เบนสมิธ โดนอายัดทรัพย์

สว.สวัสดิ์ มองปม อนุทินถ่ายภาพคู่เบน สมิธ

“สว.สวัสดิ์” ป้อง “อนุทิน” ถ่ายภาพคู่ “เบน สมิธ” ต้องให้ความเป็นธรรม มองตอนถ่ายภาพอาจไม่รู้มีเบื้องหลัง ชี้ หากพบความเชื่อมโยงกระทำผิดร่วมกัน ต้องรับโทษตามกฎหมาย

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตกเป็นประเด็นหลังมีภาพถ่ายคู่กับนายเบน สมิธ ทำให้ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมองว่าควรให้ความเป็นธรรมกับนายอนุทิน เนื่องจากในการอนุทินถ่ายภาพคู่เบน สมิธ นั้น อาจไม่ได้ทราบถึงเบื้องหลังหรือความเกี่ยวข้องใดๆ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 4 ธันวาคม 2568 พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวที่อาคารรัฐสภา ถึงการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ของรัฐบาล ว่า การดำเนินการของรัฐบาลในสายตาประชาชนอาจดูล่าช้า ส่วนตัวมองว่าเป็นความรอบคอบ เพราะเป็นความเชื่อถือและเป็นเครดิตประเทศไทย จะทำอะไรต้องรอบคอบ ไม่มีผลกระทบความไม่เป็นธรรมตามมาภายหลัง ส่วนการปรากฏภาพถ่ายคนในรัฐบาล ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง อยู่ในภาพถ่ายร่วมกับนายเบน สมิธนั้น นายกรัฐมนตรีแถลงชัดเจนแล้วว่าความเชื่อมโยงของผู้ถูกกล่าวหาสแกมเมอร์เกี่ยวพันกับใคร ให้ดำเนินการตามกฎหมาย

พล.อ.สวัสดิ์ ยังมองด้วยว่า ตอนถ่ายภาพร่วมกันขณะถ่ายนั้น อาจไม่ทราบใครเป็นอะไร อย่างไร ไม่มีโอกาสเช็กเบื้องหลังบุคคลต่างๆ มีปัญหาอะไรหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรม หากมีความเชื่อมโยงและพบการกระทำผิดร่วมก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลมีความชัดเจนเรื่องนี้อยู่แล้ว เรื่องการชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่ที่รัฐบาล ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่มีภาพข่าวที่ในช่วงเวลาดังกล่าว อาจไม่ทราบว่าคนใดกระทำการใดอยู่.

สว.สวัสดิ์ มองปม อนุทินถ่ายภาพคู่เบน สมิธ

ความเป็นธรรมสำคัญ กรณีอนุทินถ่ายภาพคู่เบน สมิธ

พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการอนุทินถ่ายภาพคู่เบน สมิธ มีความเป็นไปได้ที่นายอนุทินจะไม่ทราบถึงประวัติหรือเบื้องหลังของนายเบน สมิธ การด่วนตัดสินจึงอาจไม่ยุติธรรม และควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเสียก่อน ทั้งนี้ หากพบว่ามีความเชื่อมโยงหรือการกระทำผิดร่วมกันจริง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ประเด็นเรื่องอนุทินถ่ายภาพคู่เบน สมิธ กลายเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง หลายฝ่ายต่างแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและความเกี่ยวข้องที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.สวัสดิ์ ได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องนี้ และพร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีผู้กระทำผิดจริง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้

สำหรับประชาชนทั่วไป การรับฟังข้อมูลจากหลายแหล่ง และการพิจารณาอย่างมีวิจารณญาณ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการตัดสินใจที่ผิดพลาด เนื่องจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูล และการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเผยแพร่อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง

ที่มา – “สว.สวัสดิ์” มองต้องให้ความเป็นธรรม “อนุทิน” ถ่ายภาพคู่ “เบน สมิธ” อาจไม่รู้มีเบื้องหลัง

ปปง. อายัดหุ้นบางจาก 6 พันล้าน จริงหรือ?

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการ! ปปง. สั่งอายัดหุ้นบางจาก มูลค่ามหาศาลถึง 6 พันล้านบาท พัวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติชื่อดัง “ยิม เลียก-เบน สมิธ” เรื่องนี้เป็นอย่างไร? มาเจาะลึกรายละเอียดกัน

สืบเนื่องจากปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ “ยิม เลียก-เบน สมิธ” ซึ่งมีการอายัดและยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท (อ่านข่าว : แถลงสรุปปฏิบัติการถอนรากสแกมเมอร์เครือข่าย “ยิม เลียก-เบน สมิธ” กว่าหมื่นล้าน) ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ทรัพย์สินที่ถูกอายัดนั้นมีความเชื่อมโยงกับอะไรบ้าง?

ปปง. อายัดหุ้นบางจาก จริงหรือไม่?

นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากการตรวจสอบบัญชีม้าที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งพบว่ามีการรับโอนเงินจากกลุ่มของนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ รวมมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2560-2565

จากการสืบสวนขยายผล พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จัดตั้งบริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยนำเงินไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งทาง ปปง. จึงได้มีมติยึดอายัดทรัพย์สินเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ห้องชุด หุ้นที่บริษัทถือครองอยู่ เงินในบัญชี รถยนต์ และเรือ รวมมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งนายเทพสุ บวรโชติดารายืนยันว่า มีหุ้นหลายตัวที่เกี่ยวข้อง แต่ตัวใหญ่ที่ถูกอายัดคือ หุ้นของบริษัทบางจาก โดยเป็นการอายัดในส่วนที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หากผู้ถูกอายัดสามารถพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ก็อาจมีการเพิกถอนการอายัดต่อไป มูลค่าหุ้นบางจากที่ถูกอายัดในครั้งนี้มีประมาณ 6 พันล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568) ซึ่งมูลค่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

ทำไมปปง. ถึงอายัดหุ้นบางจาก?

คำถามสำคัญคือ ทำไม ปปง. ถึงตัดสินใจอายัดหุ้นของบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่อย่างบางจาก? คำตอบคือ ปปง. ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพบความเชื่อมโยงระหว่างหุ้นส่วนนี้กับกระบวนการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ “ยิม เลียก-เบน สมิธ” แม้ว่าการอายัดหุ้นจะไม่ได้หมายความว่าบางจากมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง แต่เป็นการดำเนินการเพื่อตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินอย่างละเอียด

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการอายัดหุ้นในครั้งนี้ อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงอาจทำให้เกิดความผันผวนของราคาหุ้นบางจากในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของ ปปง. เป็นไปตามกฎหมายและมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ กระบวนการพิสูจน์ทรัพย์สินของผู้ที่ถูกอายัดหุ้น หากพวกเขาสามารถแสดงหลักฐานที่ชัดเจนได้ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การอายัดก็จะถูกยกเลิก แต่หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ทรัพย์สินก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การดำเนินการครั้งนี้ของ ปปง. ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและธุรกิจต้องระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงิน และตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

และสำหรับนักลงทุนที่ถือหุ้นบางจากอยู่ สิ่งที่ควรทำคือติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด และพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการลงทุนของตนเอง

ที่มา – ปปง. อายัดหุ้นบางจาก มูลค่าประมาณ 6 พันล้าน เชื่อมโยงเครือข่าย “ยิม เลียก-เบน สมิธ”

Scroll to top