เลือกตั้งนอกเขต

ไอซ์ หลั่งน้ำตา สาบานปกป้องความหวัง ปชช.

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองที่กำลังร้อนแรงสุดๆ กับเหตุการณ์สุดซึ้งที่ “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช. น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือที่แฟนๆ รู้จักในชื่อ “ไอซ์ รักชนก” ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชน (ปชน.) เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นเวทีสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง “เปลี่ยนประเทศไทย” ที่ทำให้หลายคนน้ำตาซึม รวมถึงตัวไอซ์เองด้วย!

“ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช.

บนเวทีนั้น ไอซ์เล่าประสบการณ์ชีวิตจริงจากคนที่เกิดมาในสังคมไทยแบบเราทุกคน โดยเฉพาะคนที่เรียนโรงเรียนรัฐหรือเติบโตในชุมชนแออัด เธอพูดถึงปัญหาหนักๆ ที่เราเจอมาตลอดชีวิต เช่น ยาเสพติด เด็กท้องก่อนวัยเรียน เด็กยากจนหลุดจากระบบศึกษา และที่แย่กว่านั้นคือ เราถูกปลูกฝังให้เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้คือ “เรื่องปกติ” หรือ “บุญกรรม” ไม่มีใครแก้ได้!

ไอซ์ รักชนก หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช.

ไอซ์บอกว่า เราเห็นโรงเรียนใหญ่ๆ สนามกีฬากว้างขวาง ก็คิดว่าตัวเอง “ซวย” ที่เกิดยากจน แต่จริงๆ มันไม่ใช่! พ่อแม่พี่น้องเราออกไปทำงาน สูดฝุ่น PM2.5 ทุกวัน คิดว่าปีหน้าจะดีขึ้น แต่ไม่มีใครแก้จริงจัง ประกันสังคมที่เราส่ง ก็ได้สิทธิ์แบบ “อนาถา” รักษาแบบเจียดๆ และพอแก่ก็ได้สวัสดิการแบบเดียวกัน แล้วเราก็บอกตัวเองว่า “ทำบุญเยอะๆ ชาติหน้าค่อยรวย”

ไอซ์ชี้แจง: ไม่ใช่บุญกรรม แต่เป็นรัฐบาลไร้เจตจำนง

ไอซ์ย้ำชัดว่า ปัญหาทั้งหมดตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ใช่บุญกรรม แต่เพราะ “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช. อยู่ในยุครัฐบาลที่ไม่จริงใจช่วยประชาชน รัฐบาลดีต้องมี “เจตจำนง” ชัดเจน กระจายอำนาจ กระจายงบไปต่างจังหวัด ไม่ให้คนกรูเข้ากรุงเทพฯ แย่งงาน แย่งชีวิต

พรรคประชาชนที่สืบจากอนาคตใหม่-ก้าวไกล เสนอการเปลี่ยนแปลงแบบ “ธรรมดา” ในประเทศเจริญแล้ว เช่น ระบบศึกษาที่ไม่ทิ้งเด็กจน ทุกคนขึ้นสู่เศรษฐกิจดีโดยไม่โดนทุนใหญ่ขูดรีด ไม่มีนายทุนห้องแอร์ขายแข่งคนตัวเล็ก ระบบยุติธรรมเท่าเทียมต่อหน้ากฎหมาย

ไอซ์ รักชนก ปราศรัยพรรคประชาชน
  • ปัญหาหลักที่ไอซ์หยิบยก: ยาเสพติด, เด็กท้องวัยเรียน, เด็กจนหลุดร.ร., ฝุ่น PM2.5, ประกันสังคมอ่อนแอ, สวัสดิการผู้สูงอายุไม่พอ
  • การบิดเบือนจากกลุ่ม 1% ที่ครองทรัพยากร อำนาจราชการ ใบอนุญาต
  • การยุบพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล แม้ทำงานหนัก ส.ส.ลงมติมากที่สุด แต่คนซื้อเสียงกลับรอด
  • ยกตัวอย่าง ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับทุกพรรคซื้อเสียง แต่พรรคประชาชนขอทานข้าวเช้า!

ไอซ์ตั้งคำถามว่า “เราทำอะไรผิด? แค่ต้องการหลุดจากระบบอำนาจเก่า ให้ประชาชนตั้งรัฐบาลเอง” และในตอนจบ น้ำตาไหลพราก สาบานต่อหน้าประชาชน ถ้ายังมีชีวิตและเป็น ส.ส. จะทำทุกอย่างปกป้องความฝันที่แบกไว้ ปลุก “ด้อมส้ม” ส่ง “เท้ง” (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) เข้าสภา ตั้งรัฐบาลประชาชน

ไอซ์ รักชนก สาบานต่อประชาชน

เพื่อนๆ คิดดูสิ การปราศรัยครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็น “ความหวัง” จริงๆ ของคนตัวเล็กที่อยากเห็นรัฐบาลทำงานเต็มที่ ไม่โกง ไม่ทุจริต กระจายความเจริญทั่วประเทศ มีรัฐธรรมนูญเป็นธรรม องค์กรอิสระรับใช้ประชาชน “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช. คือสัญญาลูกผู้ชาย (ผู้หญิง?) ที่เราต้องช่วยกันทำให้เป็นจริง!

ในมุมมองผม การเปลี่ยนแปลงที่พรรคประชาชนเสนอคือสิ่งที่ไทยต้องการมานาน ถ้าคุณเบื่อระบบเก่าๆ ที่เอื้อคนรวย มาลองสนับสนุนดู วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ กดคะแนนให้พรรคสีส้ม สร้างกำแพงเหล็กทองแดงปกป้องความฝันเรา!

คุณคิดยังไงกับคำสาบานของไอซ์? พร้อมส่งเท้งเป็นนายกฯ หรือยัง? Comment ด้านล่างมาแชร์กันเลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านนะ!

ที่มา – “ไอซ์” หลั่งน้ำตา สาบานถ้ายังมีชีวิตเป็น สส. จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความหวัง ปชช.

“แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาไม่ถูกกล่าวหา

การเลือกตั้ง ส.ส. ในประเทศไทยถือเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งล่วงหน้าที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผู้มีส่วนร่วมอย่างคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ซึ่งเป็นจิตอาสาผู้เสียสละ กลับถูกโจมตีด้วยข้อกล่าวหาต่างๆ นานา ล่าสุด “แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมือง

“แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดยใช้หัวข้อ “ปกป้องความจริง…กปน. อาสาสมัครเพื่อประชาธิปไตย” เขาเน้นย้ำว่า การทำงานในหน้าที่นี้มีเพื่อนสนิทเพียงสองอย่าง คือ กฎหมาย และ ความจริง กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติอย่างเที่ยงตรง ส่วนความจริงคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำ

บทบาทสำคัญของ กปน. จิตอาสาเพื่อประชาธิปไตย

“แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. โดยชี้ว่า กปน. คือกำลังสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ โดยเป็นประชาชนในเขตเลือกตั้งทั่วไปที่มีจิตอาสาเพื่อประชาธิปไตย ในแต่ละครั้งของการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งล่วงหน้าและวันจริง ต้องใช้ กปน. เกือบ 2 ล้านคน เพื่อบริการผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53 ล้านคนทั่วประเทศ

แม้จะมีความผิดพลาดบ้าง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในหน่วยเลือกตั้งกว่า 1 แสนหน่วย มีข้อผิดพลาดไม่เกิน 50 หน่วยเท่านั้น โดยทำงานต่อเนื่องกว่า 15 ชั่วโมงท่ามกลางความกดดัน หากผิดพลาดจากความไม่ตั้งใจ สำนักงาน กกต. จะรับผิดชอบ แต่หากเจตนาก่อให้การเลือกตั้งไม่สุจริต ผู้กระทำต้องรับผลตามกฎหมาย

  • กปน. เป็นจิตอาสาที่มีหัวใจบริการประชาชน
  • จำนวนมหาศาลเกือบ 2 ล้านคน ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • ทำงานหนักต่อเนื่องนาน โดยแทบไม่มีเวลาพัก
  • ข้อผิดพลาดจริงน้อยมาก เมื่อเทียบกับขนาดงาน

ข้อกล่าวหาเกือบ 100 ราย แต่ผิดจริงไม่ถึง 10

ในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 มีข้อกล่าวหาต่อ กปน. และ กกต. กว่า 100 เรื่อง โดยอ้างว่าจัดการเลือกตั้งไม่เรียบร้อย แต่หลังตรวจสอบเบื้องต้น พบผิดพลาดจริงไม่ถึง 10 เรื่องเท่านั้น สิ่งที่ผิดพลาด กกต. ยอมรับและขอโทษ พร้อมปรับปรุงทันที

อย่างไรก็ตาม การกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริงถือเป็นการไม่เป็นธรรมต่อจิตอาสาเหล่านี้ ซึ่งทำงานด้วยความเสียสละ มันกระทบจิตใจผู้ทำงานที่ถูกต้อง และบังคับให้รับผิดชอบต่อคำกล่าวหาเท็จ นายแสวงย้ำว่า กกต. มีหน้าที่ ปกป้องความจริง และ ปกป้องคนทำงาน แม้มีการเบี่ยงเบนประเด็นหลังชี้แจง แต่ กกต. จะยืนหยัดปกป้องต่อไป

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาในสังคมการเมืองไทย ที่มักมี ข่าวลือและการโจมตี เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น จิตอาสา กปน. คือเสาหลักของการเลือกตั้ง หากถูกกล่าวหาเท็จซ้ำซาก จะทำให้ไม่มีใครอยากเข้ามามีส่วนร่วม ส่งผลเสียต่อคุณภาพประชาธิปไตยในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังสามารถขยายมุมมองได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบความโปร่งใสของ กกต. โดยรวม โดย กปน. ได้รับการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อลดข้อผิดพลาด ข้อมูลสถิติยืนยันว่าอัตราความผิดพลาดต่ำมาก เพียง 0.05% ของหน่วยทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยเยี่ยมเมื่อเทียบกับระบบใหญ่ขนาดนี้

สุดท้าย “แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนในการรักษาความยุติธรรม การปกป้องผู้ทำงานเพื่อชาติจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทย คุณเห็นด้วยหรือไม่? มาแสดงความคิดเห็นและแชร์บทความนี้เพื่อสนับสนุนจิตอาสาเลือกตั้งกันเถอะ มาร่วมสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงด้วยกัน

ที่มา – “แสวง บุญมี” โพสต์ปกป้อง กปน. ย้ำจิตอาสาผู้เสียสละ ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ

กกต. สรุปผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. 2569

กกต. สรุปจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน “เลือกตั้งล่วงหน้า” 1 กุมภาพันธ์ 2569 เรียบร้อยแล้วครับ รวมทั้งหมดกว่า 1.97 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งนี้ การเลือกตั้งล่วงหน้ามีความสำคัญมากสำหรับผู้มีสิทธิที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงได้ ไม่ว่าจะเพราะเดินทาง ทำงาน หรือเหตุผลอื่นๆ

กกต. สรุปจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน “เลือกตั้งล่วงหน้า” 1 กุมภาพันธ์ 2569

เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศตัวเลขผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ก่อนวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยกกต. สรุปจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน “เลือกตั้งล่วงหน้า” 1 กุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งสิ้น 1,974,009 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน

รายละเอียดจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน

กกต. ได้แยกรายละเอียดตัวเลขออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

  • ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ก่อนวันเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง: มีจำนวน 9,087 คน ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเขตแต่ต้องการลงคะแนนล่วงหน้า
  • ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ก่อนวันเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง: มีจำนวนมากที่สุดถึง 1,963,348 คน คิดเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของยอดรวม สาเหตุหลักน่าจะมาจากผู้มีสิทธิที่อาศัยหรือทำงานนอกเขตเลือกตั้ง
  • ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ก่อนวันเลือกตั้ง สำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ: มีจำนวน 1,574 คน ซึ่งกกต. จัดสถานที่พิเศษเพื่ออำนวยความสะดวก

จากตัวเลขเหล่านี้ จะเห็นว่าการลงคะแนนนอกเขตเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคปัจจุบันที่เคลื่อนไหวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามจังหวัด นักศึกษา หรือผู้ประกอบการ

ความสำคัญของการเลือกตั้งล่วงหน้าในปี 2569

การเลือกตั้งล่วงหน้า “เลือกตั้งล่วงหน้า” 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเลือกตั้งใหญ่ในปีนี้ ซึ่งช่วยลดปัญหาคอขวดในวันเลือกตั้งจริง และเพิ่มโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม กกต. ได้เตรียมความพร้อมอย่างดี ทั้งเรื่องสถานที่ บัตรเลือกตั้ง และมาตรการป้องกันโกง ทำให้ผู้มาใช้สิทธิรู้สึกมั่นใจ

หากเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ตัวเลขนี้ถือว่าสูง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ง่ายขึ้นผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของกกต. นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอำนวยความสะดวกสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น รถรับส่งสำหรับผู้พิการ และการลงคะแนนทางไปรษณีย์บางส่วน

วิเคราะห์ตัวเลขและแนวโน้มการเลือกตั้ง

จากที่กกต. สรุปจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงคะแนน “เลือกตั้งล่วงหน้า” 1 กุมภาพันธ์ 2569 ยอดรวมเกือบ 2 ล้านคน ถือเป็นสัญญาณบวกต่อประชาธิปไตยไทย แม้จะยังไม่ถึงเปอร์เซ็นต์สูงสุด แต่ก็แสดงถึงการตื่นตัวทางการเมือง โดยเฉพาะท่ามกลางประเด็นร้อนอย่างเศรษฐกิจ การเมืองท้องถิ่น และนโยบายรัฐบาล

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าตัวเลขนี้จะช่วยกระตุ้นให้วันเลือกตั้งจริงมีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นอีก หากกกต. ส่งเสริมผ่านสื่อโซเชียลและแคมเปญรณรงค์ต่อไป

ในมุมมองของผม ตัวเลขนอกเขตที่สูงมาก บ่งชี้ว่าประชาชนไทยให้ความสำคัญกับสิทธิทางการเมืองมากขึ้น แม้ชีวิตจะยุ่งเหยิงเพียงใด สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าระบอบประชาธิปไตยยังแข็งแกร่ง

คำแนะนำ: หากคุณพลาดโอกาสลงคะแนนล่วงหน้า อย่าลืมไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงนะครับ เสียงของคุณมีค่า! ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากกกต. เพื่อไม่พลาดอัปเดต

“ศุภมาส” ขอใช้สิทธิด้วยความกลัว ภท.ปักธงกทม.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคนที่สนใจการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. กรุงเทพมหานครครั้งนี้ ในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ดูแลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ออกมาแย้มแผนการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่จะจัดขึ้นพรุ่งนี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เรียกได้ว่าเป็นการปิดแคมเปญสุดอลังการเลยทีเดียว

“ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจและเป็นกันเอง โดยบอกว่าเวทีนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ใครสะดวกไปให้กำลังใจที่ศิริกิติ์ก็เชิญเลยนะครับ หรือไม่สะดวกก็ดูถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทยและช่องทางออนไลน์อื่นๆ ได้สบายๆ แน่นอนว่าจะมีคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นำทีมปราศรัย พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจตัวพ่อตัวแม่อย่าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วย

ศุภมาสย้ำชัดว่าตอนนี้ไทยกำลังเจอวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทีมนี้เพิ่งไปประชุมที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มา จะมาเล่าให้ฟังแบบภาค 2 ต่อจากเวทีสวนลุมพินีที่อินโทรปัญหาไปแล้ว พรุ่งนี้จะเฉลยเลยว่าแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ถ้าภท.ได้เป็นรัฐบาลและนายกฯอนุทินนำทีม ทั้งสามคนนี้ก็จะกลับไปนั่งเก้าอี้รองนายกฯ ตำแหน่งเดิม รับประกันความต่อเนื่องในการบริหาร

ทำไมศุภมาสถึงขอให้ออกไปใช้สิทธิด้วย “ความกลัว”

สิ่งที่น่าสนใจคือศุภมาสอ้อนวอนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิ “ด้วยความกลัว” นะครับ ไม่ใช่กลัวแบบงี่เง่า แต่กลัวว่าบ้านเมืองจะเสี่ยง ถ้าไม่มีทีมเศรษฐกิจมืออาชีพมาบริหาร ตอนนี้ประชาชนรู้จักภท.มากขึ้น รักชอบมากขึ้น ต่างจากปี 2566 ชัดเจน เวลาเดินหาเสียงหรือหัวหน้าพรรคไปแบบออร์แกนิก คนมารุมล้อมเพียบ แต่ขอให้ความรักนั้นแปรเป็นคะแนนจริงๆ อย่าเชียร์อยู่บ้าน

เวทีพรุ่งนี้จะไม่พูดแบ่งสีแบ่งฝ่าย แต่เน้นนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคง ไทยต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่เศรษฐกิจโลกและแผนที่ความมั่นคง ไม่เสียดินแดนไปไหนแน่นอน จะบอกชัดว่าหลัง 8 ก.พ. จะทำอะไรบ้าง นอกจากนี้ ศุภมาสยังย้ำว่าไม่ต้องง้อม็อตโต้ “รักชาติ” หรือ “ไม่เลือกเราก็รู้ว่าใครมา” แล้ว ตอนนี้สัปดาห์สุดท้าย พูดแต่เรื่องนโยบาย พิสูจน์แล้วว่าเราทำได้จริง ไม่ใช่สวยปาก

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายที่อยู่ในใจประชาชน ช่วยลดภาระจริง
  • ให้เบ็ดไม่ให้ปลา: สอนวินัยการเงิน สอนหาเงิน เก็บเงินให้อยู่รอด
  • ไม่ประชานิยม: ใช้เงินหาเสียงน้อย ไม่แจกแบบฟุ่มเฟือย
  • ทีมมืออาชีพ: 3-4 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่านโยบายสั้นๆ ทำได้ทันที

นโยบายพรรคภูมิใจไทยเน้นปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่พูดสวย ส่วนนโยบายสวยๆ ของพรรคอื่นๆ คล้ายกันหมด แต่ใครทำได้จริงต่างหากที่สำคัญ พรรคนี้สอนประชาชนให้เข้มแข็งทางการเงิน ไม่พึ่งพิงระยะยาว

มั่นใจปักธงกรุงเทพฯ แต่ต้องอาศัยพลังประชาชน

เมื่อถามถึงกทม. ศุภมาสย้ำชัด “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้ แน่นอนว่าจะปักธงได้ แต่จำนวนที่นั่งขึ้นกับว่าประชาชนจะออกมาโหวตเท่าไหร่ ทุกเวทีที่นายกฯอนุทินปราศรัย คนแน่นเวที ภาพชัดเจนว่าปีนี้ต่างจากเดิมมาก

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากสำหรับกรุงเทพฯ เพราะเป็นเขตที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์ตัวเองผ่านการบริหารจริง ไม่ใช่แค่สัญญา หากคุณกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ความมั่นคงชายแดน หรืออนาคตเยาวชน ลองฟังเวทีพรุ่งนี้ดูครับ จะได้เห็นภาพชัดว่าทีมนี้จะพาไทยฝ่าวิกฤติยังไง

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกพรรคและทุกแคนดิเดต แต่ที่สำคัญคือประชาชนต้องออกมาใช้สิทธิให้เต็มที่ เพื่อบ้านเมืองที่มั่นคง เศรษฐกิจโตได้จริง คุณล่ะครับ พร้อมออกไปโหวตเพื่อปักธงกทม.ให้พรรคที่เชื่อถือได้หรือยัง? อย่าปล่อยให้ความกลัวเรื่องอนาคตเป็นจริง ไปช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าเถอะ!

ที่มา – “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมนายกฯ “เต้น” ชี้ก๊กแดงรอด

สวัสดีครับพี่น้องทุกท่านที่ชื่นชอบข่าวการเมืองร้อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นสุดฮอตกันเลย “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง พรรคเพื่อไทยปิดทัวร์อีสานสุดมันส์ 3 วัน 8 จังหวัด 16 เวที แฟนๆ เสื้อแดงแห่ต้อนรับแน่นขนัด ลุ้นโค้งสุดท้ายเลือกตั้งใหญ่!

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 4 ก.พ. 2569 ที่โรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางมาพบปะพี่น้องประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 2-5 ทั้งเบอร์ 5,7,1,5 กันเลยครับ บรรยากาศคึกคักมาก

ยศชนันปราศรัยสุดซึ้ง บอกว่า “วันนี้เอาหัวใจมาหล่นที่สุรินทร์เรียบร้อย รักสุรินทร์มาก ทุกคนมารอ ตนคือตัวแทนที่ทุกคนรอคอย มีทั้งเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วยกัน เลือดใหม่เพื่อไทย สายเลือดไทยรักไทย พลังประชาชน ยืนหยัดมาตลอดชีวิต เพียงแต่ไม่ค่อยออกหน้า วันนี้พร้อมเต็มที่เป็นนายกฯ คนที่ 33” ว้าว! ประกาศกร้าวแบบนี้ แฟนคลับแดงต้องกรี๊ดแน่ๆ

ยศชนัน ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ ที่สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยหาเสียงอีสาน

ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นะครับ ยศชนันสัญญาจะคืนน้ำประปา ถนนดีๆ ให้สุรินทร์ ดูแลราคาพืชผล ปศุสัตว์ ท่องเที่ยว โดยเฉพาะช้างสุรินทร์ที่พร้อมผลักดันเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ “พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลเอง เติมความฝันจากไทยรักไทยสู่เพื่อไทย นโยบายยากแค่ไหน จิตใจเราไม่เปลี่ยน หัวใจคือประชาชน”

ปิดทัวร์อีสานสุดท้ายที่ร้อยเอ็ด นโยบายน้ำ-ยาเสพติดเด็ดขาด

หลังสุรินทร์ คณะยศชนันบุกต่อที่ร้อยเอ็ด 2 อำเภอ วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย และโรงเรียนสุวรรณภูมิวิทยาลัย ปิดจ็อบทัวร์ 8 จังหวัด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบล ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ระหว่าง 2-4 ก.พ.2569

ที่ร้อยเอ็ด ยศชนันโชว์แผนบริหารน้ำทั้งระบบ แก้น้ำท่วม-แล้งที่อีสานเจอหนัก “กรมชลประทานดูปกติ แต่ท่วมไม่มีใครดู คลองส่ง-คลองระบายต้องเปลี่ยนทั้งระบบ” ยังเน้นปราบยาเสพติด 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เริ่ม 8 ก.พ.ทันที ปราบสแกมเมอร์ทุนเทาไม่เลิก ด้วยรัฐบาลดิจิทัล

นโยบายสุดเด็ด เศรษฐีเงินล้าน หาเงินนอกระบบเข้าท้องถิ่น ลดอำนาจรัฐ คืนท้องถิ่น ดูแลคนจน เติมเงิน 3,000 บาท กระตุ้นค้าขาย ปักหมุดท่องเที่ยวร้อยเอ็ด “กาเพื่อไทยทั้ง 8 เขต เสียง 1 เสียงเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนประเทศ ไม่มีเวลาแล้ว ช่วยหาเสียงทั้งคนทั้งพรรค!”

ยศชนัน ปราศรัยร้อยเอ็ด โชว์แผนน้ำ พรรคเพื่อไทย

“ณัฐวุฒิ เต้น” ลั่นแดงไม่ใช่ส้ม ไม่ยกนายกฯ ให้อนุทิน

ไฮไลต์อีกมุม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือ “เต้น” ขึ้นเวทีบอกชัด การเลือกตั้งนี้สามก๊กสามสี แดง(เพื่อไทย) น้ำเงิน(เพื่อแผ่นดิน?) ส้ม(ภูมิใจไทย) “โค้งสุดท้ายเหลือก๊กเดียว สีแดงเข้าเส้นชัย ถ้าเพื่อไทยที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล ยศชนันนายกฯ ไม่มีคนอื่น นายกฯหนูไม่ต้องคอย ถ้าได้ที่ 1 ไม่ยกมือให้อนุทิน นี่แดงไม่ใช่ส้ม!”

เต้นย้ำต้องกาบัตรใบแดง เบอร์ 9 สีชมพู + ส.ส.เขตเพื่อไทยทั้งหมด “อย่าเชื่อพรรคอื่นที่บอกกาเพื่อไทย แต่ส.ส.กาพวกเรา แล้วยกมือให้ คล้ายหลอกเด็ก พรรคเพื่อไทยไม่มีสาขา กาเพื่อไทยทั้งสองใบ”

ฮาขนลุกตอนเล่าเช้าที่ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทยเวทีห่าง 3 กม. “ทางนี้เบอร์ 9 ทางนั้น 37 ชาวบ้านคิด 9+3+7=19 ป็อก 9 กินรอบ! ทุ่มสุดตัว พวกนั้นตกใจ หนีมาโกยสุรินทร์ ท่านนายกฯหนู ต้มได้แค่สีส้ม” สุดยอด!

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัย เต้น บอกก๊กแดงรอด พรรคเพื่อไทย
เวทีหาเสียงเพื่อไทย สุรินทร์ ร้อยเอ็ด
ยศชนัน กับแกนนำเพื่อไทย อีสาน
ประชาชนต้อนรับยศชนัน พรรคเพื่อไทยหาเสียง

นโยบายเด่นพรรคเพื่อไทย ทำได้จริง ไม่ขายฝัน

  • จัดการน้ำ: แก้ระบบทั้งประเทศ ท่วมแล้งหมดปัญหา
  • ปราบยาเสพติด: 1 จังหวัด 1 ศูนย์บำบัด เริ่มทันที
  • ปราบสแกม-ทุนเทา: รัฐบาลดิจิทัล จบไม่เลิก
  • เศรษฐีเงินล้าน: เงินนอกระบบสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจกลาง คืนประชาชน
  • ดูแลเกษตร-ท่องเที่ยว: ราคาพืชผลดี ช้างสุรินทร์ดังโลก
  • สวัสดิการ: เติมเงินคนจน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นโยบายแบบนี้แหละที่ประชาชนรอคอย ถามเงินมาจากไหน? จากเศรษฐีเงินล้านนี่แหละ เงินเราต้องอยู่กับเรา!

เห็นด้วยมั้ยครับว่า “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง ทำให้พรรคเพื่อไทยดูแข็งแกร่งสุดๆ ในอีสานฐานเสียงหลัก โค้งสุดท้ายลุ้นระทึก แต่เชื่อว่าสีแดงนำแน่ ในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง ผมมองว่านี่คือสัญญาณบวก นโยบายตอบโจทย์ชีวิตจริง

คุณคิดยังไงกับการหาเสียงครั้งนี้? สนใจนโยบายไหน ชอบยศชนันหรือเต้นมั้ย? คอมเมนต์ด้านล่างแชร์ความเห็น ลุ้นผลเลือกตั้งไปด้วยกัน กาเพื่อไทยเปลี่ยนไทยให้ดีขึ้น!

ที่มา – “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ- “เต้น” บอกก๊กเดียวที่รอดคือสีแดง

“เท้ง” ขออย่าเชื่อคลิปตัดต่อ ปชน. ไม่ล้มล้างสิ่งดีไทย

การหาเสียงเลือกตั้งกำลังเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้อย่างจังหวัดสงขลา ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเรื้อรังมานาน ล่าสุด “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมย้ำจุดยืนชัดเจนว่า “เท้ง” ขออย่าเชื่อคลิปตัดต่อ ปชน. ไม่มีล้มล้างหรือล้มเลิกสิ่งดีๆ ในไทย เพื่อคลายข้อกังวลของชาวหาดใหญ่และชาวสงขลาทุกคน

“เท้ง” ขออย่าเชื่อคลิปตัดต่อ ปชน. ไม่มีล้มล้างหรือล้มเลิกสิ่งดีๆ ในไทย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณลานหน้าโรบินสัน หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เวทีปราศรัยคึกคักไปด้วยแกนนำพรรคอย่าง น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค และนายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ท่ามกลางผู้สนับสนุนที่มาร่วมฟังอย่างล้นหลาม ในช่วงเวลา 20.30 น. “เท้ง” ได้ประกาศแผนงานรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเรียกว่า ปฏิญญาสงขลา โครงการลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านบาท เพื่อกอบกู้เมืองหาดใหญ่ให้ดีกว่าเดิมภายใน 4 ปี

ปฏิญญาสงขลา: แผนฟื้นฟูหาดใหญ่จากน้ำท่วม

หัวหน้าพรรคปชน. กล้าท้าทายด้วยข้อเสนอชัดเจน พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างครบวงจร ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ ระบบระบายน้ำที่ทันสมัย และการวางผังเมืองที่ป้องกันภัยพิบัติในอนาคต ชาวหาดใหญ่ที่เคยเผชิญน้ำท่วมหนักหลายครั้ง ต่างให้ความสนใจกับแผนนี้อย่างมาก “เท้ง” ยังขอโอกาสให้ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี และเพื่อนพรรค 9 คน เป็นผู้แทนราษฎรสงขลา โดยย้ำว่าไม่ต้องนิยามตัวเองเป็นสีส้ม แค่เชื่อในประเทศไทยที่ดีกว่า การเมืองโปร่งใส ไม่มีสีเทา

  • ลงทุน 15,000 ล้านบาท ในระบบป้องกันน้ำท่วม
  • ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ภายใน 4 ปี
  • ทีมงานพร้อม มีแผนงานชัดเจน
  • ขอคะแนน 2 ใบ เพื่อเปลี่ยนแปลงสงขลาและไทย

“เท้ง” เน้นย้ำให้ชาวหาดใหญ่เชื่อมั่น อย่าอยู่ด้วยความกลัวหรือหวาดระแวง ขอให้ทุกคนค้นหาความจริงด้วยตัวเอง อย่าไปดูคลิปตัดต่อที่บิดเบือน เพราะเส้นทางของพรรคประชาชนที่ผ่านมา ไม่เคยมีเจตนาล้มล้างหรือล้มเลิกสิ่งดีๆ ในประเทศ สิ่งที่ต้องแก้คือปัญหาการโกงกินของนักการเมือง กกต. ที่ไม่เป็นกลาง และศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้น

เหลือเวลานับถอยหลังอีกเพียง 5 วันสู่การเลือกตั้ง “เท้ง” ขอให้ทุกคนช่วยกันส่งเสียงดัง ด้วยการปักธงส้มในสงขลา ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นเปลี่ยนประเทศไทยทั้งประเทศ ดังนั้น “เท้ง” ขออย่าเชื่อคลิปตัดต่อ ปชน. ไม่มีล้มล้างหรือล้มเลิกสิ่งดีๆ ในไทย จึงเป็นคำมั่นสัญญาที่น่าเชื่อถือจากผู้นำที่กล้ามีวิสัยทัศน์

ทำไมต้องกาให้พรรคประชาชน 2 ใบ?

ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้พรรคปชน. นำเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำพูดลมๆ ประชาชนสงขลาควรพิจารณาข้อเสนอนี้อย่างจริงจัง เพราะหากได้โอกาส ทีมงานจะทำให้ดีกว่าเดิมแน่นอน การเมืองไทยต้องการความโปร่งใสและแผนงานที่ตอบโจทย์ปัญหาจริง หาดใหญ่จะไม่ใช่เมืองน้ำท่วมอีกต่อไป หากเราร่วมมือกัน

นอกจากนี้ การปราศรัยยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการต่อสู้กับข่าวลือและคลิปปลอมที่พยายามทำลายชื่อเสียง ชาวไทยทุกคนสมควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีสติ “เท้ง” ขออย่าเชื่อคลิปตัดต่อ ปชน. ไม่มีล้มล้างหรือล้มเลิกสิ่งดีๆ ในไทย คือข้อความที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

คุณพร้อมเปลี่ยนแปลงสงขลาและไทยหรือยัง? มาลงคะแนนให้พรรคประชาชน 2 ใบ ช่วยกอบกู้หาดใหญ่และประเทศชาติไปด้วยกัน!

ที่มา – “เท้ง” ขออย่าเชื่อคลิปตัดต่อ ปชน. ไม่มีล้มล้างหรือล้มเลิกสิ่งดีๆ ในไทย

ทบ. ขออย่าพาดพิงจนทำคนเข้าใจผิด ปมสั่งไม่ให้เลือกพรรคด้อยค่าทหาร

ในช่วงใกล้การเลือกตั้งแบบนี้ ข่าวสารการเมืองมักจะร้อนระอุไปหมด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ทบ. ขออย่าพาดพิงจนทำคนเข้าใจผิด ปมสั่งไม่ให้เลือกพรรคด้อยค่าทหาร ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่หลายคนพูดถึง ล่าสุด โฆษกกองทัพบกออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม เรามาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองดีกว่าครับ

ทบ. ขออย่าพาดพิงจนทำคนเข้าใจผิด ปมสั่งไม่ให้เลือกพรรคด้อยค่าทหาร

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาพูดถึงกรณีที่มีข่าวลือว่าหน่วยทหารหลายแห่งเรียกกำลังพลมาประชุมก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อปลุกใจไม่ให้เลือกพรรคที่ “ด้อยค่า” ทหาร โดยยืนยันว่า ทบ. ขออย่าพาดพิงจนทำคนเข้าใจผิด ปมสั่งไม่ให้เลือกพรรคด้อยค่าทหาร เพราะยังไม่มีหน่วยทหารใดขอใช้พื้นที่เป็นหน่วยเลือกตั้งเลยด้วยซ้ำ

โฆษกฯ ชี้ว่า การให้ข้อคิดเห็นส่วนตัวในการตัดสินใจเลือกตั้งเป็นเรื่องปกติในช่วงเลือกตั้ง มันคือความหลากหลายของข้อมูล ไม่ใช่นโยบายหรือคำสั่งบังคับจากกองทัพ ผู้ฟังมีสิทธิ์ตัดสินใจเอง ไม่มีใครบังคับได้ การขอคะแนนจากกลุ่มต่างๆ ก็เกิดขึ้นทั่วไปในระบบประชาธิปไตย แต่ถ้าผิดกฎหมาย กกต. จะจัดการเอง

ประเด็น “ด้อยค่าทหาร” ที่ถูกหยิบยก

หลายปีมานี้ มีวาทกรรมอย่าง “มีทหารไว้ทำไม” ที่ถูกนำมาใช้สร้างกระแสเกลียดชัง ไม่ใช่การวิจารณ์สร้างสรรค์ โฆษกกองทัพบกยอมรับว่าปัญหานี้มีจริง และมักถูกเหมารวมจากพฤติกรรมบุคคลบางคน สื่อบางครั้งนำเสนอข้อมูลบิดเบือน ทำให้ภาพลักษณ์กองทัพเสียหาย โดยเฉพาะ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่ช่วงหลังๆ เริ่มมีมุมมองหลากหลายมากขึ้น

ข้อเท็จจริงเรื่องหน่วยเลือกตั้งในค่ายทหาร

ส่วนข่าวที่ว่าค่ายทหารมีแต่เจ้าหน้าที่ กกต. ผู้บังคับบัญชา และทหาร ไม่ให้คนนอกดู ไม่จริงเลย เพราะยังไม่มีการใช้ค่ายทหารเป็นหน่วยเลือกตั้ง ทุกหน่วยเลือกตั้งต้องเปิดให้ประชาชนสังเกตการณ์ได้ตามกฎหมาย กกต. ดูแลหมด

  • จุดยืนกองทัพบก: เป็นกลางทางการเมืองแน่วแน่
  • คำเตือน: ผู้สื่อสารควรใช้ข้อเท็จจริง อย่าทำให้สังคมเข้าใจผิด
  • บทเรียนจากอดีต: หลายกรณีข่าวบิดเบือนกระทบภาพลักษณ์องค์กร

การเมืองไทยในยุคนี้ซับซ้อน แต่กองทัพยึดหลักเป็นกลางเสมอ ถ้าทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลจริง สังคมจะสงบสุขกว่าเยอะนะครับ

สุดท้ายนี้ คิดว่าประเด็น ทบ. ขออย่าพาดพิงจนทำคนเข้าใจผิด ปมสั่งไม่ให้เลือกพรรคด้อยค่าทหาร สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ คุณคิดยังไง ลองมาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ข้อเท็จจริงกันเถอะ!

ที่มา – ทบ. ขออย่าพาดพิงจนทำคนเข้าใจผิด ปมสั่งไม่ให้เลือกพรรคด้อยค่าทหาร

“ยศชนัน” ย้ำกระแสรักชาติ ไม่มีผลกับเลือกตั้ง มั่นใจอีสาน ได้ สส. เพิ่ม

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ “ยศชนัน” ย้ำกระแสรักชาติ ไม่มีผลกับเลือกตั้ง มั่นใจอีสาน ได้ สส. เพิ่ม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินหน้าลุยพื้นที่อีสานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี เขต 7 ที่เคยเป็นฐานเก่าแต่มี สส. ย้ายพรรคไป มั่นใจว่าจะทวงคืนได้ด้วยนโยบายที่ตรงใจประชาชน

“ยศชนัน” ย้ำกระแสรักชาติ ไม่มีผลกับเลือกตั้ง มั่นใจอีสาน ได้ สส. เพิ่ม

วันที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 11.10 น. ที่จังหวัดอุบลราชธานี นายยศชนันให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง โดยย้ำถึงกลยุทธ์การหาเสียงที่เน้นสื่อสารนโยบายหลัก เช่น คนไทยไร้จน และ ประกันกำไร ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนอยากฟัง โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เขาเชื่อว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และทีมงานกำลังลงพื้นที่สื่อสารทั้งเวทีใหญ่และเวทีเล็กขนานกัน

มั่นใจทวงคืนเขต 7 อุบลราชธานี และได้ สส. อีสานเพิ่ม

เมื่อถูกถามถึงโอกาสในภาคอีสานทั้ง 133 เขต นายยศชนันตอบชัดเจนว่า “คิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็มากกว่าครั้งที่แล้ว” เขามั่นใจในฐานเสียงอีสานที่ผูกพันมาอย่างยาวนาน ด้วยความจริงใจและนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนจริง เช่น การดูแลปากท้องและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดน

สำหรับการปราศรัยที่ย้ำเรื่อง “กตัญญูรู้คุณ” นั้น ไม่ใช่การโจมตีคนย้ายพรรค แต่เป็นการเตือนใจนักการเมืองทุกคนว่าสิ่งสำคัญคือประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจ คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยกทัพใหญ่ลงพื้นที่ทุกเขต ไม่ใช่เฉพาะเขต 7 แต่เป็นการประจวบเหมาะที่หลายเวทีมาบรรจบกัน

กระแสรักชาติและปัญหาชายแดน ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกัน

นายยศชนันย้ำว่า กระแสรักชาติไม่มีผลกับการเลือกตั้ง เพราะเรื่องปกป้องชายแดนและอธิปไตยเป็นวาระชาติที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ไม่ว่าจะพรรคไหน เขาเน้นสื่อสารเรื่องนี้ในพื้นที่อีสานใต้ เพื่อยืนยันว่าจะปกป้องสันติสุขและช่วยเหลือประชาชนชายแดนทุกจังหวัด ไม่ใช่แค่อุบลราชธานีเท่านั้น

แม้จะถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน แต่ยศชนันมองว่าไม่เกี่ยว เพราะทุกฝ่ายอยู่ฝั่งเดียวกัน และต้องเดินหน้าสร้างความสงบสุขให้เร็วที่สุด สำหรับกระแสชาตินิยมจากพรรคฝั่งสีน้ำเงินในโค้งสุดท้าย เขาย้ำว่า “ไม่มีผล” เพราะพรรคเพื่อไทยสื่อสารมาตลอดว่านี่คือเรื่องของชาติที่รวมใจกัน

  • ปกป้องอธิปไตยและชายแดน
  • เยียวยาประชาชนชายแดน
  • นโยบายคนไทยไร้จน ประกันกำไร
  • สื่อสารนโยบายแบบองค์รวม

กรณีคลิปเสียงล็อกตำแหน่งนายกฯ ที่หลุดออกมา นายยศชนันไม่วิจารณ์ตรงๆ แต่เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจเองได้ และเคารพการเลือกตั้งที่เน้นนโยบายช่วยประชาชน คลิปดังกล่าวสอดคล้องกับกรณีผู้สมัคร สส.กาญจนบุรีถูกข่มขู่ ซึ่งเขามองว่าเป็น “การเมืองแบบเก่า” ที่ประชาชนเริ่มเบื่อ และไทยต้องก้าวไปข้างหน้าโดยไม่แตกแยก

แม้ช่วงโค้งสุดท้ายจะมีข่าวสารมากมาย แต่ยศชนันยืนยันว่าการลงพื้นที่ต่อเนื่อง ผู้สมัครเข้มแข็ง และนโยบายชัดเจน จะทำให้ประชาชนให้โอกาสอีกครั้ง

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสเปลี่ยนแปลง ลองติดตามนโยบายพรรคเพื่อไทยที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง คุณคิดอย่างไรกับกระแสรักชาติในครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – “ยศชนัน” ย้ำกระแสรักชาติ ไม่มีผลกับเลือกตั้ง มั่นใจอีสาน ได้ สส. เพิ่ม

ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบ กปน.

ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบสวน-สั่งปลด กปน. ให้ข้อมูลเท็จวันเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นประเด็นร้อนที่พรรคประชาชนกำลังเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง หลังจากเกิดปัญหามากมายในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังอาจบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด

ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบสวน-สั่งปลด กปน. ให้ข้อมูลเท็จวันเลือกตั้งล่วงหน้า

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 พรรคประชาชนได้เตรียมยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในที่เลือกตั้งกลางนอกเขตและในเขตทั่วประเทศ ปัญหาเหล่านี้ถูกเปิดโปงจากสื่อและประชาชนที่ไปใช้สิทธิ ทำให้เกิดคำถามใหญ่ถึงความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

ปัญหาหลักที่ปชน. ชี้ให้ กกต. สอบสวน

  • กรณีที่ 1: กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขต ไม่กรอกข้อมูลจังหวัด เขตเลือกตั้ง หรือรหัสเขตลงในซองบัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) อย่างถูกต้อง เช่น ที่โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จ.สมุทรปราการ หน่วยของผู้มีสิทธิจาก จ.เพชรบูรณ์ กลับกรอกรหัส 57 แทน 67 ซึ่งผิดระเบียบ กกต. ข้อ 200 ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งอาจถูกนับผิดเขต สับสนหมายเลขผู้สมัคร และบิดเบือนเจตจำนงประชาชน อาจเข้าข่ายเลือกตั้งไม่สุจริต
  • กรณีที่ 2: ที่เลือกตั้งกลางหลายแห่งใน จ.ชลบุรี เช่น หน่วยวัดพันเสด็จนอก ศาลากลางจังหวัด อาคารโดมโรงเรียนเมืองพัทยา 7 และโรงเรียนสิทธิสุนทร อ.สัตหีบ ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบ่งเขต (แบบ ส.ส.4/14) โดยเฉพาะนางทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน หมายเลข 8 เขต 1 จ.ลำปาง ที่แย่กว่านั้น เมื่อผู้มาเลือกตั้งทวงถาม เจ้าหน้าที่กลับให้ข้อมูลเท็จว่า ผู้สมัครนี้ถูกศาลฎีกาถอนสิทธิ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ปัญหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการ ประธาน กปน. และผู้ช่วย ซึ่งอาจเป็นการทุจริต จงใจละเลย หรือปฏิบัติมิชอบ พรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบทั่วประเทศ หากพบผิดให้สั่งปลดทันทีตามอำนาจที่มี พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในวันเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2568

นอกจากนี้ พรรคยังขู่หากไม่จัดการ จะร้องทุกข์ดำเนินคดีตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 23, พ.ร.ป.กกต. 2560 มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายกฎหมายพรรคจะยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 08:46 น.

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องสุจริตและเที่ยงธรรม หากปล่อยไว้ อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประชาธิปไตย การที่ปชน. ออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ ถือเป็นการปกป้องสิทธิประชาชนอย่างแท้จริง ผู้สนใจควรติดตามผลการยื่นหนังสือครั้งนี้ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่า กกต. จะรับมือปัญหาอย่างจริงจังแค่ไหน

ในมุมมองของเรา การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นด่านทดสอบแรก หากมีปัญหาขนาดนี้ วันเลือกตั้งจริงต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมได้โดยรายงานปัญหาผ่านช่องทาง กกต. หรือพรรคที่สนับสนุน เพื่อให้การเลือกตั้งปีนี้เป็นไปด้วยดี

ติดตามข่าวการเมืองและการเลือกตั้งเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบสวน-สั่งปลด กปน. ให้ข้อมูลเท็จวันเลือกตั้งล่วงหน้า

Scroll to top