เผ่าภูมิ โรจนสกุล

เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจมาฝากกันครับ เกี่ยวกับประเด็นที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของนโยบายสำคัญอย่าง เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะมาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยได้อย่างตรงจุดครับ

เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

หลายคนอาจจะสงสัยว่า NIT คืออะไร? อธิบายง่ายๆ เลยครับ NIT หรือ Negative Income Tax คือระบบภาษีที่จะเปลี่ยนจากการ “เก็บเงิน” มาเป็น “การโอนเงิน” ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดแทน ซึ่งนายเผ่าภูมิเองได้สนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะมองว่านี่คือเครื่องมือที่จะช่วยรวบรวมข้อมูลแรงงานนอกระบบและลดช่องว่างทางรายได้ของคนไทยครับ

ทำไมต้องเริ่มใช้ระบบ NIT ในไทย?

นายเผ่าภูมิได้เน้นย้ำว่าการที่ภาครัฐเดินหน้าเรื่อง เผ่าภูมิ ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ นั้นเป็นเพราะเรามีปัญหาหลัก 4 ประการ ได้แก่:

  • แรงงานนอกระบบมีจำนวนมหาศาล
  • ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมอยู่ในระดับสูง
  • สวัสดิการของภาครัฐยังกระจัดกระจายไม่ทั่วถึง
  • ระบบฐานข้อมูลรายได้ประชากรยังไม่เป็นระบบ

ด้วยระบบ NIT นี้ จะช่วยดึงให้คนเข้าสู่ระบบภาษีได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียภาษี แถมยังได้รับสวัสดิการโอนตรงเข้าบัญชี ซึ่งคนที่เดือดร้อนมากก็จะมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือมากขึ้นตามลำดับครับ

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อน นายเผ่าภูมิฝากโจทย์ท้าทายให้กระทรวงการคลังนำไปพิจารณา ทั้งเรื่องการกำหนดช่วงรายได้ในการรับเงินช่วยเหลือ (Phase-in, Plateau, Phase-out) โดยตัวเลขที่เป็นไปได้คือรายได้ต่ำกว่า 60,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 12,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาระบบตรวจสอบรายได้ของกรมสรรพากรให้ทันสมัย และควรผลักดันให้เป็นกฎหมายในระยะยาว เพื่อให้การเชื่อมโยงข้อมูลสวัสดิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครับ

โดยสรุปแล้ว นโยบายนี้ไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เริ่มจากกลุ่มแรงงานในระบบก่อนแล้วค่อยขยายตัว คลอบคลุมแรงงานนอกระบบอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามงบประมาณ ถือเป็นแนวคิดที่น่าชื่นชมครับ เราหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสวัสดิการไทยให้เท่าเทียมกันมากขึ้นครับ

แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าการนำระบบ NIT มาใช้ในประเทศไทย จะช่วยแก้ปัญหาคนจนได้มากน้อยแค่ไหน? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ!

ที่มา – “เผ่าภูมิ” ยินดี ก.คลังสานต่อ NIT ยุครัฐบาลเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

“ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก

“ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยได้จัดการประชุมหารือเรื่องนโยบายสำคัญ เพื่อเตรียมแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของรัฐบาลใหม่ที่เน้นความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

“ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย โดยมีนางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย นอกจากเรื่องนโยบายแล้ว ยังมีการพูดคุยถึงการทำงานในวิปรัฐบาลและกรอบการทำงานในสภา เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นางมนพร เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยมุ่งเน้นนโยบายด้านสังคมเป็นหลัก เช่น การช่วยเหลือประชาชนในด้านสวัสดิการ การศึกษา สุขภาพ และการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับพรรคภูมิใจไทยในหลายประเด็น ทำให้การถกเถียงครั้งนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยจะคัดเลือกนโยบายที่เหมาะสมบรรจุในร่างแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี

รายละเอียดการถกนโยบายระหว่าง “ภท. – พท.”

นายเผ่าภูมิ ย้ำว่านโยบายที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอจะเป็นสิ่งที่เคยหาเสียงไว้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของพรรค และพิจารณาความคล้ายคลึงกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน เมื่อถูกถามถึงนโยบายค้างคาจากสมัยรัฐบาลเศรษฐาและแพทองธาร เขาตอบว่าต้องหารือกันก่อนว่าจะสานต่อได้หรือไม่ โดยวันนี้เป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการเพื่อเจรจารายละเอียด

ในส่วนของการปรับนโยบาย นายเผ่าภูมิเน้นย้ำถึงหลักการ “กลมกล่อม” และ “สอดคล้องกัน” ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องมีการปรับแต่งบางส่วนให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ หากพรรคภูมิใจไทยเสนอปรับบางนโยบายของเพื่อไทย ก็ยินดีหารือเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

  • นโยบายด้านสังคมของเพื่อไทย: เน้นสวัสดิการประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ
  • ความคล้ายคลึงกับภูมิใจไทย: ในด้านเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาท้องถิ่น
  • กรอบการทำงาน: วิปรัฐบาลและสภา เพื่อความเป็นเอกภาพ

การถกนโยบายครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองพรรคในการสร้างรัฐบาลที่มั่นคง โดยเฉพาะในสถานการณ์การเมืองที่ผันผวน พรรคเพื่อไทยซึ่งมีนโยบายประชานิยมเข้มข้น จะช่วยเสริมจุดแข็งให้กับพรรคภูมิใจไทยที่เน้นนโยบายเชิงปฏิบัติ หากนโยบายเหล่านี้ผ่านสภาได้ จะเป็นโอกาสทองในการแก้ปัญหาเรื้อรังของไทย เช่น หนี้ครัวเรือน การว่างงาน และความยากจน

นอกจากนี้ ผู้สังเกตการณ์การเมืองมองว่าการร่วมมือ “ภท. – พท.” จะช่วยลดความขัดแย้งภายในรัฐบาล และเร่งรัดการผลักดันนโยบายที่เป็นรูปธรรม เช่น โครงการเงินดิจิทัล การปฏิรูประบบสาธารณสุข และการศึกษาฟรีตั้งแต่เด็กเล็ก ซึ่งเคยเป็นจุดขายหลักของเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องจับตา เช่น การจัดสรรงบประมาณและความรับผิดชอบกระทรวงต่างๆ ที่อาจกระทบต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง แต่จากท่าทีของทั้งสองฝ่าย คาดว่าจะมีข้อสรุปในไม่ช้า

ในมุมมองของผู้เขียน การถกเถียงนโยบายแบบนี้เป็นสัญญาณบวก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่าอำนาจส่วนตัว หากทำได้จริง จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไทยได้อย่างมาก

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ!

ที่มา – “ภท. – พท.” ถกนโยบาย “มนพร” เผย เพื่อไทย ดูด้านสังคมเป็นหลัก

ประกาศแล้ว! พ.ร.บ.หวยเกษียณ ซื้อหวยเงินไม่หาย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พ.ร.บ.หวยเกษียณ คนไทยอายุ 15 ปี ซื้อสลาก กอช. ได้เงินคืนทั้งหมดเมื่ออายุ 60 ปี “เผ่าภูมิ” ลั่นเพื่อไทยทำสำเร็จแล้ว ซื้อหวยเงินไม่หาย

วันที่ 7 พ.ย. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้การคืนเงินออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพให้แก่ทายาทของผู้ออมทรัพย์ และการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนการออมแห่งชาติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้วจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา

โดยให้ยกเลิกความในวรรคสามของมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. 2554 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน “กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิกและเพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ รวมถึงเพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์แก่ประชาชนสำหรับการดำรงชีพในยามชราภาพ”

ทั้งนี้ การออกและขายสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หรือหวยเกษียณ และสิทธิประโยชน์ของผู้ออมทรัพย์ ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และเมื่อผู้ออมทรัพย์มีอายุครบ 60 ปี ให้กองทุนคืนเงินออมทรัพย์ทั้งหมดแก่ผู้ออมทรัพย์

ดูต้นฉบับ

พ.ร.บ.หวยเกษียณ

ขณะที่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ เป็นกฎหมายเพื่อให้อำนาจ กอช. ในการทำนโยบาย สลาก กอช. (หวยเกษียณ) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมที่ใช้แรงจูงใจจากการลุ้นโชคเพื่อให้เกิดการออม เป็นการซื้อหวยที่ทุกบาทที่ซื้อจะกลายเป็นเงินออมยามเกษียณ ไม่ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม

จากนโยบายพรรคเพื่อไทย จากจุดเริ่มต้น วันนี้เราทำสำเร็จแล้ว ผมขอขอบคุณท่านนายกฯแพทองธาร ท่านนายกฯเศรษฐา คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ที่ผลักดันทำให้หวยเกษียณพร้อมแล้วสำหรับปฏิบัติจริง และจะกลายเป็นเสาหลักการออมที่สำคัญของประเทศ

“หวยเกษียณ” จะเป็นหนึ่งในนโยบายของ “พรรคเพื่อไทย” ในครั้งนี้ แล้วเราจะกลับมาทำให้คนไทย ศุกร์ได้ลุ้น-สุขได้ออม ซื้อหวย-เงินไม่หาย-กลายเป็นเงินออม ไปด้วยกันครับ

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ หวยเกษียณ

พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 หรือที่เรียกกันติดปากว่า “หวยเกษียณ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการออมเพื่อวัยเกษียณของคนไทย โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • ผู้มีสิทธิ์: บุคคลสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป
  • ลักษณะ: สลากออมทรัพย์ที่ออกโดยกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
  • ผลประโยชน์: เมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินออมทรัพย์ทั้งหมดคืน
  • จุดเด่น: สร้างแรงจูงใจในการออมด้วยการลุ้นรางวัล และเงินทุกบาทที่ซื้อจะกลายเป็นเงินออม

นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. หวยเกษียณ ที่ควรศึกษาเพิ่มเติม เช่น กลไกการทำงานของกองทุน, อัตราผลตอบแทน, ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง, และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้เข้าใจและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ หวยเกษียณ ควรศึกษาข้อมูลรายละเอียดจาก กอช. โดยตรง หรือจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับแผนการออมของตนเอง

การมีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการวางแผนการเงินในวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการออมผ่าน หวยเกษียณ หรือช่องทางอื่นๆ การเริ่มต้นออมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขในวัยเกษียณได้อย่างแน่นอน

ที่มา – โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ “พ.ร.บ.หวยเกษียณ” แล้ว คนไทยซื้อหวยเงินไม่หาย

“เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100%

“เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ

ในยุคที่ประชาชนจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกในการออมเงินเพื่อเกษียณอายุ การพูดถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะคำแนะนำจากนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์สูงสุดของนโยบายนี้ “เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ ไม่อยากให้ประชาชนเสียโอกาส นี่คือมุมมองที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมที่แท้จริงสำหรับคนไทย

“เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ ไม่อยากให้ประชาชนเสียโอกาส

วันที่ 2 ตุลาคม 2568 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ได้แสดงความกังวลต่อความพยายามของรัฐบาลในการหลีกเลี่ยงนโยบายหวยเกษียณ โดยการเปลี่ยนชื่อหรือรูปแบบให้กลายเป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพต่ำลง ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ช่องทางผ่านสลากกินแบ่งรัฐบาลแทน ท่านได้เปิดเผยว่าการซื้อสลากกินแบ่งปกตินั้น เงินออมที่ได้จะอยู่ที่เพียง 17% เท่านั้น และอาจต่ำกว่านั้นในทางปฏิบัติ ในขณะที่หวยเกษียณจะทำให้ทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ซื้อกลายเป็นเงินออมเต็มจำนวน 100% โดยไม่มีส่วนที่ถูกหวยกิน

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หากซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล 80 บาท จะมีเงินออมสูงสุดเพียง 13 บาท เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ถูกหวยกินไป 67 บาท แต่สำหรับหวยเกษียณ หากซื้อ 50 บาท จะออมได้ครบ 50 บาทเต็ม ไม่มีการสูญเสียใดๆ นโยบายนี้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประชาชนที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค แต่ต้องการความมั่นคงในวัยเกษียณไปพร้อมกัน

ประโยชน์ของหวยเกษียณต่อการออมเงิน

หวยเกษียณไม่ใช่แค่การพนันธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือส่งเสริมการออมที่รัฐบาลสามารถผลักดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายเผ่าภูมิ ระบุว่าทางเลือกที่รัฐบาลเสนอในปัจจุบัน เช่น การใช้สลากกินแบ่งนั้น เป็นไอเดียที่ตนเองเคยคิดถึงแต่เลือกที่จะไม่ทำ เพราะมันไม่ช่วยให้ประชาชนออมเงินได้เต็มที่ สิ่งที่ควรทำคือการแก้ไขกฎหมายเพื่อผลักดันหวยเกษียณให้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากทุกอย่างได้วางแผนไว้ครบถ้วนแล้ว หากหยุดชะงักจะทำให้พี่น้องประชาชนพลาดโอกาสสำคัญในการสร้างหลักประกันชีวิตหลังเกษียณ

  • ออมเงินได้ 100%: ทุกเงินที่ซื้อหวยจะเข้าสู่กองทุนเกษียณโดยตรง ไม่มีการสูญเสีย
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมการออม: เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยจากการเสี่ยงโชคแบบไร้ประโยชน์สู่การออมที่มีเป้าหมาย
  • ลดภาระรัฐ: ช่วยให้ประชาชนมีเงินออมส่วนตัว ลดการพึ่งพาสวัสดิการจากรัฐในอนาคต
  • เข้าถึงง่าย: เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่คุ้นเคยกับการซื้อหวย

นอกจากนี้ นโยบายหวยเกษียณยังสามารถเชื่อมโยงกับระบบประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้การออมของประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือโอกาสทองที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม หากดำเนินการต่อไป จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การนำหวยเกษียณมาปรับใช้ต้องมีการกำกับดูแลที่เข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาการพนันที่อาจเกิดขึ้น รัฐบาลควรพิจารณาความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

ในฐานะที่ปรึกษาด้านการเงิน สิ่งที่นายเผ่าภูมิเสนอนี้ชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล หากรัฐบาลเลือกที่จะทำต่อ นโยบายนี้จะกลายเป็นมรดกที่ยั่งยืนสำหรับ世代ถัดไป คุณคิดอย่างไรกับหวยเกษียณ? ลองแบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – “เผ่าภูมิ” ชี้ หวยเกษียณออมได้ 100% แนะรัฐบาลทำต่อ ไม่อยากให้ประชาชนเสียโอกาส

Scroll to top