เยี่ยมทักษิณ

“โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ

ในวงการการเมืองไทย ล่าสุดมีข่าวดีมาจากครอบครัวชินวัตร เมื่อ “โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ ทำให้แฟนๆ และผู้ติดตามต่างโล่งใจไปตามๆ กัน เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน

“โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โอ๊ค” พร้อมด้วยภรรยา น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวร่วมด้วย หลังจากใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 45 นาที โอ๊คได้ออกมาให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า วันนี้มา สวัสดีปีใหม่ และได้พูดคุยกับพ่อเรื่องหลานๆ โดยเฉพาะ สุขภาพของทักษิณแข็งแรงดีมาก และกำลังนับวันรอวันที่จะได้พ้นจากเรือนจำ

รายละเอียดการเยี่ยมครั้งนี้

โอ๊คเล่าว่า การสนทนาครั้งนี้เน้นไปที่หลานๆ เป็นหลัก พ่อคิดถึงหลานทุกคนเท่าๆ กัน และฝากให้ทุกคนรักษาสุขภาพรอวันกลับออกมา ขณะที่โอ๊คเองก็ขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะขึ้นรถเดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ภาพเหตุการณ์นี้ถูกถ่ายภาพไว้และเผยแพร่ ทำให้เห็นบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัวชินวัตรท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

พื้นหลังของทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำ

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากศาลตัดสินคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แม้จะมีประเด็นทางกฎหมายมากมาย แต่ครอบครัวชินวัตรไม่เคยทิ้งกัน โดยเฉพาะลูกชายอย่างโอ๊คที่คอยมาเยี่ยมและอัปเดตสถานการณ์ให้สาธารณชนทราบ ล่าสุด “โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ ยิ่งตอกย้ำถึงความเข้มแข็งของอดีตนายกฯ คนนี้

  • สุขภาพทักษิณแข็งแรง ไม่มีปัญหาใดๆ
  • ครอบครัวมาเยี่ยมสม่ำเสมอ สร้างกำลังใจ
  • พูดคุยเรื่องหลานๆ แสดงถึงความเป็นพ่อที่รักครอบครัว
  • นับวันรอวันพ้นโทษ ใกล้เข้ามาแล้ว
  • ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคน

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวครอบครัว แต่ยังสะท้อนถึงสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน ที่ทักษิณยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้จะอยู่ในเรือนจำ ผู้สนับสนุนจำนวนมากต่างคาดหวังวันที่จะได้เห็นทักษิณกลับมาอย่างแข็งแรง ข่าวนี้ช่วยคลายความกังวลให้กับคนที่ชื่นชอบทักษิณ และเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีภาพถ่ายจากเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นโอ๊คยิ้มแย้ม ขณะให้สัมภาษณ์ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำพูดของเขา การเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ดูเป็นการสวัสดีปีใหม่ที่อบอุ่นยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ครอบครัวชินวัตรมักจะอัปเดตสถานการณ์ของทักษิณผ่านสื่อ เพื่อให้ประชาชนทราบและคลายข้อกังวล สิ่งนี้แสดงถึงความโปร่งใสและความสามัคคีในครอบครัว หากคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวการเมืองไทย ไม่ควรพลาดการอัปเดตครั้งต่อไป

ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวดีเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญอุปสรรค ว่าความเข้มแข็งและกำลังใจจากครอบครัวสำคัญเพียงใด คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ

ที่มา – “โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน”

การเมืองไทยยังคงคึกคักไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีข่าวร้อนที่ทุกคนจับตามอง เมื่อ “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต เกิดขึ้นที่เรือนจำกลางคลองเปรม สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในครอบครัวชินวัตรและวงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังรับโทษในเรือนจำฯ ในฐานะตัวแทนครอบครัว บริเวณหน้าเรือนจำยังมีมวลชนคนเสื้อแดงมารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคับคั่ง ปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังมาแล้วครบ 6 เดือนกับอีก 10 วัน

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 35 นาที โดยนายสมชายเล่าว่ามาเยี่ยมเพราะคิดถึง หลังจากไม่ได้เจอกันเกือบเดือน สอบถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง ไม่มีประเด็นหนักหน่วงอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการเมืองมีการพูดคุยกันบ้าง เพราะนายทักษิณยังติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้โฟกัสประเด็นใด เพราะตระหนักดีว่าอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่สามารถวุ่นวายกับภายนอกได้ ผู้เข้าเยี่ยมส่วนใหญ่เป็นคนครอบครัวเท่านั้น ไม่มีนักการเมืองอื่น

สภาพจิตใจนายทักษิณและการนับถอยหลังสู่อิสรภาพ

นายสมชายเผยว่านายทักษิณมีสภาพจิตใจสดชื่นแจ่มใส ทำใจได้ดีกับสถานการณ์ เขาให้กำลังใจโดยบอกว่า “เราจะไม่นับเศษเวลา แต่นับเวลาเต็ม” คาดว่าอีกประมาณ 1 เดือน หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพเต็มตัว ครอบครัวทุกคนต่างรอคอยวันนั้นด้วยความหวังที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

นอกจากนี้ นายทักษิณยังเอ่ยชม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ “อาจารย์เชน” ลูกชายของนายสมชาย ว่ามีบุคลิกดีขึ้นหลังเข้าทำงานการเมือง แม้เป็นหน้าใหม่แต่เรียนรู้รวดเร็ว สนใจสืบค้นข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทในอนาคต และฝากให้กำลังใจ ชื่นชมความสามารถของอาจารย์เชน

มุมมองต่อการเมืองและคนรุ่นใหม่

นายสมชายย้ำว่าการบริหารพรรคเพื่อไทยเป็นหน้าที่ของพรรคเอง เขาเพียงติดตามและให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น สำหรับบ้านเมืองในปัจจุบัน ต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วด้วยเทคโนโลยี ต้องมีคนสมัยใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้มาพัฒนาประเทศ มิเช่นนั้นจะก้าวไม่ทัน การสนทนาครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องผู้สูงอายุ นายทักษิณไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยและผู้เกี่ยวข้อง เขาขอบคุณสื่อและประชาชนที่ติดตาม และอาจได้เจอกันอีกวันที่ 11 พ.ค. 2569

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในเครือข่ายเพื่อไทย ทักษิณยังมีอิทธิพลสูง แม้อยู่ในเรือนจำ ยศชนันที่เป็นนักวิชาการเข้าสู่การเมือง ถือเป็นสัญญาณบวกของพรรคที่เตรียมคนรุ่นใหม่สู่เวทีการเมืองไทย

  • สมชาย วงศ์สวัสดิ์: อดีตนายกฯ สนิททักษิณ
  • ทักษิณ ชินวัตร: ผู้นำศูนย์กลางเพื่อไทย
  • ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: นักการเมืองหน้าใหม่ มีศักยภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่อย่างยศชนันจะมีบทบาทสำคัญ หากพรรคเพื่อไทยใช้โอกาสนี้ให้ดี อนาคตอาจสดใส คุณคิดอย่างไรกับอนาคตของยศชนัน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากในช่วงเวลาที่สถานการณ์การเมืองร้อนระอุ โดยเฉพาะก่อนวันเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อิ๊งค์” ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมบิดาที่เรือนจำกลางคลองเปรม พร้อมด้วยสามีและตัวแทนครอบครัว ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับข้อความที่อาจจะถูกฝากถึงพรรคเพื่อไทยหรือสถานการณ์การเมือง

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายทักษิณกำลังรับโทษจำคุก น.ส.แพทองธาร เดินทางมาพร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของเธอ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยก่อนเข้าเยี่ยม “อิ๊งค์” ยังได้ทักทายกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ รหัส MC 08 ของนายทักษิณ ซึ่งมารอต้อนรับด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

รายละเอียดการสนทนาในเรือนจำ

ในการเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อออกมา “อิ๊งค์” ยิ้มแย้มและแจ้งว่าการสนทนาเน้นไปที่เรื่องทั่วไป เช่น การเรียนคอร์สทำอาหารและการอบรม 10 วัน ซึ่งวันถัดไปคือวันสุดท้ายของการอบรม โดยไม่มีประเด็นการเมืองหรือข้อความฝากถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน ผู้สื่อข่าวสอบถามตรงๆ แต่ “อิ๊งค์” ตอบสั้นๆ ว่า “ไม่มีค่ะ” ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที สิ่งนี้ทำให้หลายคนตีความได้หลายแง่มุม โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคเพื่อไทยกำลังหาเสียงอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณยังได้ฝากข้อความให้ “อิ๊งค์” ส่งถึงนายทักษิณ ซึ่งเธอทำตามและได้รับคำตอบกลับมาว่า นายทักษิณดีใจและขอบคุณ พร้อมฝากบอกให้ทุกคนรักษาสุขภาพ นายบรรณพจน์เองก็สนิทสนมกับกลุ่มเพื่อนเหล่านี้เป็นทุนเดิม ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นมิตร ส่วนนายวิญญัติยืนยันว่าเป็นการพูดคุยในครอบครัว ไม่มีข้อมูลอัปเดตใหม่

บริบทการเมืองก่อนเลือกตั้ง

“อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ชี้ให้เห็นถึงความระมัดระวังของครอบครัวชินวัตรในช่วง敏感 นายทักษิณยังคงเป็นบุคคลสำคัญในพรรคเพื่อไทย แม้จะอยู่ในเรือนจำ การเยี่ยมครั้งนี้อาจเป็นการเสริมกำลังใจให้กันในครอบครัวมากกว่าการแทรกแซงการเมืองโดยตรง ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่าเป็นสัญญาณว่าครอบครัวชินวัตรโฟกัสที่สุขภาพและชีวิตประจำวันของนายทักษิณมากกว่า

  • สามีและตัวแทนครอบครัวร่วมเยี่ยม
  • กลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตฯ มารอต้อนรับ
  • สนทนาเรื่องทำอาหาร ไม่ใช่การเมือง
  • ไม่มีข้อความฝากถึงเลือกตั้ง

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนถึงความนิยมของนายทักษิณที่ยังคงมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น แม้เวลาจะผ่านไปนาน กลุ่มเพื่อนรุ่นเก่าที่เดินทางไกลมาจากเชียงใหม่ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน นอกจากนี้ การที่ “อิ๊งค์” กลายเป็นดาวเด่นทางการเมืองในช่วงหลัง โดยเฉพาะบทบาทในพรรคเพื่อไทย ทำให้การเคลื่อนไหวของเธอถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการแยกแยะระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการเมือง ซึ่งสำคัญมากในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนรวดเร็ว คุณคิดอย่างไรกับการเยี่ยมครั้งนี้? มันมีนัยยะอะไรซ่อนอยู่หรือเป็นแค่การเยี่ยมลูกหลานธรรมดา? ชวนคุณ读者มาคุยกันในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญก่อนวันเลือกตั้ง!

ที่มา – “อิ๊งค์” เยี่ยมทักษิณ ไม่มีฝากถึงการเมือง ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค และน.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือ เอม พร้อมด้วยน.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในฐานะตัวแทนครอบครัว พวกเขาเดินทางมาพร้อมทนายความประจำตัวอย่างนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความห่วงใย

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

หลังจากใช้เวลาอยู่ในเรือนจำประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พินทองทา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยอัปเดตสถานการณ์สุขภาพของนายทักษิณว่า อาการป่วยเล็กน้อยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้คุณพ่อได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีการเข้าคอร์สเรียนทำอาหารภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นคอร์สระยะเวลา 10 วัน ไม่ใช่แค่การทำอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอบรมหลายเรื่อง เช่น การวาดรูป เพื่อพัฒนาการทางอารมณ์และสุขภาพจิตของผู้ต้องขังให้ดีขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการดูแลผู้ต้องขังอย่างครบด้านของเรือนจำ

รายละเอียดคอร์สเรียนและพัฒนาการของทักษิณ

คอร์สเรียนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ต้องขังมีกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ โดยน.ส.พินทองทาเล่าว่าคุณพ่อรู้สึกดีกับกิจกรรมเหล่านี้ มันช่วยให้มีเวลาผ่อนคลายและพัฒนาตัวเอง นอกจากสุขภาพที่ฟื้นตัวแล้ว ยังไม่มีข้อความใดฝากถึง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แม้จะใกล้ช่วงเลือกตั้งใหญ่ก็ตาม น.ส.พินทองทายิ้มรับคำถามและบอกว่า “ยังไม่มีค่ะ”

ส่วนประเด็นร้อนเรื่องการยื่นเอกสารพักโทษในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายทักษิณอาจได้รับการพิจารณา น.ส.พินทองทาปฏิเสธที่จะตอบ และขอบคุณกำลังใจจากคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนยกมือไหว้และขึ้นรถกลับ

  • ขั้นตอนการพิจารณาพักโทษ: เรือนจำกำลังรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมด
  • พิจารณาโดยคณะกรรมการระดับเรือนจำ
  • คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์
  • คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

ข้อมูลจากเรือนจำกลางคลองเปรมระบุว่า ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ต้องผ่านการพิจารณา 3 ระดับเพื่อความโปร่งใส

เหตุการณ์ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ นี้ สะท้อนถึงความสามัคคีของครอบครัวชินวัตร และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน ในมุมมองของผู้เขียน การพัฒนาตัวเองผ่านคอร์สเรียนในเรือนจำเป็นแนวทางที่น่าชื่นชม ช่วยลดความเครียดและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

อิ๊งค์เผยภาพครอบครัว หลังทักษิณเข้าเรือนจำ

“แพทองธาร” เผยภาพถ่ายครอบครัวครั้งแรก หลัง “ทักษิณ ชินวัตร” เข้าเรือนจำ พร้อมลูกทั้ง 3 คน “โอ๊ค เอม อิ๊งค์” และลูกเขย-ลูกสะใภ้ เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกัน บอกพ่อสบายดี ฝากความเป็นห่วงถึงทุกคน

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพถ่ายครอบครัวผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวในช่วงที่เข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดา ซึ่งภายในภาพประกอบด้วย นายทักษิณ ในเสื้อนักโทษสีฟ้า ตัดผมสั้นตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และลูกๆ ทั้ง 3 คน คือ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวคนกลาง, น.ส.แพทองธาร บุตรสาวคนเล็ก รวมถึงลูกเขย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของ น.ส.แพทองธาร และลูกสะใภ้ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยาของนายพานทองแท้

น.ส.แพทองธาร โพสต์ภาพมือของตนเองขณะถือภาพถ่ายดังกล่าว และระบุข้อความว่า “เกือบ 2 ชั่วโมงที่เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ วันนี้ทางเรือนจำ จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิด ให้ญาติๆ ได้เข้ามาเจอกัน กอดกัน ทานข้าวด้วยกัน แบบไม่ต้องคุยโทรศัพท์ผ่านกระจก ได้เดินตลาดย่อมๆ ที่พี่ๆ น้องๆ ในเรือนจำทำอาหาร ทำศิลปะมาขาย ได้มีโอกาสอุดหนุนหลายร้านอยู่ค่ะ แว๊บนึง รู้สึกเหมือนกลับไปเป็น ด.ญ.แพทองธาร เดินจับมือคุณพ่อ และพี่ๆ เดินตลาดกันแบบตอนเด็กๆ (จริงๆ พ่อจะชอบตลาดสดมาก เพราะได้เลือกเอง ตามเมนูที่จะทำให้ที่บ้านทานตอนวันอาทิตย์)” ก่อนระบุทิ้งท้ายด้วยว่า “ถึงคนที่เป็นห่วงคุณพ่อ ท่านสบายดี รับรู้ถึงความรักความห่วงใย และฝากความเป็นห่วงถึงทุกๆ คนค่ะ”

อิ๊งค์เผยภาพครอบครัว หลังทักษิณเข้าเรือนจำ

หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าเรือนจำ ภาพครอบครัวที่อบอุ่นนั้นหาชมได้ยาก แต่ล่าสุด “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร ได้เผยภาพถ่ายครอบครัวที่อบอุ่นหัวใจ ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างการเยี่ยมคุณพ่อทักษิณภายในเรือนจำ ถือเป็นภาพครอบครัวครั้งแรกที่เปิดเผยต่อสาธารณชนหลังจากท่านถูกคุมขัง

ภาพครอบครัว “อิ๊งค์” หลังทักษิณเข้าเรือนจำ

ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันของครอบครัวชินวัตร แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากเดิม แต่ความอบอุ่นในครอบครัวยังคงอยู่ครบถ้วน ลูกๆ ทั้งสามคน รวมถึงลูกเขยและลูกสะใภ้ ต่างพร้อมหน้าพร้อมตาให้กำลังใจคุณพ่อ

นอกจากภาพถ่ายแล้ว ข้อความที่ “อิ๊งค์” ได้โพสต์ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงและความรักที่เธอมีต่อคุณพ่อทักษิณ เธอกล่าวว่าคุณพ่อสบายดีและฝากความเป็นห่วงมายังทุกคนที่ให้กำลังใจ

การที่ “อิ๊งค์” เผยภาพครอบครัวหลังทักษิณเข้าเรือนจำครั้งนี้ สร้างความประทับใจให้กับหลายๆ คนที่ติดตามข่าวสารของครอบครัวชินวัตร หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจและส่งความปรารถนาดีให้กับนายทักษิณและครอบครัว

การเยี่ยมญาติในเรือนจำครั้งนี้ ไม่ใช่เเค่การไปเยี่ยมให้กำลังใจ เเต่เหมือนเป็นการเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัวถึงเเม้สถานที่จะเเตกต่างอย่างมาก

ภาพที่ “อิ๊งค์” เผยแพร่ออกมา สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันเเหน่นเเฟ้นของคนในครอบครัวที่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ความรักความห่วงใยก็ยังคงอยู่ เหมือนที่ “อิ๊งค์” บอกว่าเหมือน “ได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ” เเละเป็นกำลังใจให้คุณพ่อ

เรื่องราวของครอบครัวชินวัตรยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และภาพครอบครัวที่ “อิ๊งค์” ได้เผยแพร่ออกมานั้น ก็เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่ทำให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว

“อิ๊งค์” เผยภาพครอบครัวหลังทักษิณเข้าเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัวที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ครอบครัวก็ยังคงเป็นกำลังใจให้กันเสมอ

ที่มา – “อิ๊งค์” เผยภาพครอบครัวครั้งแรก หลัง “ทักษิณ” เข้าเรือนจำ ฝากความเป็นห่วงถึงทุกคน

เอมเผย ทักษิณเสียใจ! อสส.จ่ออุทธรณ์ ม.112

“เอม พินทองทา” เผย “ทักษิณ ชินวัตร” เสียใจเจ็บช้ำ อัยการสูงสุดจ่อยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 ลั่นสู้ต่อถ้ายังไม่ได้รับความยุติธรรม “โอ๊ค พานทองแท้” ขอบคุณกำลังใจที่มอบให้ครอบครัว รับทำให้จิตตกพอควร

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกสาวและลูกชายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยานายพานทองแท้ เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม

ต่อมาเวลา 13.35 น. น.ส.พินทองทา กล่าวภายหลังจากการเยี่ยม นายทักษิณ ว่า “ท่านก็เสียใจ เจ็บช้ำ จากกรณีที่อัยการสูงสุดจะยื่นอุทธรณ์คดีมาตรา 112” เมื่อถามว่านายทักษิณจะมีวิธีการต่อสู้คดีอย่างไร น.ส.พินทองทา ตอบว่า “เรื่องนี้ก็คงต้องคุยและวางแผนกัน ต้องสู้ค่ะ เพราะว่าถ้าเกิดเรายังไม่ได้รับความยุติธรรม เราก็ต้องสู้ต่อค่ะ แต่ว่าจุดนี้ก็ยังเป็นห่วงเรื่องความรู้สึกคุณพ่อ เพราะว่าท่านอยู่ในนี้ ก็ไม่ได้มีใครอยู่กับท่านเลย พวกเราก็ได้แต่ส่งกำลังใจ อันนี้มันก็เพิ่งวันนี้ ที่เราโชคดีที่ได้เข้ามาเยี่ยมคุณพ่อ ที่คุณพ่อได้เจอกับครอบครัวในวันนี้”

ผู้สื่อข่าวถามต่อ เป็นเรื่องที่กระทบจิตใจครอบครัวมากใช่หรือไม่ เพราะว่านายทักษิณ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วแต่ยังถูกคำสั่งอุทธรณ์กลับ นายพานทองแท้ ตอบว่า ก็เป็นเรื่องที่ทำให้จิตตกพอสมควร แต่ว่าเราขอบคุณทุกกำลังใจที่มีกับครอบครัวเรา อย่างไรก็ตามเมื่อให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น น.ส.พินทองทา พร้อมด้วย นายพานทองแท้ และ น.ส.ณัฐฐิญา ได้เข้าไปทักทายประชาชนที่เข้ามาให้กำลังใจ และเดินทางกลับทันที.

เอมเผย ทักษิณเสียใจ! อสส.จ่ออุทธรณ์ ม.112

จากกรณีข่าวที่เกิดขึ้น เอม พินทองทา ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการที่อัยการสูงสุดเตรียมยื่นอุทธรณ์คดีมาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีการติดตามอย่างใกล้ชิดจากประชาชนและสื่อมวลชน

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อจิตใจของนายทักษิณและครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงสถานะของนายทักษิณที่อยู่ในระหว่างการถูกคุมขัง การที่อัยการสูงสุดตัดสินใจยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าวจึงยิ่งเพิ่มความกดดันและความเครียดให้กับนายทักษิณและคนใกล้ชิด

ความรู้สึกของครอบครัวชินวัตรต่อกรณี อสส. จ่ออุทธรณ์ ม.112

นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับครอบครัว พร้อมยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้จิตใจหดหู่พอสมควร การที่สมาชิกในครอบครัวต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของทุกคน

น.ส.พินทองทา กล่าวถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้คดี โดยยืนยันว่าจะสู้ต่อไปหากยังไม่ได้รับความยุติธรรม การต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และความถูกต้องเป็นสิ่งที่ครอบครัวชินวัตรให้ความสำคัญมาโดยตลอด และพวกเขายังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มที่

คดีมาตรา 112 เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การที่อัยการสูงสุดตัดสินใจยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและระมัดระวัง ทั้งในแง่ของข้อกฎหมายและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมโดยรวม

การดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 จำเป็นต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมและสามารถยอมรับผลการตัดสินที่เกิดขึ้นได้ การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นและนำเสนอข้อโต้แย้งอย่างเต็มที่ จะช่วยสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

ในขณะที่การต่อสู้คดีกำลังดำเนินต่อไป การให้กำลังใจและสนับสนุนซึ่งกันและกันภายในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่สมาชิกในครอบครัวชินวัตรยังคงยืนหยัดเคียงข้างกันและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความสามัคคีที่พวกเขามี

การติดตามความคืบหน้าของคดีและการแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์ เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถทำได้เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เคารพสิทธิและเสรีภาพของทุกคน การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและรับผิดชอบ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณและครอบครัวชินวัตรเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับสังคมไทย ในการพิจารณาถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน การสร้างสังคมที่เคารพกฎหมายและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคน เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

การที่เอม พินทองทา ออกมาเปิดเผยความรู้สึกของนายทักษิณ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่สำคัญไปยังสังคมว่า ครอบครัวชินวัตรยังคงให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมและพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจว่า กระบวนการยุติธรรมควรเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเสมอภาค เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความคุ้มครองและสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่ การสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสังคมที่สงบสุขและมั่นคง

เอมเผย ทักษิณเสียใจ! อสส.จ่ออุทธรณ์ ม.112 เป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรมในที่สุด

ที่มา – “เอม” เผย “ทักษิณ” เสียใจเจ็บช้ำ อสส. จ่อยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 “โอ๊ค” ขอบคุณทุกกำลังใจ

Scroll to top