เพชรบุรี

“ธิวัลรัตน์” ผลักดันพิพิธภัณฑ์กลางเพชรบุรี หลังขุดพบแหวน 2,000 ปี

เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อล่าสุดมีการค้นพบแหล่งโบราณคดีที่น่าตื่นเต้นในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เกิดโครงการดีๆ อย่าง “ธิวัลรัตน์” ผลักดันพิพิธภัณฑ์กลางเพชรบุรี หลังขุดพบแหวน 2,000 ปี เพื่อเป็นพื้นที่เก็บรักษาและเชิดชูสมบัติอันล้ำค่าของชาติเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

“ธิวัลรัตน์” ผลักดันพิพิธภัณฑ์กลางเพชรบุรี หลังขุดพบแหวน 2,000 ปี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ได้เปิดเผยถึงการขุดค้นพบแหวนทองคำโบราณ ณ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง อำเภอบ้านลาด โดยหนึ่งในนั้นพบว่าเป็นแหวนตราประทับอักษรพราหมีที่มีอายุเก่าแก่ถึง 1,900-2,100 ปี นอกจากนี้ยังพบโครงกระดูกมนุษย์และเครื่องประดับโบราณอีกมากมาย ซึ่งการค้นพบครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นความสำคัญของการเร่ง “ธิวัลรัตน์” ผลักดันพิพิธภัณฑ์กลางเพชรบุรี หลังขุดพบแหวน 2,000 ปี อย่างจริงจัง

ทำไมเมืองเพชรบุรีถึงต้องการพิพิธภัณฑ์กลาง?

ปัจจุบันโบราณวัตถุที่ขุดพบในพื้นที่มักถูกนำไปจัดแสดงที่จังหวัดอื่น เนื่องจากเพชรบุรีขาดแคลนสถานที่เก็บรักษาที่เหมาะสมและทันสมัย นางธิวัลรัตน์จึงมีความตั้งใจที่จะนำสมบัติเหล่านี้ “คืนถิ่น” เพื่อให้ชาวเพชรบุรีเกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง โดยมีเป้าหมายหลักคือ:

  • การสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศูนย์เรียนรู้ระดับจังหวัด
  • การเข้าถึงง่ายสำหรับผู้สูงอายุและคนทุกวัย
  • การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับพระนครคีรี

นอกเหนือจากการนำโบราณวัตถุคืนถิ่นแล้ว โครงการ “ธิวัลรัตน์” ผลักดันพิพิธภัณฑ์กลางเพชรบุรี หลังขุดพบแหวน 2,000 ปี ยังสอดคล้องกับแนวคิดการผลักดันให้พระนครคีรีขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อยกระดับให้เมืองเพชรบุรีกลายเป็นจุดหมายปลายทางทางวัฒนธรรมที่สำคัญระดับสากล ไม่ใช่แค่เพียงจังหวัดทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งประวัติศาสตร์

ในมุมมองของผู้เขียน เชื่อว่าหากเราสามารถสร้างพิพิธภัณฑ์กลางให้เกิดขึ้นได้จริง จะเป็นการปลูกฝังความรักในประวัติศาสตร์ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มากทีเดียว และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง หวังว่ากรมศิลปากรจะเล็งเห็นความสำคัญและเร่งสนับสนุนให้ฝันนี้เป็นจริงโดยเร็วครับ

ที่มา – “ธิวัลรัตน์” ผลักดันพิพิธภัณฑ์กลางเพชรบุรี หลังขุดพบแหวน 2,000 ปี นำโบราณวัตถุคืนถิ่น

เปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย แห่งผืนป่าแก่งกระจาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสุดตื่นเต้นจากผืนป่ามรดกโลกมาฝากกัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกันมาบ้างแล้ว ล่าสุดมีข่าวดีที่ทำให้เราเห็นว่าธรรมชาติบ้านเรายังคงเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ผ่านการเปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน ที่ทำให้เหล่านักอนุรักษ์ต้องยิ้มแก้มปริกันเลยทีเดียว

เปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ได้ออกลาดตระเวนสำรวจแม่น้ำเพชรบุรีตอนบน เพื่อติดตามประชากรจระเข้น้ำจืดที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ แม้ว่าภารกิจหลักจะมุ่งเน้นที่จระเข้ แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นข้อมูลมหาศาลที่บ่งบอกว่าป่าแห่งนี้คือสวรรค์ของสัตว์ป่านานาชนิด การเปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน ผ่านหลักฐานจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ติดตั้งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ยืนยันได้ดีว่าผืนป่านี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่ง

จากการสำรวจครั้งนี้ แม้จะไม่พบตัวจระเข้น้ำจืดโดยตรง แต่ทีมงานสามารถเก็บรวบรวมคลิปและภาพถ่ายของสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ที่โผล่มาทักทายหน้ากล้อง ไม่ว่าจะเป็น:

  • เสือโคร่งรหัส ZKKT-002M (ชื่อเล่นเท่ๆ ว่า ณเดชน์)
  • ฝูงกระทิงและช้างป่าตัวใหญ่
  • สัตว์ผู้ล่าและสัตว์กินพืช เช่น หมาไน, หมีควาย, และหมีหมา
  • สัตว์น่ารักๆ อย่างนากใหญ่ขนเรียบ, เม่นใหญ่แผงคอยาว, ลิงเสน และลิงแสม

สัตว์เหล่านี้เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การที่ผู้ล่าระดับสูงอย่างเสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ นั่นหมายถึงห่วงโซ่อาหารในป่าแก่งกระจานต้องสมดุลและครบวงจรจริงๆ ครับ

สำหรับใครที่ตั้งตารอข่าวคราวของจระเข้น้ำจืด เจ้าหน้าที่แอบกระซิบว่าพบร่องรอยตีนบริเวณ “ซับชุมเห็ด” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมมากต่อการหลบซ่อนตัว ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าน้องอาจจะยังวนเวียนอยู่ในป่าแห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าเฝ้าระวังกันต่อไปอย่างเข้มข้นครับ

สรุปแล้ว การได้เห็นพฤติกรรมสัตว์ป่าผ่านกล้องดักถ่ายทำให้เราเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้เป็นอย่างยิ่ง หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราอาจไม่ได้เห็นภาพความน่ารักและวิถีชีวิตดั้งเดิมของสัตว์เหล่านี้กันแน่ๆ เพื่อนๆ ล่ะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง หรือมีสัตว์ตัวไหนที่อยากเห็นเป็นพิเศษไหม มาแชร์กันได้นะ!

ที่มา – เปิดภาพ “สัตว์ป่าหายาก” จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน

อุบัติเหตุสลด เก๋งชนราวกั้นขอบทาง เสียบทะลุรถ ดับ 2 ศพ

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน แต่เมื่อเช้าวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เน้นย้ำถึงความปลอดภัยขณะขับขี่ กับข่าว อุบัติเหตุสลด เก๋งชนราวกั้นขอบทาง เสียบทะลุรถ ดับ 2 ศพ บริเวณถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ถนนเส้นนี้มักมีรถสัญจรไปมาด้วยความเร็วสูง ทำให้ความเสี่ยงบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

สรุปเหตุการณ์ อุบัติเหตุสลด เก๋งชนราวกั้นขอบทาง เสียบทะลุรถ ดับ 2 ศพ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักชนเข้ากับราวเหล็กกั้นขอบทางเกาะกลางถนน แรงปะทะรุนแรงจนราวเหล็กทะลุผ่านตัวรถเข้ามาทางกระจกหน้าถึงกระจกหลัง ทำให้สภาพรถพังยับเยิน โดยหลังเกิดเหตุทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่การแพทย์ได้เร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน

รายละเอียดผู้ประสบเหตุและสถานการณ์ในขณะนั้น

พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือคนขับรถ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเสื้อแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขชื่อ นพ.ไพทยา สืบสิงห์ อยู่ภายในรถ ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นหญิงที่คาดว่าเป็นแฟนสาว นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ นางละอองทิพย์ อายุ 53 ปี ซึ่งติดอยู่ภายในรถ ทางกู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างเพื่อนำตัวออกมาอย่างทุลักทุเล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลชะอำเป็นการด่วน นี่นับเป็นอีกหนึ่ง อุบัติเหตุสลด เก๋งชนราวกั้นขอบทาง เสียบทะลุรถ ดับ 2 ศพ ที่สร้างความเศร้าสลดให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

บทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ:

  • การใช้ความเร็วเกินกำหนดบนถนนบายพาสเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
  • ราวเหล็กกั้นขอบทางหากปะทะด้วยแรงมหาศาลอาจกลายเป็นอาวุธร้ายได้
  • การมีสติและการพักผ่อนที่เพียงพอขณะขับรถทางไกลมีความสำคัญสูงสุด

ในนามของทีมงาน ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอภาวนาให้ผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นโดยเร็วที่สุด อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อแต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการขับขี่รถด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเสมอครับ

ที่มา – อุบัติเหตุสลด เก๋งชนราวกั้นขอบทาง เสียบทะลุรถ ดับ 2 ศพ หญิงวัย 53 สาหัส

“เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง เรือนจำเขากลิ้ง

วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ มาฝากกันนะครับกับเหตุการณ์สุดอบอุ่นใจในวงการบันเทิงและสังคม เมื่อ “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างสรรค์ที่น่าประทับใจมาก โครงการนี้ไม่ใช่แค่งานเปิดธรรมดา แต่เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูทั้งธรรมชาติและจิตใจผู้ต้องขังให้กลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ

“เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานเปิดโครงการ สร้างป่า ปั้นถ้ำ ทำน้ำตก บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ดี สร้างคนดีสู่สังคม โดยมีผู้ร่วมงานมากมาย เช่น นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, จอ.อภิชาติ แก้วโกศล ว่าที่ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายวัน อยู่บำรุง อดีต ส.ส.กรุงเทพฯ และหัวหน้าส่วนราชการอื่นๆ นายมิตรารุณห์ พรหมอินทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเพชรบุรี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

รายละเอียดโครงการสร้างป่า ปั้นถ้ำ ทำน้ำตก

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ภายในเรือนจำให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างบรรยากาศร่มรื่น สงบสุข เหมาะสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังได้มีส่วนร่วมปลูกป่า ปั้นถ้ำ ทำน้ำตก และวาดภาพศิลปะพื้นบ้านเพชรบุรีลงบนผนังถ้ำ ซึ่งช่วยฝึกทักษะฝีมือ สร้างความสามัคคี เรียนรู้การดูแลธรรมชาติ และเตรียมวิชาชีพสำหรับชีวิตหลังพ้นโทษ นอกจากนี้ยังปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ผู้ต้องขังกลายเป็น “คนดี” ที่พร้อมกลับสู่สังคมอย่างภาคภูมิใจ

หลังพิธีเปิด อธิบดีกรมราชทัณฑ์และคณะได้เยี่ยมชมพื้นที่โครงการ ชมการแสดงโยคะเพื่อสุขภาพจากผู้ต้องขังหญิง ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจได้ดีมาก

ไฮไลต์! มินิคอนเสิร์ตเต็มวงจากเสก โลโซ

ไฮไลต์ของงานคือการแสดง “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ศิลปินร็อกชื่อดังที่กำลังรับโทษในเรือนจำ ได้ประสานให้นางวิภากร ศุขพิมาย ภรรยา นำวงดนตรีโลโซเต็มวงมาร่วมแจม สร้างบรรยากาศสนุกสนาน คึกคัก ผู้เข้าร่วมงานทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขัง และแขกต่างยิ้มแก้มปริ เสก โลโซยังโชว์เพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้ ทำให้งานนี้ไม่ใช่แค่งานอนุรักษ์ แต่เป็นปาร์ตี้เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยพลังบวก

นอกจากนี้ เสก โลโซยังได้รับอนุญาตให้เบิกตัวไปเล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวงอีกครั้งในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่เวทีกลางงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี (เขาวัง)

ประโยชน์ของโครงการต่อผู้ต้องขังและสังคม

โครงการแบบนี้มีประโยชน์มากมาย ลอง来看กันครับ:

  • ฟื้นฟูจิตใจ: กิจกรรมกลางแจ้งช่วยลดความเครียด สร้างความสุข
  • ฝึกทักษะ: ปลูกต้นไม้ ปั้นถ้ำ วาดภาพ กลายเป็นวิชาชีพได้
  • อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: สร้างพื้นที่สีเขียว ลดคาร์บอน ต่อต้านโลกร้อน
  • สร้างความสามัคคี: ผู้ต้องขังร่วมมือกัน เรียนรู้คุณค่าทีมเวิร์ค
  • ลดการกลับมาก่ออาชญากรรม: ผู้ต้องขังมีวินัยและทักษะ พร้อมกลับสู่สังคม

เห็นได้ชัดว่า การใช้ดนตรีและธรรมชาติในการฟื้นฟูนั้นได้ผลจริง โดยเฉพาะเมื่อมีศิลปินอย่างเสก โลโซมาร่วม ทำให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจมากขึ้น

ในมุมมองของผม โครงการ “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการบันเทิง สิ่งแวดล้อม และการแก้ไขผู้ต้องขัง แสดงให้เห็นว่าทุกคนมีโอกาสแก้ตัวใหม่ได้ ถ้าสังคมให้โอกาส ลองคิดดูสิครับ ถ้าเรือนจำทุกแห่งทำแบบนี้ สังคมเราจะน่าอยู่ขึ้นแค่ไหน

หากคุณชื่นชอบเรื่องราวสร้างสรรค์แบบนี้ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ และติดตามข่าวอัปเดตโครงการราชทัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสังคมไปด้วยกันครับ!

ที่มา – “เสก โลโซ” เล่นมินิคอนเสิร์ตเต็มวง พิธีเปิดโครงการสร้างป่าฯ เรือนจำเขากลิ้ง

โรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี บ้านกระจายทั้งหลัง

เกิดเหตุโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรีสุดสะเทือนใจ เมื่อเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งพื้นที่ สร้างความเสียหายรุนแรงให้บ้านที่ใช้เป็นโรงงานผลิตพลุสำหรับงานศพกระจายทั้งหลัง เจ้าของโรงงานวัย 74 ปีบาดเจ็บสาหัสจากไฟลวกทั่วร่างกาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 4 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือและดับเพลิงอย่างสุดกำลัง

โรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี เสียงดังสนั่น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.ณัฐธัญ พูลศรีสังข์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านลาด ได้รับแจ้งเหตุโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี จึงประสานนายอำเภอบ้านลาด พ.ต.อ.จักรพัฒน์ จันทร์เที่ยง ผกก.สภ.บ้านลาด และหน่วยดับเพลิง อบต.ไร่มะขาม รวมอาสากู้ภัย รุดไปยังที่เกิดเหตุทันที ที่นั่นพบเพลิงลุกโหมอย่างรุนแรง อาคารผลิตพลุพังทลายจากการระเบิด

โรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี: รายละเอียดเหตุการณ์

ผู้บาดเจ็บคือ นายหงส์ทอง แย้มยืนยง อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านและโรงงานดังกล่าว เขาถูกไฟลวกทั่วตัว อาการสาหัส เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ภายในโรงงานรุ่งทิพย์ดอกไม้เพลิง ซึ่งผลิตพลุสำหรับงานศพ พบซากอาคารกระจัดกระจาย เพลิงไหม้ลุกลามทั้งหลัง หน่วยดับเพลิงใช้เวลาควบคุมเพลิงได้สำเร็จ

ผู้บาดเจ็บจากโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี

พยานและครอบครัวเล่าอะไรเกี่ยวกับโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี

นายธีรวัตร ชื่นอารมย์ พลเมืองดีที่พบเห็น เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมควันพวยพุ่งขึ้นฟ้า จึงรีบขี่จยย.มาดู พบเพลิงลุกไหม้และนายหงส์ทองยังมีสติยืนฉีดน้ำดับไฟอยู่ จึงตะโกนให้ออกมาและช่วยเหลือทันที ส่วนนางสาวรุ่งทิพย์ ช่างเสียง อายุ 62 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บ ระบุว่า โรงนี้ผลิตพลุตามออเดอร์งานศพ ไม่ผลิตประจำ ดินปืนเหลือน้อย แต่วันนั้นอากาศร้อนจัด อาจเป็นสาเหตุจุดชนวนระเบิดได้

สภาพโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี พังยับ

เหตุการณ์โรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรีนี้ ชวนให้คิดถึงความเสี่ยงในการผลิตดอกไม้เพลิงในชุมชนไทย ซึ่งมักตั้งในบ้านเรือนทั่วไป โดยไม่คำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยเท่าที่ควร ในอดีตเคยมีอุบัติเหตุคล้ายๆ กันหลายครั้ง เช่น การระเบิดจากความร้อน สะสมของดินปืน หรืออุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แสดงให้เห็นว่าปีละมีอุบัติเหตุดอกไม้เพลิงนับร้อยราย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

  • สาเหตุหลักที่พบบ่อย: อากาศร้อนจัดทำให้สารเคมีไม่เสถียร
  • การเก็บรักษาวัตถุดิบไม่ถูกวิธี
  • ขาดใบอนุญาตและการตรวจสอบจากหน่วยงาน
  • อุปกรณ์ผลิตเก่าแก่ ไม่ได้มาตรฐาน

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรีซ้ำรอย ผู้ประกอบการควรลงทุนในโรงงานมาตรฐาน แยกจากที่อยู่อาศัย และอบรมความปลอดภัยให้ลูกจ้าง นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม ควรเข้มงวดตรวจสอบมากขึ้น

พลเมืองดีช่วยเหลือจากโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรี

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้เพลิง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่เสี่ยงสูง ลองนึกภาพถ้าเกิดในพื้นที่หนาแน่นกว่านี้ ความสูญเสียคงยิ่งใหญ่กว่านี้มาก ในมุมมองของผม การผลิตพลุควรจำกัดเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้ใบอนุญาตเท่านั้น เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

คุณคิดอย่างไรกับเหตุโรงผลิตพลุระเบิดเพชรบุรีนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รับทราบ หากสนใจข่าวท้องถิ่นเพชรบุรี ติดตามเราต่อไป!

ที่มา – เสียงระเบิดดังสนั่น โรงผลิตพลุงานศพระเบิด ที่ จ.เพชรบุรี บ้านกระจายทั้งหลัง

นายช่าง อบต. ชนเด็ก 3 ศพ แม่จี้ขอขมา

นายช่าง อบต. ขับเก๋งชน ด.ญ. 3 ศพ ปิดบ้านเงียบ แม่จี้ขอขมา

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีสะเทือนขวัญ นายช่าง อบต. ขับเก๋งชน ด.ญ. 3 ศพ ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุ นายช่าง อบต. ขับเก๋งชน ด.ญ. 3 ศพ ผู้ก่อเหตุได้ปิดบ้านเงียบและยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ อย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของนายกัมปนาท ผู้ขับขี่รถเก๋งคู่กรณี แต่พบว่าบ้านถูกปิดล็อคและไม่มีผู้ใดอยู่พักอาศัย ทำให้การติดตามความคืบหน้าเป็นไปอย่างยากลำบาก อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่านายกัมปนาทจะเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา

กู้ภัยเผยเหตุการณ์ นายช่าง อบต. ชนเด็ก 3 ศพ

นายผดุงเกียรติ เกตุใหญ่ อาสาสมัครกู้ภัยอิสระ และ ส.อบจ.เพชรบุรี เจ้าของเพจ ณ จุดเกิดเหตุเพชรบุรี ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที พบศพเด็กหญิง ด.ญ.ศรีประไพ แจะหอม อายุ 13 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างทาง ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร พบรถยนต์เก๋งสีขาว ทะเบียนเพชรบุรี ซึ่งทราบภายหลังว่าผู้ขับขี่คือนายกัมปนาท (สงวนนามสกุล) นายช่างไฟฟ้า รักษาราชการแทน ผอ.กองคลัง อบต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จอดขวางอยู่กลางถนนในลักษณะสวนทาง สภาพรถด้านหน้าซ้ายมีรอยชนอย่างรุนแรงและกระจกหน้าแตก

ใกล้กันนั้น พบศพ ด.ญ.กนกวรรณ ลำเจียก อายุ 13 ปี และร่างของ ด.ญ.ระวินพร ฆังคัสสะ อายุ 12 ปี ซึ่งยังมีลมหายใจรวยริน ทับอยู่ด้านบน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัว ด.ญ.ระวินพร ส่งโรงพยาบาล แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าฟิน สีเทา ถูกชนอย่างรุนแรงจนหักครึ่งกระเด็นไปอยู่ด้านหน้ารถยนต์

นายผดุงเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กล้องหน้ารถของตนสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยเห็นชายน่าจะเป็นนายกัมปนาท เดินมาที่รถและหยิบเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากภาพที่ปรากฏ ชายคนดังกล่าวไม่มีอาการบาดเจ็บใด ๆ เดินเป็นปกติ ไม่เซ หรือมีลักษณะคล้ายคนเมา อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้เข้าใกล้จึงไม่ได้กลิ่นแอลกอฮอล์และไม่ทราบข้อเท็จจริง

ถนนเส้นเพชรบุรี-บ้านแหลม ฝั่งตะวันออก มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนมีขนาดแคบและเป็นเลนสวนทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางตรงยาว ทำให้รถวิ่งด้วยความเร็ว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาขยายเส้นทางและติดตั้งป้ายจำกัดความเร็วเพื่อเตือนผู้ขับขี่ให้ระมัดระวัง

นางสาวณัฐวรรณ สว่างพิภพ และนายสำเริง ลำเจียก พ่อและแม่ของ ด.ญ.กนกวรรณ พร้อมญาติ ได้นิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีเชิญวิญญาณ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีษะคาม อ.บ้านแหลม โดยกำหนดสวดอภิธรรม 7 วัน และฌาปนกิจศพในวันที่ 18 มกราคม

นางณัฐวรรณ กล่าวด้วยความเสียใจว่า ตนติดใจในเรื่องกล้องหน้ารถของคู่กรณีที่ปรากฏในไลฟ์สด แต่เมื่อไปถึงโรงพัก ตำรวจกลับแจ้งว่าไม่มีกล้อง จึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคู่กรณีเลย อยากให้มาแสดงความรับผิดชอบและขอขมาศพน้อง เพื่อที่น้องจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีโดยไม่มีห่วง แม้จะเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็อยากให้คู่กรณีแสดงความจริงใจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายช่าง อบต. ขับเก๋งชน ด.ญ. 3 ศพ อ้างว่าอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ แต่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.บ้านแหลม ในวันที่ 15 มกราคมนี้

คดี นายช่าง อบต. ขับเก๋งชน ด.ญ. 3 ศพ เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการขับขี่ การเคารพกฎจราจร และการมีสติอยู่เสมอ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

ที่มา – นายช่าง อบต. ขับเก๋งชน ด.ญ. 3 ศพ ปิดบ้านเงียบ แม่จี้ขอขมา รับรองความปลอดภัย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ดอกไม้หลากสีสัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 พบกับความงดงามตระการตาแห่งพรรณไม้จากทั่วอาเซียน เปลี่ยนเมืองเหนือให้กลายเป็นสวนดอกไม้สุดอลังการ

สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งสีสันและความงามของเมืองเหนือในฤดูหนาว กับงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จังหวัดเชียงราย งานสุดยิ่งใหญ่ที่รังสรรค์บรรยากาศแห่งความสดชื่นและความงดงามของพรรณไม้จากทั่วอาเซียน ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อบอวลทั่วเมือง สำหรับงานปีนี้จัดวันไหน ? รายละเอียดงานมีอะไรบ้าง ? พร้อมแล้วไปดูด้วยกันเลย

งานมหกรรม
ไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 จัดวันไหน

          ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย แจ้งกำหนดการจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย และโซนอำเภอต่าง ๆ วันที่ 19 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหลวง อำเภอเวียงชัย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค อำเภอแม่สาย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย ได้ปรับรูปแบบการจัดงานบางส่วน เพื่อร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คืออะไร

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย คือ งานเทศกาลดอกไม้ระดับอาเซียนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในจังหวัดเชียงราย เพื่อแสดงความงดงามของพรรณไม้ ดอกไม้ และศิลปะการจัดสวนจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองเหนือที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของฤดูหนาว

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย
ภาพจาก : Narin Nonthamand / shutterstock.com

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ปี 2024

          ทุกพื้นที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากดอกไม้นับพันชนิด พร้อมบรรยากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เชียงรายสวยที่สุดในรอบปี

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 กิจกรรม

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 แน่นอนว่ามีกิจกรรมรอให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกมากมาย ทั้งชมความงามแห่งดอกไม้, แชะภาพสวยทุกมุม, ชิมอาหารท้องถิ่นรสเด็ด, ช้อปผลิตภัณฑ์ชุมชน และอื่น ๆ มากมาย เช่น

         • สวนดอกไม้ 4 ฤดู – Summer / Rainy / Winter / Spring
         • นิทรรศการพระราชกรณียกิจ
         • งานศิลปะ – วัฒนธรรมล้านนา
         • ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
         • วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
         • ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 เที่ยวช่วงไหนดี

          งานจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นเวลาที่เชียงรายมีอากาศเย็นสบายที่สุด ดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนและสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเหนืออย่างแท้จริง

ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย
ภาพจาก : เฟซบุ๊ก อบจ.เชียงราย

 งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025 ชวนคุณมาเก็บภาพประทับใจ เพลิดเพลินกับบรรยากาศสดชื่น และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเชียงรายในฤดูหนาวก่อนจากลา ^ ^ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบจ.เชียงราย โทรศัพท์ 0 5317 5333)

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา : https://travel.kapook.com/view296424.html

เที่ยวดีมีคืน 2568 สรุปเงื่อนไขท่องเที่ยวลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้ พร้อมเช็กชื่อเมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ครอบคลุมร้านอาหารไหม ต้องลงทะเบียนหรือไม่ มาเปิดรายละเอียดโครงการเที่ยวลดหย่อนภาษี 2568

เที่ยวดีมีคืน 2568 เมืองหลัก-เมืองรองลดหย่อนภาษีได้

กลับมาอีกครั้งกับโครงการเที่ยวไทยลดหย่อนภาษี ภายใต้ชื่อ “เที่ยวดีมีคืน 2568” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เช่นเคย อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ เงื่อนไขของโครงการมีรายละเอียดที่แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ จึงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 และมาตรวจสอบกันว่า เมืองรองมีจังหวัดอะไรบ้าง

เที่ยวดีมีคืน คืออะไร เริ่มวันไหน

เที่ยวดีมีคืน คือโครงการท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี ที่ให้ประชาชนและนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศไทย ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 มายื่นใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568  

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใครใช้สิทธิได้บ้าง

  • บุคคลธรรมดาที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568
  • นิติบุคคล เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เที่ยวดีมีคืน 2568 ใช้ลดหย่อนภาษีปีไหน

          สามารถใช้ลดหย่อนภาษีปีนี้ (2568) โดยยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569

เที่ยวดีมีคืน 2568 ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

  • เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด และบางอำเภอของเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า
  • เที่ยวเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

          โดยนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • 10,000 บาทแรก ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีทั้งแบบกระดาษและแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
  • 10,000 บาทหลัง ใช้หลักฐานแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (e-Tax Invoice)

ตัวอย่าง

  • เที่ยวเมืองรอง จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท
  • เที่ยวเมืองหลัก จ่าย 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า คือ 20,000 บาท

สำหรับนิติบุคคล เช่น บริษัท ห้าง ร้าน

          สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจัดอบรมสัมมนาในประเทศ เช่น ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง มาหักรายจ่ายตามที่จ่ายจริงได้ สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท ดังนี้

  • เมืองรอง 2 เท่า
  • เมืองหลัก 1.5 เท่า 

          จุดสำคัญสำหรับนิติบุคคลคือ ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ยกเว้นค่าขนส่งสามารถใช้ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้

ตัวอย่าง

  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองรอง 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า คือ 40,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายจากการจัดสัมมนาในเมืองหลัก 20,000 บาท สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท

เที่ยวดีมีคืน 2568 
ใช้กับโรงแรม-ร้านอาหารได้ไหม

เที่ยวดีมีคืน

สำหรับบุคคลธรรมดา

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้คือ 

  • ค่าที่พักโรงแรม รีสอร์ท 
  • ค่าที่พักโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ dot.go.th    
  • สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  • ค่าบริการของร้านอาหาร ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และค่าบริการ Service Charge 

         โดยต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้น และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

สำหรับนิติบุคคล

ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ ประกอบด้วย 

  • ค่าใช้จ่ายห้องสัมมนา ค่าห้องพัก 
  • ค่าขนส่ง 
  • รายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง 
  • ค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

          ทั้งนี้ หากจัดอบรมสัมมนาทั้งในเมืองหลักและเมืองรองในครั้งเดียวกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้โดยชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใด แต่ถ้าไม่สามารถแยกได้ ให้นำมาหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

เมืองรองมีจังหวัดไหนบ้าง

          จังหวัดเมืองรองที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้มากกว่าเมืองหลัก ประกอบด้วย 55 จังหวัด และบางพื้นที่ของเมืองหลัก 15 จังหวัด ดังนี้

 เที่ยวดีมีคืน 2568

ภาคเหนือ

  • เมืองรอง : เชียงราย, น่าน, พะเยา, แพร่, ลำปาง, ลำพูน, อุตรดิตถ์, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, พิจิตร, ตาก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, สุโขทัย, กำแพงเพชร และอุทัยธานี
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • เชียงใหม่ : อำเภอกัลยาณิวัฒนา, อำเภอไชยปราการ, อำเภอดอยเต่า, อำเภอดอยสะเก็ด, อำเภอดอยหล่อ, อำเภอพร้าว, อำเภอแม่แจ่ม, อำเภอแม่แตง, อำเภอแม่วาง, อำเภอแม่อาย, อำเภอเวียงแหง, อำเภอสะเมิง, อำเภอสันทราย, อำเภอสันป่าตอง, อำเภอสารภี, อำเภออมก๋อย และอำเภอฮอด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • เมืองรอง : กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, นครพนม, บุรีรัมย์, บึงกาฬ, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ยโสธร, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, สกลนคร, สุรินทร์, หนองคาย, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุบลราชธานี และเลย
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ขอนแก่น : อำเภอกระนวน, อำเภอเขาสวนกวาง, อำเภอโคกโพธิ์ไชย, อำเภอชนบท, อำเภอชุมแพ, อำเภอซำสูง, อำเภอน้ำพอง, อำเภอโนนศิลา, อำเภอบ้านไผ่, อำเภอบ้านฝาง, อำเภอบ้านแฮด, อำเภอเปือยน้อย, อำเภอพระยืน, อำเภอพล, อำเภอภูผาม่าน, อำเภอภูเวียง, อำเภอมัญจาคีรี, อำเภอเวียงเก่า, อำเภอแวงน้อย, อำเภอแวงใหญ่, อำเภอสีชมพู, อำเภอหนองนาคำ, อำเภอหนองเรือ, อำเภอหนองสองห้อง และอำเภออุบลรัตน์
    • นครราชสีมา : อำเภอแก้งสนามนาง, อำเภอขามทะเลสอ, อำเภอขามสะแกแสง, อำเภอคง, อำเภอครบุรี, อำเภอจักราช, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอชุมพวง, อำเภอโชคชัย, อำเภอด่านขุนทด, อำเภอเทพารักษ์, อำเภอโนนแดง, อำเภอโนนไทย, อำเภอโนนสูง, อำเภอบัวลาย, อำเภอบัวใหญ่, อำเภอบ้านเหลื่อม, อำเภอประทาย, อำเภอปักธงชัย, อำเภอพระทองคำ, อำเภอพิมาย, อำเภอเมืองยาง, อำเภอลำทะเมนชัย, อำเภอวังน้ำเขียว, อำเภอสีคิ้ว, อำเภอสีดา, อำเภอสูงเนิน, อำเภอเสิงสาง, อำเภอหนองบุญมาก และอำเภอห้วยแถลง

ภาคกลาง และภาคตะวันตก

  • เมืองรอง : ชัยนาท, ราชบุรี, ลพบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี และอ่างทอง  
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กาญจนบุรี : อำเภอด่านมะขามเตี้ย อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา อำเภอบ่อพลอย อำเภอพนมทวน อำเภอเลาขวัญ อำเภอหนองปรือ และอำเภอห้วยกระเจา 
    • ประจวบคีรีขันธ์ : อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์, อำเภอกุยบุรี, อำเภอทับสะแก, อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย
    • เพชรบุรี : อำเภอบ้านลาด และอำเภอหนองหญ้าปล้อง
    • พระนครศรีอยุธยา : อำเภอท่าเรือ, อำเภอนครหลวง, อำเภอบางซ้าย, อำเภอบางบาล, อำเภอบางปะหัน, อำเภอบ้านแพรก, อำเภอผักไห่, อำเภอภาชี, อำเภอมหาราช, อำเภอลาดบัวหลวง, อำเภอวังน้อย, อำเภอเสนา, อำเภออุทัย
    • สระบุรี : อำเภอแก่งคอย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ, อำเภอดอนพุด, อำเภอบ้านหมอ, อำเภอวังม่วง, อำเภอวิหารแดง, อำเภอหนองแค, อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองโดน

ภาคตะวันออก

  • เมืองรอง : ตราด, จันทบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • ฉะเชิงเทรา : อำเภอคลองเขื่อน อำเภอท่าตะเกียบ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาส์น และอำเภอสนามชัยเขต
    • ชลบุรี : อำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอบ้านบึง อำเภอพนัสนิคม อำเภอพานทอง และอำเภอหนองใหญ่
    • ระยอง : อำเภอเขาชะเมา, อำเภอนิคมพัฒนา, อำเภอบ้านค่าย, อำเภอบ้านฉาง, อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์

ภาคใต้

  • เมืองรอง : ชุมพร, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ระนอง, สตูล และยะลา 
  • บางพื้นที่ของเมืองหลัก ได้แก่
    • กระบี่ : อำเภอเขาพนม อำเภอปลายพระยา และอำเภอลำทับ 
    • พังงา : อำเภอเมืองพังงา, อำเภอกะปง, อำเภอคุระบุรี, อำเภอทับปุด, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอเกาะยาว และอำเภอตะกั่วทุ่ง
    • สงขลา : อำเภอเมืองสงขลา, อำเภอกระแสสินธุ์, อำเภอคลองหอยโข่ง, อำเภอควนเนียง, อำเภอจะนะ, อำเภอเทพา, อำเภอนาทวี, อำเภอนาหม่อม, อำเภอบางกล่ำ, อำเภอระโนด, อำเภอรัตภูมิ, อำเภอสทิงพระ, อำเภอสะเดา, อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอสิงหนคร
    • สุราษฎร์ธานี : อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี, อำเภอกาญจนดิษฐ์, อำเภอคีรีรัฐนิคม, อำเภอเคียนซา, อำเภอชัยบุรี, อำเภอไชยา, อำเภอดอนสัก, อำเภอท่าฉาง, อำเภอท่าชนะ, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอพระแสง, อำเภอพุนพิน, อำเภอวิภาวดี และอำเภอเวียงสระ

เที่ยวดีมีคืน 2568 ต้องลงทะเบียนไหม

         โครงการนี้ไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ หากใครต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปจากโรงแรม หรือร้านอาหารที่ไปใช้บริการมาได้เลย โดยใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ 20,000 บาท)

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว
ใช้หลักฐานอะไรบ้าง 

  • ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่ระบุชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของผู้มีเงินได้ ระบุวัน เดือน ปีที่เข้าพักหรือรับบริการจากร้านอาหาร และจังหวัดที่พักหรือร้านอาหารตั้งอยู่ 
  • สามารถใช้ได้ทั้งแบบกระดาษ (เฉพาะ 10,000 บาทแรก) และแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ใช้ได้ทั้ง 10,000 บาทแรก และ 10,000 บาทหลัง)

          โดยนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษี 2568 ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ทั้งนี้ หากเป็นใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลจะปรากฏในระบบของกรมสรรพากรโดยไม่ต้องแนบเอกสารหลักฐาน

ลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวไทย
ได้เงินคืนเท่าไหร่

          เที่ยวดีมีคืน 2568 สำหรับบุคคลธรรมดาสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (เมืองหลัก 1 เท่า) และ 30,000 บาท (เมืองรอง 1.5 เท่า) ซึ่งถ้าอยากรู้ว่าเราจะได้เงินคืนเท่าไหร่ ต้องนำมาคำนวณตามอัตราภาษีที่ต้องจ่ายอีกที ดังนี้ 

เที่ยวดีมีคืน

   หมายความว่าจะได้รับเงินภาษีคืนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของตัวเอง เช่น ถ้ามีฐานภาษี 5% หากใช้จ่ายท่องเที่ยวเมืองรอง 20,000 บาท จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า คือ 30,000 บาท ดังนั้นจะได้เงินภาษีคืน 1,500 บาท

          ต่างจากคนที่มีฐานภาษี 35% หากไปเที่ยวเมืองรองแล้วใช้จ่ายสูงสุด 20,000 บาท ก็จะได้เงินคืนภาษีสูงสุด 10,500 บาทเลยทีเดียว

รวมคำถามเที่ยวดีมีคืน 2568

เที่ยวดีมีคืน

เที่ยวดีมีคืนใช้จังหวัดตัวเองได้ไหม

          จากเงื่อนไขที่ระบุไว้ไม่ได้กำหนดว่าห้ามใช้สิทธิในจังหวัดที่ตรงกับทะเบียนบ้าน ดังนั้นจึงสามารถใช้สิทธิในจังหวัดของตัวเองได้

ถ้าเที่ยวหลายจังหวัดทั้งเมืองหลัก เมืองรอง จะคำนวณอย่างไร

สมมติว่านาย A ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้เดินทางไปหลายจังหวัด ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ดังนี้

          1. พักในโรงแรมของเมืองรอง 6,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          2. ค่าอาหารในเมืองรอง 4,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
          3. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 5,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบกระดาษ
          4. พักในโรงแรมของเมืองหลัก 7,000 บาท ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

          สามารถคำนวณแยกได้ดังนี้

ส่วนที่ 1 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบกระดาษ 10,000 บาทแรก

  • คือข้อ 1+ข้อ 3 เท่ากับ 6,000+5,000 = 11,000 บาท แต่แบบกระดาษหักภาษีได้เพียง 10,000 บาทเท่านั้น จึงต้องหักออก 1,000 บาทจากข้อ 3 เหลือ 4,000 บาท
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 1 เมืองรอง 6,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 3 เมืองหลัก 4,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (6,000*1.5)+(4,000*1) = 13,000 บาท

ส่วนที่ 2 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (10,000 บาทหลัง)

  • คือข้อ 2+ข้อ 4 เท่ากับ 4,000+7,000 บาท = 11,000 บาท มีส่วนเกินมา 1,000 บาท จึงหักออกจากข้อ 4 เหลือ 6,000 บาท 
  • ดังนั้นเหลือวงเงินมาคำนวณคือ ข้อ 2 เมืองรอง 4,000 บาท (1.5 เท่า) และข้อ 4 เมืองหลัก 6,000 บาท (1 เท่า) รวมเป็น (4,000*1.5)+(6,000*1) = 12,000 บาท

          รวมทั้งสองส่วน สามารถลดหย่อนภาษีได้ 13,000+12,000 = 25,000 บาท

ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ เช่น สุรา เบียร์ ไวน์ นำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ไหม

          สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้เหมือนค่าอาหารและเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ โดยร้านอาหารนั้นต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ร้านอาหารต้องอยู่ในโรงแรมที่พักหรือไม่

          ไม่จำเป็น สามารถรับประทานอาหารร้านใดก็ได้ที่อยู่ในระบบ VAT และออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปได้

ไม่พักโรงแรม แต่กินร้านอาหารในโรงแรมได้ไหม

        สามารถใช้สิทธิได้ หากร้านอาหารสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ออก e-TAX ได้อย่างไร

          เข้าไปที่เว็บไซต์กรมสรรพากร etax.rd.go.th แล้วกรอกชื่อผู้ประกอบการหรือสถานประกอบการเพื่อค้นหา

          ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและตั้งใจจะไปเที่ยวหน้าหนาวอยู่แล้ว แนะนำให้ศึกษาโครงการเที่ยวดีมีคืน 2568 เพื่อจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2568 ที่จะยื่นแบบในต้นปี 2569 ได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเงื่อนไข

ที่มา https://money.kapook.com/view296033.html

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี เดินป่าชมน้ำตกสวย ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เอาใจสายลุย

  น้ำตกโกรกอีดก ที่เที่ยวสระบุรี ชวนไปเที่ยวเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ตามล่าหาเห็ดแชมเปญสีส้ม ชมความงามของน้ำตกโกรกอีดก ใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ต้องไม่พลาด

 จังหวัดสระบุรี นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม พวกวัดวาอารามต่าง ๆ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอย่างน้ำตกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือ น้ำตกโกรกอีดก น้ำตกที่สวยและสูงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง ถือเป็นที่เที่ยวสุด Unseen ของจังหวัดสระบุรี ที่รอให้นักท่องเที่ยวสายลุยได้บุกป่าฝ่าดงไปสัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ น้ำตกโกรกอีดก สถานที่ท่องเที่ยวสระบุรีให้มากขึ้นกัน

น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ไหน

          น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปเช็กอินกันต่ออีกด้วย เช่น น้ำตกหินดาด, น้ำตกเขาแคบ, น้ำตกโกรกฝาผนัง และน้ำตกซับป่าว่าน เป็นต้น

น้ำตกโกรกอีดก ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

 น้ำตกโกรกอีดก มาจากภาษาชาวบ้านที่เรียกกันตามลักษณะภูมิศาสตร์โดยรอบ ซึ่งรายล้อมไปด้วยเทือกเขามากมาย โดยคำว่า โกรก แปลว่า ภูเขา และ ดก แปลว่า เยอะ จึงเป็นที่มาของชื่อ โกรกอีดก นั่นเอง

ระยะทางการเดินไปยังน้ำตกโกรกอีดก

 เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโกรกอีดก จะเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าไปกลางป่าลึก ระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เป็นระยะทางไป 4 กิโลเมตร และกลับอีก 4 กิโลเมตร ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ดังนั้นใครที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตก จึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้นำทางเข้าไป โดยสภาพเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติมาก ต้องผ่านป่า ผ่านลำธาร ซึ่งเส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตราย กระแสน้ำบางจุดก็ค่อนข้างเชี่ยว ในช่วงชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 7 ทางเดินจะค่อนข้างแคบและชันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นอย่างมาก

พืชพรรณในน้ำตกโกรกอีดก

         ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังน้ำตกโกรกอีดก ยังเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งมอสส์ เฟิร์น ต้นกะเหรี่ยงยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มาก และเห็ดหาชมได้ยากอย่าง เห็ดแชมเปญ ที่จะขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มสองข้างทางเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชื้นสูง โดยจะมีรูปร่างคล้ายถ้วยแชมเปญ สีส้มสดใส ให้นักท่องเที่ยวได้แวะชมความสวยงามกันตลอดเส้นทาง

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ไฮไลต์ของน้ำตกโกรกอีดก

         น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีความสูงอยู่ที่ 350 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี และช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำเยอะไหลเต็มหน้าผา เป็นภาพที่ดูงดงามตระการตาหาชมได้ยาก

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ที่พักของน้ำตกโกรกอีดก

 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก มักจะเดินทางไป-กลับ หรือไปพักกางเต็นท์ที่ศูนย์ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ก่อนขึ้นน้ำตกวันรุ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับกางเต็นท์พักแรม ทั้งยังอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศดีและใกล้ชิดธรรมชาติมาก

สิ่งที่ต้องเตรียมไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก

  • เสื้อผ้า ที่เหมาะกับการเดินป่า มีความคล่องตัว และป้องกันร่างกายได้ดี เช่น กางเกงขายาว หรือกางเกงสามส่วน และเสื้อแขนยาวพร้อมเปียกน้ำ เนื่องจากระหว่างทางต้องผ่านลำธาร มีกิ่งไม้ หินกรวด และแมลงเยอะ 
  • รองเท้า เลือกใส่แบบหุ้มส้นและเปียกน้ำได้ ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะ เพราะเส้นทางไปยังน้ำตกค่อนข้างลื่นและเต็มไปด้วยหินคม
  • อาหารและน้ำดื่ม ควรเติมพลังสำหรับมื้อเช้ามาให้พร้อม และเตรียมอาหารกับน้ำดื่มสำหรับมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาเดินเท้าไปยังน้ำตกประมาณ 4-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • ยาสำหรับทาแผล เนื่องจากทางเดินไปยังน้ำตกเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความลื่นชัน หินคม และมีแมลง

การเข้าชมน้ำตกโกรกอีดก 2568

          สำหรับใครที่สนใจจะไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก ต้องติดต่อจองคิวผ่านทางเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม ซึ่งมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สำหรับปี 2568 เปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Google Form (ลิงก์จะปักหมุดไว้ในเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม)

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • เข้า LINK หรือ SCAN QR CODE ไปที่ Google Form
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว (1 คน / ฟอร์ม) เพื่อใช้ทำประกันชีวิต ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์
  • เลือกวันที่ต้องการขึ้นน้ำตก
  • โอนเงิน เข้าบัญชี : ธนาคารกรุงไทย ต้องชื่อกลุ่มเท่านั้น, ชื่อบัญชี: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม
  • แนบสลิปการโอนเงิน
  • อ่านและยอมรับระเบียบและข้อปฏิบัติ

ค่าบริการ

         กรณีลงทะเบียนจอง
          • คนไทย : 300 บาท / คน
          • ชาวต่างชาติ : 660 บาท / คน

         กรณี walk in (รับไม่เกิน 08.00 น.)
         • คนไทย : 350 บาท / คน
         • ชาวต่างชาติ : 700 บาท / คน

         *** เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงวันจอง

  • เปลี่ยนวันได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันขึ้นน้ำตก
  • หากเลยกำหนด จะไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนวันได้ทุกกรณี

การเดินทางไปยังน้ำตกโกรกอีดก

          การเดินทางมาเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางได้หลายวิธี เช่น

  • รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากนั้นให้เลี้ยวไปทางถนนหมายเลข 2 (เส้นมิตรภาพ) ขับตรงไปแล้วกลับรถตรงสวนมิ่งมงคล และให้ขับไปตามป้าย ทางไปไม่ยากเพราะมีเส้นทางหลักทางเดียว เป็นเส้นทางลาดยางอย่างดี มุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
  • ขนส่งสาธารณะ นั่งรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ผ่านเมืองสระบุรี ลงรถที่หน้าวัดทับกวาง หรือศูนย์โยเร ข้ามสะพานลอยมาฝั่งขวามือ เพื่อนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะมาถึงที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ช่องทางการติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวสระบุรีน้ำตกโกรกอีดกก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ เพราะมีทั้งธรรมชาติสวยงาม น้ำตกสูงตระการตา และพืชพรรณนานาชนิด เหมาะกับสายลุยเดินป่า ปีนเขา วันหยุดยาวนี้ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน หรือกำลังมองหากิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ ลองไปตามรอยเที่ยวกันได้เลย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

ที่มา: https://travel.kapook.com/view261533.html

Scroll to top