เปิดบัญชี

ธนาคารแจงไทม์ไลน์ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี

ธนาคารชี้แจงไทม์ไลน์กรณี “หลวงพ่ออลงกต” นำใบสุทธิที่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลักของ “อลงกต พลมุข” มาเปิดบัญชีตั้งแต่ปี 2543 และผูกพร้อมเพย์เมื่อปี 2561 ล่าสุดพบว่าไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้แล้ว ปัญหาทั้งหมดเกิดจากอะไร มาติดตามรายละเอียดกัน

ธนาคารแจงไทม์ไลน์ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี ผูกเลขพร้อมเพย์ ขรก. ที่เสียชีวิต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการยืนยันจากธนาคารกรุงเทพว่า “หลวงพ่ออลงกต” ได้นำใบสุทธิมาใช้ประกอบการเปิดบัญชี ซึ่งในใบสุทธิมีเลข 13 หลักของนายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการที่เสียชีวิต ทางธนาคารไม่ทราบจึงเปิดบัญชีให้ตั้งแต่ปี 2540 กระทั่งมีการรณรงค์ให้ใช้พร้อมเพย์ในปี 2561 หลวงพ่อได้มีการเชื่อมบัญชีดังกล่าวเข้ากับพร้อมเพย์โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ธนาคารได้ดำเนินการตรวจสอบย้อนหลัง พบว่าเลข 13 หลักดังกล่าวเป็นของผู้อื่น จึงได้ทำการอายัดบัญชีและยุติการใช้พร้อมเพย์เมื่อวานนี้ ส่งผลให้การเชื่อมพร้อมเพย์บัญชีดังกล่าวถูกระงับ แต่เดิมทีนั้นยังสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ตามปกติ แม้ว่าจะไม่สามารถถอนเงินได้จากกระบวนการอายัด

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้พยายามทดลองโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพที่ผูกเข้ากับเลขพร้อมเพย์ 13 หลักของนายอลงกต พลมุข พบว่าในขณะนี้ไม่สามารถโอนเงินเข้าได้แล้ว สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ธนาคารแจ้งไว้

ความคืบหน้ากรณี “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี

สถานการณ์นี้สร้างความสับสนและความกังวลให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารเป็นอย่างมาก ธนาคารกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทางธนาคารได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากทราบว่าบัญชีดังกล่าวมีปัญหาจริง จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การอายัดบัญชีและการระงับการใช้พร้อมเพย์เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบธนาคารและป้องกันการทุจริต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากมีการชี้แจงจากทางหลวงพ่ออลงกต หรือคนที่ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อมาชี้แจง จะได้รายงานให้ทราบต่อไป ขณะนี้ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เรื่องราวของ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชีด้วยเอกสารที่มีข้อมูลไม่ถูกต้องนี้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสังคม หลายคนตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบเอกสารของธนาคารและความรอบคอบในการเปิดบัญชี

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารและผู้ที่ต้องการเปิดบัญชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การทำธุรกรรมออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว การตรวจสอบข้อมูลและเอกสารให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ถึงแม้ว่า “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชีไปแล้ว แต่ธนาคารมีมาตรการที่รัดกุมมากขึ้นในการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่จะอนุมัติการเปิดบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลและความจำเป็นในการมีระบบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริตในระบบธนาคาร การปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบธนาคารมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

ทางธนาคารยังคงดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ และจะแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าต่อไป หากมีข้อมูลใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี ทางทีมข่าวจะรีบรายงานให้ทราบโดยทันที

ที่มา – ธนาคารแจงไทม์ไลน์ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี ผูกเลขพร้อมเพย์ ขรก. ที่เสียชีวิต

ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตไม่แน่นอน

ทำเนียบขาวเปิดตัวบัญชีทางการบน TikTok อย่างเป็นทางการ แม้ว่าอนาคตของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมแห่งนี้ยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายในสหรัฐอเมริกา การเปิดตัวครั้งนี้สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ และจุดประกายให้เกิดการถกเถียงถึงความเหมาะสมในการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เลือกใช้แพลตฟอร์มที่ถูกจับตามองในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตแพลตฟอร์มยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

บัญชีใหม่ของทำเนียบขาวบน TikTok ประเดิมด้วยคลิปวิดีโอแรกที่มีความยาว 27 วินาที พร้อมคำทักทายว่า “America we are BACK! What’s up TikTok?” เพียงแค่ชั่วโมงแรกหลังจากการเปิดตัว บัญชีดังกล่าวก็มียอดผู้ติดตามพุ่งทะยานกว่า 4,500 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากจากผู้ใช้งาน TikTok ที่มีต่อการปรากฏตัวของทำเนียบขาวบนแพลตฟอร์มนี้

การตัดสินใจของทำเนียบขาวในการเปิดบัญชี TikTok เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่แพลตฟอร์มกำลังเผชิญอยู่ในสหรัฐอเมริกา TikTok ซึ่งมีบริษัทแม่คือ ByteDance ตั้งอยู่ในประเทศจีน กำลังถูกสภาคองเกรสสหรัฐฯ กดดันอย่างหนักให้ขายกิจการให้กับบริษัทที่ไม่ใช่ของจีน มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการถูกแบนในสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ โดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชะลอการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวออกไป พร้อมทั้งขยายเวลาให้อีก 90 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ TikTok สามารถหาผู้ซื้อรายใหม่ที่ไม่ใช่บริษัทจีนได้ ซึ่งเส้นตายล่าสุดในการดำเนินการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในกลางเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ท่าทีของทรัมป์ต่อ TikTok ที่เปลี่ยนแปลงไป

น่าสนใจว่า ทรัมป์ ซึ่งเคยเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแบน TikTok กลับเปลี่ยนจุดยืนของตนเอง โดยมองว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงฐานเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ในช่วงการเลือกตั้งปี 2024 ที่กำลังจะมาถึง ปัจจุบัน บัญชีส่วนตัวของทรัมป์บน TikTok มียอดผู้ติดตามมากกว่า 110 ล้านคน แม้ว่าโพสต์ล่าสุดจะถูกโพสต์เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2024 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งก็ตาม

เมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ บัญชีทางการของทำเนียบขาวกลับมียอดผู้ติดตามที่ค่อนข้างน้อยกว่ามาก ตัวอย่างเช่น บัญชีบน X (Twitter) มีผู้ติดตามประมาณ 2.4 ล้านคน และบัญชีบน Instagram มีผู้ติดตามประมาณ 9.3 ล้านคน ในขณะที่ Truth Social แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เป็นของทรัมป์เอง มียอดผู้ติดตามอยู่ที่ 10.6 ล้านคน

การตัดสินใจของทำเนียบขาวในการเปิดบัญชี TikTok จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า รัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของ โดนัลด์ ทรัมป์ เอง อาจกำลังวางแผนยุทธศาสตร์ใหม่ในการเข้าถึงและสื่อสารกับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีท่าทีและการดำเนินการอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม TikTok ที่มีผู้ใช้งานเกือบ 2 พันล้านคนทั่วโลกนี้

การที่ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตแพลตฟอร์มยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของโซเชียลมีเดียในการสื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ถึงแม้จะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล แต่รัฐบาลก็ยังต้องการใช้ช่องทางนี้ในการเผยแพร่ข้อมูลและสร้างความเข้าใจอันดีกับประชาชน

ที่มา – ทำเนียบขาวเปิดบัญชี TikTok แม้อนาคตแพลตฟอร์มยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

Scroll to top