เลือกตั้งใหม่

“เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่

การเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยดราม่า โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหามากมาย ล่าสุด “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ กลายเป็นหัวข้อร้อนที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา สิ่งนี้ถูกมองว่าเป็นการยอมรับปัญหาของบัตรเลือกตั้งเดิมที่ใช้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบและฟ้องร้องทางกฎหมาย

“เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นายณัฐพงษ์ หรือที่รู้จักในชื่อ “เท้ง” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปลี่ยนแบบบัตรเลือกตั้งใหม่ โดยเฉพาะบัตรสีชมพูสำหรับบัญชีรายชื่อที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาว กรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีเลขต้นขั้วอีกต่อไป แม้จะมีบัตรเก่าค้างเหลือหลายล้านใบ แต่กกต. ไม่นำมาใช้ นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้งเดิม

ยอมรับบัตรเดิม 8 ก.พ. มีปัญหา

เท้งย้ำว่าการกระทำนี้เท่ากับกกต. มัดตัวเอง โดยเป็นการยอมรับว่าบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. มีช่องโหว่ร้ายแรง โดยเฉพาะเรื่องเลขต้นขั้วที่สามารถใช้สืบย้อนได้ว่าผู้ใดลงคะแนนให้พรรคไหน แม้กกต. จะแถลงว่าการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมาย แต่กฎหมายจริงห้ามแค่บัตรที่กาบัตรแล้ว การถ่ายก่อนฉีกหรือจำเลขได้ยังเป็นไปได้ กกต. รู้ดีถึงช่องโหว่นี้ จึงต้องพิมพ์บัตรใหม่เพื่อปิดช่องว่าง

นอกจากนี้ เท้งยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง พรรคประชาชนเตรียมยื่นเรื่องเอาผิดตาม มาตรา 157 ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ พภาคประชาสังคมก็เริ่มร้องทุกช่องทางแล้ว

ปัญหาบัตรเขย่งและความไม่โปร่งใส

เท้งชี้ให้เห็นถึงปัญหาบัตรเขย่งที่เพิ่มขึ้น โดยขอให้กกต. เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส เช่น จำนวนบัตรขีดคะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขต 5/11 และแบบบัญชีรายชื่อ 5/18 ในทุกหน่วย เปรียบเทียบกับภาพที่ประชาชนบันทึก เพื่อตรวจสอบว่าคะแนนตรงกันหรือไม่ หากบวกคะแนนแล้วยังเขย่ง แสดงถึงปัญหาใหญ่

  • บัตรเลือกตั้งเดิมมีเลขต้นขั้ว สามารถสืบย้อนผู้โหวตได้
  • กกต. แถลงว่าความลับการเลือกตั้งสมบูรณ์ แต่กลับเปลี่ยนบัตร แสดงถึงความขัดแย้ง
  • บัตรเก่าถูกเก็บในหีบแล้ว หากไม่มีปัญหาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน
  • พรรคประชาชนเตรียมแผนรับมือทุกสถานการณ์ รวมถึงกรณีเลือกตั้งโมฆะ

หากถามถึงแผนหากเลือกตั้งโมฆะ เท้งระบุว่าพรรคได้ประชุมสัมมนาและเตรียมพร้อมทุกไทม์ไลน์ โดยนายธีระ สุธีวรางกูร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ชี้แจงภาพใหญ่ แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล

มาตรา 157 และบทบาทของกกต.

มาตรา 157 ในประมวลกฎหมายอาญา ว่าด้วยเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้น ซึ่งสามารถลงโทษจำคุกได้ถึง 7 ปี เหมาะสมกับกรณีนี้ที่กกต. อาจละเลยปัญหา ทำให้ประชาชนสงสัยในความเป็นกลาง การเลือกตั้งต้องมีความลับสูงสุด ไม่ควรให้เจ้าหน้าที่เปิดหีบได้ง่ายๆ

จากประเด็น “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ สะท้อนถึงความจำเป็นของระบบเลือกตั้งที่โปร่งใสและยุติธรรม หากปล่อยไว้ อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนเป็นสัญญาณดีที่ช่วยตรวจสอบอำนาจรัฐ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย สมัครรับข่าวสารการเมืองอัปเดตฟรีทางอีเมลได้เลยวันนี้!

ที่มา – “เท้ง” ชี้ กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งใหม่ มัดผิดตัวเอง ยอมรับบัตรเดิม 8 ก.พ. มีปัญหา

“ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดได้จุดประเด็นร้อน“ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบใช้กลไกทางกฎหมายเปิดเผยความจริง เมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะประเด็นบัตรเขย่งและบัตรขย่มจำนวนหลายแสนใบที่ไม่ใช่แค่ข้อผิดพลาดเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณอันตรายต่อความศักดิ์สิทธิ์ของบัตรเลือกตั้ง

“ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบใช้กลไกทางกฎหมายเปิดเผยความจริง

พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่าการเลือกตั้งคือรากฐานของประชาธิปไตยไทย ความสุจริตและเที่ยงธรรมคือสัญญาพิเศษระหว่างรัฐกับประชาชน หากกระบวนการถูกตั้งคำถาม ความเชื่อมั่นจะสั่นคลอน นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมที่รุนแรงขึ้น กรณีนี้เกิดขึ้นหลังการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เมื่อ 18 ก.พ. 2566 ผ่านเว็บไซต์ Ect Report 69 ของ กกต. นักวิชาการอย่าง อาจารย์สฤณี อาชวานันทกุล และอาจารย์ลอย ชูพงษ์ทอง วิเคราะห์ข้อมูล พบบัตรเขย่งและบัตรขย่มรวมกว่า 324,000 ใบ

ที่น่าตกใจคือ เพียง 2 วันต่อมา กกต. ปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนและภาคส่วนอื่นตรวจสอบข้อมูลได้ยาก พ.ต.อ.ทวี ชี้ว่า กกต. ไม่สามารถแก้ตัวด้วยคำว่า ‘Human Error’ ได้ง่ายๆ ต้องทำงานเชิงรุก สืบสวนไต่สวน สั่งระงับหรือเลือกตั้งใหม่ เพื่อปกป้องคะแนนเสียงประชาชน

3 วิกฤตศรัทธาที่สังคมต้องการคำตอบชัดเจน

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่าสังคมไม่ต้องการคำแก้ตัว แต่ต้องการความจริงใน 3 วิกฤตหลัก:

  • วิกฤต “ความลับ” ของคูหาเลือกตั้ง: QR-Code ในบัตรสีเขียวและ Barcode ในบัตรสีชมพู ทำให้การโหวตไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง กำลังมีคดีฟ้องศาลปกครองสูงสุดและผู้ตรวจการแผ่นดิน
  • วิกฤต “บัตรเขย่ง” หรือบัตรผี: จำนวนบัตรในหีบมากกว่าผู้ลงชื่อรับบัตร แสดงถึงความผิดปกติที่เข้าข่ายไม่สุจริต กกต. ต้องสืบสวนด่วน
  • วิกฤต “ส่วนต่างผิดธรรมชาติ”: ผู้มีสิทธิ์รับบัตร 2 ใบ แต่หลังนับคะแนน พบบัตรสองสีต่างกันมหาศาล ต้องตรวจสอบเชิงลึก

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ยังเสนอแนวทางกู้ศรัทธา โดยให้ กกต. เปิดกล่องดำ กระบวนการเลือกตั้ง ดังนี้

  • ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ (Audit) ร่วมกับตัวแทนประชาชน ผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์และนิติวิทยาศาสตร์
  • ตรวจสอบต้นขั้วบัตร เทียบลายเซ็น รอยนิ้วมือ กับบัตรจริง และบัญชีผู้มาใช้สิทธิ ป้องกันสวมสิทธิ์
  • เปิดเผยขั้นตอนทั้งหมดให้ประชาชนเข้าถึง เพราะเป็นข้อมูลสาธารณะ

ทำไม “ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ถึงสำคัญ

การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นการปกป้องสิทธิประชาชนตามกฎหมาย หาก กกต. ดำเนินด้วยความสุจริต การเปิดเผยจะคืนศรัทธาได้ แต่หากนิ่งเฉย ความคลุมเครือจะกลายเป็นบรรทัดฐาน บั่นทอนประชาธิปไตยทั้งระบบ หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงคืออำนาจสูงสุด ไม่มีใครอยู่เหนือการตรวจสอบ พ.ต.อ.ทวี ปิดท้ายว่า อยากให้เลือกตั้ง 2566 เป็นจุดเปลี่ยนของความโปร่งใส ไม่ใช่การเลือกตั้งที่ “โกงมากที่สุด” ในประวัติศาสตร์ไทย

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบเลือกตั้งไทย ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบบัตรเขย่ง บัตรขย่ม และระบบ QR-Code จะช่วยยกระดับมาตรฐานการเลือกตั้งในอนาคต หาก กกต. ตอบสนองเชิงรุก จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้องค์กรอิสระอื่นๆ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การเลือกตั้งที่โปร่งใสสำคัญต่ออนาคตไทยอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งขึ้น!

ที่มา – “ทวี”เรียกร้อง กกต. กู้วิกฤตศรัทธา ตั้งคณะทำงานตรวจสอบใช้กลไกทางกฎหมายเปิดเผยความจริง

ออกเสียงเลือกตั้งใหม่ โซเชียลตั้งข้อสังเกตต้นขั้วบัตร

ออกเสียงเลือกตั้งใหม่ โซเชียลตั้งข้อสังเกต “ต้นขั้วบัตร” ไม่เหมือนเดิม

ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีการออกเสียงเลือกตั้งใหม่สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงการออกเสียงประชามติใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร ณ อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ประชาชนเริ่มทยอยมาใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นมา

เหตุการณ์นี้ดึงดูดความสนใจจากโซเชียลมีเดียอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อ นายธนารัตน์ เกื้อวัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากบริษัท DomeCloud ซึ่งเคยเปิดประเด็นเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ได้โพสต์ภาพขั้วบัตรเลือกตั้งใหม่ผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว ภาพดังกล่าวเป็นบัตรเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ หรือบัตรเลือกพรรคการเมือง พร้อมแคปชั่นสุดฮา “Omae wa mou shindeiru มันจบแล้วครับ” ทำให้ผู้ติดตามเข้ามาคอมเมนต์และแชร์กันอย่างคึกคัก

ความแตกต่างของต้นขั้วบัตรในออกเสียงเลือกตั้งใหม่

สิ่งที่ทำให้โพสต์นี้ไวรัลคือ ผู้ใช้โซเชียลหลายรายตั้งข้อสังเกตว่า ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งใหม่ มีความแตกต่างจากบัตรเมื่อวันที่ 8 ก.พ. โดยเฉพาะเลขที่และตัวเลขเล่นที่ด้านบนขั้วบัตรที่หายไป แม้ว่าบาร์โค้ดด้านล่างยังคงอยู่ บางคนตั้งคำถามว่าอาจนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่

จากภาพที่นายธนารัตน์โพสต์ จะเห็นว่าขั้วบัตรใหม่ไม่มีเลขที่ระบุชัดเจน ต่างจากบัตรเดิมที่มมีรายละเอียดเหล่านี้ครบถ้วน สิ่งนี้จุดประกายการถกเถียงในโลกออนไลน์ ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากอะไร? เป็นการปรับปรุงระบบหรือมีเจตนาอื่นซ่อนอยู่?

ภาพขั้วบัตรเลือกตั้งใหม่
ภาพบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569
ภาพบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569

ประเด็น ออกเสียงเลือกตั้งใหม่ โซเชียลตั้งข้อสังเกต “ต้นขั้วบัตร” ไม่เหมือนเดิม นี้ สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหลังจากกรณีบาร์โค้ดที่เคยเป็นประเด็นร้อนมาแล้ว ผู้สังเกตการณ์หลายคนเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง เพื่อความโปร่งใส

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความแตกต่างของบัตรเลือกตั้ง

หากต้นขั้วบัตรไม่ตรงตามมาตรฐาน อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง บางความเห็นชี้ว่าอาจเป็นการแก้ไขปัญหาจากครั้งก่อน แต่ก็มีเสียงกังวลว่าอาจเปิดช่องให้เกิดข้อพิพาทได้

  • เลขที่ขั้วบัตรหายไป: อาจทำให้ตรวจสอบยากขึ้น
  • บาร์โค้ดยังอยู่: คำถามว่ามีไว้ทำอะไร?
  • โซเชียลมีส่วน: ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้งออกมาให้ความเห็นว่าต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ หากพบความผิดปกติจริง อาจนำไปสู่การอุทธรณ์ผลได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องโปร่งใส 100% ประชาชนมีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวัง คุณล่ะ คิดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องบังเอิญหรือมีที่มา? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารเลือกตั้งเพื่อสิทธิ์ของคุณ

สุดท้ายแล้ว มันจบแล้วจริงหรือ? หรือเพิ่งเริ่มต้นการตรวจสอบที่แท้จริง

ที่มา – ออกเสียงเลือกตั้งใหม่ โซเชียลตั้งข้อสังเกต “ต้นขั้วบัตร” ไม่เหมือนเดิม

เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วย กทม. น่าน อุดรธานี

เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจในวันนี้ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มกระบวนการเปิดหีบออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ใน 3 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดน่าน และจังหวัดอุดรธานี โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 3 หน่วย และนับคะแนนใหม่ 1 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถมาใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามที่ ผอ.กกต.กทม. ได้ให้ข้อมูลไว้

เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี

การเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาในครั้งก่อน เช่น พายุฝนทำให้เต็นท์ถล่มและบัตรเลือกตั้งเสียหาย ส่งผลให้ต้องจัดใหม่เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม เริ่มจากกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยที่ 9 ณ อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว ที่นี่จัดการเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และประชามติใหม่ ประชาชนเริ่มทยอยมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดหน่วยเลือกตั้งใน กทม.

นอกจากหน่วย 9 แล้ว ยังมีการนับคะแนนใหม่ที่หน่วย 10 ในสถานที่เดียวกัน เริ่มเวลา 10.00 น. สำหรับบัตร ส.ส. แบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ คาดว่าผู้มีสิทธิ 715 คนจะมาใช้สิทธิ 70% หรือราว 500 คน ผอ.กกต.กทม. ว่าที่ร้อยตรี ดร.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ เผยว่าทุกอย่างพร้อม ไม่มีปัญหาแบบครั้งก่อนเพราะย้ายมาอาคาร

ต่อมาจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยที่ 4 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน ณ ศาลาอเนกประสงค์หมู่ 4 จัดเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น

ส่วนจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยที่ 3 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน ณ หอประชุมบ้านศรีเกิด จัดเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต

  • กทม. หน่วย 9 และนับใหม่หน่วย 10: เลือกตั้ง ส.ส. ทุกแบบ + ประชามติ
  • อุดรธานี หน่วย 4: ส.ส. บัญชีรายชื่อ
  • น่าน หน่วย 3: ส.ส. แบ่งเขต

กกต. ย้ำใช้ระเบียบเดิมทุกประการ นับคะแนนหน้าหน่วย ประกาศผลทันที แล้วรายงานขึ้นไป บัตรชุดใหม่พิมพ์จากกกต.กลาง บัตรเก่ารอทำลาย ชุดนับคะแนนซ้อมเสมือนจริง ปรับปรุงจากบทเรียนสื่อ ไม่ซ้อนแผ่นขีดคะแนน ใช้ 3 บอร์ดต่อหน่วย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ชัดเจน

เรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กกต.ยืนยันยังลับและตรงไปตรงมา ขอความร่วมมือห้ามถ่ายบัตรเลือกตั้ง เพราะผิดกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องถ่ายเก็บ และเพื่อความสบายใจทุกฝ่าย การถ่ายบัตรที่ลงเครื่องหมายถือว่าผิดแน่นอน

การเปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกกต.ในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบเลือกตั้งไทย แม้จะมีปัญหาเล็กน้อยในอดีต แต่ครั้งนี้ทุกอย่างปรับปรุงดีขึ้น สถานที่มั่นคง อุปกรณ์พร้อม บรรยากาศคึกคัก ผู้มีสิทธิ์ที่มาใช้สิทธิ์ต่างยิ้มแย้มและมั่นใจในกระบวนการ

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งที่โปร่งใสแบบนี้คือหัวใจของประชาธิปไตยไทย ช่วยป้องกันข้อครหาและเสริมสร้างความศรัทธา หากทุกคนร่วมมือไม่ถ่ายบัตร หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผลลัพธ์จะออกมาดีแน่นอน

เชิญชวนทุกท่านติดตามผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ และอย่าลืมออกมาใช้สิทธิในโอกาสหน้าด้วยนะครับ เพื่ออนาคตของเรา!

ที่มา – เปิดหีบเลือกตั้งใหม่ 3 หน่วยใน กทม. น่าน อุดรธานี ผอ.กกต.กทม. เผยภาพรวมเรียบร้อย

“พริษฐ์” ชวนจับสังเกต 5 อย่าง ลงคะแนนใหม่พรุ่งนี้

การเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องความลับในการลงคะแนนเสียง ล่าสุด “พริษฐ์” หรือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ชวนทุกคนจับตาด้วยประเด็นสำคัญ “พริษฐ์” ชวนจับสังเกต 5 อย่าง ลงคะแนนใหม่พรุ่งนี้ เปลี่ยนไปจาก 8 ก.พ. หรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่าการจัดการของ กกต. ในวันลงคะแนนใหม่ 22 ก.พ. จะเหมือนเดิมหรือไม่

“พริษฐ์” ชวนจับสังเกต 5 อย่าง ลงคะแนนใหม่พรุ่งนี้ เปลี่ยนไปจาก 8 ก.พ. หรือไม่

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์การลงคะแนนเสียงใหม่ในบางหน่วย เช่น กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยที่ 9 หาก กกต. ยืนยันว่าเลือกตั้ง 8 ก.พ. ถูกต้องและเป็นไปโดยลับแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวัน 22 ก.พ. ก็ต้องเหมือนเดิมทุกประการ หากเปลี่ยนแปลง แสดงว่ามีปัญหาในวันเดิมโดยปริยาย

5 สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาในการลงคะแนนใหม่

เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและลับจริง ประชาชนควรสังเกต 5 ประเด็นหลักดังนี้ โดยใช้รายการด้านล่างเป็นแนวทาง:

  • 1. บัตรเลือกตั้งต้องมี barcode / QR code เหมือนเดิม: โดยเฉพาะบัตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (สีชมพู) ต้องมี barcode แตกต่างกันแต่ละใบ ระบุ “รหัสบัตร” เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แค่รหัสเล่มหรือหน่วยเลือกตั้ง หากไม่มีหรือเปลี่ยน อาจบ่งชี้ปัญหาการติดตามบัตร
  • 2. เห็น “รหัสบัตร” ชัดเจนตอนรับบัตร: ประชาชนที่ไปใช้สิทธิต้องมองเห็นรหัสบัตรตรงขอบบัตร เช่น Axxxxx0001 เพื่อยืนยันความโปร่งใส ไม่มีการปกปิด
  • 3. รหัสบัตรเรียงลำดับต่อเนื่อง: หาก 2 คนต่อคิวกัน รหัสบัตรต้องเรียงกัน เช่น Axxxxx0001 และ Axxxxx0002 แสดงว่าระบบจัดการถูกต้อง ไม่มีการสลับหรือข้าม
  • 4. เจ้าหน้าที่เขียน “ลำดับ” ชัดเจน: ตรงขอบบัตรต้องบันทึกลำดับในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ ไม่ใช่ลำดับรับบัตร เพื่อป้องกันการสับสน
  • 5. นับคะแนนชูบัตรให้เห็นชัด: เจ้าหน้าที่ต้องชูบัตรขานคะแนนต่อหน้าผู้สังเกตการณ์ โดยไม่ปกปิด barcode / QR code เพื่อให้ทุกคนตรวจสอบได้

ประเด็นเหล่านี้มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อครหาเรื่อง barcode บนบัตรที่อาจเชื่อมโยงกับผู้ลงคะแนน ทำให้ขัดหลักการลับในการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ หากวัน 22 ก.พ. เปลี่ยนแปลงใดๆ แสดงว่า กกต. ยอมรับว่าวิธีเดิมมีปัญหา ส่งผลให้ต้องทบทวนผลการเลือกตั้งทั้งหมด

นอกจากนี้ การจับตาครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง ประชาชนมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบอำนาจรัฐ อย่าปล่อยให้เกิดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริตเลือกตั้ง

สุดท้าย ชวนทุกท่านออกไปใช้สิทธิและสังเกต 5 อย่างนี้ในวันพรุ่งนี้ แล้วมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ เพื่อให้เสียงของเราดังและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง!

ที่มา – “พริษฐ์” ชวนจับสังเกต 5 อย่าง ลงคะแนนใหม่พรุ่งนี้ เปลี่ยนไปจาก 8 ก.พ. หรือไม่

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาและข้อถกเถียงมากมาย โดยเฉพาะปัญหาความโปร่งใสในการนับคะแนนและกระบวนการลงคะแนน ล่าสุด อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง นี่คือประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำชัดในการให้สัมภาษณ์รายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง หลังพบปัญหาต่างๆ เช่น บัตรเขย่ง คะแนนรายงานไม่ตรงกับผลรวม รวมถึงขอให้อัพโหลดใบขีดคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งคู่กับใบรวมคะแนนบนเว็บไซต์ เพื่อให้สังคมตรวจสอบความถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบแล้ว พบปัญหาเด่นชัดในหลายพื้นที่

ตัวอย่างปัญหาการนับคะแนนที่ชวนสงสัย

  • เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา: ผลต่างระหว่างบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบ สูงถึง 13,000 บัตร ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้ร้องกกต. แล้ว แต่ได้รับคำชี้แจงทางโทรศัพท์ว่าไม่มีปัญหาเพราะรวมแล้วเท่ากัน รอหนังสืออย่างเป็นทางการ
  • กรุงเทพมหานคร: ผู้สมัครพรรคได้คะแนน 71 แต่ใบรวมคะแนนระบุเพียง 1 คะแนน ตรวจสอบพบ 70 คะแนนหายไป บวกในบัตรเสียและบัตรไม่ลงคะแนนแทน

หากกกต.มั่นใจในความโปร่งใส ควรเปิดเผยใบขีดคะแนนทั้งหมด หากไม่เปิด จะยิ่งจุดสงสัยว่าปกปิดอะไร นายอภิสิทธิ์เตือนว่าอาจนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในระบบ สังคมไม่ยอมรับ และเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้ กกต.ต้องรับผิดชอบและอำนวยความสะดวกตรวจสอบทันที

ย้ำปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85

อีกประเด็นร้อนคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับจริง หลักการลงคะแนนลับเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ให้ตกอยู่ใต้อาณัติหรือความกลัว รัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุชัดว่า ต้องไม่มีผู้ใดทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร บาร์โค้ดช่วยให้ตรวจสอบได้โดยตรง แม้ไม่ต้องพิสูจน์จริง คำว่า “อาจทราบหรือตรวจสอบได้” ครอบคลุมกรณีนี้

กฎหมายเลือกตั้งห้ามทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายพิเศษบนบัตร เพราะอาจล่วงรู้การลงคะแนน หากลับให้ลับเฉพาะตอนกา ทำไมต้องมีกฎห้ามนั้น เจตนารมณ์ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก กระทบความน่าเชื่อถือทั้งระบบเลือกตั้ง หากไม่แก้ไข ประชาชนอาจสูญเสียศรัทธา

นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ยังสะท้อนปัญหาเชิงระบบ เช่น การจัดการบัตรเลือกตั้งที่ล่าช้า การรายงานผลช้า และการขาดกลไกตรวจสอบอิสระ ในอดีตเคยมีคดีเลือกตั้งใหม่หลายครั้งเพราะปัญหาคล้ายกัน หากกกต.ไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่การร้องศาลหรือการประท้วงใหญ่

ความโปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องยุติธรรมและตรวจสอบได้ทุกฝ่าย เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์เสนอเป็นทางออกที่สมเหตุสมผล กกต.ควรรีบดำเนินการก่อนสายเกินแก้

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง และปัญหาบาร์โค้ดนี้? มีประสบการณ์ในหน่วยเลือกตั้งของคุณเองหรือไม่ แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันติดตามและผลักดันให้ระบบเลือกตั้งดีขึ้น!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ย้ำปม “บาร์โค้ด” ขัดรัฐธรรมนูญ

“มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”เตือน

“มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะปัญหาการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทางไปรษณีย์ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความลับในการลงคะแนน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ได้เดินทางยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและสั่งให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ

“มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ได้แถลงข่าวหลังยื่นคำร้อง โดยชี้ว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์ไม่เป็นไปโดยลับ เพราะบัตรเลือกตั้งถูกส่งผ่านระบบไปรษณีย์ต่างประเทศ ซึ่งประชาชนจำนวนมากไลฟ์สดให้เห็นบัตรก่อนลงคะแนน และระหว่างทางกลับไทย เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สามารถส่องดูได้ง่ายๆ ด้วยแสงไฟ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเลือกปฏิบัติที่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะต้นขั้วบัตรในประเทศลงนามโดยประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) แต่ในต่างประเทศใช้เอกอัครราชทูตแทน

ปัญหาหลักที่ทำให้ “มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่

  • ไม่เป็นความลับ: การลงคะแนนมีผู้อื่นเห็น เช่น ระหว่างไลฟ์หรือเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85
  • เลือกปฏิบัติ: ระเบียบ กกต. ไม่เท่าเทียมกับการเลือกตั้งในประเทศ
  • ขาดการวินิจฉัย: กกต. ออกระเบียบโดยไม่ขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นายมงคลกิตติ์ยื่นขอให้ศาลปกครองกลางส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และขอความคุ้มครองชั่วคราวห้าม กกต. ประกาศผล โดยแนบหลักฐานไลฟ์สด 38 คลิปที่พิสูจน์ว่าประชาชนแสดงบัตรต่อหน้าผู้อื่น

นอกจากนี้ เขายังฝากคำแนะนำถึงเลขาธิการ กกต. นายแสวง บุญมี และ กกต. ทั้ง 7 ท่าน โดยอ้างว่าประชาชน 80% ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง แนะนำให้จัดเลือกตั้งใหม่เพื่อความสุจริต แม้เสียเงิน 6,000 ล้านบาท แต่คุ้มค่ากว่าความโกลาหล และอ้างคำเตือนจากนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย หากไม่ฟังอาจติดคดีในวัยชรา

สำหรับผลกระทบหากโมฆะ ส.ส. พรรคทางเลือกใหม่อย่างตัวเขาเองก็พร้อมลงใหม่ โดยมั่นใจประชาชนยังสนับสนุนเพราะความตรงไปตรงมา และพร้อมร่วมรัฐบาลควบคู่

ประเด็นนี้สะท้อนปัญหาการเลือกตั้งที่ต้องโปร่งใสมากขึ้น เพื่อความเชื่อมั่นจากประชาชน หาก กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ตามที่ “มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว อาจช่วยลดข้อพิพาทได้

คุณคิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้? การเลือกตั้งทางไปรษณีย์ควรปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้ลับและเท่าเทียม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงที่สร้างสรรค์

ที่มา – “มงคลกิตติ์” แนะ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ หลัง “วิษณุ”ออกมาเตือนแล้ว

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อาจเดินทางไปยุโรปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด ปลัดกระทรวงได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อคลายความสงสัยและยืนยันความโปร่งใสในการทำงาน

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างชัดเจน โดยระบุว่าข่าวที่นำเสนอว่า มีข้าราชการระดับสูงเดินทางไปยุโรปพร้อม ร.อ.ธรรมนัส นั้นไม่เป็นความจริง และน่าจะเกิดจากการคลาดเคลื่อน ข้าราชการทุกคนที่ต้องการเดินทางไปต่างประเทศต้องยื่นขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงก่อน ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องดังกล่าวเลย ปลัดฯ จึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และยืนยันว่ากระทรวงกำลังทำงานเต็มที่ทุกด้าน

การประชุมข้าราชการระดับสูงและคำย้ำภารกิจ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ปลัดวิณะโรจน์ ได้ประชุมกับข้าราชการระดับสูงของกระทรวง โดยย้ำเตือนว่าทุกคนต้องทุ่มเททำงานและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เนื่องจากได้รับเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชน ไม่มีที่ว่างหรือสุญญากาศในการทำงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนได้รับบริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส โดยส่วนตัวในฐานะข้าราชการประจำ จะไม่แสดงความเห็นทางการเมือง แต่ยึดมั่นในหน้าที่รับคำสั่งและทำงานให้สมบูรณ์แบบ หลังการประชุม ทุกคนเข้าใจดีว่าจะไม่ลอยตัวหรือหยุดชะงักงานใดๆ

ภารกิจเร่งด่วนที่ข้าราชการต้องรับมือ

ขณะนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูเพาะปลูก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญสำหรับเกษตรกร กระทรวงเกษตรมีภารกิจมากมายที่ต้องดูแล โดยปลัดฯ ได้มอบหมายโจทย์ให้หน่วยงานต่างๆ วางแผน ดังนี้

  • รับมือภัยแล้ง: เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง
  • บริหารจัดการน้ำ: จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอและยั่งยืน
  • วางแผนเพาะปลูก: สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • ประชุมติดตาม: สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมใหญ่เพื่อสรุปแผนงาน

นอกจากนี้ ปลัดเกษตร ยังชี้แจงเรื่องการเดินทางต่างประเทศของหน่วยงานว่า จะเกิดขึ้นเฉพาะภารกิจที่จำเป็นตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น การประชุม FAO หรือกิจกรรมด้านพืช สัตว์ และประมง ที่มีกำหนดการชัดเจน หากไม่ไปอาจเสียผลประโยชน์ของชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและโปร่งใส

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประชุมรัฐมนตรี

มีข่าวเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ารัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส จะมาร่วมประชุมข้าราชการระดับสูงในวันนั้น แต่จริงๆ แล้วได้ประชุมเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันก่อน รัฐมนตรีมีภารกิจอื่นๆ มากมาย หากมีคำสั่งจะผ่านปลัดฯ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งใหม่เพิ่มเติม

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของข้าราชการกระทรวงเกษตรในการทำงานท่ามกลางข่าวลือที่อาจสร้างความไม่ไว้วางใจ ปลัดเกษตร ยืนยันไม่มีข้าราชการร่วมทริปยุโรปธรรมนัส เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน

ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวลือเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง แต่การชี้แจงที่รวดเร็วและชัดเจนจากปลัดกระทรวงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในยุคที่เกษตรกรต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากภาครัฐ

หากคุณเป็นเกษตรกรหรือสนใจข่าวสารด้านการเกษตร สามารถติดตามข้อมูลอัปเดต แผนช่วยเหลือภัยแล้ง และบริการจากกระทรวงได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแพร่กระจาย และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้!

ที่มา – ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันไม่มีข้าราชการระดับสูงร่วมทริปยุโรปพร้อม “ธรรมนัส”

“ชาญชัย” ยื่นร้องปมบาร์โค้ดเลือกตั้งโมฆะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองที่กำลังเป็นกระแสแรงมากมาอัพเดทกัน นั่นคือ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ เดินทางยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับ!

“ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

เรื่องนี้เริ่มจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เมื่อ 13 ธันวาคม 2568 กกต.ประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และวันเลือกตั้งจริง 8 ก.พ. 2569 แต่ปัญหาคือบัตรเลือกตั้งที่ใช้ มีการพิมพ์บาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งเชื่อมโยงได้กับรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและลำดับการลงคะแนน ทำให้เจ้าหน้าที่หรือคนที่เข้าถึงระบบ สามารถตรวจสอบย้อนหลัง (trace back) ได้ว่าใครเลือกใคร!

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 บอกชัด “การออกเสียงลงคะแนนต้องโดยตรงและลับ” ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยที่ 7/2549 ไว้ว่า หลักการลับนี้เป็นหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ การเลือกตั้งก็ไม่เสรี ผู้ลงคะแนนจะกลัวถูกข่มขู่ โดยเฉพาะในระบบซื้อสิทธิขายเสียง ที่คนซื้อสามารถเช็คได้ว่าคนที่จ่ายเงินไปโหวตตามสัญญาหรือเปล่า ทำให้เกิดการกดดัน จูงใจ หรือคุกคามมากขึ้น

ทำไมบาร์โค้ดถึงเป็นปัญหาใหญ่?

สำนักงาน กกต. เองยังยอมรับว่าบัตรเหล่านี้ trace ได้ แม้จะบอกว่ายาก แต่ก็เป็นช่องโหว่ชัดๆ เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิ ถ้าคุณไปโหวตแล้วมีรหัสเฉพาะตัว ใครๆ ก็รู้ได้ว่าคุณเลือกพรรคไหน จะกล้าโหวตตามใจจริงๆ มั้ย? มันทำลายความเชื่อมั่น เปิดทางให้ทุจริตหนักขึ้น และขัดหลัก free and secret ballot สากล

ปัญหาอื่นๆ ที่ชาญชัยชี้

นอกจากปมบาร์โค้ดแล้ว ยังมีประเด็นอื่นที่ไม่โปร่งใสอีกเพียบ ลองดูสรุปแบบ bullet points นะ:

  • การนับคะแนนไม่โปร่งใส: ขานคะแนนแล้วขีดทับด้วยใบปิดซ้อนๆ เจ้าหน้าที่ต้องมุดหัวเข้าไปขีด ไม่มีประเทศไหนทำแบบนี้ ส่อทุจริตชัดๆ
  • ผลขีดคะแนนไม่ตรงเอกสารสรุป: หลายหน่วยเลือกตั้งเจอปัญหานี้ เหมือนถูกสั่งการ
  • จำนวนบัตรไม่เท่ากัน (บัตรเขย่ง): บัตร ส.ส.เขต (เขียว) กับบัญชีรายชื่อ (ชมพู) ควรเท่ากันเพราะคนละใบต่อคน แต่เกือบทุกหน่วยไม่เท่า พิรุธใหญ่!
  • คูหาไม่ลับ: หลายที่เห็นจากด้านหลังได้ว่ากาเบอร์ไหน สื่อแพร่ภาพชัด

ชาญชัยย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ทำลายประชาธิปไตย ทำให้ผลเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยตาม พ.ร.ป.วิธีพิจารณาศาล รธน. มาตรา 7(11) และ 46 ว่าการเลือกตั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมั้ย พร้อมหลักฐานอย่างต้นขั้วบัตรเก่าๆ มาให้ดูด้วย

มุมมองส่วนตัวผมนะ การเลือกตั้งคือหัวใจประชาธิปไตย ถ้าไม่ลับ ไม่โปร่งใส รัฐบาลที่ได้มาก็ขาด legitimacy ประชาชนจะไม่เชื่อถือ สังคมแตกแยก ลองคิดดูถ้าทุกคนกลัวซื้อเสียงจนต้องโหวตตามแรงกดดัน เสรีภาพเราจะเหลืออะไร? เรื่องนี้ต้องเร่งตรวจสอบจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่น

คุณล่ะคิดยังไงกับ “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด? คอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างเลยนะ แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย ช่วยกันติดตามข่าวให้การเมืองไทยโปร่งใสขึ้น!

ที่มา – “ชาญชัย” ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาล รธน. ชี้ขาดเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปมบาร์โค้ด

Scroll to top