตุการณ์ “เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า เป็นสัญญาณว่ารากหญ้ายังแข็งแกร่ง การเมืองไทยต้องการผู้นำที่ใกล้ชิดประชาชนแบบนี้ สู้ต่อไป!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดต และร่วมสนับสนุนพรรคที่คุณรักได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – “เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า

เท้งที่ตลาดมีเดียเยาวชนด้อมส้มร้องไห้

Scroll to top