เลขาธิการพรรคประชาชน

“ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน

วันนี้เรามีเรื่องน่าสนใจจากวงการการเมืองไทยมาอัปเดตกันครับ โดยเฉพาะเหตุการณ์สุดฮาที่แฟนคลับหรือที่เรียกกันว่า “ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน – ส้มใส่กล่องมอบ “เท้ง – จ้อน” เจ้าตัวขำ หลังจากการประชุมใหญ่ของพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่มีเซอร์ไพรส์จากผู้สนับสนุนมาฝากหัวหน้าพรรคและเลขาธิการคนใหม่แบบไม่คาดคิด

“ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน – ส้มใส่กล่องมอบ “เท้ง – จ้อน” เจ้าตัวขำ

เริ่มจากผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชน ที่มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต ส.ส.นครปฐม เข้ามาเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และนางสาวภคมน หนุนอนันต์ เป็นโฆษกพรรค นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่าการประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้ง

นายพิจารณ์ ในฐานะเลขาธิการคนใหม่ ได้เปิดใจแบบเป็นกันเองว่า ไม่กดดันกับตำแหน่งนี้เลยครับ เพราะได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ ในพรรค เขาจะมุ่งต่อยอดนโยบายที่ประชุมเห็นชอบ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกภาคส่วนของพรรค ทุกการทำงานจะถามเสมอว่า “พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อะไร?” ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ทีมจังหวัด หรือเครือข่าย ต้องสอดประสานกัน ติดอาวุธด้วยกฎหมายและกลไกรัฐสภา เพื่อผลักดันทั้งในและนอกสภาให้ไร้รอยต่อ

เป้าหมายหลักของพรรคประชาชนหลังแต่งตั้งเลขาฯใหม่

สำหรับการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. พิจารณ์ย้ำว่าต้องเร่งให้เร็วขึ้น โดยเลือกแคนดิเดตที่มีทีมงานแข็งแกร่งในพื้นที่ เพื่อปูทางสู่ชัยชนะเลือกตั้ง แต่สุดท้ายคือการแก้ปัญหาให้ประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน หรือใช้กลไกสภาแก้กฎหมายให้ดีขึ้น นอกจากนี้ เขายังมองสถานการณ์ “นิติสงคราม” ที่เกิดขึ้นเป็นโอกาส ใช้ 10 ส.ส. ที่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ ขับเคลื่อนพรรคให้มีพลัง

เรื่องวางรากฐานพรรค พิจารณ์เน้นย้ำให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น สร้างประเทศไทยที่ดีกว่า ถ้าทุกคนมองเป้าหมายเดียวกัน อุปสรรคอย่างการแย่งชิงอำนาจก็จะก้าวข้ามได้ง่ายๆ

  • แต่งตั้งเลขาธิการพรรค: นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
  • คณะกรรมการบริหาร: น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา
  • โฆษกพรรค: นางสาวภคมน หนุนอนันต์

หลังสัมภาษณ์เสร็จ ผู้สนับสนุนที่เรียกตัวเองว่า “ด้อมส้ม” ก็หอบของขวัญสุดพิเศษมาแจก นั่นคือ ยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน พร้อมคาถาชนะมาร ใส่กรอบสวยงาม และที่เด็ดสุดคือผลส้มสดๆ บรรจุในกล่องใส มอบให้ “เท้ง” (นายณัฐพงษ์) และ “จ้อน” (นายพิจารณ์) ทำเอาทุกคนฮือฮา

ผู้สื่อข่าวแซวทันทีว่า “ส้มในกล่องเหมือนของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในทำเนียบหรือเปล่า?” นายณัฐพงษ์ ไม่ตอบตรงๆ แต่ยิ้มกริ่มแล้วขำกลบเกลื่อน สร้างโมเมนต์น่ารักๆ ให้แฟนๆ พรรคยิ้มตาม เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างการเมืองจริงจังกับความสนุกสนานจากผู้สนับสนุนได้อย่างลงตัว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของแฟนคลับพรรคประชาชนที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะยันต์กันมารหรือส้มนำโชค ก็พร้อมหนุนหลังผู้นำให้ก้าวไปข้างหน้า ในยุคที่การเมืองไทยเต็มไปด้วยความท้าทาย พรรคนี้ดูจะมีทั้งวิสัยทัศน์ชัดเจนและความอบอุ่นจากฐานเสียง

คุณคิดยังไงกับโมเมนต์ “ส้มใส่กล่อง” นี้? มันจะกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของพรรคประชาชนหรือเปล่า? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองอื่นๆ จากเรา!

ที่มา – “ด้อมส้ม” หอบยันต์ชนะมาร รุ่นประชาชน – ส้มใส่กล่องมอบ “เท้ง – จ้อน” เจ้าตัวขำ

“เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค

ในวันที่ 26 เมษายน 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพฯ โดยมีแกนนำและสมาชิกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ข่าวสำคัญที่ทุกคนจับตาคือ “เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อขับเคลื่อนพรรคสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

“เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป ขณะที่นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ขยับขึ้นมานั่งเลขาธิการพรรคแทนนายศรายุทธิ์ ใจหลัก ที่ลาออก นอกจากนี้ยังมีน.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต ส.ส.นครปฐม เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการประชุมที่เน้นการสร้างความชัดเจนทั้งบุคลากร การทำงาน และทิศทางพรรค

การสัมมนาและตกผลึกความคิดก่อนประชุมใหญ่

ก่อนเข้าสู่การประชุมอย่างเป็นทางการ พรรคได้จัดการสัมมนาร่วมกัน 2 วัน โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การพูดคุยไม่ได้จำกัดแค่ปัญหาภายในพรรค แต่ครอบคลุมปัญหาและอนาคตของประเทศ พรรคประชาชนมุ่งเป็นยานพาหนะแห่งการเปลี่ยนแปลง สร้างสังคมที่ดีกว่า จากเสียงสะท้อนหลังเลือกตั้ง พรรคได้สร้างความชัดเจน 3 ประการ ได้แก่ บุคลากร การทำงาน และอุปสรรคสำคัญของชาติ พร้อม 4 หมุดหมายหลักในปี 2569

สำหรับบุคลากร มี 10 ส.ส. ต่อยอดปฏิบัติหน้าที่ในสภา คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ชัดเจนแล้ว พรรคไม่เลือกทางใดทางหนึ่งระหว่างเชิงกระแสหรือทำงานพื้นที่ แต่ทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน เน้นทำงานทางความคิดทั้งภายในและภายนอกอย่างเข้มข้น

4 หมุดหมายสำคัญของพรรคประชาชน

นายณัฐพงษ์ ชี้แจง 4 หมุดหมายที่พรรคจะนำเสนอต่อประชาชน:

  • เปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงา เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะรัฐบาล
  • ขับเคลื่อนกรรมาธิการ 9 คณะ ชื่นชมทีมเจรจาที่ทำให้ได้คณะกรรมาธิการดีเยี่ยม ขับเคลื่อนประเด็นในสภา
  • ทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ ตั้งทีมตั้งเป้าเอาชนะเลือกตั้ง เคาะผู้สมัครภายในกรกฎาคม เพื่อนำเสนอนโยบายและปลูกฝังความคิด
  • เลือกตั้งท้องถิ่น เดินหน้าลำพูนโมเดล สนามพัทยา กทม. เคาะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เร็วๆ นี้

การทำงานพื้นที่เน้นชวนประชาชนเป็นเจ้าของประเด็น ไม่ใช่แจกของสร้างบุญคุณ แต่รับใช้และแก้ปัญหาร่วมกัน พรรคชี้ว่าอุปสรรคใหญ่ของไทยไม่ใช่วิกฤติภายนอก แต่เป็นระบอบการเมืองอุปถัมภ์ มุ้งใหญ่ องค์กรอิสระ ส.ว. และราชการไม่โปร่งใส พรรคจะล็อกเป้าและชี้เป้าให้ชัดเจน

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นรักษาสปิริต วินัย และเอกภาพ ท่ามกลางสงครามเฟกนิวส์ในยุคโซเชียล มีเดีย การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคมวลชนที่ทุกคนมีส่วนกำหนดทิศทาง

การปรับโครงสร้าง “เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค ถือเป็นก้าวสำคัญที่เสริมความแข็งแกร่งให้พรรค พร้อมลุยตรวจสอบรัฐบาลและปั้นผู้สมัครทั่วประเทศ ในมุมมองของผู้เขียน การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้พรรคตอบโจทย์ประชาชนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการต่อสู้กับระบอบกินรวบ ติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข่าวการเมืองร้อนแรง

ที่มา – “เท้ง” ไปต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาชน “พิจารณ์” ขยับนั่งเลขาธิการพรรค

เลขา ปชน. ขอโทษ ปมอดีตผู้สมัครถูกศาลสั่งจำคุก คดีข่มขืน

เลขา ปชน. ขอโทษ ปมอดีตผู้สมัครถูกศาลสั่งจำคุก คดีข่มขืนกระทำชำเรา กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเมืองไทย เมื่อเลขาธิการพรรคประชาชนออกมาขอโทษประชาชนอย่างเป็นทางการ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสินให้นายธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร ส.ส. มหาสารคาม เขต 1 ของพรรค มีความผิดจริงในคดีร้ายแรงนี้ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความฮือฮา แต่ยังเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับพรรคการเมืองทุกพรรคในการคัดเลือกผู้สมัคร

เลขา ปชน. ขอโทษ ปมอดีตผู้สมัครถูกศาลสั่งจำคุก คดีข่มขืนกระทำชำเรา

เมื่อเวลา 19.13 น. วันที่ 19 ก.พ. 2569 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยยอมรับในฐานะผู้บริหารพรรคว่ามีความผิดพลาดในการตัดสินใจส่งผู้สมัครรายนี้ลงแข่งขันเลือกตั้ง พรรคยึดหลักสันนิษฐานว่าผู้สมัครเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องมาแล้ว และคดียังอยู่ในขั้นตอนศาลฎีกา

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลฎีกาตัดสินลงมาแล้วว่า นายธีระวัฒน์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ข่มขืนกระทำชำเรา เลขาธิการพรรคจึงน้อมรับผิดชอบทั้งหมด โดยกล่าวว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของพรรคประชาชนในการพิจารณาคัดสรรผู้สมัครลงรับเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ที่ต้องใช้มาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองของพรรคที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจและเชื่อมั่นต่อพรรคประชาชน”

รายละเอียดคดีและกระบวนการยุติธรรม

คดีของนายธีระวัฒน์ พรรณะ เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งใหญ่ โดยผู้เสียหายเป็นหญิงสาวที่ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์เห็นว่าขาดพยานหลักฐาน จึงยกฟ้อง แต่ศาลฎีกาเห็นต่าง โดยพิจารณาว่ามีความผิดจริง สั่งจำคุกรอลงอาญาหรือจำคุกตามที่ศาลกำหนด พรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้ส่งนายธีระวัฒน์ลงสู้ศึกในเขตมหาสารคาม เขต 1 โดยเชื่อมั่นในคำตัดสินชั้นต้น

บทเรียนสำคัญที่เลขา ปชน. ขอโทษและพรรคนำไปใช้

นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เน้นย้ำว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคและตัวแทนคณะกรรมการสรรหา ขอโทษต่อประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบอีกครั้ง พรรคจะปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกดังนี้

  • ตรวจสอบประวัติผู้สมัครอย่างละเอียดยิ่งขึ้น รวมถึงคดีที่อยู่ระหว่างอุทธรณ์
  • กำหนดมาตรฐานจริยธรรมสูงกว่ากฎหมาย เช่น หลีกเลี่ยงคดีร้ายแรงแม้ยังไม่ถึงที่สุด
  • เพิ่มการสัมภาษณ์และตรวจสอบจากบุคคลอ้างอิง
  • จัดอบรมจริยธรรมให้ผู้สมัครทุกคนก่อนลงสนาม

กรณีเลขา ปชน. ขอโทษ ปมอดีตผู้สมัครถูกศาลสั่งจำคุก คดีข่มขืนกระทำชำเรา นี้ สะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบการเมืองไทยที่พรรคการเมืองมักเผชิญ โดยเฉพาะพรรคใหม่ที่ต้องการผู้สมัครจำนวนมากเพื่อลงทุกเขต การตรวจสอบประวัติไม่ละเอียดอาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อภาพลักษณ์ พรรคประชาชนซึ่งก่อตั้งมาไม่นาน กำลังพยายามสร้างฐานเสียงในฐานะพรรคที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง การออกมาขอโทษอย่างรวดเร็วของนายศรายุทธิ์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์พรรคประชาชน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ พรรคประชาชนกำลังเป็นที่จับตาในฐานะพรรคทางเลือก แต่ประเด็นคดีข่มขืนซึ่งเป็นคดีที่สังคม sensitive สูง อาจทำให้สูญเสียคะแนนนิยมในพื้นที่มหาสารคามและระดับชาติ นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า พรรคควรเร่งสื่อสารโปร่งใสเพื่อลดผลกระทบ นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้พรรคอื่นๆ ทบทวนกระบวนการสรรหาเช่นกัน

ในมุมมองของผู้เขียน การที่เลขา ปชน. ขอโทษอย่างตรงไปตรงมา แสดงถึงความรับผิดชอบที่แท้จริง ซึ่งหายากในวงการเมืองไทย สิ่งนี้จะช่วยให้พรรคเติบโตได้ในระยะยาว หากนำบทเรียนไปปรับใช้จริง

คุณคิดอย่างไรกับกรณีเลขา ปชน. ขอโทษ ปมอดีตผู้สมัครถูกศาลสั่งจำคุก คดีข่มขืนกระทำชำเรา นี้? พรรคการเมืองควรมีมาตรฐานอะไรในการคัดเลือกผู้สมัคร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกนี้เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – เลขา ปชน. ขอโทษ ปมอดีตผู้สมัครถูกศาลสั่งจำคุก คดีข่มขืนกระทำชำเรา

ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด ป้อง ‘เท้ง’

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวการเมืองสายอัพเดท! วันนี้เรามีข่าวใหญ่จาก ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด หลังประชุมใหญ่ในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้เลยนะครับ โดยเฉพาะประเด็นป้อง “เท้ง” หรือนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ถูกจี้ให้ลาออกจากนางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส. พรรค เดียวกัน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ออกมาแถลงชี้แจงแบบชัดๆ ว่าพรรคกำลังปรับโครงสร้างใหญ่เพื่อรับมืออนาคต โดยเฉพาะคดี 44 ส.ส. และผลการเลือกตั้งล่าสุด

ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด หลังประชุมใหญ่ มี.ค.-เม.ย.

ตามที่นายศรายุทธิ์เผยเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนจะจัดประชุมใหญ่และสัมมนา ส.ส. กับผู้สมัครทั้ง 500 เขตในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ซึ่งเป็นโอกาสทองในการ ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด เลยครับ ตอนนี้ทีมบริหารกำลังคุยกันว่าจะปรับรูปแบบไหน แต่ยังไม่สรุป เพราะโฟกัสปัญหาการเลือกตั้งก่อน โดยเลขาฯ ยืนยันพร้อมลาออกตามสัญญา ถ้าได้ ส.ส. ไม่ถึง 200 คน เหมือนที่เคยประกาศตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนมาถึงประชาชน

ส่วนเลขาธิการคนใหม่ จะไม่ใช่ ส.ส. เพราะต้องทุ่มเทเวลาเต็มที่บริหารพรรคหลังบ้าน มีข่าวลือว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” อาจขึ้นนั่งหัวหน้าพรรค ถ้านายณัฐพงษ์ต้องหยุดหน้าที่จากอุปสรรค เช่น การเป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่พรรคยังไม่ล็อกสเปค และยังไม่คุยกับพรรคประชาธิปัตย์เรื่องร่วมมือกันครับ

ศรายุทธิ์ ป้อง “เท้ง” แน่น แม้ถูกจี้ลาออก

กรณีที่ “ธิษะณา” ออกมาวิพากษ์นายณัฐพงษ์และเรียกร้องให้ลาออก เลขาฯ ชี้แจงว่าคณะกรรมการบริหารชุดนี้เพิ่งทำงานปีกว่าๆ เท่านั้น และชื่นชม “เท้ง” ว่ามีทักษะบริหารดี ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาได้แจ่มๆ “ถ้าบอกคุณเท้งบริหารไม่ดี ผมไม่เห็นด้วย พรรคโตจาก 80 เป็น 150 คน เปลี่ยนผู้บริหารกะทันหัน มันไม่ง่าย แต่ภาพรวมพรรคเข้มแข็งขึ้นมาก” นายศรายุทธิ์ย้ำชัด

ปัญหาการเลือกตั้งและการเรียกร้องความโปร่งใส

นอกจาก ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด แล้ว ยังมีประเด็นร้อนเรื่องการเลือกตั้ง เลขาฯ เรียกร้องให้ กกต. เปิดข้อมูลคะแนนเร็วๆ โดยเฉพาะแบบ 5/18 ที่ กกต. มีอยู่แล้ว ทำไมไม่เปิด? โดยเฉพาะคะแนนต่างกันระหว่างบัญชีรายชื่อกับแบ่งเขต เพื่อความโปร่งใส ป้องปัญหาบานปลาย ตอนนี้กำลังรวบรวมปัญหานับคะแนนแต่ละเขต อาจยื่นให้นับใหม่ได้เลยครับ

  • ข้อมูลคะแนนแบบ 5/18 ต้องเปิดเผยทันที
  • ตรวจสอบคะแนนแบ่งเขต vs บัญชีรายชื่อ
  • รวบรวมหลักฐานยื่น กกต. นับใหม่ หากจำเป็น
  • ถอดบทเรียนเพื่อยุทธศาสตร์เลือกตั้งหน้า

สรรหาคนใหม่และแผนอนาคต

เรื่องสรรหาเลขาฯ คนใหม่ยังไม่เริ่ม มีเวลาอีกเยอะ คนที่เหมาะต้องมีเวลาทุ่มเทเต็มที่ ไม่ว่าจะอดีต ส.ส. หรือใคร ก็ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในพรรค ต้องคุยกันให้จบก่อนถึงจะเสนอชื่อ ส่วนภาพรวม พรรคจะถอดบทเรียนจากเลือกตั้งนี้ ทำทุกครั้งหลังเลือกตั้ง เพื่อปรับบริหารให้ดีขึ้น คาดว่าสัมมิน่าจะมีแผนชัดเจนสำหรับครั้งหน้า

สรุปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนยังเข้มแข็งและพร้อมปรับตัว แม้จะมีแรงกดดันจากภายนอกหรือภายในก็ตาม มันเป็นสัญญาณดีสำหรับแฟนๆ พรรคก้าวหน้า ถ้าปรับได้ทัน จะยิ่งแข็งแกร่งในการสู้ครั้งต่อไป คุณล่ะคิดเห็นยังไงกับ ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด นี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยสิครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลย!

ที่มา – ปชน. เตรียมเปลี่ยน กก.บห. ทั้งชุด หลัง มี.ค.-เม.ย. นี้ ป้อง “เท้ง” หลังถูกจี้ลาออก

Scroll to top