เลือกตั้ง 69

วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เมื่อมีการพยายามโยงชื่อของ สก. พรรคประชาชน หรือพรรคส้มเดิม เข้าไปพัวพันกับกระแสข่าวลือเรื่องการฮั้วเงินทอน ล่าสุด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ออกมาเปิดใจชัดเจนว่า เขาเป็นคนจุดประเด็นเรื่องการทุจริตงบ กทม. นี้มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปคือความโปร่งใส ไม่ใช่การหาเสียงแบบสาดโคลนใส่กัน

เปิดเบื้องหลัง วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

นายวิโรจน์อธิบายว่า ตนได้ออกมาตีแผ่กลโกงเรื่อง ‘งบแปรญัตติ’ มาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยพบกระบวนการตัดงบประมาณอย่างไม่มีเหตุผลเพื่อนำไปต่อรองกับผู้ว่าฯ และล็อกสเปกผู้รับเหมาเครือข่ายตนเอง หากพรรคส้มเป็นตัวการทุจริตเสียเอง ตนคงไม่นำความลับเหล่านี้ออกมาแฉแต่แรก การที่ สส. ศุภณัฐ ร่วมตั้งข้อสังเกตเรื่องทุจริตเครื่องออกกำลังกาย จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าพรรคของเรายืนหยัดต่อสู้กับคอร์รัปชันอย่างแท้จริง

หากพิจารณาถึงความจริงจังในการปราบทุจริต นายวิโรจน์เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานดังนี้:

  • การปรับระบบงบประมาณ: ต้องทำให้อุดช่องโหว่การโกง ไม่ว่าใครจะเป็นผู้บริหารก็ไม่สามารถทุจริตได้
  • ความโปร่งใสในสภา กทม.: สก. ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่ผู้แสวงหาผลประโยชน์
  • การคัดเลือกคนดีเข้าสู่สภา: สก. ที่มีคุณภาพเปรียบเสมือน CFO ที่ซื่อตรง ช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างคุ้มค่า

ในอีกมิติหนึ่ง นายวิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน เพราะนโยบายของพรรคคือการทำงานอย่างสร้างสรรค์ การนำเรื่องเก่ามาตีปี๊บใส่ร้ายโดยปราศจากหลักฐาน คือพฤติกรรมของการเมืองยุคเก่าที่ประชาชนชาว กทม. ไม่พึงปรารถนา และเชื่อมั่นว่าในวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้ ชาวเมืองหลวงจะมีวิจารณญาณที่เพียงพอในการตัดสินใจลงคะแนนให้กับผู้ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

สุดท้ายแล้ว การปราบทุจริตไม่ใช่แค่การพูดให้ดังในช่วงหาเสียง แต่คือการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้จริง เราอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดอนาคตของ กทม. ร่วมกันครับ

ที่มา – “วิโรจน์” ยันแฉทุจริตงบ กทม. ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หยุดสาดโคลนกล่าวหา สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน สร้างสีสันและเข้าถึงใจพี่น้องประชาชนได้อย่างดีเยี่ยม โดยงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง พร้อมด้วยทีมรองโฆษกพรรค ได้ลงพื้นที่ลุยตลาดท่าดินแดงเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ตอกย้ำความพร้อม

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งพัฒนาเมืองกรุงอย่างยั่งยืน โดย ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมพันสำคัญอย่างคลองสาน พร้อมชูนโยบายที่จะเปลี่ยนเขตคลองสานให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยกว่าเดิม

วิสัยทัศน์ของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ว่าที่ สก.

นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2 ได้เปิดเผยถึงแผนพัฒนาพื้นที่ 3 ด้านหลักที่จะผลักดันหากได้รับโอกาสกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง:

  • สร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา: เชื่อมต่อคลองสานและสัมพันธวงศ์ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก
  • ขยายรถไฟฟ้าสายสีทอง: ผลักดันให้ไปถึงสถานีประชาธิปก เพื่อเชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง เพิ่มความสะดวกในการสัญจรของคนในเขต
  • พัฒนาโครงข่ายรถเมล์ไฟฟ้า: เพิ่มเส้นทางและเที่ยววิ่งเชื่อมสถานีกรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ และคลองสาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง ยังได้เชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงร่วมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่านโยบายที่นำเสนอจะตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและการเดินทางของพี่น้องชาวไทยได้อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตัวแทน แต่คือการเลือกอนาคตของเขตคลองสาน หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในพื้นที่ย่อมส่งผลบวกต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเขตอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ชู “อนุชา” เป็นผู้ว่าฯ เลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83%

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันตัดสินอนาคตคนกรุงเทพฯ หลายคนคงอยากทราบกระแสความนิยมล่าสุด ซึ่งผลสำรวจจากไทยรัฐโพลชี้ให้เห็นว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นการเมืองและการบริหารเมืองหลวง

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% จริงหรือไม่?

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ผ่านหัวข้อ “เสียงคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกผู้ว่าฯ ภาษี งบเมือง ความโปร่งใส และผู้ว่าฯ ที่คุณอยากได้” พบว่ามีผู้ร่วมโหวตถึง 1,467 คน โดยคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งคือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตามมาด้วยคุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และผู้สมัครรายอื่นๆ ซึ่งผลโพลนี้เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความคาดหวังของชาวเมืองที่มีต่อตัวผู้สมัครในปัจจุบัน

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญในการเลือกผู้ว่าฯ

นอกจากตัวเลขคะแนนเสียงแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเหตุผลในการตัดสินใจของผู้อ่านที่ระบุว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% โดยให้ความสำคัญกับเรื่องอันดับต้นๆ ดังนี้:

  • ความเชื่อมั่นในความโปร่งใส (43.51%)
  • ความเชื่อมั่นในผลงานที่ผ่านมา (36.55%)
  • วิสัยทัศน์สำหรับกรุงเทพฯ ในอนาคต (19.94%)

ด้วยเหตุนี้ ชาวกรุงจึงส่งเสียงสนับสนุนให้มีการเปิดเผยงบประมาณรายเขตแบบ Open Data อย่างแข็งขัน โดยกว่า 61.81% เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายภาษีได้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด

สำหรับลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ ภาษีของประชาชนควรถูกนำไปพัฒนาในด้านใดบ้าง?

  • ความปลอดภัย แสงสว่าง และกล้อง CCTV (56.91%)
  • การลดค่าโดยสารขนส่งมวลชนให้ถูกลง (25.60%)
  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิต (17.49%)

อย่างไรก็ตาม ผลโพลนี้เป็นเพียงความคิดเห็นบางส่วนจากกลุ่มผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เท่านั้น ไม่ใช่การการันตีผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนคือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าใครคือผู้ที่จะเข้ามาบริหารกรุงเทพฯ ต่อไป อย่าลืมรักษาสิทธิของตนเองในวันจริง แล้วไปร่วมลงคะแนนเพื่ออนาคตเมืองที่คุณต้องการกันนะครับ

ที่มา – หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% และหนุนเปิดงบรายเขตแบบ Open Data

“เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน

เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ หลายคนคงได้ยินกระแสความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในขณะนี้ เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการสนับสนุน ดร.โจ และ สก. จากพรรคประชาชน ในวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้

“เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน

การเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกพ่อเมืองคนใหม่ แต่คือการผลักดันวาระการเมืองที่ก้าวหน้า นายณัฐพงษ์ย้ำเสมอว่า พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นที่จะรื้อระบบงบประมาณแสนล้านให้โปร่งใส และการที่ “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคไม่ได้มองแค่เรื่องงบประมาณพื้นฐาน แต่พยายามผลักดันการเลือกตั้งระดับเขตเพื่อให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปจัดการปัญหาที่ฝังรากลึกอย่าง “ส่วย” และความไม่โปร่งใสในระดับเขตโดยตรง

เหตุผลที่ต้องเลือก ดร.โจ และ สก. พรรคประชาชน

การทำงานของพรรคประชาชนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือการปฏิรูปกองทัพ พิสูจน์แล้วว่าหากเราฝันใหญ่และลงมือทำอย่างจริงจัง ประชาชนจะอยู่เคียงข้างเสมอ การที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ “แคร์คน” ได้นั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการดังนี้:

  • การบริหารที่มืออาชีพ: ดร.โจและทีมงานพร้อมเข้ามาทำงานทันทีโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ความโปร่งใสของสภากทม.: สก.จากพรรคประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบการอนุมัติงบแสนล้าน
  • การแก้ไขปัญหาส่วยอย่างเป็นรูปธรรม: ขจัดการเรียกรับผลประโยชน์ที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังทิ้งท้ายด้วยประสบการณ์ขำๆ กรณีไมโครโฟนดับกลางงาน โดยเปรียบเทียบว่า “สายไมค์เปราะบางเหมือนการเมืองไทย สะกิดนิดเดียวคดีก็มา” ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะและเตือนสติให้เห็นถึงความท้าทายที่พรรคต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจยังคงแน่วแน่ว่าการกากบาทเลือกพรรคประชาชนคือการกากบาทเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนเมือง

หากเราต้องการเห็นระบบราชการที่ใช้งานดิจิทัลได้จริง มากกว่าแค่แอปพลิเคชันที่ล่มบ่อย และต้องการให้เงินภาษีแสนล้านถูกใช้ไปในทางที่เกิดประโยชน์กับคนตัวเล็กตัวน้อยที่สุด นี่คือโอกาสที่เราจะร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกทม. ออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้บริหารเมืองที่มีวิสัยทัศน์และการเมืองที่โปร่งใสไปด้วยกันครับ!

ที่มา – “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เลือก “ดร.โจ-สก.ปชน.” แก้ส่วย

มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. บอกเลยว่าบรรยากาศกำลังคึกคักสุดๆ เมื่อล่าสุด ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครหมายเลข 14 ได้ลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนถึงตลาดริมบึง เขตหลักสี่ พร้อมประกาศความมั่นใจว่า มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว หลังผลโพลล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 อย่างโดดเด่น

มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ดร.มัลลิกา ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมยุทธศาสตร์ 14 ด้านที่เน้นการแก้ปัญหาแบบ “ทำเป็น” และ “ทำได้ทันที” โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของคนตัวเล็กตัวน้อยที่เธอมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนี้เธอยังเน้นย้ำว่า มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว อย่างเห็นได้ชัดในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและเขตชั้นนอก ซึ่งเธอได้ขอให้ผู้สนับสนุนร่วมแรงร่วมใจกันไปบอกต่อคนใกล้ชิด เพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้

นโยบาย AI นำสมัย: อนาคตที่เปลี่ยนกรุงเทพฯ

นอกจากนโยบายเศรษฐกิจแล้ว สิ่งที่เตะตาผู้คนมากที่สุดคือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้แก้ปัญหาเมืองที่เรื้อรังมานาน:

  • AI Traffic Real-Time: ปฏิวัติการจราจรติดขัด ให้ไหลลื่นกว่าเดิม
  • AI Flood Radar: ติดตามและรับมือน้ำท่วมแบบเชิงรุก
  • Smart Safety: เพิ่มไฟส่องสว่างและกล้อง AI ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง

ดร.มัลลิกา มองว่ากรุงเทพฯ ไม่ควรจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ เธอจึงมั่นใจว่าด้วยแนวทางนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงให้ทัดเทียมเมืองใหญ่ระดับโลกได้จริง

ในโค้งสุดท้ายนี้ ทุกคะแนนเสียงมีความหมายมากครับ ใครที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงและอยากเห็นกรุงเทพฯ ก้าวไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรมและนโยบายที่จับต้องได้ อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของเมืองหลวงของเราไปพร้อมกันครับ

ที่มา – “มัลลิกา” ลั่นมีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ “ชัชชาติ” แล้ว ขอช่วยกันเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ

“เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครกันแล้ว บรรยากาศการเมืองในเมืองหลวงดูจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่แฟนคลับรู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทัพผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน ลงพื้นที่เดินสายขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนอย่างเข้มข้น

“เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินสายธรรมดา แต่เป็นการรวมพลังคาราวานรถแห่ที่นำผู้สมัคร สก. ของพรรคประชาชนจากเขตชั้นในออกมาพบปะชาวกรุง เพื่อตอกย้ำว่าทางพรรคพร้อมแล้วที่จะอาสาเข้ามาบริหาร กทม. โดยมี ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นความหวังในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 ที่จะนำพานโยบายดีๆ ไปสู่การปฏิบัติจริง

เส้นทางคาราวานและการตอบรับจากประชาชน

ตลอดเส้นทางคาราวานที่ถือว่าผ่านใจกลางเมืองที่สำคัญ เริ่มต้นจากตลาดวัดแขก เขตบางรัก ไล่เรียงไปจนถึงปทุมวัน พญาไท ดุสิต จนไปสิ้นสุดที่ย่านเยาวชน เขตสัมพันธวงศ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากออกมาให้กำลังใจ “เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย อย่างอบอุ่น โดยจุดที่น่าจดจำที่สุดคือการที่ประชาชนนำน้ำส้ม 10 ขวดมามอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งหัวหน้าพรรคได้กล่าวติดตลกว่า ขอให้พลังของส้ม 10 ขวดนี้กลายเป็น สก. ทั้ง 50 เขต

ทำไมต้องเป็นพรรคประชาชน? คำถามนี้ถูกย้ำผ่านการปราศรัยในแต่ละจุด โดยทีมงานเน้นย้ำถึงเรื่อง:

  • เจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการพลิกโฉม กทม.
  • ความพร้อมของทีมบริหารที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื้อรัง
  • นโยบายที่ออกแบบมาเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเพียง 8 วันก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้ คือช่วงเวลาตัดสินใจครั้งสำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร การที่“เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้ายครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคประชาชนต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการบริหารส่วนท้องถิ่นขึ้นมาจริงๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเห็น กทม. เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพราะทุกคะแนนของคุณคือพลังตัวจริงในการกำหนดอนาคตเมืองหลวงของเราครับ

ที่มา – “เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย ขอโอกาสพรรคประชาชนบริหาร กทม.

อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. พร้อมแก้ระบบขยะ

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว บรรยากาศการลงพื้นที่ของ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย. นั้นเป็นไปอย่างคึกคัก โดยคุณอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครหมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้สวมวิญญาณนักสู้ เดินหน้าพบปะพี่น้องประชาชนในหลายเขตสำคัญ เพื่อนำเสนอนโยบายที่ตั้งใจจะเข้ามาเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย.

การลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณอนุชาไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังได้รับพลังสนับสนุนจากคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และทีมผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ที่ลงช่วยหาเสียงอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นย้ำเรื่องการทำงานเป็นทีม หรือ “องคาพยพ” ที่พร้อมขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 5 ด้าน ให้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปากท้อง การระบายน้ำ หรือแม้แต่การจัดการขยะที่ชาวบ้านบ่นกันหนาหู

จุดเปลี่ยนสำคัญกับการแก้ระบบขยะเมืองหลวง

ปัญหาหนึ่งที่อยู่ใน อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย. คือการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ หลายคนสะท้อนว่าอุตส่าห์แยกขยะแล้ว แต่พอรถของ กทม. มาเก็บกลับนำไปรวมกันเสียอย่างนั้น คุณอนุชาจึงประกาศชัดเจนว่าหากได้รับความไว้วางใจ จะขอทลายปัญหาเดิมๆ โดยการยกเครื่องระบบจัดเก็บขยะใหม่ทั้งหมด ทั้งต้นทางและปลายทาง เพื่อให้กรุงเทพฯ กลับมาสะอาดน่าอยู่อีกครั้ง

  • จัดการขยะคัดแยกจริงตั้งแต่ชุมชน
  • พัฒนาระบบรถเก็บขยะให้ทันสมัย
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผ่านผลงาน

นอกจากนี้ ในเรื่องนโยบายภาพรวม คุณอนุชายังมั่นใจว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้นตรงใจชาวกรุงแน่นอน โดยเฉพาะการมี สก. ที่แข็งแกร่งในทุกเขต ซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนคุ้นเคยในพื้นที่ ทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง นี่คือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่พรรคประชาธิปัตย์มีให้กับคนกรุงเทพฯ มาโดยตลอด

สำหรับใครที่ยังลังเล หรือรอดูผลโพลต่างๆ คุณอนุชาฝากทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะแพ้หรือชนะ แต่ตนเองยังคงรักษามาตรฐานการทำงานและความจริงใจที่มีต่อประชาชนไว้เสมอ และขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกคน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงด้วยตัวคุณเอง เพราะทุกคะแนนเสียงคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายที่ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย. อยากทำให้สำเร็จ

ที่มา – “อนุชา” ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย.

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วมกรุงฯ

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. บรรยากาศการลงพื้นที่เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยทางทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนพร้อมเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เพื่อมุ่งหวังเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาพร้อมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เน้นย้ำถึงแนวคิดการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาแก้ปัญหาเมือง โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้จัดการจราจรและระบบระบายน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น

รายละเอียดนโยบายที่น่าสนใจ

  • การบริหารจัดการน้ำ: เปลี่ยนระบบเปิด-ปิดประตูระบายน้ำแบบ Manual ให้เป็น AI เพื่อการจัดการน้ำเสียและน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว
  • การจราจร: นำ AI มาควบคุมไฟจราจรทั่วเครือข่ายถนนฝั่งบางนา-พระโขนง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในซอย พร้อมเสริมรถ Feeder เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสีเขียว
  • สิ่งแวดล้อม: มุ่งสู่เป้าหมาย Zero Landfill ด้วยการปรับปรุงศูนย์ขยะอ่อนนุชเป็นระบบปิดและการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน

นอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แคมเปญ อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ ยังมีการนำเสนอแนวทางเรื่องสาธารณสุขเชิงรุก ทั้งการเพิ่มจุดบริการสาธารณสุขและระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนการเดินทางและความยุ่งยากของผู้สูงอายุในชุมชน

สำหรับการก้าวไปสู่ “Bangkok Vision” ที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาพื้นฐานให้ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงการนำแอปพลิเคชันอย่าง “ส่องรัฐ” มาเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสของเมือง ถือเป็นการสร้างความหวังใหม่ในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่มีอนาคตและมีความเข้มแข็งในด้านการบริหารจัดการอย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่คนกรุงฯ จะได้ตัดสินใจเลือกทิศทางของเมืองไปพร้อมกัน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การติดตามนโยบายจากเวทีปราศรัยและการร่วมตัดสินใจในวันเลือกตั้งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับอนาคตของพวกเราทุกคน

ที่มา – “อนุชา-อภิสิทธิ์” หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ

กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน

กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน

ใกล้เข้ามาแล้วกับการเลือกตั้งครั้งสำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าทุกคนคงเตรียมตัวไปใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่ แต่รู้ไหมครับว่างานนี้ทางกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะประเด็นที่ กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันจริง

หากถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? คำตอบคือสิทธิการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กับ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นั้นมีเงื่อนไขต่างกันครับ การเลือก สก. จะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านเขตนั้นเกิน 1 ปี แต่การเลือกผู้ว่าฯ กทม. จะใช้ฐานของคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด ทำให้เกิดกรณี ‘เลือกตั้งได้ไม่เท่ากัน’ ขึ้นมาในบางพื้นที่

ทำไมต้องระวังเป็นพิเศษในการเลือกตั้งครั้งนี้?

ในพื้นที่ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก เช่น เขตคลองสามวา ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งมากที่สุดถึง 246 หน่วย ทาง กทม. จึงต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเป็นพิเศษ โดยนายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ฝากเน้นย้ำเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าจ่ายบัตรผิดประเภทให้ผู้มีสิทธิ อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนรวมและการนับผลการเลือกตั้งได้

ทางสำนักงานเขตจึงได้เตรียมมาตรการรับมือเพื่อลดความผิดพลาด ดังนี้:

  • ติดสลิปหรือใช้สีแยกประเภทในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิให้ชัดเจน
  • จัดทำระบบสัญลักษณ์เตือนที่จุดจ่ายบัตร
  • อบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มาใช้สิทธิอย่างละเอียด
  • การประชาสัมพันธ์เชิงรุกถึงบ้าน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลของตนเองก่อนถึงวันเลือกตั้ง

กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใสที่สุด หัวใจหลักคือความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนผู้มาใช้สิทธิทุกคน

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการแสดงออกถึงประชาธิปไตยท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด ดังนั้น เมื่อไปถึงหน้าคูหา อย่าลืมตรวจสอบชื่อและประเภทบัตรที่ได้รับให้ดีนะครับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อให้ทุกเสียงสะท้อนความเป็นไปของกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มที่ครับ

ที่มา – กทม. ย้ำเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย คุมเข้มจ่ายบัตรเลือกตั้ง หลังสิทธิเลือกผู้ว่าฯ – สก. แตกต่างกัน

Scroll to top