เบลารุส

“ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น

“ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างผู้นำประเทศที่ถูกชาติตะวันตกจับตา นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส เดินทางถึงกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก

“ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น

การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่านายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ออกต้อนรับนายลูคาเชนโกอย่างยิ่งใหญ่ ณ จัตุรัสคิมอิลซุง ท่ามกลางฝูงชนที่โบกธงและตะโกนเชียร์ สร้างภาพลักษณ์ของมิตรภาพอันแนบแน่นระหว่างสองชาติ

กิจกรรมหลักระหว่างการเยือน

  • เยือนวังสุริยะกึมซูซาน เพื่อเคารพศพคิม อิลซุง และคิม จองอิล พร้อมวางช่อดอกไม้ในนามประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย
  • ร่วมวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ปลดแอก เพื่อรำลึกทหารโซเวียตผู้เสียสละในสงครามปลดแอกเกาหลีจากญี่ปุ่นปี 1945
  • หารือเรื่องกระชับความร่วมมือทวิภาคี โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า และเทคโนโลยี

การกระทำเหล่านี้ไม่เพียงย้ำถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสัญญาณของการขยายอิทธิพลกลุ่มพันธมิตรรัสเซีย ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความขัดแย้งในยูเครน

บริบททาง geopolitics ของ “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก

เบลารุสและเกาหลีเหนือต่างเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับรัสเซีย โดยเกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าส่งอาวุธ ขีปนาวุธ ลูกปืนใหญ่ และกำลังพลไปช่วยรัสเซียในภูมิภาคเคิร์สก์ ขณะที่เบลารุสอนุญาตให้รัสเซียใช้ดินแดนเป็นฐานบุกยูเครนตั้งแต่ปี 2022 การเยือน “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก จึงเป็นการเสริมสร้างแกนนำต่อต้านนาโต้และชาติตะวันตก

นักวิเคราะห์ชี้ว่า เกาหลีเหนือได้ประโยชน์จากการลดการพึ่งพาจีน โดยแลกกับความช่วยเหลือจากรัสเซีย เช่น เงินทุน เทคโนโลยีทหาร อาหาร และพลังงาน หลังจากปูตินเยือนเปียงยางเมื่อปีก่อน สร้างโมเมนตัมใหม่ให้ความสัมพันธ์สามฝ่าย

ประเด็นสิทธิมนุษยชนและการคว่ำบาตร

แม้จะอบอุ่น แต่ทั้งสองชาติยังเผชิญแรงกดดันจากตะวันตก เกาหลีเหนือถูกวิจารณ์เรื่องการทรมาน บังคับใช้แรงงาน และละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนลูคาเชนโกถูกกล่าวหาการปราบปรามฝ่ายค้านหลังเลือกตั้ง 2020 แม้จะปล่อยนักโทษการเมืองกว่า 250 รายตามแรงกดสหรัฐฯ แต่ยังมีผู้ถูกคุมขังจำนวนมาก

การเยือนครั้งนี้ยิ่งทำให้ชาติตะวันตกกังวลถึงการขยายเครือข่ายของกลุ่มประเทศที่ท้าทายระเบียบโลกเดิม ส่งผลต่อการคว่ำบาตรที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเยือน “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของชาติเหล่านี้ในยุคสงครามเย็นใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทาง geopolitics มากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุด!

ที่มา – “ลูคาเชนโก” เยือนเกาหลีเหนือครั้งแรก “คิม จองอึน” ต้อนรับอบอุ่น

เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน แลกสหรัฐฯ ผ่อนปรน

เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน ตามข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน หลังทั้งสองประเทศเริ่มหันหน้าคุยกันมากขึ้น นับตั้งแต่นายทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.ย. 2568 ประเทศเบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน ซึ่งรวมถึงผู้นำสหภาพแรงงาน, นักข่าว, นักเคลื่อนไหว และลูกจ้างสหภาพยุโรป ตามข้อตกลงที่ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ทำไว้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน สหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนที่พวกเขาบังคับใช้กับสายการบิน “เบลาเวีย” (Belavia) ของเบลารุส โดยจะอนุญาตให้สายการบินนี้สามารถให้บริการ และซื้อชิ้นส่วนเครื่องบินจากสหรัฐฯ ไปใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม ชาติยุโรปจับตาดูการปล่อยตัวครั้งนี้ด้วยความกังขา เนื่องจากยังมีนักโทษการเมืองมากกว่า 1,000 คนที่ยังถูกคุมขังอยู่ในคุก

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ มีปฏิสัมพันธ์กับเบลารุสมากขึ้นเรื่อยๆ โดยส่งคณะผู้แทนไปเยือนกรุงมินสก์หลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา สวนทางกับยุคของนายโจ ไบเดน ที่พยายามโดดเดี่ยวเบลารุส เนื่องจากยอมเป็นฐานให้รัสเซียใช้ส่งเครื่องบินไปโจมตียูเครน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ เบลารุสกับพันธมิตรใกล้ชิดอย่างรัสเซีย กำลังจะจัดการซ้อมรบร่วม “Zapad-2025” ขนาดใหญ่ จนโปแลนด์ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ต้องสั่งปิดพรมแดนที่เชื่อมต่อกับเบลารุส

อนึ่ง นี่นับเป็นการปล่อยตัวนักโทษการเมืองในคราวเดียวครั้งใหญ่ที่สุดตลอดการปกครอง 31 ปีของนายลูคาเชนโก โดยประธานาธิบดีเบลารุสกำลังพยายามหาทางซ่อมแซมความสัมพันธ์ระหว่างเบลารุสกับสหรัฐฯ หลังจากถูกทั้งสหรัฐฯ และยุโรปคว่ำบาตรและโดดเดี่ยวมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

นายลูคาเชนโก ที่ตอนนี้มีอายุ 71 ปีแล้ว เผยว่า การเบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนดังกล่าวเป็นการทำเพื่อมนุษยธรรม หลังจากได้พูดคุยกับนาย จอห์น โคล ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงมินสก์ ในวันพฤหัสบดี โดยทั้งสองหารือกันหลายเรื่องเช่น จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้าได้อย่างไร และการเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงมินสก์อีกครั้ง

เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน

การที่เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเพียงเล็กน้อย อาจยังไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โดยรวมในประเทศ เนื่องจากยังมีนักโทษการเมืองอีกจำนวนมากที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ และสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศยังคงมีความตึงเครียดอยู่พอสมควร

ทำไมเบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนตอนนี้?

คำถามสำคัญคือ ทำไมประธานาธิบดีลูกาเชนโกถึงตัดสินใจปล่อยตัวนักโทษการเมืองในเวลานี้? การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศ หรือแรงกดดันจากภายนอก อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจดังกล่าว การที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีผ่อนปรนมากขึ้นภายใต้การบริหารของอดีตปปธ.ทรัมป์ อาจเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เบลารุสต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์

การปล่อยตัวนักโทษการเมืองครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามดูต่อไปว่าเบลารุสจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในการปรับปรุงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศ การเจรจาและความร่วมมือระหว่างเบลารุสและชาติตะวันตกยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนเบลารุส

จับตาดูสถานการณ์ต่อไป และติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและความเป็นประชาธิปไตยอย่างใกล้ชิดนะคะ

ท้ายที่สุดนี้ การที่เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ถือเป็นการเดินหมากที่น่าสนใจ หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นสำหรับเบลารุสในอนาคตนะคะ

ที่มา – เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน แลกสหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตร

Scroll to top