เลือกตั้งใหญ่

18 ก.ย. เคาะวันเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่

ประชาธิปัตย์ นัดประชุม กก.บห.พรรค 18 ก.ย.นี้ เตรียมเคาะวันเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ คาดได้ผู้นำทัพปลาย ต.ค.นี้

วันที่ 15 กันยายน 2568 นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ว่า ในวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ เพื่อพิจารณาวัน เวลา และสถานที่ในการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่

ทั้งนี้ เชื่อว่าการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ คนที่ต้องการสมัครลงแข่ง ข้อบังคับพรรคเปิดกว้างให้บุคคลที่ได้รับการคัดสรรมีโอกาสมากขึ้น ขณะนี้ทั้งกรรมการและตัวแทนสาขาพรรค ต่างกระตือรือร้นในการที่จะมีผู้บริหารพรรคชุดใหม่ และหัวหน้าพรรคคนใหม่ เหมือนกับเป็นความหวังของพรรคที่จะเลือกคนมานำทัพสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไป และเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทุกอย่างจึงต้องมีการตัดสินใจเร็ว ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยคาดว่าจะได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ปลายเดือนตุลาคมนี้

18 ก.ย. ประชุม กก.บห. เคาะวันเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่

การประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (กก.บห.) ในวันที่ 18 กันยายนนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดอนาคตของพรรค โดยมีวาระสำคัญคือการเคาะวันเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากมีการลาออกจากตำแหน่งของผู้นำคนก่อนหน้า การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางและภาพลักษณ์ของพรรค

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ จะเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากมีบุคคลที่น่าสนใจหลายท่านแสดงความจำนงที่จะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับมติของสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่วิสามัญ

ปัจจัยสำคัญในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในการพิจารณาเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ มีหลายปัจจัยที่สมาชิกพรรคจะนำมาประกอบการตัดสินใจ ได้แก่

  • วิสัยทัศน์และนโยบาย: ผู้สมัครจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและนโยบายที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและประเทศชาติได้
  • ประสบการณ์และความสามารถ: ผู้สมัครควรมีประสบการณ์ในการทำงานการเมืองและมีความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร
  • ภาวะผู้นำ: ผู้สมัครจะต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและสามารถนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้
  • ความซื่อสัตย์สุจริต: ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นที่ยอมรับของประชาชน

นอกจากนี้ สมาชิกพรรคยังอาจพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความสามารถในการสื่อสาร การสร้างความสามัคคีภายในพรรค และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคการเมืองอื่นๆ

การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกบุคคลที่จะมานำทัพพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย ดังนั้น การตัดสินใจของสมาชิกพรรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูภาพลักษณ์และความนิยมของพรรค การเลือกผู้นำที่เหมาะสมจะช่วยให้พรรคสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ได้ดียิ่งขึ้น มาร่วมกันจับตาดูว่าใครจะเป็นผู้นำคนใหม่ที่จะมานำพาพรรคประชาธิปัตย์ก้าวไปข้างหน้า

ที่มา – 18 ก.ย. ประชุม กก.บห. เคาะวันเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่

สวนดุสิตโพล: “พรรคประชาชน” คะแนนนำเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ “พรรคประชาชน” ได้คะแนนนำหากวันนี้มีการเลือกตั้ง รองลงมาคือกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ตามด้วยพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ประชาชนคาดหวังเห็นรัฐบาลทำงานเชิงรุก และฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้” โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,232 คน ระหว่างวันที่ 9–12 กันยายน 2568

ในส่วนของคำถามที่ว่า ประชาชนอยากเห็นบทบาทของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ณ วันนี้เป็นอย่างไร ผลสำรวจพบว่า:

  • ร้อยละ 75.27 ต้องการเห็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำงานเชิงรุก แก้ปัญหาได้จริง และตรวจสอบได้
  • ร้อยละ 64.73 ต้องการให้ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ของประเทศ
  • ร้อยละ 57.22 ต้องการให้บริหารประเทศด้วยความตั้งใจ และมีผลงานที่ชัดเจน

ขณะที่คำถามเกี่ยวกับ บทบาทที่ประชาชนอยากเห็นจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน พบว่า:

  • ร้อยละ 68.32 อยากเห็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์
  • ร้อยละ 59.95 ต้องการให้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนในสภาฯ
  • ร้อยละ 58.73 ต้องการให้ทุกพรรคทำงานร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ

สำหรับประเด็นที่ ประชาชนต้องการให้พรรคการเมืองปรับปรุงมากที่สุด คือ:

  • ร้อยละ 64.29 เรื่องของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์
  • ร้อยละ 62.91 การพูดจริง ทำจริง
  • ร้อยละ 58.45 ความสามัคคีกันในการทำงานเพื่อประชาชน

ที่น่าสนใจคือเมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใด ผลปรากฏว่า:

  • ร้อยละ 23.94 จะเลือกพรรคประชาชน
  • ร้อยละ 21.35 ยังไม่ตัดสินใจ
  • ร้อยละ 14.20 จะเลือกพรรคภูมิใจไทย
  • ร้อยละ 11.61 จะเลือกพรรคเพื่อไทย
  • ร้อยละ 10.39 จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ
  • ร้อยละ 18.51 จะเลือกพรรคอื่นๆ

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่พรรคการเมืองควรยึดถือ และความคาดหวังเหล่านี้แสดงถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อการเมืองไทย พรรคการเมืองต้องสร้างผลงานและความน่าเชื่อถือเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

ผศ.ยอดชาย ชุติกาโม วิเคราะห์ว่า การเมืองอยู่ในภาวะสุญญากาศ รัฐมนตรีรักษาการทยอยออกจากตำแหน่ง และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคม โดยเฉพาะประเด็นบันทึกข้อตกลง (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน

สวนดุสิตโพล: “พรรคประชาชน” คะแนนนำหากมีการเลือกตั้ง

ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นรัฐบาลใหม่ทำงานเชิงรุก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม การยุบสภาในขณะนี้อาจไม่เหมาะสม เนื่องจากประชาชนยังไม่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เพราะยังไม่มีพรรคใดได้รับคะแนนนิยมเกินร้อยละ 25 แม้ว่าพรรคประชาชน จะมีคะแนนนำอยู่ก็ตาม

ดังนั้น พรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องเร่งสร้างผลงานและความเชื่อมั่นจากประชาชน หากต้องการได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างความเข้มแข็งให้กับการเมืองไทย

ผลสำรวจชี้ “พรรคประชาชน” คะแนนนำการเลือกตั้ง

ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลนี้เป็นสัญญาณที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคประชาชน ที่แม้จะมีคะแนนนำ แต่ก็ยังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาและเพิ่มคะแนนนิยม นอกจากนี้ ทุกพรรคการเมืองควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่ประชาชนต้องการ เช่น ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ดังนั้น ทุกพรรคการเมืองจึงควรใช้โอกาสนี้ในการแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ

อนาคตของการเมืองไทยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า การติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมีข้อมูลครบถ้วน

ที่มา – สวนดุสิตโพล “พรรคประชาชน” คะแนนนำหากมีการเลือกตั้ง รองลงมาภูมิใจไทย-เพื่อไทย

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” ทักษิณหนุนพรรคเข้มแข็ง

“แพทองธาร” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำพรรคให้เข้มแข็ง ลั่นกลาง ต.ค. ได้ผู้สมัคร สส. 400 เขต ด้าน สส.เพื่อไทยให้กำลังใจหัวหน้าพรรค “ดนุพร” เผย ส่งเรื่อง คกก.จริยธรรมฟัน สส.งูเห่าโหวตสวนมติ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กันยายน 2568 มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีตัวแทน สส. แต่ละภาค อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าเรือนจำตามคำสั่งศาลฎีกา ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ขอบคุณกำลังใจจาก สส.ทุกคน พร้อมบอกว่าก่อนเข้าเรือนจำ นายทักษิณ กำลังใจดี พอจะคาดเดาผลได้อยู่แล้ว พร้อมรับผลการตัดสินกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อครหาหมดไป ให้พรรคเดินหน้าต่อไป นายทักษิณ ให้กำลังใจตน บอกให้กลับมานำทัพ ทำพรรคเพื่อไทยให้เข้มแข็ง

จากนั้นเวลา 16.10 น. นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า น.ส.แพทองธาร มาเตรียมความพร้อมนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือน โดยนำคำสั่งเก่าๆ เรื่องการตั้งกรรมการสรรหาผู้สมัคร กรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียง นโยบายหาเสียงต่างๆ มาดู และนำตารางวันที่มาพิจารณาจะเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อใด วันนี้จึงเป็นการประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย เตรียมความพร้อมผู้สมัครให้ทันอย่างช้าสุดคือกลางเดือนตุลาคม 2568 จะได้ผู้สมัครครบ 400 เขต เขตใดหรือจังหวัดใดที่ได้ผู้สมัครเพิ่มเติมจาก สส.เก่า จะเดินหน้าทำงานทันที

ส่วนกรณี สส.งูเห่า โหวตสวนมติพรรคเพื่อไทยนั้น นายดนุพร ระบุว่า มีการพูดกันอย่างกว้างขวาง จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคพิจารณา เพราะมีความผิดชัดเจนในการโหวตขัดมติพรรค จะใช้เวลาพิจารณาเร็วที่สุดและมีคำตอบให้ประชาชน ขณะที่ประเด็นจะเก็บ สส.กลุ่มงูเห่าไว้ต่อไปหรือขับออกจากพรรคนั้น ให้คณะกรรมการจริยธรรมพรรคพิจารณา จะมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนแน่นอน

นายดนุพร กล่าวอีกว่า ในการประชุม สส. แกนนำพรรคทั้ง นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง พูดให้กำลังใจหัวหน้าพรรคเรื่องคำตัดสินศาลเมื่อเช้านี้ หัวหน้าพรรคกำชับกับ สส.พรรคเพื่อไทยทุกคนในการประชุมสภาฯ วันที่ 10-11 กันยายน 2568 ที่มีกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่ สส.พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ ขอให้ สส. อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุม รีบนำกฎหมายต่างๆ เหล่านี้ไปสู่ขั้นตอนต่อไปเร็วที่สุด หัวหน้าพรรคกำชับให้ทุกคนทำหน้าที่เข้มแข็ง เป็นฝ่ายค้านตัวจริงในสภาฯ

ทางด้านคำถามมั่นใจหรือไม่ว่า สส.เขตจะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายดนุพร ตอบว่า สส.เขตกว่า 110 คน พรรคไม่สามารถบังคับให้ใครลงในนามพรรคได้ หากยุบสภาฯ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ใน 45-60 วัน หากใครจะลงสมัครต่อหรือเปลี่ยนใจ ไปพรรคอื่น พรรคไม่ได้ปิดกั้น แต่วันนี้ น.ส.แพทองธาร แสดงความพร้อมประกาศว่าเราพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร พร้อมเป็นกำลังสำคัญนำไปสู่การเลือกตั้ง คาดหวังว่าจะได้ สส.เยอะที่สุด แต่วันนี้ไกลเกินไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล 2 ปี ไม่มีนโยบายที่ทำสำเร็จ จะใช้นโยบายใดหาเสียง นายดนุพร ตอบว่า นโยบายต่างๆ ที่ผ่านสภาฯ แล้ว เช่น นโยบายหวยเกษียณ หรือโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ต้องดูรัฐบาลใหม่จะทำต่อหรือไม่ หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่รัฐบาลปัจจุบัน ไม่ดำเนินการ เราก็จะนำกลับมาทำใหม่ ขอดูนโยบายเราที่ผ่านสภาฯ ว่านำไปปรับใช้ได้มากแค่ไหน.

สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

“ทักษิณ” ให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง

การที่ สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” และ “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความสามัคคีภายในพรรค แม้ว่าจะมีสถานการณ์ที่ท้าทายเกิดขึ้น การได้รับกำลังใจจากผู้นำและอดีตผู้นำจะช่วยให้สมาชิกพรรคมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชน

การที่พรรคเพื่อไทยประกาศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งและเตรียมความพร้อมผู้สมัคร สส. ให้ทันภายในกลางเดือนตุลาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นแกนนำในการบริหารประเทศอีกครั้ง การมีผู้สมัครที่พร้อมและมีความสามารถจะช่วยให้พรรคมีโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้น

การพิจารณาเรื่อง สส.งูเห่าที่โหวตสวนมติพรรคเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในเรื่องของวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค การมีมาตรการลงโทษผู้ฝ่าฝืนจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคมีความจริงจังในการรักษามาตรฐานและหลักการของพรรค

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันของพรรคเพื่อไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเผชิญหน้ากับความท้าทายและความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน การได้รับกำลังใจจากผู้นำ การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง และการรักษามาตรฐานทางวินัยและจริยธรรมของสมาชิกพรรค ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พรรคประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมาถึง และนำพรรคไปสู่ความเข้มแข็ง

ที่มา – สส.เพื่อไทยให้กำลังใจ “อิ๊งค์” เผย “ทักษิณ” ให้กำลังใจทำให้พรรคเข้มแข็ง

ประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สรรหาผู้สมัคร สส.

พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ สรรหาผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ มุ่งคัดคนคุณภาพ เน้นความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นอุดมการณ์พรรค สู่สนามเลือกตั้งใหญ่

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติและความสามารถในการเป็นตัวแทนของพรรคอย่างแท้จริง ทั้งในรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะต้องยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ตามวันและเวลาที่กำหนด ซึ่งหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาจะมุ่งเน้นที่คุณสมบัติตามกฎหมาย มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคในการรับสมัคร

ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จะต้องยื่นเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงานใหญ่พรรค พร้อมหลักฐานสำคัญต่างๆ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านที่อยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือหลักฐานการศึกษา การรับราชการในพื้นที่ ส่วนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะต้องยื่นเอกสารสำคัญรวมถึงใบรับรองแพทย์ นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะคำนึงถึงความหลากหลายของผู้สมัคร ทั้งในด้านภูมิภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อให้ได้ตัวแทนที่หลากหลายและเหมาะสมที่สุด

ประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สรรหาผู้สมัคร สส.

การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในการสรรหาผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิัตย์ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ นอกเหนือจากความรู้ความสามารถแล้ว ความซื่อสัตย์สุจริตและการยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคก็เป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

พรรคประชาธิปัตย์มองว่าการมีตัวแทนที่มีคุณภาพ มีความเข้าใจในปัญหาของประชาชน และพร้อมที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พรรคสามารถกลับมาได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

เกณฑ์ใหม่เน้นคุณภาพผู้สมัคร สส.

การที่พรรคประชาธิปัตย์เน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต แสดงให้เห็นว่าพรรคตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจากการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาทำงาน

นอกจากนี้ การที่พรรคให้ความสำคัญกับความหลากหลายของผู้สมัคร ทั้งในด้านภูมิภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ แสดงให้เห็นว่าพรรคต้องการที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และต้องการที่จะสร้างความเท่าเทียมในสังคม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงกระบวนการสรรหา แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของพรรคประชาธิปัตย์ในการที่จะกลับมายืนหยัดในฐานะพรรคการเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง การคัดเลือกผู้สมัคร สส. ที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์ และเข้าใจปัญหาของประชาชน จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การสรรหาผู้สมัคร สส. ที่โปร่งใสและเป็นธรรม ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้พรรคได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชน การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จะช่วยให้พรรคได้ผู้สมัครที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับของสังคม

ดังนั้น การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในการสรรหาผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง และเป็นสัญญาณที่ดีว่าพรรคกำลังพยายามที่จะปรับปรุงตัวเอง และกลับมายืนหยัดในฐานะพรรคการเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง มาร่วมกันติดตามและให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ในการสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นกันต่อไป

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สรรหาผู้สมัคร สส. คัดคนคุณภาพสู่สนามเลือกตั้ง

Scroll to top