เพชร กรุณพล

เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ แม้จะมีปัญหาวิกฤตน้ำมันแพง แต่บรรยากาศยังคงคึกคัก โดยเฉพาะที่จังหวัดลำปาง ซึ่งมีโมเมนต์น่ารักใจละลาย เมื่อเท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง โอบกอด ถ่ายรูปกันอย่างอบอุ่น เหมือนครอบครัวใหญ่เลยล่ะ!

เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง

วันที่ 12 เมษายน 2567 หรือ 2569 ตามที่ข่าวระบุ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “เท้ง” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ได้พาคณะทีมงานลงพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีนายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ หรือ “ตี้” รองหัวหน้าพรรค และนายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ “เพชร” รองโฆษกพรรค ร่วมเดินทางด้วย ภารกิจหลักคือเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน รับฟังปัญหาท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันแพงที่กระทบทุกคนในช่วงสงกรานต์

เริ่มต้นการเดินทางจากด้านหน้าไปรษณีย์จังหวัดลำปาง ถนนทิพย์ช้าง ไปจนถึงห้าแยกหอนาฬิกา ชาวลำปางออกมาต้อนรับอย่างล้นหลาม แม้จะร้อนอบอ้าวแต่ทุกคนยิ้มแย้ม โอบกอด “เท้ง” และคณะ รุมปะแป้งกันสนุกสนาน ถ่ายรูปเซลฟี่กันตลอดเส้นทาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขแบบปีใหม่ไทยแท้ๆ เหมือนลูกหลานกลับมาเยี่ยมพ่อแม่

เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง
เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง

ปัญหาที่ชาวลำปางสะท้อนให้ฟัง

นอกจากความสนุกแล้ว ชาวบ้านยังใช้โอกาสนี้ระบายทุกข์ โดยเฉพาะผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ปีนี้คนกลับภูมิลำเนาน้อยลงมากเมื่อเทียบปีก่อน พ่อค้าแม่ขายในงานสงกรานต์บอกว่าลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวต่างถิ่นก็ลดฮวบ

  • คนกลับบ้านเยี่ยมญาติลดลง เนื่องจากค่าน้ำมันแพง
  • พ่อค้าแม่ขายยอดตก เพราะผู้คนไม่ค่อยมาเล่นน้ำ
  • นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดและต่างชาติลดลง
  • เศรษฐกิจท้องถิ่นชะลอตัวในช่วงเทศกาล
เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง
เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง

สงกรานต์ไม่ใช่แค่เล่นน้ำสาดกัน แต่เป็นวันปีใหม่ไทยที่ทุกคนร่วมฉลอง สืบสานวัฒนธรรม ขอพรให้ปีใหม่รุ่งเรือง แต่ปีนี้ปัญหาเศรษฐกิจทำให้หลายคนต้องคิดหนัก การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ลงพื้นที่แบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่ให้กำลังใจกันในยามวิกฤต

เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง
เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง

เห็นภาพแล้วรู้สึกอบอุ่นใจแทนเลยนะ สมัยนี้การเมืองใกล้ชิดประชาชนแบบนี้หายาก พรรคประชาชนภายใต้การนำของเท้ง กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่เข้าถึงทุกคน โดยเฉพาะชาวเหนือที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจจากน้ำมันแพง หากรัฐบาลช่วยลดราคาน้ำมันได้กว่านี้ เทศกาลหน้าคงคึกคักกว่านี้แน่นอน

เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง
เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง
เท้ง ณัฐพงษ์ เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง

สำหรับผมแล้ว การลงพื้นที่แบบนี้คือกุญแจสำคัญของนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นการสร้างความไว้วางใจ หากทุกพรรคทำแบบนี้ ปัญหาประชาชนคงคลี่คลายเร็วขึ้น คุณล่ะคิดยังไง? ปีนี้สงกรานต์ของคุณเป็นยังไงบ้าง มาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์กันเลย หรือถ้าอยากติดตามข่าวการเมืองใกล้ตัวแบบนี้ อย่าลืมกดติดตามบล็อกนะ!

ที่มา – “เท้ง​ ณัฐพงษ์” เล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง โอบกอด ถ่ายรูปตลอดทาง

รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา

ข่าวใหญ่ในวงการศึกษาที่กำลังเป็นกระแส รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยถึงแผนการนี้อย่างชัดเจน โดยไม่สนใจเรื่องสังกัดพรรคการเมือง แต่เน้นที่ฝีมือและความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาเท่านั้น การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นสัญญาณบวกสำหรับการปฏิรูปการศึกษาไทยที่ต้องการคนเก่งมาช่วยขับเคลื่อน

รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา

วันที่ 11 เมษายน 2567 นายอัครนันท์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ชวนนายปารมี ไวจงเจริญ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ครูจวง อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน มาร่วมงานในกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งที่ทั้งคู่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี แม้ครูจวงจะไม่ได้เป็น ส.ส. ในสมัยนี้ และมีแผนกลับไปสอนหนังสือ แต่รมช.ศึกษาฯ มองเห็นศักยภาพของเขาในการช่วยพัฒนาการศึกษา จึงชวนมาร่วมทีมทันที โดยวางตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เหตุผลหลักที่เลือกครูจวง

สิ่งที่น่าสนใจคือ รมช.ศึกษาฯ ย้ำชัดว่า ไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอแค่เป็นคนเก่ง ทำงานตรงสายการศึกษา ครูจวงมีประวัติการทำงานที่โดดเด่น โดยเฉพาะการพูดถึงปัญหาการศึกษาและแก้ไขให้ฝ่ายค้านในอดีตได้อย่างตรงจุด ทำให้มั่นใจว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้จริง ไม่มีดราม่าเรื่องการเมืองมาสะดุด การตัดสินใจนี้ช่วยเปิดประตูให้บุคลากรนอกพรรคร่วมงาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการความก้าวหน้า

  • รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี สนิทสนมส่วนตัว
  • ครูจวงเชี่ยวชาญด้านการศึกษา ตรงสายงาน 100%
  • ไม่ยึดติดพรรคการเมือง เน้นผลงานและฝีมือ
  • ช่วยพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้า ไม่ติดกรอบอุดมการณ์

นัดดินเนอร์เพื่อนเก่าจากพรรคประชาชน

นอกจากนี้ นายอัครนันท์ ยังเผยว่ามีเพื่อนในพรรคประชาชนหลายคน และวันนั้นจะไปดินเนอร์กับนายเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน โดยกล่าวว่า “ถ้าวันนี้มองแต่ว่า มีแนวคิดที่ไม่เหมือนกันแล้วจะคบกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถคบใครได้แล้ว” แสดงถึงทัศนคติที่เปิดกว้าง สามารถทำงานร่วมกันได้แม้ต่างอุดมการณ์ ซึ่งเป็นจุดแข็งในการสร้างทีมที่หลากหลาย

การชงตั้ง รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา นี้ ไม่ใช่แค่การดึงคนเก่งเข้ามา แต่ยังสะท้อนนโยบายของกระทรวงศึกษาที่ต้องการปฏิรูปอย่างจริงจัง ปัจจุบันการศึกษาไทยเผชิญปัญหามากมาย เช่น คุณภาพครูไม่เพียงพอ การเรียนออนไลน์หลังโควิดที่ยังล้าหลัง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในท้องถิ่น การมีครูจวงที่เคยต่อสู้ในสภาเรื่องนี้มาร่วม จะช่วยเสริมทีมให้แข็งแกร่งขึ้น

จากประสบการณ์ของครูจวงที่เคยเป็นครูและนักกิจกรรมการศึกษา เขามักพูดถึงการเพิ่มงบประมาณการศึกษา การฝึกอบรมครู การลดชั่วโมงเรียนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เด็กมีเวลาพัฒนาทักษะชีวิต ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ที่เน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น ดิจิทัล AI และ soft skills หากสำเร็จ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้หน่วยงานอื่นๆ ดึงคนเก่งไม่จำกัดกรอบพรรค

อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายว่าอาจมีผลกระทบทางการเมือง แต่รมช.ศึกษาฯ ยืนยันว่าเป็นการทำงาน чисто ไม่เกี่ยวกับการเมือง และครูจวงเองก็ไม่เคยพูดถึงการย้ายพรรคเพื่อไทย นี่คือการร่วมมือเพื่อชาติ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวนี้น่าจะนำพาการศึกษาไทยไปข้างหน้าได้ดี หากรัฐบาลเปิดกว้างแบบนี้มากขึ้น ประเทศจะพัฒนาเร็วขึ้นแน่นอน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวการศึกษาเพิ่มเติมจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – รมช.ศึกษาฯ ชงตั้ง “ครูจวง” เป็นที่ปรึกษา เชื่อฝีมือไม่สนเรื่องสังกัดพรรค ขอคนเก่งทำงานตรงสาย

“กรุณพล” ชี้ วิกฤติน้ำมัน รัฐล้มเหลว ชู 5 ข้อเสนอ

กรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาลชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตรในคืนเดียว ทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจพุ่งปรี๊ด ผู้ประกอบการหลายรายกำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ในบทความนี้เราจะมาวิเคราะห์ปัญหานี้กันแบบเจาะลึก พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายที่น่าสนใจจากนายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือที่รู้จักในนาม “เพชร กรุณพล” รองโฆษกพรรคประชาชน

กรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน สะท้อนรัฐบริหารล้มเหลว

วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายกรุณพล ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลที่ใช้นโยบายตรึงราคาน้ำมันจนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนยับเยิน ก่อนจะปล่อยลอยตัวราคาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบสะเทือน โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ครอบครัวของนายกรุณพลเองก็ทำมานานกว่า 40 ปี จึงเข้าใจปัญหานี้อย่างถ่องแท้ ลูกค้าหาย ต้นทุนพุ่ง ก๊าซหุงต้มและน้ำมันแพงขึ้น ร้านอาหารไทยนับแสนรายตกอยู่ในภาวะทางตัน

ผลกระทบรุนแรง 3 ระดับ จากกรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน

วิกฤตินี้กระทบหนักใน 3 ระดับหลัก ดังนี้

  • ระดับผู้ประกอบการรายย่อย: ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และก๊าซหุงต้มพุ่งสูง ผลกำไรที่บางอยู่แล้วหายวับไป ผู้ประกอบการหลายรายต้องปิดร้านเพราะแบกไม่ไหว สถานการณ์นี้ทำให้ครอบครัวหลายพันครอบครัวสูญเสียรายได้หลัก
  • ระดับผู้ประกอบการขนาดกลาง: กดดันจากทุกด้าน ต้นทุนคงที่สูง แต่กำลังซื้อของลูกค้าลดลงเพราะประชาชนต้องจ่ายเงินแพงขึ้นกับพลังงาน ส่งผลให้ยอดขายตกฮวบ ร้านที่เคยฟื้นตัวจากโควิดกำลังเจอปัญหาใหม่
  • ระดับผู้ประกอบการรายใหญ่: ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก การขนส่งขาดแคลนน้ำมัน ทำให้กระจายสินค้าไม่ได้ สุดท้ายนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว

ทั้งหมดนี้เกิดจากการขาดวิสัยทัศน์ ฝืนกลไกตลาดจนพังพินาศ ในช่วงที่ธุรกิจกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด รัฐกลับสร้างภาระใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 เรื่อง จากกรุณพล ชี้ วิกฤติน้ำมัน

นายกรุณพล ชูข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม 5 เรื่อง เพื่อให้รัฐบาลนำไปปรับใช้ทันที

  1. ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอย่างเร่งด่วน: ลดหย่อนทันทีเพื่อลดภาระต้นทุนให้ประชาชนและธุรกิจ ช่วยให้ราคาน้ำมันไม่พุ่งสูงเกินไป
  2. ช่วยเหลือเฉพาะเจาะจงกลุ่มผู้ผลิตอาหาร: อุดหนุนราคาพลังงานสำหรับร้านอาหารและเกษตรกร เพื่อรักษาราคาอาหารให้เสถียร ประชาชนไม่เดือดร้อน
  3. ปรับโครงสร้างยุติเอื้อนายทุนพลังงาน: หันมาโฟกัสลดค่าครองชีพประชาชน แทนการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่
  4. ส่งเสริมเข้าสู่ระบบภาษี: จูงใจผู้ประกอบการด้วยแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ที่จดทะเบียนถูกต้อง
  5. ปรับลดภาระภาษี เพิ่มหักค่าใช้จ่ายเหมา: จาก 60% เป็น 90% ช่วยผู้ประกอบการลดภาษีได้มากขึ้น สร้างสภาพคล่อง

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารรับมือวิกฤติ

นอกจากนี้ นายกรุณพล ยังมีคำแนะนำปฏิบัติจริงสำหรับเจ้าของร้านอาหาร

  • บริหารเมนู: ยกเลิกเมนูผลกำไรต่ำ ต้นทุนสูงทิ้งไปเลย
  • ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น: ลดค่าขนส่ง หันไปซื้อจากแหล่งใกล้เคียง สนับสนุนชุมชนด้วย
  • ประหยัดพลังงาน: ใช้เทคโนโลยีประหยัดไฟ ประหยัดก๊าซ ลดต้นทุนทุกขั้นตอน

วิกฤติน้ำมันครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง หากรัฐยังแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ธุรกิจร้านอาหารทั่วประเทศจะซบเซาหนัก ความไม่พอใจของประชาชนจะบานปลาย สุดท้ายรัฐบาลเสียหายมหาศาล ในฐานะนักอ่าน คุณล่ะคิดอย่างไรกับข้อเสนอเหล่านี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อน เพื่อช่วยกันกดดันให้รัฐแก้ปัญหาจริงจัง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน!

ที่มา – “กรุณพล” ชี้ วิกฤติน้ำมันสะท้อนรัฐบริหารล้มเหลว ชูข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 เรื่อง

“เพชร กรุณพล” เผยหมดเปลือก ส่ง “เท้ง” ชิงนายกฯ

“เพชร กรุณพล” เปิดใจสมาชิก เผยแนวทางหาก 44 สส. สะดุด ยืนยัน “เท้ง” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์1 ของพรรค ส่วน เบอร์2 และเบอร์ 3 รอที่ประชุมสส.เคาะระหว่าง “ไหม-ต้น-เติ้ล”

วันที่ 21 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ สส.สมุทรปราการ ของพรรค ได้ไลฟ์สดจัดกิจกรรมสภากาแฟครั้งที่ 1 “ไม่มีดิว มีแต่เดิน เดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ เพื่อเตรียมพรรคให้พร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่ดีที่สุด” โดยมีนายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองโฆษก พรรคประชาชน เป็นหนึ่งในผู้บรรยาย พูดคุยกับผู้เข้าร่วมงาน ทั้งนี้ นายกรุณพล ได้ตอบคำถามผู้เข้าร่วมงานตอนหนึ่ง เกี่ยวกับการรับมือของพรรค ในคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ถูก ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเอาผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า ใน 44 สส. นั้นเป็นสส.ปัจจุบันอยู่ 25 คน เป็น สส.เขต 8 คน และบัญชีรายชื่อ 17 คน สำหรับสส.เขตปัจจุบัน ที่มีความประสงค์ไม่ไปต่อแล้วคือ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคปชน. ซึ่งเขาบอกว่า เขาทำจบแล้ว สิ่งที่เขาต้องการทำคือเรื่องสุราก้าวหน้า เขาไม่มีวาระอะไรแล้ว จบ เขาไม่ลงแล้ว ก็จะเหลือสส. 7 คน

เชื่อกระทบไม่มาก

นายกรุณพล ตอบคำถามอีกว่า เราเชื่อ การลงชื่อเสนอกฎหมายไม่ใช่เรื่องผิด “แต่ถ้าเกิดกรณีที่แย่ที่สุดจริงๆ ก็ให้ทุกคนไปคุย ดูว่าจะไปต่อหรือไม่ อย่างกรณี นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี ก็ยังอยู่ในช่วงตัดสินใจ รวมถึง นายวุฒินันท์ บุญชู สส.สมุทรปราการ ก็อยู่ในช่วงตัดสินใจ ว่าจะไปต่อหรือไม่ ถ้าทั้ง 2 คน ไม่ไปต่อ ก็จะเหลือ 5 คน ก็คือ นายศักดินัย นุ่มหนู สส.ตราด น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน สส.จันทบุรี นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. ซึ่งใน 5 คนนี้เราก็ให้ไปคุยว่า คุณจะหาตัวแทน หรือไม่ ถ้าไม่หาตัวแทน คุณก็ลงสมัครเพราะถ้าถูกตัดสิทธิ์ ก็จะมีการเลือกตั้งซ่อม เพียง 5 เขต ไม่ได้มีผลอะไรมาก”

บัญชีรายชื่อจ่อหาคนลงแทน

นายกรุณพล กล่าวอีกว่า ขณะที่ในส่วนสส.บัญชีรายชื่อ 17 คน ถ้าถูกตัดสิทธิ์ ก็จะดันคนข้างหลังขึ้นมา เลยไม่คิดว่ามีปัญหา หรือกำลังคุยกันอยู่ว่าหลายคน ที่เป็นสส.มา และเป็นประเด็นชัดเจน อย่างเช่น นายณัฐชา จะมาอยู่บัญชีรายชื่อแทนหรือไม่ และหาคนลงเขตแทน ทุกอย่างมีการพูดคุยแต่ยังไม่ตกผลึกใน สส.อนาคตใหม่ เดิม

“เพชร กรุณพล”เผยหมดเปลือก ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเต็มจำนวน “เท้ง” อันดับหนึ่ง ที่เหลือรอสส.เคาะ

ส่งบัญชีแคนดิเดตนายกฯเต็มสูบ

นายกรุณพล กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคปชน.นั้น ยืนยันว่ามีแน่นอน มีมากกว่า 1 คน น่าจะเต็ม 3 คน ส่วนการจัดสรรนั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ส่วนเบอร์ 2-3 เป็นทีมทำงาน ทีมนโยบายที่ทุกคนเห็นหน้าอยู่ ขณะที่การคัดเลือกแคนดิเดต 2-3 นั้น กระบวนการ ก็คือในที่ประชุม สส. ว่าจะเป็นใคร โดยจะดูความเหมาะสมแต่ยังไม่ลงตัวว่าจะเป็นใคร ซึ่งก็มีชื่อแพลม ๆ ออกมาหลายคน สุดท้ายขึ้นอยู่กับที่ประชุม สส. คงไม่ได้เข้าที่ประชุมใหญ่ แบบที่ให้ประชาชนร่วมโหวต เพราะประชาชนก็ไม่รู้จักหลายคนในพรรค

รอ สส. เลือก “ไหม-ต้น-เติ้ล” ชิงตำแหน่ง

“อย่างอาจารย์ต้น ประชาชนก็ไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ในพรรคอาจารย์ต้นคือคนวางนโยบายทั้งหมดของพรรค หรือคุณไหม ก็เป็นคนทำนโยบายทั้งหมด ของพรรค หรือพี่เติ้ล ก็เป็นคนร่างนโยบาย เรามีคนแบบนี้เยอะมาก และก็มีคนนอกที่เป็นซัพพอร์ตเตอร์ อยู่ข้างหลัง ที่ตนไม่สามารถบอกได้จริงๆว่าเป็นใคร แต่ผมบอกได้แค่ว่าเปิดตัวมา คือรู้จักทั้งประเทศ และก็มีหลายคนที่บอกว่า ขอใกล้วันแล้วจะขอตัดสินใจอีกทีหนึ่ง เลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ามี 5 ตำแหน่ง ก็ใส่เต็ม ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “อาจารย์ต้น” เป็นชื่อเล่นของ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายยุทธศาสตร์ ส่วน “ไหม” คือ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายนโยบาย ส่วน “เติ้ล” คือ นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ

สรุปคือ พรรคประชาชนเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมี “เท้ง” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่ง ตามที่ “เพชร กรุณพล” เผยหมดเปลือก ส่วนเบอร์สองและสามต้องรอ สส. เคาะกันอีกที การที่พรรคมีแคนดิเดตพร้อมถือเป็นสัญญาณบวก และน่าจับตามองว่าใครจะได้รับเลือกในที่สุด

ที่มา – “เพชร กรุณพล”เผยหมดเปลือก ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเต็มจำนวน “เท้ง” อันดับหนึ่ง ที่เหลือรอสส.เคาะ

Scroll to top