เลือกตั้ง 2568

คึกคัก! จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

การจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางความไม่มั่นใจของ “เรืองไกร” เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของ พปชร. ในขณะที่ “อิ่ม ธีรรัตน์” จากเพื่อไทย ได้เบอร์จำง่ายและมั่นใจว่าจะสามารถปักธงใน กทม. ได้มากกว่า 1 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 บรรยากาศการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตของกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างคึกคัก หลังเวลา 08:30 น. กกต.ประจำเขตเลือกตั้งได้ให้ผู้สมัครจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เพื่อเรียงลำดับการยื่นเอกสาร ซึ่งในหลายเขต หลังจากจับสลากในรอบแรกเสร็จสิ้น ก็สามารถตกลงกันได้ว่าจะใช้หมายเลขนั้นเป็นหมายเลขของผู้สมัคร ทำให้การรับสมัครเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมให้กำลังใจผู้สมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 พร้อมกับกองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์ผู้สมัครของตนเองอย่างเต็มที่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เขาตัดสินใจลงสมัคร สส.เขต หลังจากได้พูดคุยกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เมื่อสองวันที่แล้ว แม้ว่าพลเอกประวิตรจะวางมือทางการเมืองและไม่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ แต่เขาก็ต้องการเป็นตัวแทนของพรรค เนื่องจากที่ผ่านมาได้ทำงานในการตรวจสอบและร้องเรียนเรื่องสำคัญมาโดยตลอด และล่าสุดเพิ่งยื่นร้องเรียนเรื่องที่ทำผิดกฎหมายประชาชาติ

นายเรืองไกรยังกล่าวอีกว่า เขายังไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้านนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเธอจับได้หมายเลข 11 ซึ่งเป็นหมายเลขที่จดจำได้ง่าย และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกตั้ง สส.ในกรุงเทพมหานครมากกว่า 1 ที่นั่งอย่างแน่นอน ส่วนตัวเธอจะพยายามทำให้ดีที่สุด และเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาสพรรคเพื่อไทยที่ชูนโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อถูกถามว่าคะแนนจะออกมาสูสีอีกหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ตอบว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

ด้านนายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 พรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้ประกาศข่าว ยอมรับว่าได้รับการทาบทามจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้มาลงสมัคร เนื่องจากเขามีความสนใจในเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยทำงานให้กับพรรคโอกาสใหม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจมาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลนายอนุทินจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ด้านนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งเป็นอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมานางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.ในพื้นที่ ได้นำเขาลงพื้นที่และให้คำปรึกษา ทำให้เขามั่นใจว่าเข้าใจปัญหาของชาวเขต 2 เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเขตชั้นในที่มีชุมชนบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนข้อกังวลว่าเขาเคยเป็นนักเคลื่อนไหวนั้น นายเสกสิทธิ์กล่าวว่า เขาต้องการเข้ามาทำการเมืองในสภาเพื่อช่วยผลักดันแก้ไขปัญหา และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในความตั้งใจของเขา

จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

สรุปการจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

สรุปโดยรวมแล้ว การจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและคึกคัก ผู้สมัครแต่ละคนต่างมีความมั่นใจในโอกาสของตนเอง และพร้อมที่จะลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย และเป็นโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณ!

ที่มา – จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต คึกคัก “เรืองไกร” ไม่มั่นใจเป็นเลือกตั้งครั้งสุดท้าย พปชร.

รทสช.ลุยเลือกตั้ง! เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ

รทสช. เครื่องร้อนพร้อมลุยเลือกตั้ง “พีระพันธุ์” ติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ  ย้ำจุดยืน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” 

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่โรงแรม เลอ มอนเต้ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค จัดกิจกรรมอบรมสัมมนา ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ บางส่วนจากทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมศักยภาพของผู้สมัคร ในการลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีแกนสำคัญที่สุดคือยึดมั่น ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ และไม่ว่านโยบายของพรรคจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ประเทศเพียงใด อุดมการณ์ปกป้องสถาบันหลัก จะยังคงสอดแทรกอยู่ในทุกภารกิจเสมอ และอีกหัวใจสำคัญในการทำงานของพรรคคือ แนวคิด “สู้ให้ทุกปัญหา พึ่งพาได้ทุกเรื่อง” เพราะสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากที่สุด คือ มีคนที่พร้อมแก้ไขปัญหา และพยายามเข้าไปช่วยเหลืออย่างจริงจัง และพรรคต้องการคนที่เข้ามาทำงาน ไม่ใช่มาเล่นการเมือง

โดยแนวนโยบายในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ มุ่งมั่นที่แก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติด้วยความ “เด็ดขาด” เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงระดับ “พลิกโฉม” ประเทศ โดยเฉพาะวิกฤตความมั่นคงด้านอธิปไตย ปัญหาทุจริตงบประมาณ ทุนเทา สแกมเมอร์ ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก  ปัญหาราคาพลังงาน  ปัญหาภาคเกษตร  และปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน

“วิกฤตเกิดจากปัญหาที่ไม่มีใครแก้  วันนี้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาหลายอย่างที่กลายเป็นวิกฤต โดยเฉพาะความมั่นคงชายแดน ถ้าเราไม่ทุบโต๊ะเด็ดขาด ไม่มีวันจบ ไม่เสริมกำลังกองทัพไม่จบ นโยบายเราคือ ยกเลิก MOU 43-44 ร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที เราจำเป็นต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาด จัดการกับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และพวกสแกมเมอร์ โดยเสนอบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต เราจะค้ำจุนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง และเดินหน้ารื้อโครงสร้างระบบพลังงานต่อไป ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน เพื่อลดภาระค่าพลังงานของประชาชน เราพร้อมสร้างสังคมที่มีคุณภาพสำหรับคนทุกวัย และเตรียมผลักดันภาคเกษตรกรรมของไทยให้เป็นธุรกิจการเกษตรที่สามารถสร้างรายได้สู่กระเป๋าเกษตรกรอย่างยั่งยืน”  นายพีระพันธุ์ กล่าว

ด้านนายอรรถวิชช์  สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวสรุปประเด็น ด้านเศรษฐกิจ ที่เป็นแนวนโยบายของพรรคว่า ประเทศไทยถูกแช่แข็งมากว่า 20 ปี เนื่องจากไม่มีธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve อาทิ อุตสาหกรรมผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการเกษตรแบบโอลีโอเคมี ฯลฯ ทั้งหมดเหล่านี้ ต้องอาศัยการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งต้องเกิดจากการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานที่ยังคงผูกขาดอยู่กับนายทุน รวมถึงการชูนโยบายลบประวัติเครดิตบูโร ที่สร้างปัญหาการแช่แข็งผู้มีรายได้น้อยไว้ 3 ปี ทำให้ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารเพื่อนำมาประกอบธุรกิจดำรงชีพได้ต่อไป  

ขณะที่ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงนโยบายการยกระดับภาคเกษตรกรรมว่า จะลดต้นทุนของเกษตรกรด้วยการเร่งแก้ปัญหาพลังงาน ชูนโยบายโซลาร์เสรี ควบคู่กับการดูแลปัจจัยการผลิตทั้งที่ดิน ปุ๋ย และการจัดการน้ำ อีกทั้งแก้ปัญหาราคาผลผลิตผ่านการปฏิรูปสหกรณ์การเกษตร สร้างกลไกตลาดที่สมดุล ซึ่งรัฐต้องมีบทบาทเป็นคนกลาง ทั้งการสนับสนุนเครื่องจักรในการทำการเกษตร และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ ที่ทำให้เกษตรกรได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมช่วงบ่าย เป็นการทำเวิร์กช็อปยกระดับทักษะการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์และเทคนิคการนำเสนอนโยบายเด่นในแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างมาตรฐานการสื่อสารที่เป็นเอกภาพทั่วประเทศ และในวันพรุ่งนี้ (19 ธ.ค. 68) จะให้ความรู้ด้านกฎหมายการเงินที่ใช้ในการเลือกตั้ง เพื่อเน้นย้ำความถูกต้องโปร่งใสตามระเบียบ กกต. พร้อมปิดท้ายด้วยการติวเข้มเทคนิคการหาเสียงเชิงรุก เตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่เพื่อ “สู้ให้ทุกปัญหา” เป็นที่ “พึ่งพาได้ทุกเรื่อง” ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

รทสช. ย้ำจุดยืน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ”

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกาศความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเน้นย้ำจุดยืนที่ชัดเจนในการ “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” พรรคฯ มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของชาติอย่างจริงจัง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้กับประเทศและประชาชน

นโยบายหลัก: เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ

นโยบายหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ การ “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตความมั่นคง ปัญหาเศรษฐกิจ หรือปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน

  • ความมั่นคง: รทสช. ให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงของชาติ และพร้อมที่จะใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อจัดการกับภัยคุกคามต่างๆ
  • เศรษฐกิจ: พรรคฯ มีนโยบายที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
  • คุณภาพชีวิต: รทสช. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สาธารณสุข หรือสวัสดิการสังคม

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มั่นใจว่าด้วยนโยบายที่ชัดเจนและการทำงานอย่างจริงจัง พรรคฯ จะสามารถ “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” และนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – รทสช.เครื่องร้อนพร้อมลุยเลือกตั้ง ย้ำจุดยืน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ”

“เสธ.เปีย” ชิง สส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

“เสธ.เปีย” นำทีมสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ชิงเก้าอี้ สส. 5 เขต กาญจนบุรี รับแข่งขันสูง แต่สู้เต็มที่

การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการลงชิงชัยเก้าอี้ สส. ของ “เสธ.เปีย” พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ อดีต สส.จากพรรคเพื่อไทย ที่วันนี้ได้นำทีมเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในทั้ง 5 เขตของจังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ หรือ เสธ.เปีย อดีต สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมว่าที่ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี ทั้ง 5 เขต เปิดตัวลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐอย่างเป็นทางการ สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองในพื้นที่

พล.อ.สมชาย กล่าวถึงภาพรวมการแข่งขันในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ว่า เขต 1 มีการแข่งขันสูง ทุกพรรคต่างมีความหวังที่จะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนเอง ซึ่งทีมงานจะลงพื้นที่ทำงานอย่างหนัก และทำให้ดีที่สุด ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐเอง ก็กำลังเร่งขับเคลื่อนการทำงานของผู้สมัคร โดยจะคัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ และสามารถทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

เมื่อถูกถามถึงแนวทางการต่อสู้กับกระแสความนิยมของคนรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในพื้นที่ พล.อ.สมชาย กล่าวว่า แม้ว่าสังคมโดยทั่วไปจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตนเองมองว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การบริหารงานและการพัฒนาประเทศยังคงต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า และความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าอาจได้เปรียบในเรื่องของประสบการณ์ที่สั่งสมมา แต่คนรุ่นใหม่ก็มีความกระตือรือร้น และมีความเข้าใจในเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้สามารถนำมาผนวกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สังคมได้

นอกจากนี้ พล.อ.สมชาย ยังกล่าวถึงกระแสความนิยมของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่กำลังมาแรงและเป็นพรรคที่มีขนาดใหญ่ขึ้นว่า ตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองต่างก็มีนโยบายและแผนงานที่เป็นของตนเอง และท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใดให้เข้ามาบริหารประเทศ

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.สมชาย กล่าวว่า ตนเองตั้งความหวังไว้สูงสุด และจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แม้ว่าการแข่งขันจะค่อนข้างสูง แต่ก็เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง จะสามารถเอาชนะใจประชาชนได้

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี ทั้ง 5 เขต ประกอบด้วย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ชิง สส.กาญจนบุรี เขต 1, นายจิตรกร ว่องประเสริฐ เขต 2, นายเดชาธร ชมเพ็ชร เขต 3, นายเผ่าพันธุ์ ดอกมะลิป่า เขต 4, นายวันชัย สินประเสริฐ เขต 5

“เสธ.เปีย” ชิง สส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

ใครคือ “เสธ.เปีย” ผู้ท้าชิง สส.กาญจนบุรี?

พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสธ.เปีย” ถือเป็นนักการเมืองมากประสบการณ์ในจังหวัดกาญจนบุรี เคยดำรงตำแหน่ง สส. ในนามพรรคเพื่อไทยมาแล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้ “เสธ.เปีย” เป็นผู้สมัครที่น่าจับตามองในการชิง สส.กาญจนบุรี

การตัดสินใจของ “เสธ.เปีย” ในการย้ายพรรคครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในจังหวัดกาญจนบุรี และบ่งบอกถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ พรรคพลังประชารัฐหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “เสธ.เปีย” และทีมงาน จะสามารถนำพาความสำเร็จมาสู่พรรค และเป็นตัวแทนของประชาชนชาวกาญจนบุรีได้อย่างแท้จริง

การชิง สส.กาญจนบุรี ในครั้งนี้จึงเป็นการแข่งขันที่น่าติดตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการขับเคี่ยวกันระหว่างผู้สมัครจากพรรคต่างๆ และการตัดสินใจของประชาชนที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพวกเขาในสภาผู้แทนราษฎร

ที่มา – “เสธ.เปีย” นำทีมสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ชิงเก้าอี้ สส. 5 เขต กาญจนบุรี

สนธยา-สุชาติ จบ! สู้ศึกเลือกตั้งภูมิใจไทยชลบุรี

“บ้านใหญ่-บ้านใหม่ชลบุรี”ลงตัว “เฮ้ง” ลงชิง สส.เขต 1 “สนธยา-สุชาติ”ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี

วันที่ 3 ธ.ค. 2568 นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำกลุ่มพลังชน เปิดเผยว่า ช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้ ตนได้พูดคุยและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่สำนักงานพลังบูรพา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมีการพูดคุยกันจบแล้ว ในเรื่องของการเลือกตั้งทั้ง 10 เขต จ.ชลบุรี โดยว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้งหมด ก็จะดูตามความเหมาะสม โดยไม่มีเรื่องของการแบ่งกันดูแลพื้นที่คนละครึ่ง เพราะส่งในนามภูมิใจไทยชลบุรีทั้งหมด เป็นการพูดคุยกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ที่อยากให้ทำในนามภูมิใจไทยชลบุรีทั้งหมด

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการส่งว่าที่ผู้สมัคร สส.ลงเขต 1 จ.ชลบุรี นายสนธยา กล่าวว่า เขต 1 ได้ให้นายสุชาติ ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะนายสุชาติขอลงเขต 1 ส่วนอีก 9 เขตที่เหลือก็น่าจะลงตัวกันหมดแล้ว ซึ่งก็ต้องมีการมาพูดคุยกับพรรค ก่อนเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ชลบุรีทั้ง 10 เขต คาดว่าเร็วๆนี้

ด้านนายสุชาติ เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับนายสนธยามาตลอด ไม่ใช่เพิ่งเข้าไปพูดคุยกัน โดยได้ข้อสรุปว่าจะทำพื้นที่จ.ชลบุรี ร่วมกัน ในส่วนของพื้นที่เขต 1 ชลบุรี ตนได้ยืนยันกับนายสนธยาว่าจะขอเป็นคนลงเอง ซึ่งนายสนธยาก็ตอบโอเค ทุกอย่างคุยกันหมดเรียบร้อยแล้ว เราพี่น้องกันทั้งนั้น ส่วนในเขตอื่นๆก็ลงตัวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของนายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่ม 16 ของนายสุชาติ มีแนวโน้มจะไปลง สส. แบบบัญชีรายชื่อ

“สนธยา-สุชาติ”ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี

การจับมือกันของนายสนธยา คุณปลื้ม และนายสุชาติ ชมกลิ่น เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี การผนึกกำลังของสองบ้านใหญ่จะส่งผลต่อการแข่งขันในแต่ละเขตอย่างไร และประชาชนจะมีตัวเลือกที่ดีขึ้นหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการเลือกตั้งทั้ง 10 เขตในจังหวัดชลบุรี

อนาคตทางการเมืองของชลบุรีภายใต้ภูมิใจไทย

การที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองของชลบุรี การที่ “สนธยา-สุชาติ” ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคในการกวาดที่นั่ง สส. ในจังหวัดนี้

การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชลบุรี ประชาชนจะมีโอกาสได้เลือกผู้แทนที่สามารถตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้จริงหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายสนธยาและนายสุชาติจะสามารถนำพาชลบุรีไปในทิศทางใด เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ การที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ขอลงสมัคร สส. ในเขต 1 แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความต้องการที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่นี้ การตัดสินใจของนายสนธยาที่จะสนับสนุน ทำให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ การที่ “สนธยา-สุชาติ”ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี จึงเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตา

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินใจของประชาชนที่จะกำหนดอนาคตของจังหวัดชลบุรี การที่ “สนธยา-สุชาติ”ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

  • ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด
  • ศึกษาข้อมูลของผู้สมัครและพรรคการเมืองต่างๆ
  • ใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณอย่างมีวิจารณญาณ

อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและจังหวัดชลบุรีนะคะ เพราะ “สนธยา-สุชาติ”ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี โอกาสของคุณมาถึงแล้ว

ที่มา – “สนธยา-สุชาติ”ประสานเสียงคุยจบแล้ว 10 เขต ร่วมสู้ศึกเลือกตั้งในนามภูมิใจไทยชลบุรี

“ธรรมนัส” ลั่นเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยืนยันยังไม่ได้คุยกับนายเดชอิศม์ ขาวทอง เรื่องการย้ายมาซบพรรคกล้าธรรม พร้อมเตรียมเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่ต้นเดือนหน้า ลั่นในการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขตแน่นอน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมนำ สส. ในสังกัดย้ายเข้าพรรคกล้าธรรมว่า “ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน เรื่องนี้ยังมีเวลาคุย”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายเดชอิศม์ตัดสินใจย้ายไปพรรคอื่นก่อน จะทำอย่างไร ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ตอนนี้ทุกคนต่างตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่พูดถึงเฉย ๆ” อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมกำลังเตรียมการเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่พร้อมกันทั้งหมดในช่วงต้นเดือนหน้า และยืนยันหนักแน่นว่าพรรคจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขตอย่างแน่นอน เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คน ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ไม่ครับ ยังอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นต่ออยู่”

“ธรรมนัส” ลั่นเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต

การประกาศความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกเขต สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจและความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมในการลงสนามเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าการเจรจากับนายเดชอิศม์ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่พรรคก็ยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่

พรรคกล้าธรรมกับการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง

พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส ดูเหมือนจะมีความคึกคักเป็นพิเศษในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต การเปิดตัวผู้สมัครครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า น่าจะเป็นการแสดงศักยภาพและความพร้อมของพรรคให้ประชาชนได้รับรู้

การที่ ร.อ.ธรรมนัส ยังคงสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป บ่งบอกถึงทิศทางทางการเมืองและความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคกล้าธรรมกับรัฐบาลปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายเกี่ยวกับตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยังคงต้องติดตามดูกันต่อไป

นอกจากเรื่องของการส่งผู้สมัครและสนับสนุนนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคกล้าธรรมยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน การนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของพรรค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งของพรรค

การเมืองไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พรรคการเมืองต่างๆ ต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ พรรคกล้าธรรมก็เช่นกัน การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน และการสร้างความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า

  • การคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของประชาชน
  • การพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของประชาชน
  • การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ
  • การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนและกลุ่มต่างๆ

ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีความสำคัญต่อการสร้างความสำเร็จให้กับพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต การที่พรรคสามารถบริหารจัดการปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้พรรคสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง พรรคกล้าธรรมจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกด้าน เพื่อที่จะสามารถคว้าชัยชนะและเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอนาคตประเทศไทย

การตัดสินใจทางการเมืองเป็นเรื่องซับซ้อนและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและรอบคอบ

ที่มา – “ธรรมนัส” ลั่นเลืิอกตั้งหน้าส่งครบทุกเขต แย้มยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” ซบ “กล้าธรรม”

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ รายงานตัว ทำหน้าที่แล้ว

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.ป้ายแดงจากกาญจนบุรี สังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้เข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการทำงานเพื่อประชาชนของเธอ

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.30 น. ณ อาคารรัฐสภา นางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 เป็นวันเลือกตั้ง

การเข้ารับตำแหน่งของนางสาววิชุดา เป็นไปตามอำนาจในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศให้ นางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง

ในการนี้ นางสาวสิริธร ลิมปพยอม รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้เกียรติเป็นผู้ให้การต้อนรับ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ ในการเข้ารายงานตัวครั้งนี้

สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์

การเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ของนางสาววิชุดา วิเชียรศิลป์ ถือเป็นความหวังของชาวจังหวัดกาญจนบุรี เขต 4 ที่จะได้มีผู้แทนเข้าไปทำหน้าที่ในการสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการผลักดันนโยบายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

บทบาทและความคาดหวังต่อ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์

ประชาชนในพื้นที่ต่างคาดหวังว่า สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ จะสามารถนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มี มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. อย่างเต็มที่ และเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวบ้านได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้ ส.ส.วิชุดา สามารถประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำงบประมาณและโครงการต่างๆ มาพัฒนาพื้นที่ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ความท้าทายที่รอ สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์ อยู่ข้างหน้า คือการทำงานร่วมกับ ส.ส. ท่านอื่นๆ จากหลากหลายพรรคการเมือง เพื่อผลักดันกฎหมายและนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวม การสร้างความสามัคคีและความร่วมมือกันในสภาฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

  • สานต่อนโยบายพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี
  • เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนในพื้นที่
  • ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การเริ่มต้นบทบาทใหม่ของ ส.ส.วิชุดา จึงเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของการทำงานในสภาฯ และการลงพื้นที่ดูแลประชาชน เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ จะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมและสร้างประโยชน์สุขให้แก่พี่น้องชาวกาญจนบุรีได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “สส.วิชุดา วิเชียรศิลป์” ลูกสาวศักดิ์ดา เข้ารายงานตัวต่อสภาฯ ทำหน้าที่ สส. แล้ว

“ดร.เอ้” อ้อนขอโอกาส ส่งผู้สมัครไทยก้าวใหม่สู้เลือกตั้ง

“สุชัชวีร์” โว “ไทยก้าวใหม่” พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส. สู้ศึกเลือกตั้งทั่วประเทศ ย้ำจุดแข็ง ร่วมทำงานได้กับทุกฝ่าย ไม่เติมความขัดแย้ง เน้นสร้างความเปลี่ยนแปลง ขอประชาชนให้โอกาส เชื่อมั่น บุคลากรพรรคพาไทยมุ่งไปข้างหน้า

วันที่ 1 พ.ย. 2568 ที่วัดปรมัยิกาวาสวรวิหาร ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้ง ว่า พรรคไทยก้าวใหม่พร้อมส่งผู้สมัครทั่วประเทศ ถือว่าเรามีความมุ่งมั่น และเรามีความพร้อม ส่วนจะประสบผลสำเร็จแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน อยากให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคที่ไม่ไปเติมความขัดแย้ง ซึ่งหากเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เราพร้อมทำงานได้กับทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ขอให้เราได้มีโอกาสได้สร้างความเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่า ได้ตั้งเป้าไว้ที่เท่าไหร่นั้น นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนพูดตั้งแต่วันประกาศเปิดตัวพรรคไทยก้าวใหม่แล้ว ว่า เราตั้งใจเป็นพรรคที่ถ่อมตัว มาเพื่อทำงาน แต่เราก็ต้องการเสียงให้มากพอ ที่สามารถขับเคลื่อนสร้างงานได้ มิเช่นนั้น จะทำงานอะไรไม่ได้เลย เราจึงต้องได้เสียงที่มากพอเพื่อไปดูเรื่องการสร้างทุนมนุษย์ และสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนพิจารณาช่วยพรรคไทยก้าวใหม่ ให้มี ส.ส.เข้าไปทำงานให้มากพอเพื่อที่จะไปช่วยลูกหลานของเราได้

เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่ที่แต่ละพรรคการเมืองมีการแข่งขันกันดุเดือดและแข่งขันสูงในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า แน่นอน เพราะว่าแต่ละพรรคการเมืองเก่งๆ ทั้งนั้น ดังนั้น เราจึงต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น

ส่วนจะมีไม้เด็ดอะไรที่พรรคไทยก้าวใหม่จะใช้มัดใจประชาชน นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพมีทีมเศรษฐกิจที่ดูเรื่องตลาดทุนใหม่ และเชื่อว่า พี่น้องประชาชนคงเบื่อการเมืองแบบเก่าๆ ซึ่งเชื่อว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีความแตกต่าง และเป็นพรรคที่มีความเป็นมืออาชีพ ที่ไม่แสวงหาความขัดแย้ง มาเพื่อทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ให้ประเทศไทยพุ่งไปข้างหน้าเหมือนกับสัญลักษณ์ของพรรคที่เป็นลูกศรพุ่งขึ้นไปข้างบน

“ดร.เอ้” อ้อนขอโอกาสทำงาน ประกาศส่งผู้สมัครไทยก้าวใหม่สู้เลือกตั้งทั่วประเทศ

ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคไทยก้าวใหม่ภายใต้การนำของ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ให้แก่ประชาชน ด้วยนโยบายที่เน้นการสร้างสรรค์ ไม่สร้างความขัดแย้ง พร้อมส่งผู้สมัครไทยก้าวใหม่สู้เลือกตั้งทั่วประเทศ

ทำไมต้องเลือกผู้สมัครไทยก้าวใหม่?

พรรคไทยก้าวใหม่ชูจุดเด่นด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีความเป็นมืออาชีพ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า พรรคฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างทุนมนุษย์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

  • ทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง: ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนพร้อมนำเสนอแนวทางใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  • บุคลากรที่มุ่งมั่น: สมาชิกพรรคทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
  • นโยบายที่สร้างสรรค์: เน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่สร้างความขัดแย้ง

ดร.สุชัชวีร์ เน้นย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่ต้องการโอกาสในการเข้าไปทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยขอให้ประชาชนพิจารณาให้โอกาสพรรคฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประชาชนในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมจะเข้ามาทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง พรรคไทยก้าวใหม่จึงขอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พร้อมจะนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

ดร.สุชัชวีร์และทีมงานพรรคไทยก้าวใหม่ กำลังรอคอยโอกาสจากพี่น้องประชาชนที่จะสนับสนุนและให้โอกาสพวกเขาได้เข้าไปทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ที่มา – “ดร.เอ้” อ้อนขอโอกาสทำงาน ประกาศส่งผู้สมัครไทยก้าวใหม่สู้เลือกตั้งทั่วประเทศ

สุชาติ-ธนกร นำทีมสมัครภูมิใจไทยพรุ่งนี้

“สุชาติ-ธนกร” เตรียมนำทีม “ฐาปกรณ์-ฤทธิรงค์” บุกบ้านภูมิใจไทยพรุ่งนี้! เสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเต็มกำลัง

วันที่ 23 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 ตุลาคม เวลา 12.00 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมให้การต้อนรับแกนนำกลุ่ม 16 สส. นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และสมาชิกกลุ่ม เพื่อ สมัครเข้าพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ ยังมี นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีต สส. สมุทรปราการ เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งจะลงสมัครในเขตเลือกตั้งเดิม และนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สมาชิกเทศบาลเมืองมหาสารคาม ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 1 มหาสารคาม ร่วม สมัครเข้าพรรคภูมิใจไทยในวันเดียวกัน

สุชาติ-ธนกร นำ “ฐาปกรณ์-ฤทธิรงค์” สมัครเข้าบ้านพรรคภูมิใจไทยพรุ่งนี้

การย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของ “สุชาติ-ธนกร” และทีมงานในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด

ทำไมการย้ายพรรคครั้งนี้ถึงน่าจับตามอง?

  • เสริมฐานเสียง: นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นที่รู้จักและมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในภาคตะวันออก ในขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ ก็มีประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน
  • ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ: ทั้งนายสุชาติและนายธนกร ต่างก็มีความรู้ความสามารถในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายของพรรค
  • ภาพลักษณ์: การย้ายพรรคครั้งนี้ อาจส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะที่เป็นพรรคที่เปิดกว้างและพร้อมต้อนรับบุคลากรที่มีความสามารถ

พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า การได้ “สุชาติ-ธนกร” และทีมงานมาร่วมทัพ จึงเป็นการประกาศศักดาว่า ภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

การตัดสินใจของนักการเมืองเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติในวงการการเมืองไทย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

ที่มา – “สุชาติ-ธนกร” นำ “ฐาปกรณ์-ฤทธิรงค์” สมัครเข้าบ้านพรรคภูมิใจไทยพรุ่งนี้

Scroll to top