เยาวราช

ฝนตกลมแรง กันสาดสังกะสีร่วงหล่นกลางเยาวราช ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ฝนตกลมแรง กันสาดสังกะสีร่วงหล่นกลางเยาวราช ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนในกรุงเทพมหานคร เมื่อเกิดเหตุ ฝนตกลมแรง กันสาดสังกะสีร่วงหล่นกลางเยาวราช ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ซึ่งถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญสำหรับประชาชนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณซอยเยาวพานิช ย่านเยาวราชที่คึกคักไปด้วยผู้คนและร้านค้า

จากรายงานของศูนย์วิทยุพระราม 199 และสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ระบุว่าพายุฝนที่พัดถล่มลงมาอย่างหนักและลมกระโชกแรงในช่วงเวลาประมาณ 20.20 น. ส่งผลให้โครงสร้างกันสาดที่เป็นสังกะสีไม่สามารถต้านทานแรงลมได้ และร่วงหล่นลงมาสู่พื้นถนน จนเป็นเหตุให้มีผู้สัญจรได้รับบาดเจ็บจากการถูกสังกะสีบาดที่แขนหนึ่งราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งในขณะนี้อาการของผู้บาดเจ็บปลอดภัยแล้ว

วิธีป้องกันเมื่อเกิดเหตุฝนตกลมแรง กันสาดสังกะสีร่วงหล่นกลางเยาวราช

เหตุการณ์ ฝนตกลมแรง กันสาดสังกะสีร่วงหล่นกลางเยาวราช ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้พักอาศัยและผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะโครงสร้างอาคารเก่าในพื้นที่เขตเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย ควรปฏิบัติตามแนวทางนี้:

  • หมั่นตรวจสอบโครงสร้าง: ควรตรวจเช็คสภาพของกันสาด หลังคา และโครงเหล็กที่ติดกับตัวอาคารอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
  • ความแข็งแรงของวัสดุ: หากพบว่าวัสดุมีการผุกร่อนหรือสนิมเกาะควรรีบดำเนินการเปลี่ยนหรือเสริมความแข็งแรงทันที
  • ระมัดระวังขณะพายุเข้า: หากมีประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา ควรหลีกเลี่ยงการเดินใกล้ตึกแถวเก่าหรือพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างชั่วคราว

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่ประมาท สภาพอากาศที่ไม่แน่นอนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้เสมอ สำหรับร้านค้าหรือผู้ประกอบการในย่านเก่าแก่ ควรเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างป้ายและกันสาด เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าและประชาชนที่สัญจรไปมาครับ

ความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากท่านพบเห็นโครงสร้างใดที่ดูไม่ปลอดภัย ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อทำการเข้าตรวจสอบและแก้ไขก่อนที่จะเกิดเหตุร้าย

ที่มา – ฝนตกลมแรง กันสาดสังกะสีร่วงหล่นกลางเยาวราช ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย

วันนี้เรามาส่องประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัยกันครับ ท่านนี้คือฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะย่านเยาวราชที่เต็มไปด้วยชุมชนจีนโบราณและการค้าขายคึกคัก พินิจคือลูกหลานตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน

ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย

นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์ หรือที่ชาวเยาวราชเรียกติดปากว่า “สก.พินิจ” อายุ 69 ปี เกิดวันที่ 17 สิงหาคม 2499 จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการบริหารทั่วไป จากมหาวิทยาลัยเกริก ท่านเป็นหลานชายของเสี่ยส่ง กาญจนชูศักดิ์ เจ้าของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังตราปลามังกรชื่อดังในย่านเยาวราช ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ เสี่ยส่งยังเป็นโปรโมเตอร์มวยดังและผู้จัดการทีมมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย ทำให้ตระกูลนี้เป็นที่เคารพในวงการกีฬาและชุมชน

ตระกูลกาญจนชูศักดิ์: บ้านใหญ่กรุงเทพชั้นใน

ตระกูลกาญจนชูศักดิ์คือตัวอย่างของครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่สร้างตัวจากธุรกิจค้าขายในย่านชุมชนจีน สู่ความสำเร็จในวงการกีฬาและการเมือง ปี 2538 เสี่ยส่งส่งบุตรสาว “อรทัย กาญจนชูศักดิ์” (ฐานะจาโร) ลงสมัคร ส.ส.กทม.เขต 2 พรรคพลังธรรม ได้รับชัยชนะ สร้างชื่อให้ตระกูล

ตามด้วยปี 2541 นายพินิจลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสัมพันธวงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ และชนะเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง 5 สมัย! ทำให้ท่านครองใจชาวเขตนี้มานานกว่า 20 ปี ด้วยการคลุกคลีแก้ปัญหาชุมชน เช่น ปัญหาการจราจร ความสะอาด และการค้าขาย

ปี 2544 น้องสาว “น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์” ได้เป็นสก.เขตปทุมวัน พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนขยับไปเป็น ส.ส.กทม.เขตปทุมวัน-สัมพันธวงศ์ พรรคแม่พระธรณีบีบมวยผม 2 สมัย (2550, 2554) แม้บางช่วงจะแข่งกับญาติในพรรคไทยรักไทย แต่ตระกูลนี้ยังคงแข็งแกร่ง

ชัยชนะถล่มทลายในศึกเลือกตั้งล่าสุด

ในการเลือกตั้งสก.ปี 2566 เขตสัมพันธวงศ์ พินิจ กาญจนชูศักดิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ คว้าคะแนน 4,613 เสียง ทิ้งห่างนายจักรกฤช ธนดิตถ์ จากพรรคก้าวไกล (1,672 เสียง) เกือบ 3,000 คะแนน! แสดงถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่น แม้กระแสสีส้มจะมาแรง แต่พินิจก็ดับกระแสได้สบาย

ปัจจุบัน น.ส.อรอนงค์ยังเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคในกทม.

ผลงานเด่นในสภากรุงเทพฯ

  • คณะกรรมการสามัญ 2565-ปัจจุบัน: ประธานคณะกรรมการการวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการกีฬา, กรรมการสาธารณสุข, กรรมการปกครองและความสงบ
  • คณะกรรมการวิสามัญ: พิจารณางบประมาณ 2566, ทุนวิจัยแพทย์, ถ่ายโอนกิจการจราจร
  • ปี 2566: รองประธานคณะวิสามัญประมวลจริยธรรมสก., โฆษกสภากรุงเทพฯ, กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

ผลงานเหล่านี้ช่วยพัฒนาเขตสัมพันธวงศ์ให้เป็นย่านท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่คึกคัก ส่งเสริมวัฒนธรรมจีนและกีฬาในชุมชน

ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย แสดงให้เห็นถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่เข้าใจชุมชนจริงๆ จากรากเหง้าธุรกิจและกีฬา สู่การเมืองที่ยั่งยืน ด้วยความทุ่มเท ท่านไม่เพียงรักษาเก้าอี้ได้ แต่ยังพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ในมุมมองผม พินิจคือแบบอย่างของนักการเมืองรุ่นเก่าที่มีฐานะมั่นคงและทำงานจริงจัง หากเลือกตั้งรอบใหม่ ท่านน่าจะยังคงเป็นแชมป์ต่อไป คุณคิดเห็นอย่างไรกับเส้นทางของสก.พินิจ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวการเมืองกทม.เพิ่มเติมได้เลยครับ!

ที่มา – ประวัติ “พินิจ กาญจนชูศักดิ์” แชมป์สก.เขตสัมพันธวงศ์ 5 สมัย ฐานเสียงสำคัญพรรคประชาธิปัตย์

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

“อภิสิทธิ์” ชี้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังถูกจับตามอง

การเลือกตั้งครั้งหน้ากำลังใกล้เข้ามา และพรรคการเมืองต่างๆ ต่างก็เร่งเครื่องหาเสียงกันอย่างเต็มที่ หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และความคาดหวังที่จะได้เสียงจากฐานเสียงของตนเอง

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำว่า แม้จะได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้จำนวน 12 คน ก็ยังไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากไม่สามารถเพิ่มจำนวน สส.เขตได้

นายอภิสิทธิ์กล่าวเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ จ.นนทบุรี ว่า การลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน แต่การที่จะได้ สส.ในภาคใต้เพิ่มขึ้นนั้น จำเป็นต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่า การเลือก สส.บัญชีรายชื่อพรรค เพราะอยากให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น สส.น้อยมาก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนภาคใต้ทุกคนใช้สิทธิ์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะมี สส. เพียงแค่ 12 คนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้แคนดิเดตเป็นนายกรัฐมนตรีได้

ดังนั้น นายอภิสิทธิ์จึงเน้นย้ำว่า สส.เขต มีความสำคัญในการชี้ขาดบ้านเมืองในการตั้งรัฐบาลด้วย และเชื่อว่ากระแสพรรคทั้งในกรุงเทพฯ และภาคใต้ดีขึ้นแล้วหลังปีใหม่ และจะดีขึ้นอีกหลังตรุษจีน

การเพิ่ม สส.เขต: โจทย์ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์

คำกล่าวของนายอภิสิทธิ์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมี สส.เขตจำนวนมาก เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถมีอำนาจต่อรองในการจัดตั้งรัฐบาลได้ การพึ่งพาแต่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้พรรคการเมืองบรรลุเป้าหมายทางการเมืองได้

เมื่อถูกถามว่าจะได้ สส. เพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้นับเป็นเขตที่แน่นอน แต่ที่ยืนยันได้แน่นอนคือ ระบบบัญชีรายชื่อจะเพิ่มเป็นเท่าตัวอยู่แล้ว ส่วน สส.เขต ต้องยอมรับว่าเริ่มจากฐานที่ต่ำมาก ดังนั้นก็ต้องทำงานหนัก สำหรับการเตรียมลงพื้นที่เยาวราชที่จะดึงคะแนนเสียงกลับมานั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้ไปพบปะประชาชนที่เยาวราชมาแล้วหนึ่งครั้ง และพยายามเดินเข้าหาทุกคนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการหาเสียงในภูมิภาคอื่นว่า เพิ่งส่งกำหนดการปราศรัยเพื่อขออนุญาต กกต. จะไปให้ครบทุกภาค ทั้งภาคอีสานที่ จ.อุบลราชธานี, ภาคเหนือที่ จ.สุโขทัย, ภาคกลางที่จะมีทั้งที่ จ.ระยอง และอยุธยา เป็นต้น ส่วนภาคใต้จะปราศรัยที่ จ.สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และสงขลา โดยในวันที่ 11 มกราคมนี้ จะไปที่ จ.ภูเก็ต

จากสถานการณ์ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าการแข่งขันทางการเมืองมีความเข้มข้นสูง พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับกลยุทธ์และทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน การได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ แม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าจะสามารถนำไปสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีได้ การเพิ่ม สส.เขต จึงเป็นโจทย์ที่สำคัญที่ทุกพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญ

อภิสิทธิ์ชี้: สส.ปาร์ตี้ลิสต์จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคการเมืองอื่นๆ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ชี้ได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จากคนใต้ 12 คน ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ต้องทำงานหนักเพิ่ม สส.เขต

Scroll to top