เมืองดานัง

เวียดนามอ่วม! น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ดับ 10 ศพ

เวียดนามยังเผชิญเหตุน้ำท่วมอย่างหนักในจังหวัดตอนกลางของประเทศ ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ศพ ประชาชนจำนวนมากติดค้าง และเจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนเพื่อให้ความช่วยเหลือ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 ทางการเวียดนามเปิดเผยว่า เหตุน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตอนกลางของประเทศตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 ศพ และเปลี่ยนถนนในเมืองฮอยอันให้กลายเป็นคลอง หลังจากเกิดฝนตกหนักทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูงที่สุดในรอบกว่า 60 ปี

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ซัดกระหน่ำจังหวัดชายฝั่งของเวียดนาม บ้านเรือนมากกว่า 128,000 หลังคาเรือน ใน 5 จังหวัดถูกน้ำท่วมขัง โดยบางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร ขณะที่เมืองมรดกโลกของยูเนสโกอย่าง ฮอยอัน ถูกน้ำท่วมสูงถึง 1.7 ม. ภายในเวลา 24 ชั่วโมง

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของเวียดนามเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย ในขณะที่อีก 8 รายยังคงสูญหาย โดยถนนหลายกิโลเมตรได้รับความเสียหายหรือถูกปิดกั้นจากน้ำท่วมและดินถล่มที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ขณะที่พืชผลกว่า 5,000 เฮกตาร์ (50,000 ไร่) ถูกทำลาย และปศุสัตว์ตายไปกว่า 16,000 ตัว

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติระบุว่า ระดับน้ำท่วมที่สถานีตรวจวัดแม่น้ำทูโบน ซึ่งไหลผ่านเมืองดานังและไหลลงสู่ทะเลที่ฮอยอันนั้น สูงกว่าสถิติสูงสุดเมื่อปี 2507 ไป 4 เซนติเมตร โดยอยู่ที่ 5.62 เมตรนับถึงเมื่อช่วงกลางดึกวันพุธ

สื่อของรัฐบาลเวียดนามรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถเปิดบางส่วนของถนนบนช่องเขาที่เชื่อมระหว่างจังหวัดดานังและกว๋างหงายได้อีกครั้งแล้ว หลังจากที่ถูกดินถล่มปิดกั้นเมื่อวันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ขณะที่ทีมกู้ภัยใช้โดรนส่งน้ำและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้กับประชาชนกว่า 50 คน ที่ติดอยู่ในรถบรรทุกหลายสิบคันบนถนนที่ถูกตัดขาด

พยากรณ์อากาศระบุว่า ระดับน้ำในเมืองดานังและเมืองเว้เริ่มลดลงอย่างช้า ๆ แล้ว แต่จะยังคงอยู่ในระดับที่ “น่าตกใจ” ตลอดวันพฤหัสบดี

เวียดนามอ่วม! น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ดับ 10 ศพ

สถานการณ์ น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ในเวียดนามครั้งนี้ สร้างความเสียหายอย่างมาก ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้บ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

ผลกระทบจากน้ำท่วมหนักทุบสถิติในเวียดนาม

ผลกระทบจากเหตุการณ์ น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ในเวียดนามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติโดยตรงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ปศุสัตว์ตาย การคมนาคมถูกตัดขาด ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

  • ด้านมนุษยธรรม: มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจำนวนมาก บ้านเรือนเสียหาย ประชาชนต้องพลัดถิ่นฐาน
  • ด้านเศรษฐกิจ: พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ปศุสัตว์ตาย การคมนาคมถูกตัดขาด
  • ด้านสิ่งแวดล้อม: ระบบนิเวศถูกทำลาย ดินถล่ม

การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัย น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน รัฐบาลเวียดนามและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม ที่พักอาศัย และเวชภัณฑ์แก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ การวางแผนและดำเนินการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์ น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ในเวียดนามเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกประเทศทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – เวียดนามอ่วม น้ำท่วมหนักทุบสถิติ ดับแล้ว 10 ศพ ถนนกลายเป็นคลอง

ดับแล้ว 1 ศพ! พายุ “คาจิกิ” ถล่มเวียดนาม

พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ขึ้นฝั่งเวียดนามแล้ว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและดินถล่มในหลายพื้นที่ แม้ว่าทางการเวียดนามจะเร่งอพยพประชาชนเกือบ 600,000 คนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของประเทศเวียดนามในช่วงบ่ายของวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ด้วยความเร็วลมที่วัดได้ระหว่าง 118-133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจุดที่พายุขึ้นฝั่งอยู่ทางเหนือของเมืองดานัง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีคือฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรง ต้นไม้จำนวนมากถูกถอนรากถอนโคน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายในวงกว้าง

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาของเวียดนามได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าพายุ “คาจิกิ” อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางการของ 6 จังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนในกว่า 400 หมู่บ้านในจังหวัดหั่วเสินให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับพายุ “คาจิกิ” ทางการเวียดนามได้สั่งปิดโรงเรียนและสนามบินหลายแห่งเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการอพยพประชาชนเกือบ 600,000 คนในจังหวัดแถงฮวา, กว๋างจิ, เว้ และดานัง ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของเวียดนาม ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ โดยในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เดินเท้าไปยังบ้านเรือนต่างๆ เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์และแนะนำให้เดินทางไปยังศูนย์หลบภัย

สถานการณ์ความรุนแรงของพายุทำให้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายนี้อยู่ในจังหวัดเหงะอาน และเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อตขณะพยายามเสริมความแข็งแรงให้กับหลังคาบ้านของตนเอง เพื่อป้องกันความเสียหายจากพายุ

มีการคาดการณ์ว่าพายุ “คาจิกิ” เป็นหนึ่งในพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เคยเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศเวียดนาม โดยหลังจากขึ้นฝั่งแล้ว พายุได้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ขณะอยู่บนบก และคาดว่าจะอ่อนกำลังลงขณะที่เคลื่อนตัวผ่านประเทศเวียดนามและเข้าสู่ประเทศลาวในที่สุด อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ต่างๆ ที่พายุเคลื่อนผ่าน

ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

ผลกระทบจากพายุ “คาจิกิ” ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและลมพายุ การฟื้นฟูความเสียหายจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามและทรัพยากรจำนวนมาก

มาตรการรับมือกับพายุ “คาจิกิ”

  • อพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย
  • ปิดโรงเรียนและสถานที่ราชการชั่วคราว
  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์และเสบียงช่วยเหลือ
  • เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างพายุ “คาจิกิ” จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมความพร้อมและการวางแผนรับมือที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เราทุกคนควรตระหนักถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

Scroll to top