เพียงพนอ บุญกล่ํา

ครม.เงา ปชน. จี้รัฐแก้ปัญหาคนเทาเข้าไทย

เชื่อว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้คงไม่มีประเด็นไหนมาแรงเท่ากับการที่พรรคประชาชนออกโรงมาสะท้อนปัญหาเรื่อง ครม.เงา ปชน. จี้รัฐแก้ปัญหาคนเทาเข้าไทย เพื่อเรียกความมั่นใจและปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย โดยทีมงานคุณภาพอย่างคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ร่วมกับคุณพิศาล มาณวพัฒน์ และคุณเพียงพนอ บุญกล่ำ ได้ออกมาท้าพิสูจน์ฝีมือนายกฯ ว่าจะกล้าจัดการปัญหาที่หยั่งรากลึกนี้อย่างไร

ครม.เงา ปชน. จี้รัฐแก้ปัญหาคนเทาเข้าไทย ให้เป็นรูปธรรม

ปัญหาความมั่นคงในปัจจุบันถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการที่อาชญากรข้ามชาติสามารถแทรกซึมเข้ามาไทยได้ง่ายๆ คือภัยเงียบที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ พรรคประชาชนจึงได้เน้นย้ำถึงจุดสำคัญว่านี่คือเวลาที่นายกรัฐมนตรีต้องแสดงศักยภาพในการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ โดยไม่ใช่แค่การแก้ที่ปลายเหตุ แต่คือการยกระดับการตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะกลุ่มวีซ่าพิเศษต่างๆ ที่อาจกลายเป็นช่องโหว่

เปิดกลยุทธ์ ครม.เงา ปชน. จี้รัฐแก้ปัญหาคนเทาเข้าไทย อย่างเด็ดขาด

ทางทีมงานได้เสนอแนวทางเชิงรุกเพื่อให้รัฐบาลนำไปปรับใช้ โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:

  • เข้มงวดกับอีลิทการ์ด: ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและประวัติของผู้ถือบัตรอย่างละเอียด เพราะที่ผ่านมาเราพบเห็นข่าวผู้หนีคดีแฝงตัวเข้ามาในนามสมาชิกบัตรนี้บ่อยครั้ง
  • ปฏิรูป KPI ความมั่นคง: เปลี่ยนจากหน่วยงานแยกส่วนมาเป็น KPI ร่วมกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายเดียวในการสกัดกลั้นคนเทาไม่ให้เข้ามาสร้างอิทธิพล
  • ใช้ระบบ Data-driven: เปิดเผยข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นสาธารณะเพื่อให้ภาคประชาชนช่วยตรวจสอบนอมินีและธุรกิจสีเทาได้อย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย พรรคประชาชนยังเสนอให้มีการทบทวนสิทธิ Visa-Free กับประเทศกลุ่มเสี่ยง และต้องเอาจริงกับเจ้าหน้าที่บางกลุ่มที่สมยอมให้มีการสวมสิทธิบัตรประชาชนหรือทำนิติกรรมอำพรางต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้คือบทพิสูจน์สำคัญว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะสามารถหยุดยั้งประเทศไทยจากการกลายเป็น “ฮับอาชญากรรมสีเทา” ได้หรือไม่

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่ารัฐบาลจะตัดสินใจปรับโครงสร้าง หรือยอมรับข้อเสนอนี้ไปปฏิบัติใช้มากน้อยแค่ไหน เพราะผลประโยชน์ที่เสียไปนั้นไม่ได้ตกอยู่กับใครนอกจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ หากปล่อยให้ปัญหานี้คาราคาซัง ก็ยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวตัวจริงที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างสุจริต

ที่มา – ครม.เงา ปชน. จี้รัฐแก้ปัญหาคนเทาเข้าไทย ท้านายกฯ พิสูจน์ฝีมือแก้ “ซัพพลายเชน” เข้มงวดอีลิทการ์ด

“เพียงพนอ” แท็ก “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ

หลังผลการเลือกตั้งใหญ่ล่าสุด “เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ หนึ่งใน 10 The Professionals ด้านปฏิรูปรัฐของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะยังคงช่วยเหลือพรรคต่อไป แม้พรรคจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลก็ตาม สิ่งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเหล่านักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในระบบการเมืองไทย

“เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพียงพนอ โพสต์หลังทราบผลเลือกตั้ง โดยแท็กไปยังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน และนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล หรือ “ไหม” รองหัวหน้าพรรค เธอเล่าว่าหลังจากเทปสัมภาษณ์ครั้งแรกเมื่อ 9 มกราคม ข้อความให้กำลังใจและสนับสนุนไหลมาเทมา ยิ่งหลังผลเลือกตั้ง ข้อความเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากคนที่รู้จักกันผ่านสื่อ เสวนา หรือโซเชียลมีเดีย บางคนส่งข้อความส่วนตัวมาเลยทีเดียว

“หลายคนขอร้องว่า อย่าไปไหน ยังอยากจะมีความหวังต่อไป” เพียงพนอเล่า พร้อมระบุว่าทีมงานในพรรคหลายคนบอกอยากเรียนรู้จาก “พี่แม้ว” ทำให้เธอน้ำตาซึม

ด้วยวัยที่มากกว่าคนในพรรค เพียงพนอผ่านร้อนผ่านหนาวในชีวิตการทำงานมามาก ทั้งสมหวัง ผิดหวัง กดดัน หรือตื่นเต้น เธอจึงเข้าใจชีวิตและรับมือได้ดี หลังเลือกตั้ง เธอลงใต้เที่ยวตามแผนเดิม ท่ามกลางธรรมชาติภูเขาและทะเลที่ให้ความสงบแก่จิตใจ

“เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ ท่ามกลางดัชนีคอร์รัปชั่นที่ย่ำแย่

จุดเปลี่ยนสำคัญคือข่าวดัชนีการรับรู้คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ล่าสุดจาก Transparency International ที่ไทยได้คะแนนต่ำลงอีก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี และต่ำกว่าลาวเสียอีก! สถานการณ์นี้ทำให้เพียงพนอตัดสินใจชัดเจนว่า “จะยังคงช่วยน้องๆ ในพรรคขับเคลื่อนงานต่อไป แม้ว่าพรรคจะไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล”

ดัชนี CPI เป็นเครื่องมือวัดระดับการรับรู้คอร์รัปชันในภาครัฐจากผู้เชี่ยวชาญและนักธุรกิจทั่วโลก คะแนนเต็ม 100 คะแนนสูงหมายถึงโปร่งใสมาก ไทยเคยทำได้ดีสุด 38 คะแนนในปี 2552 แต่ปีล่าสุดตกต่ำเหลือระดับที่แพ้เพื่อนบ้านอย่างลาว สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงที่กระทบเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: คอร์รัปชันทำให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติลังเล
  • ผลต่อสังคม: เพิ่มความเหลื่อมล้ำ ยากจน และขาดความยุติธรรม
  • การเมือง: ระบบอุปถัมภ์ยังครอง ทำให้ปฏิรูปยาก

พรรคประชาชนที่เน้นนโยบายปฏิรูป โดยมี The Professionals อย่างเพียงพนอ เป็นกำลังสำคัญ จึงมีความหมายยิ่งนัก แม้ไม่ได้อำนาจ แต่การแบ่งปันวิชาความรู้ ประสบการณ์ จะช่วยทีมงานรุ่นใหม่ขับเคลื่อนต่อ

“ไม่สำคัญว่าจะมีตำแหน่งอะไรหรือไม่ ยังเชื่อว่า ชีวิตที่ดี คือ ชีวิตที่มีประโยชน์ I’ll Do What I Can When I Can” คำกล่าวนี้ของเพียงพนอ เป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน

พรรคประชาชนกับอนาคตการปฏิรูปคอร์รัปชั่นไทย

พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ก่อตั้งโดยกลุ่มนักวิชาการและนักกิจกรรมรุ่นใหม่ เน้นประเด็นร้อนอย่างปฏิรูปสถาบัน การศึกษา สุขภาพ และต่อต้านคอร์รัปชัน แม้ผลเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามคาด แต่ฐานเสียงยังเหนียวแน่น โดยเฉพาะเยาวชนที่หวังเปลี่ยนแปลง

การที่เพียงพนอยืนยันช่วยต่อ แสดงให้เห็นว่าการเมืองไม่ใช่แค่ชิงอำนาจ แต่คือการสร้างคุณค่าให้สังคม ในยุคที่ดัชนี CPI ไทยดิ่งเหว นี่คือสัญญาณบวกที่เราต้องการ

ปัญหาคอร์รัปชันในไทยฝังรากลึกมานาน ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง โครงการรัฐ สู่การใช้อำนาจมิชอบ การแก้ไขต้องเริ่มจากระบบ เช่น กฎหมายปปช. ที่เข้มแข็ง การตรวจสอบอิสระ และวัฒนธรรมโปร่งใสที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ตัวอย่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสิงคโปร์หรือนิวซีแลนด์ มาจากผู้นำที่ทุ่มเทและระบบที่เข้มงวด ไทยเราก็ทำได้ หากมีคนอย่างเพียงพนอและทีมพรรคประชาชนช่วยผลักดัน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลได้เต็มที่ พรรคประชาชนควรใช้เวทีรัฐสภา เสนอนโยบายปฏิรูปคอร์รัปชัน เช่น เพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่ทุจริต สร้างแพลตฟอร์มรายงานประชาชน และใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนตรวจสอบการเงินสาธารณะ

สุดท้ายแล้ว การเมืองไทยต้องการคนที่ยึดประโยชน์ชาติเหนือผลประโยชน์ส่วนตัวมากขึ้น คุณล่ะ คิดอย่างไรกับจุดยืนของ “เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลดีๆ กันเถอะ!

นอกจากนี้ ลองติดตามข่าวสารการเมืองและดัชนี CPI ล่าสุด เพื่อเป็นพลเมืองที่ตื่นตัว หากสนใจนโยบายพรรคประชาชน คลิกเข้าเว็บไซต์พรรคได้เลย

ที่มา – “เพียงพนอ” แท็กหา “เท้ง-ไหม” ยันช่วยพรรคส้มต่อ หลังเห็นดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำลงไปอีก

“เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ปิดช่องโกง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองที่น่าสนใจมากๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ที่กำลังเป็นกระแสในวงการเลือกตั้งครั้งนี้ นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ จากทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่าน พร้อมแนบประวัติและประสบการณ์การทำงานกว่า 38 ปี เพื่อขอให้ทุกคนรับไว้พิจารณา หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เธอพร้อมลุยเต็มที่เพื่อปิดช่องโกงและปฏิรูประบบรัฐให้โปร่งใสยิ่งขึ้น

“เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี

วันที่ 31 มกราคม 2569 นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ได้เขียนจดหมายถึงประชาชนทุกคน และสำเนาถึงแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชนอย่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เพื่อยื่นตัวเป็นส่วนหนึ่งของทีมบริหารรัฐบาลใหม่ ในจดหมาย เธอแนะนำตัวเองอย่างถ่อมตนว่า พร้อมรับใช้ประเทศและประชาชนทุกคน รวมถึงคนที่ไม่สามารถออกเสียงได้เพราะข้อจำกัดต่างๆ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะกำหนดอนาคตประเทศไทยไปอีกนาน เธอย้ำว่าความชอบธรรมต้องมาจากคะแนนเสียงประชาชนให้เกิน 200 เสียง ใกล้เคียง 250 เสียง เพื่อรัฐบาลที่มั่นคงและตรงใจประชาชนจริงๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเลยครับ

ประสบการณ์ 38 ปีที่สั่งสมมาเพื่อประเทศไทย

คุณรู้ไหมครับว่า “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ในสายกฎหมายภาษีอากร ตลาดทุน การลงทุน การฟื้นฟูกิจการ กฎหมาย และบริหารองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ด้วย เธอทำงานด้วยหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ความโปร่งใส และรับผิดชอบผลงานเสมอมา แม้คนนอกวงการอาจไม่ค่อยรู้จัก เพราะอาชีพนี้เน้นผลงานมากกว่าโฆษณา

  • กฎหมายภาษีอากร: เชี่ยวชาญปิดช่องโหว่ที่เอื้อทุจริต
  • ตลาดทุนและการลงทุน: ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง
  • บริหารรัฐวิสาหกิจ: จัดการองค์กรใหญ่ด้วยความโปร่งใส
  • สหกรณ์ออมทรัพย์: สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิกนับล้าน
  • การฟื้นฟูกิจการ: ช่วยบริษัทล้มป่่วยกลับมาดีได้

การก้าวเข้าสู่การเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอ มีต้นทุนส่วนตัวสูง แต่เธอเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของชาติ เช่น คอร์รัปชัน ทุนสีเทา เศรษฐกิจอ่อนแอ ความเหลื่อมล้ำ ระบบราชการที่ล่าช้า และกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนขาดศรัทธา

พร้อมปิดช่องโกง ปฏิรูประบบรัฐอย่างจริงจัง

“เพียงพนอ” ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะลดอำนาจที่ไม่จำเป็น ปิดช่องโหว่ทุจริต สร้างระบบบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยทำงานเป็นทีมกับทุกกระทรวง ภายใต้ผู้นำที่มีเจตจำนงมั่นคงและยึดประโยชน์ประชาชนเหนือสิ่งอื่นใด เธอไม่เชื่อการเปลี่ยนแปลงจากคนคนเดียว แต่ต้องอาศัยทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง

ประเทศไทยเราตอนนี้เหลือเวลาไม่มาก ถ้าไม่เริ่มวันนี้ ต้นทุนจะยิ่งสูงในอนาคต เธอพร้อมทำงานสุดตัวและรับผิดชอบทุกการตัดสินใจ หากได้โอกาส

จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา เราคิดว่านี่คือคนที่ใช่สำหรับตำแหน่งสำคัญในทีมบริหารเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไหน เธอก็พร้อมลุยปิดช่องโกงให้หมดสิ้น สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ระบบราชการและเศรษฐกิจ

ทำไมเราควรพิจารณา “เพียงพนอ”

เพราะเธอไม่ใช่แค่นักการเมืองมือใหม่ แต่เป็นมืออาชีพตัวจริงที่พิสูจน์ตัวเองมา 38 ปี การเลือกคนแบบนี้จะช่วยให้พรรคประชาชนจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็งได้จริง นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน และคืนความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอชวนทุกท่านใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีสติ พิจารณาประวัติและวิสัยทัศน์ของ “เพียงพนอ” และทีมพรรคประชาชนกันนะครับ การลงคะแนนของคุณคือกุญแจสู่ประเทศไทยที่โปร่งใสและก้าวหน้า ลองรับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณาดู แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแน่นอน!

ที่มา – “เพียงพนอ” โชว์ประสบการณ์ทำงาน 38 ปี ขอประชาชนรับไว้พิจารณา พร้อมทำงานปิดช่องโกง

Scroll to top