เนิน 350

มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”

มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”

เมื่อเร็วๆ นี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญ ณ บริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มศักยภาพในการป้องกันประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเร่งรัดการดำเนินโครงการ มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” เพื่อให้พื้นที่แนวหน้ามีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจเยี่ยม แต่ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารและกองกำลังอาสารักษาดินแดนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของกำลังพลที่เสียสละปกป้องอธิปไตยของชาติ

รายละเอียดโครงการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคง

โครงการ มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่บริเวณแนวชายแดนมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ได้วางแผนงานไว้ดังนี้:

  • บรรจุโครงการขยายเขตไฟฟ้าจำนวน 9 พื้นที่เป้าหมาย
  • จัดสรรงบประมาณรวมกว่า 130 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ
  • วางระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพิ่มเติมเป็นระยะทางรวมกว่า 12.5 กิโลเมตร
  • พิจารณาติดตั้งระบบพลังงานโซลาร์เซลล์เพื่อความยั่งยืน

นายพลพีร์ได้เน้นย้ำถึงกำหนดการว่าโครงการ มท.2 สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” นี้ จะต้องเริ่มดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2569 และต้องเสร็จสิ้นในช่วงต้นปี พ.ศ. 2570 เพื่อให้ทันต่อการใช้งานและเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันชายแดนไทยให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด

นอกจากนี้ ในเส้นทางคมนาคมจากสามแยกลานยาง ถึงปราสาทตาควาย ระยะทางประมาณ 8.7 กิโลเมตร ยังมีความต้องการด้านไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยในเวลากลางคืน ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประเมินเพื่อดำเนินการควบคู่กันไป

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนไม่ใช่แค่เรื่องของสายไฟหรือเสาไฟฟ้าเท่านั้น แต่คือการแสดงออกถึงความห่วงใยจากรัฐบาลที่ส่งตรงถึงผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่แนวหน้า หากระบบไฟฟ้าเสถียรและเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้ก้าวหน้าและมีความปลอดภัยสูงขึ้นอย่างยั่งยืน เรามาร่วมกันติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ไปด้วยกันนะครับ

ที่มา – มท.2 ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล: ปราสาทตาควาย เนิน 350

“นายกฯ อนุทิน” ขึ้นปราสาทตาควาย เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ร่วมทานอาหารด้วย ขอให้รักษาเนื้อรักษาตัว ขอบคุณที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ พร้อมแสดงความเคารพในจุดที่ทหาร 2 นายพลีชีพบนเนิน 350

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่ฐานปฏิบัติการเฝ้าระวังปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน โดยนายอนุทินได้ร่วมทานอาหารกลางวันกับกำลังพล และเดินดูชีวิตความเป็นอยู่ของกำลังพล พร้อมกับทำความเคารพอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ก่อนเดินเท้าขึ้นไปบริเวณปราสาทตาควาย และได้แวะสักการะรูปปั้นพระใหญ่ บริเวณฐานปราสาทตาควาย

ในช่วงหนึ่ง นายอนุทินได้พูดคุยกับ หลวงตาเยื้อน วัดเขาศาลา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ที่ได้บอกนายกรัฐมนตรีว่า ให้เปลี่ยนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กำลังพล เนื่องจากมีการจัดซื้อมาหลายปีแล้ว รวมถึงให้ทำถนนใหม่เพื่อขึ้นมายังบริเวณปราสาทตาควาย เนื่องจากของเดิมมีความชำรุด จากนั้นนายอนุทินเดินเท้าต่อไปยังปราสาทตาควาย และพูดคุยทักทายให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งระหว่างที่เดินขึ้นไปบริเวณปราสาทตาควายสื่อมวลชนได้สอบถามว่าจุดนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยในการได้พื้นที่ปราสาทตาควายคืน โดยนายอนุทินชี้ไปที่ธงชาติบริเวณหน้าปราสาทตาควาย พร้อมบอกว่า “ดูธงชาตินี่”

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางต่อไปยังเนิน 350 เพื่อให้กำลังใจกำลังพล โดยบอกให้รักษาเนื้อรักษาตัว ขอบคุณที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ เดี๋ยวตนจะขึ้นมาให้กำลังใจอีก พร้อมชื่นชมว่าทหารเก่งมาก โดยช่วงหนึ่งนายอนุทินชี้ไปที่กล่องโฟมบรรจุระเบิดแสวงเครื่อง PMN-2 พร้อมบอกว่า ดูสินี่คือกล่องใส่ทุ่นระเบิด หาก 30 ปีแล้วโฟมจะอยู่สมบูรณ์แบบนี้ได้หรือไม่ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก พร้อมกันนี้นายอนุทินยังได้ไปดูจุดที่ร่างของ 2 ทหารกล้าเสียชีวิต ที่ช่วงแรกยังไม่สามารถนำร่างลงมาจากเนิน 350 ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยกมือไหว้เพื่อแสดงถึงความเคารพบริเวณจุดที่ทหารพลีชีพ ก่อนจะร่วมถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเนิน 350

นายกฯ ขึ้นปราสาทตาควาย-เนิน 350 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล – เคารพทหารพลีชีพ

นายกฯ ให้กำลังใจกำลังพลชายแดน

การเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและใส่ใจต่อผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประจำการอยู่ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากและความเสี่ยงต่างๆ

การเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลและสนับสนุนผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ

นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเคารพต่อทหารกล้าที่เสียชีวิตบนเนิน 350 ยังเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติของผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติ ซึ่งเป็นการสร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่

ปราสาทตาควายและเนิน 350 เป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์ การเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ดังกล่าวจึงมีความหมายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ

นายกฯ ขึ้นปราสาทตาควาย-เนิน 350 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ และความมุ่งมั่นในการปกป้องประเทศชาติ

การที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดน ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความพร้อมของกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่

สิ่งที่นายกฯ ได้ทำในการเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลครั้งนี้ จะเป็นขวัญและกำลังใจที่สำคัญยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

ที่มา – นายกฯ ขึ้นปราสาทตาควาย-เนิน 350 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล – เคารพทหารพลีชีพ

พี่จ่าเริง เผย “ผมทำสำเร็จแล้ว” ก่อนเสียชีวิต

พี่สาวของจ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน ทหารผู้เสียสละชีพ เปิดเผยประโยคสุดภูมิใจจากน้องชายผู้กล้าว่า “ผมทำสำเร็จแล้ว” ในการยึดปราสาทตาควาย ก่อนที่จะเสียชีวิตที่เนิน 350 เธอยังเล่าถึงความโหดร้ายของสนามรบจริงที่แตกต่างจากข่าวสารที่ได้รับ

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 มีรายงานยืนยันการเสียชีวิตของทหารไทยเพิ่มอีก 2 นาย บนสมรภูมิเนิน 350 จากการปะทะกับทหารกัมพูชาขณะเข้ายึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทย หนึ่งในนั้นคือ จ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน และพลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัด ร.23/3 ขณะนี้ยังไม่สามารถนำร่างออกจากพื้นที่ได้เนื่องจากการปะทะยังคงดำเนินต่อไป ทำให้ยอดรวมทหารไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 19 นาย

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน ทหารกล้าชาวอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าครอบครัวกำลังเตรียมสถานที่จัดงานศพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่และพี่สาวที่ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียเสาหลักของครอบครัว

นางอุ่น คลังประโคน อายุ 79 ปี มารดาของ พี่จ่าเริง เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ระหว่างการสู้รบ ลูกชายเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่ จึงขอให้ไปพักอยู่ที่วัดก่อน และบอกว่าจะกลับมาหาแม่เร็ว ๆ แต่สถานการณ์การรบยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นจนได้รับข่าวร้าย

แม้หัวใจจะแตกสลาย แต่ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยความภูมิใจว่า “แม่เสียใจมาก แต่ก็ภูมิใจที่ลูกได้ทำหน้าที่ของทหาร ปกป้องผืนแผ่นดินไทย แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต”

นางสาวชงโค คลังประโคน อายุ 48 ปี พี่สาวของจ่าเริง กล่าวว่า น้องชายสมัครเป็นทหารด้วยความสมัครใจ โดยตั้งใจอยากรับใช้ชาติในพื้นที่เสี่ยง

ครั้งสุดท้ายที่น้องชายโทรมาแจ้งว่า “ผมทำสำเร็จแล้ว” ยึดปราสาทตาควายได้แล้ว เป้าหมายต่อไปคือเนิน 350 น้องชายยังเล่าว่าสถานการณ์การรบจริงโหดร้ายกว่าในข่าว แต่ไม่กลัวและจะทำให้ดีที่สุด

ครั้งนี้ถือว่าน้องชายได้ทำหน้าที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่าอยากให้การสูญเสียครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย “ไม่อยากให้มีศพใครเพิ่มอีก ความสูญเสียแบบนี้ไม่มีอะไรชดเชยได้เลย สภาพจิตใจครอบครัวแย่มาก ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย และผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้” นางสาวชงโค กล่าว

พี่จ่าเริง เผย “ผมทำสำเร็จแล้ว”

ความกล้าหาญของพี่จ่าเริง

เรื่องราวของ พี่จ่าเริง เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงความเสียสละและความกล้าหาญของทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ การสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของครอบครัวและประเทศชาติ แต่ความภาคภูมิใจในวีรกรรมของ พี่จ่าเริง จะยังคงอยู่ตลอดไป

การเสียสละของ พี่จ่าเริง ในสมรภูมิชายแดนเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความสงบและความมั่นคงของชาติไทย เราควรระลึกถึงคุณงามความดีของเหล่าทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินนี้ และร่วมกันส่งกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย

เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องกระตุ้นให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่ไม่จำเป็น และสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนในภูมิภาค

ที่มา – พี่จ่าเริง เผยประโยคสุดภูมิใจ “ผมทำสำเร็จแล้ว” ยึดตาควายได้ ก่อนพลีชีพที่เนิน 350

สถานการณ์ เนิน 350 ปะทะกันหนัก ยังนำร่างออกมาไม่ได้

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด กองทัพไทยรายงานว่าการปะทะบริเวณเนิน 350 ปะทะกันหนัก และยังไม่สามารถนำร่างทหารกล้า 2 นายที่เสียชีวิตออกมาได้ พร้อมยืนยันว่าไม่มีทหารไทยถูกจับกุม กระทรวงการต่างประเทศย้ำ 3 ข้อเรียกร้องหยุดยิง หลังนานาชาติแสดงความเป็นห่วง

เนิน 350 ปะทะกันหนัก: สถานการณ์ล่าสุด

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงอาวุธหนักเข้ามายังฝั่งไทย โดยเฉพาะบริเวณช่องอานม้า กองทัพไทยได้ทำการตอบโต้และป้องกันการรุกรานได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังคงโจมตีบริเวณเนิน 350 ปะทะกันหนัก ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้กับปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรักษ์ จังหวัดสุรินทร์ ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย แต่ยังสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้

ในส่วนของพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ได้ทำการตอบโต้การยิงอาวุธหนักจากฝ่ายกัมพูชา และสามารถผลักดันฝ่ายตรงข้ามออกไปได้ นอกจากนี้ แม้ว่าจังหวัดตราดจะยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชายังคงยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง กองทัพเรือยังคงรับมือกับการรุกรานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความยากลำบากในการยึดคืนเนิน 350

พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก อธิบายเพิ่มเติมถึงความยากลำบากในการยึดคืนพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนิน 350 ปะทะกันหนัก เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและฝ่ายกัมพูชาได้ยึดครองและสร้างเป็นที่มั่นที่แข็งแกร่ง การยึดเนิน 350 จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการยึดปราสาทตาควายกลับคืนมา สถานการณ์การสู้รบในบริเวณนั้นยังคงรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย กองทัพภาคที่ 2 กำลังตรวจสอบและพยายามนำร่างของผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้ปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องทหารไทยถูกจับกุม และยืนยันว่าการปฏิบัติการของไทยเป็นการป้องกันตนเองจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา หากกัมพูชายังคงโจมตีเข้ามา ไทยก็จำเป็นต้องป้องกันตนเองและยึดคืนพื้นที่ที่เป็นอธิปไตยของตนเอง

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนวาระพิเศษในวันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยจะได้ชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและเน้นย้ำความต้องการสันติภาพและความมั่นคงของไทย

นางมาระตี ยังกล่าวถึง 3 เงื่อนไขการหยุดยิงที่ไทยต้องการจากกัมพูชา ได้แก่ 1) กัมพูชาต้องประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะผู้รุกราน 2) การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และ 3) กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งนี้ จุดยืนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมอาเซียน แต่เป็นคำตอบสำหรับประเทศสมาชิกที่สอบถามถึงสถานการณ์

สถานการณ์ชายแดนที่เนิน 350 ปะทะกันหนักยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการ แต่ความมั่นคงและอธิปไตยของชาติก็ไม่อาจละเลยได้

ที่มา – เนิน 350 ปะทะกันหนัก ยังนำร่าง 2 ทหารพลีชีพออกมาไม่ได้ ยันไม่มีทหารไทยถูกจับกุม

ทบ. เร่งค้นหา-กู้ร่างทหารไทย 2 นาย จากเหตุเข้าตีที่หมายเนิน 350

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด กองทัพบก (ทบ.) ได้เร่งดำเนินการค้นหา-กู้ร่างทหารไทย 2 นาย จากเหตุเข้าตีที่หมายเนิน 350 เมื่อคืนที่ผ่านมา โฆษกกองทัพบกได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุด และอุปสรรคในการปฏิบัติงาน

ทบ. เร่งค้นหา-กู้ร่างทหารไทย 2 นาย จากเหตุเข้าตีที่หมายเนิน 350

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้แถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ว่า ทหารไทยได้เข้าทำการตีเพื่อควบคุมที่หมาย บริเวณเนิน 350 ซึ่งอยู่ใกล้กับปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ การปฏิบัติการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อกดดัน แต่ได้รับการต่อต้านอย่างหนักจากฝ่ายตรงข้าม

ภายหลังจากการถอนตัว พบว่ามีกำลังพลสูญหายไป 2 นาย ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง ทางกองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ระดมสรรพกำลังเพื่อค้นหา-กู้ร่างทหารไทย 2 นาย จากเหตุเข้าตีที่หมายเนิน 350 โดยทันที

อุปสรรคในการค้นหาและกู้ร่าง

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติการค้นหา-กู้ร่างทหารไทย 2 นาย จากเหตุเข้าตีที่หมายเนิน 350 เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย สภาพการมองเห็นที่จำกัด ประกอบกับอุปสรรคจากสภาพภูมิประเทศ ทุ่นระเบิด และการยิงต่อต้าน ทำให้การค้นหาเร่งด่วนในขณะนั้นเป็นไปได้ยาก

ด้วยเหตุนี้ ทางกองทัพบกจึงตัดสินใจที่จะถอนกำลังพลออกมา เพื่อวางแผนและประเมินสถานการณ์ใหม่ ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ร่างอีกครั้งในวันนี้ โดยจะมีการระดมการค้นหาทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ เพื่อให้สามารถนำกำลังพลทั้งสองนายกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

การสูญเสียกำลังพลในครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของกองทัพบก และเป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงความเสียสละของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ทางกองทัพบกขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต และขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือและดูแลอย่างเต็มที่

สถานการณ์บริเวณชายแดนยังคงมีความตึงเครียด และมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้อีก ทางกองทัพบกจึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย

ความกล้าหาญและความเสียสละของทหารไทยทั้งสองนาย จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย และจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละเพื่อส่วนรวม พวกเขาคือวีรบุรุษที่แท้จริง

การปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ทหารหาญต้องเผชิญกับความเสี่ยงและอันตรายนานัปการ เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

ที่มา – ทบ. เร่งค้นหา-กู้ร่างทหารไทย 2 นาย จากเหตุเข้าตีที่หมายเนิน 350 เมื่อคืนนี้

กัมพูชาเสริมทัพ ยิง! หวังยึดปราสาทตาควาย-เนิน 350

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด เมื่อทหารกัมพูชาเสริมทัพ ระดมยิงใส่ชายแดนบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 อย่างหนัก เพื่อหวังยึดคืนพื้นที่ที่ถูกยึดครองไปก่อนหน้านี้ รายงานข่าวแจ้งว่ามีทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ตำบลตะเคียน อำเภอกาบเชิง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ชายแดนด้านจังหวัดสุรินทร์ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าจรดบ่าย โดยมีการยิงปืนใหญ่ตอบโต้กันเป็นระยะๆ ทหารกัมพูชาพยายามยิงจรวด BM-21 เข้ามาหลายระลอกตลอดแนวชายแดน หลังจากมีการเสริมกำลังและอาวุธหนักเข้ามา หวังที่จะยึดคืนพื้นที่ที่ไทยได้เข้ายึดครองไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่กัมพูชาต้องการยึดคืนให้ได้ นอกจากนี้ยังมีบริเวณช่องกร่างและปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ที่ยังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

ทหารกัมพูชาเสริมทัพ ระดมยิง หวังยึดคืนปราสาทตาควาย-เนิน 350

รายงานล่าสุดระบุว่า มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายรายบริเวณชายแดนปราสาทตาควายและเนิน 350 หลังจากที่ทหารกัมพูชาพยายามระดมยิงปืนใหญ่เข้ามาอย่างหนักและมีการเสริมกำลังเข้ามาเป็นจำนวนมากตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ส่วนที่ปราสาทคนา ช่องปลดต่าง ช่องระยี และชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง ก็มีการยิงตอบโต้กันอย่างหนักเป็นระยะๆ เช่นกัน แต่ความรุนแรงยังไม่เท่ากับบริเวณชายแดนด้านอำเภอพนมดงรัก ขณะที่ผู้นำชุมชน ชรบ. และจิตอาสาที่เฝ้าระวังพื้นที่ต้องหลบอยู่ในหลุมหลบภัยตลอดทั้งวันเพื่อความปลอดภัย และมีการประกาศห้ามประชาชนกลับเข้าไปในพื้นที่ชายแดนโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ยังพบจรวด BM-21 ตกในพื้นที่หมู่บ้านสกลและหมู่บ้านใหม่ดงเย็น ตำบลตะเคียน อำเภอกาบเชิงอีกหลายลูก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ล่าสุด: ทหารกัมพูชาเสริมทัพ ระดมยิง หวังยึดคืนปราสาทตาควาย-เนิน 350

ในขณะที่แนวหลัง ประชาชนยังคงหลั่งไหลนำสิ่งของบริจาคไปมอบให้กับผู้อพยพตามศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความเอื้ออาทรของคนไทยที่มีต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง

สถานการณ์ชายแดนที่ยังคงตึงเครียดนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การใช้กำลังทหารนำมาซึ่งความสูญเสียและความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย การเจรจาและแสวงหาทางออกร่วมกันจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดสันติสุขที่ยั่งยืนในภูมิภาค

  • ผลกระทบต่อประชาชน: การปะทะกันส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
  • ความช่วยเหลือ: มีการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพอย่างต่อเนื่อง
  • การแก้ไขปัญหา: การเจรจาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

จากเหตุการณ์ ทหารกัมพูชาเสริมทัพ ระดมยิง หวังยึดคืนปราสาทตาควาย-เนิน 350 นี้ เราได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่และจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลักดันให้เกิดการเจรจาเพื่อลดความรุนแรง

ที่มา – ทหารกัมพูชาเสริมทัพ ระดมยิง หวังยึดคืนปราสาทตาควาย-เนิน 350

Scroll to top