เลือกตั้ง 69

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เตือนให้เบอร์แล้วอย่าจัดมหรสพ แต่เริ่มหาเสียงได้ ระวังติดป้ายบดบังทัศนียภาพและการจราจร เผยเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดเตรียมสถานที่รองรับการรับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร 33 เขต ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในวันแรกคือวันที่ 27 ธันวาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ที่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน โดยด้านนอกเป็นที่ทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้สื่อมวลชนได้มีการนำรถถ่ายทอดสดพร้อมอุปกรณ์มาติดตั้ง เพื่อรายงานบรรยากาศการรับสมัคร ขณะที่ด้านในอาคารเป็นพื้นที่สำหรับการรับสมัคร โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการนำโต๊ะเก้าอี้มาจัดเรียง สำหรับพักคอย สำหรับผู้สมัครที่มาก่อนเวลา 08.30 น. และพื้นที่รับสมัครทั้ง 33 เขต โดยมีการจัดวางตามผังที่ได้กำหนดไว้ ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านจราจรและความปลอดภัย ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลดินแดง เจ้าหน้าที่ EOD เจ้าหน้าที่เทศกิจ ดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่โดยรอบ สำหรับประชาชน หรือกองเชียร์ ที่จะเข้ามาติดตามการรับสมัครภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 จะมีการจัดเตรียมพื้นที่อัฒจันทร์ เป็นพื้นที่สำหรับลุ้นและให้กำลังใจผู้สมัคร

กกต.กทม.จัดสถานที่ เลือกตั้ง
กกต.กทม.จัดสถานที่

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ผู้สมัครจะเดินทางมาก่อนเวลา 08.30 น. เราจะให้ลงทะเบียนที่ด้านหน้าเรียงตามเขตทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลา 08.25 น. เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าเหลือในเวลาอีก 5 นาทีที่จะขีดเส้นใต้ เพื่อให้รู้ว่ามีผู้มาก่อนเวลา 08.30 น. มีกี่คน และเมื่อถึงเวลา 8.30 น. จะมีการปิดประตูเพื่อให้คนที่เหลือลงทะเบียนให้เสร็จ จากนั้นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จะซักซ้อมขั้นตอนให้ผู้สมัครทราบว่ากระบวนการนั้นจะเริ่มต้นจากผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะจัดประชุมผู้สมัครเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครทำการตกลงกัน ถ้าตกลงกันได้ก็จะบันทึกไว้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จะเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก โดยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพร้อมเงินค่าสมัคร ถ้าไม่ครบ จะแจ้งให้ผู้สมัครมาสมัครในวันถัดไป โดยต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 16.30 น. พร้อมทั้งให้บันทึกไว้ว่าไม่ประสงค์จะสมัครในวันนี้

สถานที่รับสมัคร สส.

ผอ.กกต.กทม. กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบเอกสารเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือการจับสลาก ซึ่งจะจับ 2 ครั้ง ครั้งแรก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งเป็นผู้จับสลากเพื่อจับหาลำดับผู้สมัครที่จะไปสมัครเลือกตั้ง และจับสลากหมายเลขประจำตัว เมื่อจับเสร็จในครั้งที่ 1 จะทำการบันทึกไว้ จากนั้นจะเข้าสู่การจับสลากครั้งที่ 2 โดยผู้สมัครเป็นผู้จับเองเพื่อให้ได้หมายเลขประจำตัวและลำดับในการยื่นใบสมัคร จากนั้นจะมีการทำบันทึกร่วมกันไว้แล้วเข้าสู่กระบวนการของการรับสมัครเลือกตั้ง ยื่นเอกสาร และจ่ายค่าสมัครเลือกตั้ง โดยผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งก็จะออกใบรับสมัครและใบเสร็จ ซึ่งก็จะถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการของการรับสมัคร เมื่อออกไปจากห้องรับสมัครแล้ว ผู้สมัครสามารถใช้หมายเลขดังกล่าวในการหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่มีข้อพึงระวังว่า เมื่อออกไปแล้วห้ามไปจัดมหรสพหรือการรื่นเริง ห้ามไปจัดเลี้ยงหรือรับจัดเลี้ยง จนถึงวันสิ้นสุดการเลือกตั้ง

การรับสมัคร สส.

เมื่อถามถึงการจัดระเบียบกรณีมีหัวหน้าพรรคและกองเชียร์มาให้กำลังใจผู้สมัคร ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้สมัครเลือกตั้ง จะจัดพื้นที่ให้อยู่บริเวณอัฒจันทร์ทั้งหมด ส่วนในพื้นที่รับสมัครจะอนุญาตให้เพียง ผู้สมัคร 1 คน และผู้ช่วยอีก 1 คนเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ กทม. ได้เตรียมความพร้อม สำหรับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไปได้ 90% ส่วนอีก 10% จะมีการซ้อมกระบวนการเสมือนจริงในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) ในเวลา 09.00 น. ตอนนี้คนพร้อม อุปกรณ์พร้อม สถานที่พร้อม

เมื่อถามถึงนับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้วหรือยัง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนการดำเนินการต่างๆ ตอนนี้ผู้สมัคร จะต้องมีการยื่นเอกสารก่อนดำเนินการ 4 อย่าง ประกอบด้วย 1. การหาเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้ช่วยหาเสียง 3. รถประจำการ และ 4. การจัดเวทีปราศรัย โดยให้แจ้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร

กกต.กทม.

เมื่อถามถึงระเบียบการติดตั้งป้ายหาเสียง เพื่อไม่บดบังการจราจร ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตามประกาศวิธีการหาเสียง กำหนดเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียง ขณะนี้หน่วยงานต่างๆกำลังแจ้งมาที่สำนักงาน กกต.กทm. เพื่อให้ ผอ.กกต.กทม.ลงนามออกประกาศ อย่างไรก็ตามตอนนี้ พรรคการเมืองสามารถขึ้นป้ายหาเสียงได้เลย เพราะใช้แนวทางการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งรับประกันว่าไม่ผิด และในวันรับสมัครเลือกตั้งจะได้รับเอกสารเหล่านี้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามต้องเน้นย้ำเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียงต้องไม่บดบังทัศนียภาพ เพื่อป้องกันอันตราย ผู้ใช้รถใช้ถนนอาจไม่เห็นทาง อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอกำชับตรงนี้

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส.

  • สถานที่: ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
  • วันรับสมัคร: 27-31 ธันวาคม
  • สิ่งที่ต้องเตรียม: เอกสารหลักฐาน, เงินค่าสมัคร

ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ที่สนใจลงสมัคร สส. ในเขตกรุงเทพมหานคร อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

กกต.กทม.จัดสถานที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

ที่มา – กกต.กทม.จัดสถานที่ พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

นิวยอร์กชวนคนไทย ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุก เชิญชวนคนไทยใน 10 มลรัฐ ให้รีบลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ก่อนหมดเขต 5 มกราคม 2569 นี้!

นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เน้นย้ำความสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงกลุ่มสมาคมและชมรมคนไทยใน 10 มลรัฐ ที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบ ได้แก่ คอนเนคทิคัต, เมน, แมสซาชูเซตส์, นิวแฮมเชียร์, นิวเจอร์ซีย์, นิวยอร์ก, โอไฮโอ, เพนซิลเวเนีย, โรดไอแลนด์ และเวอร์มอนต์

เป้าหมายหลักคือการเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทางออนไลน์ให้ทันกำหนด เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 ได้อย่างเต็มที่

การลงทะเบียนนั้นเปิดให้ทำได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 (ตามเวลาประเทศไทย) ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด! อย่ารอช้า เพราะหากพลาดกำหนดนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรได้

กงสุลใหญ่นิวยอร์ก เร่งประชาสัมพันธ์คนไทย 10 มลรัฐ รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์กได้จัดงานฉลองเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งมีคนไทยจากนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งถึง 200 คน

คุณสุจิตรา ปาลีวงศ์ ประธานศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งรัฐนิวยอร์ก ได้เรียนเชิญนางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก และกงสุล ธรรมจิตร ฐิติมนตรี เข้าร่วมงาน และในโอกาสนี้ นางสาวสมใจฯ ได้ประชาสัมพันธ์และอธิบายขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ผ่านทางเว็บไซต์ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/ อย่างละเอียด

สถานกงสุลใหญ่ฯ พร้อมช่วยเหลือการลงทะเบียน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบปัญหาในการลงทะเบียนออนไลน์ โดยสามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ในวันและเวลาราชการ

เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทางไทย (สำหรับผู้ที่บัตรประชาชนหมดอายุหรือไม่สามารถใช้ได้) หากไม่มีเอกสารดังกล่าว สถานกงสุลใหญ่ฯ สามารถดำเนินการออกให้ใหม่ได้

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ทางอีเมล์ [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://newyork.thaiembassy.org

ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ได้จัดการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งทั้งหมด 2,980 คน และมีผู้ใช้สิทธิถึง 2,597 คน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความตั้งใจของคนไทยในนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียงในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประเทศไทย

อย่าปล่อยให้สิทธิของคุณหลุดลอยไป! ลงทะเบียนวันนี้ เพื่อร่วมสร้างอนาคตประเทศไทยที่คุณอยากเห็น!

ที่มา – กงสุลใหญ่นิวยอร์ก เร่งประชาสัมพันธ์คนไทย 10 มลรัฐ รีบลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

“ประเสริฐ” มั่นใจ เลือกตั้ง 69 เพื่อไทย กวาดโคราช

“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เชื่อมั่นเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้พื้นที่นครราชสีมาทั้งหมด 16 เขต โวผู้สมัครมีศักยภาพ

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย และพรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มเดินหน้าหาเสียงกันอย่างเข้มข้น ล่าสุด นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าในการ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราช ยกจังหวัดอย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะที่ดูพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งส่วนตัวคิดว่าครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้แน่นอน เพราะการที่มีพรรคชาติพัฒนาได้เข้ามารวมกับพรรคเพื่อไทย ทำให้พรรคเพื่อไทยมีเอกภาพมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้ในพื้นที่โคราชมีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้นเช่นกัน และทำให้ผู้สนับสนุน ซึ่งเดิมอยู่คนละกลุ่มกัน มารวมพลังกัน ก็มั่นใจว่าจะทำให้ยกทั้งจังหวัดได้ ทั้งนี้ ในนครราชสีมามีทั้งหมด 16 คน พรรคเพื่อไทยมี สส.12 คน ซึ่งพรรคคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนที่ผ่านมาได้ไป 3 ที่นั่ง ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ 1 ที่นั่ง ดังนั้น ครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถเจาะฐานเสียงอีก 4 ที่นั่งได้

“ประเสริฐ” มั่นใจ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราชยกจังหวัด

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้เฟ้นหาผู้สมัคร ที่มีศักยภาพและมั่นใจว่าจะทำให้พื้นที่โคราชมีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคมีพลังและเข้มแข็ง โดยจะทำให้พื้นที่โคราชมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

การที่นายประเสริฐออกมาแสดงความมั่นใจเช่นนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าจะสามารถกวาดที่นั่งในจังหวัดนครราชสีมาได้ทั้งหมด นอกเหนือจากการรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนาแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหรือไม่

ปัจจัยที่ทำให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจในการเลือกตั้ง 69 กวาดโคราช

  • ศักยภาพของผู้สมัคร: นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เฟ้นหาผู้สมัครที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่
  • การรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนา: การรวมตัวกับพรรคชาติพัฒนาทำให้พรรคเพื่อไทยมีความเป็นเอกภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนจากทั้งสองพรรค
  • นโยบายที่โดนใจประชาชน: พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ

อย่างไรก็ตาม การ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราช จะเป็นจริงหรือไม่นั้น ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออกถึงเจตจำนงของตนเอง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนทุกคน

การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถกวาดที่นั่งในจังหวัดนครราชสีมาได้ทั้งหมด ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ พรรคการเมืองอื่นๆ จะมีกลยุทธ์อย่างไรในการแข่งขันกับพรรคเพื่อไทย และประชาชนจะตัดสินใจเลือกใคร

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย ขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมกันออกมาใช้สิทธิใช้เสียงของท่าน เพื่อเลือกผู้แทนที่ท่านไว้วางใจไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป อย่าลืมติดตามข่าวสารการ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราช อย่างใกล้ชิดนะครับ

การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า ประชาชนชาวโคราชจะให้ความไว้วางใจพรรคเพื่อไทยมากน้อยแค่ไหน และพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำตามที่ประกาศไว้ได้หรือไม่ มาร่วมติดตามและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยไปด้วยกัน

ที่มา – “ประเสริฐ” มั่นใจ เลือกตั้ง 69 พรรคเพื่อไทย กวาดโคราชยกจังหวัด

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ยอดทะลุ 4 แสน!

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้ง! ใครที่มีธุระสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่าลืมใช้สิทธิลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 กันนะครับ ตอนนี้ยอดผู้ลงทะเบียนพุ่งสูงถึง 4 แสนรายในเวลาเพียง 4 วันเท่านั้น! มาอัปเดตข่าวสารและวิธีการลงทะเบียนกัน

ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569: ยอด 4 วัน พุ่ง 4 แสนราย!

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาสรุปตัวเลขผู้ที่ได้ทำการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร ในช่วง 4 วันแรกของการเปิดลงทะเบียน (20-23 ธันวาคม 2568) พบว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้วถึง 403,182 คน! แบ่งเป็น:

  • ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง: 565 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง: 369,463 คน
  • ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร: 33,154 คน

ทำไมต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569?

สำหรับใครที่มีเหตุจำเป็น ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 เป็นทางออกที่ดีที่สุด! ไม่ว่าคุณจะมีธุระสำคัญ เดินทาง หรือทำงานนอกพื้นที่ ก็ยังสามารถใช้สิทธิของตัวเองได้

ขั้นตอนการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569

การลงทะเบียนนั้นง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote แล้วกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันด้วยนะครับ

ช่องทางการลงทะเบียน:

  • เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • แอปพลิเคชัน Smart Vote

เอกสารที่ต้องเตรียม:

  • บัตรประชาชน
  • ข้อมูลที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

อย่าลืม! หมดเขต 5 มกราคม 2569

สิ่งสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ การเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 จะสิ้นสุดในวันที่ 5 มกราคม 2569 เท่านั้น! ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบดำเนินการด่วนเลยนะครับ อย่าปล่อยให้เสียสิทธิอันสำคัญนี้ไป

หลังจากปิดรับลงทะเบียน กกต. จะทำการสรุปรายชื่อผู้ลงทะเบียนทั้งหมด และนำไปจัดทำเป็นทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อนำไปติดประกาศ ณ สถานที่เลือกตั้งกลางต่อไป ดังนั้น อย่าลืมไปตรวจสอบรายชื่อของตัวเองด้วยนะครับ

การเลือกตั้งเป็นสิทธิและหน้าที่ของทุกคน อย่าลืมออกมาใช้สิทธิของท่านเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศนะครับ

ที่มา – ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2569 ยอด 4 วัน พุ่ง 4 แสนราย ย้ำหมดเขต 5 ม.ค. 69

นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ซบเพื่อไทย หวังปักธงใต้!

“นิติศักดิ์ ธรรมเพชร” บ้านใหญ่พัทลุง ซบพรรคเพื่อไทย หวังปักธงภาคใต้ให้สีแดง

“จุลพันธ์-สุริยะ” แถลงเปิดตัว “นิติศักดิ์ ธรรมเพชร” บ้านใหญ่พัทลุง สวมเสื้อเพื่อไทย เสริมความแข็งแกร่ง หวังปักธงเป็นหัวเรือภาคใต้ โว นโยบายชัด หวังหาสิ่งดีๆ ให้คนพัทลุง

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 24 ธ.ค. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ เปิดตัวนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร อดีต สส.พัทลุง เขต 2 พรรครวมไทยสร้างชาติ มาเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.พัทลุง เขต 2 ในนามพรรคเพื่อไทย

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นายนิติศักดิ์เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรุ่นล่าสุดในการเลือกตั้งปี 66 วันนี้ถือเป็นข่าวดีเราได้เสริมความแข็งแกร่งของผู้มีอุดมการณ์ ยืนยันได้ว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถปักธงในพื้นที่ภาคใต้ได้แน่นอน ขอเรียนว่านายนิติศักดิ์มีแนวคิด อุดมการณ์ทำงานร่วมกันในสภาฯ ได้พูดคุยกันมาอย่างยาวนาน มีแนวคิดที่ตรงกัน มีจิตใจที่จะทำเพื่อประชาชน วันนี้เมื่อมีการเปิดโอกาสคัดสรรผู้สมัคร นายนิติศักดิ์ก็ได้ประสานงานเข้ามากระทั่งผ่านการคัดเลือก ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งโดยนายนิติศักดิ์จะลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยในจ.พัทลุง เขต 2 และจะไปสมัครในวันเปิดรับสมัครวันแรกคือวันที่ 27 ธ.ค.นี้แน่นอน

“ท่านถือเป็นนักการเมืองหนุ่มไฟแรง เห็นฝีไม้ลายมือกันมาแล้วในสภาฯ การทำงานที่เข้มแข็งในกรรมาธิการฯ ที่ติดตามงานอย่างไม่ลดละ ผมได้เห็นการทำงานของท่านแล้วรู้สึกดีใจที่ได้คนหนุ่มที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมกัน ยืนยันว่าภาคใต้ของพรรคเพื่อไทยเราจะต้องมี สส. โดยคุณนิติศักดิ์จะเป็นหัวเรือในการทำงานเพื่อยืนยันว่าเราจะได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ และเราจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกภาคโดยเฉพาะภาคใต้ เราจะนำความเจริญ การพัฒนามาให้พี่น้องประชาชนทุกคนอย่างแน่นอน” นายจุลพันธ์ กล่าว

ด้านนายก่อแก้ว กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณนายนิติศักดิ์และครอบครัว โดยเฉพาะนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง พวกตนรู้จักท่านและชื่นชมท่านมายาวนานในความตั้งใจทำงานของท่านในการพัฒนาพัทลุง ตระกูลธรรมเพชรเป็นตระกูลที่ชาวพัทลุงเคารพนับถือ เป็นตระกูลการเมือง วันนี้เป็นความโชคดีของพรรคเพื่อไทยที่นายนิติศักดิ์สนใจมาทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย ตนเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะสนับสนุนในการขับเคลื่อนพัฒนาพัทลุงในวันข้างหน้า วันนี้ทางคุณพ่อ (นายวิสุทธิ์) ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับพวกตนในฐานะที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน และเรียนกับพวกตนว่าท่านสนใจให้ลูกชายมาลงสมัครพรรคเพื่อไทยเพราะชื่นชมในนโยบายและผลงานของพรรคเพื่อไทยที่มีมาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าเราทั้งสองฝ่ายจะช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันสิ่งดีๆ ให้เกิดประโยชน์กับพัทลุงได้ ซึ่งพวกตนขอขอบพระคุณท่านและครอบครัวธรรมเพชรอีกครั้งที่จะทำงานร่วมกันในวันข้างหน้า

ด้านนายนิติศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ตนอยู่ในพื้นที่และจะมีการเลือกตั้งในครั้งถัดไป ตนมองว่าวันนี้ตนอยากหาสิ่งดีๆ ให้กับพ่อแม่พี่น้องพัทลุงเขต 2 คือการพัฒนาพื้นที่ ที่ผ่านมาเราได้เคยร่วมรัฐบาลกันมาตั้งแต่นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เราได้ร่วมงานกับทางพรรคเพื่อไทยซึ่งตนมองว่าทางพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ชัดเจน แล้ววันนี้ตนอยากเป็นตัวแทนคนใต้ที่จะพาพรรคเพื่อไทยไปยังภาคใต้ เพราะตนรักและอยากจะสะท้อนปัญหาของคนใต้มายังพรรคเพื่อไทย ซึ่งถ้าตนไม่ได้มาอยู่จุดนี้เราอาจจะเป็นแค่พรรคร่วม ตนจะสะท้อนปัญหาของพี่น้องคนใต้ได้น้อย แต่วันนี้เมื่อตนมาอยู่จุดนี้ตนมั่นใจว่าตนจะเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องคนใต้ทั้งหมด สะท้อนมาถึงพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน และจะได้รู้ถึงวิถีชีวิตของคนใต้ว่าวันนี้คนใต้มีกระบวนการในการดำเนินชีวิตอย่างไร การเลือกตั้งและนโยบายที่จะดูแลคนใต้มีอะไรบ้าง ซึ่งอยากจะเสนอนายจุลพันธ์ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ทำไมนิติศักดิ์ ธรรมเพชร จึงเลือกพรรคเพื่อไทย?

การตัดสินใจของ นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ในการเข้าร่วมพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองพอสมควร หลายคนตั้งคำถามว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้อดีต สส. พัทลุง ตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ นอกจากความชื่นชมในนโยบายของพรรคแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวใต้ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ

การเข้ามาของ นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ถือเป็นการเสริมทัพที่แข็งแกร่งให้กับพรรคเพื่อไทยในการขยายฐานเสียงในภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถเจาะเข้าไปได้อย่างเต็มที่ การมีบุคคลที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักในพื้นที่อย่างนายนิติศักดิ์ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากชาวใต้ได้มากยิ่งขึ้น

นโยบายที่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้นายนิติศักดิ์เข้าร่วมงาน การมีนโยบายที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า

มองไปข้างหน้า การจับมือกันระหว่าง นิติศักดิ์ ธรรมเพชร และพรรคเพื่อไทย จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ภาคใต้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “นิติศักดิ์ ธรรมเพชร” บ้านใหญ่พัทลุง ซบพรรคเพื่อไทย หวังปักธงภาคใต้ให้สีแดง

ยศชนัน-สุริยะ ถก ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้

“ยศชนัน–สุริยะ” นำคณะเศรษฐกิจเพื่อไทย หารือ ส.อ.ท. ชูใช้ AI–เทคโนโลยีต่อยอดงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม เสนอรัฐจัดหาลิขสิทธิ์ลดต้นทุนลงทุน ย้ำหากทุกฝ่ายมองเป้าหมายเดียวกัน ประเทศเดินหน้าได้

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรค นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ที่ปรึกษารองหัวหน้าพรรค และนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค เข้าพบนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ปัญหาอุตสาหกรรม และแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

นายเกรียงไกร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยทั้งสองคน พร้อมคณะผู้บริหารพรรค เดินทางมาร่วมหารือกับ ส.อ.ท. ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างมาก

“เรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ คือสิ่งที่ประชาชนกำลังรอคำตอบว่าจะฟื้นประเทศอย่างไร ให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าและแข่งขันได้ ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของจีดีพีประเทศ มีแรงงานจำนวนมาก แต่ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน จึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัว” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร ระบุเพิ่มเติมว่า ภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบทั้งจากเทคโนโลยีใหม่ ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนทิศทางการค้าโลก ส่งผลให้สินค้าจำนวนมากไหลเข้าภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ซึ่งเป็นฐานหลักของประเทศและเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ขณะที่มาตรการป้องกันและช่วยเหลือยังไม่เพียงพอ และสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แม้ตัวเลขการส่งออกในปีนี้จะดูดี แต่เมื่อพิจารณาเชิงลึก กลับพบว่าภาคการผลิตของไทยและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ไม่ได้ขยายตัวตาม ทำให้เกิดคำถามว่าสินค้าที่ส่งออกจำนวนมากนั้นเป็นสินค้าประเภทใด ซึ่งจำเป็นต้องหารือในรายละเอียดต่อไป โดย ส.อ.ท. คาดหวังให้เกิดการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม มุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและความแข็งแรงอย่างยั่งยืน

ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า การเข้าพบ ส.อ.ท. ครั้งนี้ ถือเป็นหน่วยงานแรกที่พรรคเพื่อไทยมารับฟังความคิดเห็น พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การพบกันครั้งแรก เนื่องจากที่ผ่านมาเคยทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบทบาทด้านมหาวิทยาลัยและงานวิชาการ ซึ่งแนวทางของ ส.อ.ท. สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้ประเทศเดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าพรรคใดจะเข้ามาบริหารประเทศ

“สิ่งสำคัญคือการลดความขัดแย้งย่อย ๆ ที่ทำให้ประเทศแตกแยก และทำให้ประชาชนเห็นว่าใครทำเพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างแท้จริง” นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน ยังชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางภูมิรัฐศาสตร์ เชื่อมโยงตลาดขนาดใหญ่ทั้งอินเดีย จีนตอนใต้ และอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน การตั้งโรงงานในไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดภายในประเทศ แต่เชื่อมโยงทั้งซัพพลายเชน พร้อมย้ำความจำเป็นในการดำเนินนโยบายด้านการเงิน การคลัง ค่าเงิน และการส่งออกให้สอดคล้องกัน เพื่อดึงเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศได้มากขึ้น

สำหรับเครื่องยนต์เศรษฐกิจ นายยศชนัน ระบุว่า ไทยมีพื้นฐานอยู่แล้ว แต่จำเป็นต้องเร่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พร้อมผลักดันระบบคมนาคมและการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing)

หนึ่งในโจทย์สำคัญคือ การดึงเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศ ซึ่งรัฐบาลควรมีบทบาทในการจัดหาลิขสิทธิ์เทคโนโลยี หรือ License-in เพื่อลดภาระการลงทุนของภาคเอกชน ยกตัวอย่างโครงการจัดหาแท็บเล็ตให้เด็กไทย ที่ควรพิจารณาลงทุนในเทคโนโลยีแกนกลาง และเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมในประเทศมีส่วนร่วมในการผลิต ควบคู่กับการวางรากฐานด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมด้านแรงงาน ผ่านการอัพสกิล รีสกิลในทุกมิติ และหากยังขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง อาจเปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาช่วย ผ่านระบบ One Stop Service โดยรัฐจะดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย

สำหรับ New Growth Engine นายยศชนัน ระบุว่า ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และนโยบาย Net Zero โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็กและซีเมนต์ ที่จำเป็นต้องปรับตัว ขณะเดียวกัน ไทยยังมีศักยภาพด้าน Synthetic Biology ซึ่งสามารถเชื่อมโยงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสู่ภาคเอกชน รวมถึงการผลักดัน Green Premium เพื่อให้อุตสาหกรรมสีเขียวสามารถแข่งขันได้

ในด้านสภาพคล่องและนวัตกรรม นายยศชนัน เห็นว่ารัฐควรสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เปิดโอกาสให้ Startup และ SME ทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ ผ่านกลไก Venture Capital หรือ Angel Investor เพื่อให้ไอเดียใหม่ ๆ สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ และสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงในระยะยาว ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ประเทศก็ยังสามารถเดินหน้าต่อได้

ยศชนัน-สุริยะ ถก ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้

การหารือระหว่างคุณยศชนันและคุณสุริยะกับ ส.อ.ท. ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยไปข้างหน้า หากทุกฝ่ายมองเป้าหมายเดียวกัน ประเทศไทยก็มีศักยภาพที่จะเติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา

เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ ด้วยความร่วมมือ

สิ่งที่น่าสนใจจากการหารือครั้งนี้คือการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย การสนับสนุน Startup และ SME เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่แข็งแรงและยั่งยืน การที่ ยศชนัน-สุริยะ ถก ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การที่ ยศชนัน-สุริยะ ถก ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าทุกภาคส่วนกำลังพยายามหาทางออกร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ การสนับสนุนนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างความเข้มแข็งให้กับ SME จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต การที่ทุกฝ่ายมองเป้าหมายเดียวกันคือผลประโยชน์ของประเทศชาติ จะทำให้ ยศชนัน-สุริยะ ถก ส.อ.ท. ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ อย่างแท้จริง

ที่มา – “ยศชนัน–สุริยะ” ถก ส.อ.ท. คุยเศรษฐกิจ ชี้ หากทุกฝ่ายมองเป้าหมายเดียวกัน ประเทศเดินหน้าได้

ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน ข่าวลุงป้อมรอฟัง

“ตรีนุช” สยบข่าวถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. ยันยังอยู่กับ พปชร. ยังไม่ไปไหน ชี้ข่าวลือ “ลุงป้อม” วางมือให้รอฟังจากปาก ลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พปชร. ต้องมูฟออน แย้มบ่ายนี้ชัดเจนทุกเรื่อง

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 24 ธ.ค. 2568 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าว อาจถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐว่า ยืนยันว่ายังไม่ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค รวมถึงยังไม่มีการถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค และยืนยันว่า ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค จะทำให้ไม่มีเวลาหาเสียงหรือไม่ ตามที่มีข่าวออกมา น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ความจริงข่าวออกมาตนก็ยังงง ๆ อยู่ ยังไม่มีการถอนใด ๆ ซึ่งกรรมการบริหารพรรคคงจะมีการหารือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ ณ วันนี้ยังไม่มีการขยับใด ๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะวางมือทางการเมือง จะมีผลหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบ แต่ทุกอย่างต้องมูฟออน เพราะจริง ๆ แล้ว พรรคหรือทางพล.อ.ประวิตร เองพยายามทำให้พรรคพปชร.ยั่งยืน แต่ถึงแม้ว่าพล.อ.ประวิตร จะไม่อยู่ในตำแหน่ง ร่างกายท่านอาจจะไม่เหมือนเดิม ตนก็คิดว่าประสบการณ์และความคิดของท่านที่ผ่านอะไรมาเยอะ เป็นประโยชน์กับพรรคมาก

อย่างไรก็ตาม คิดว่าหลักการที่พรรคจะเดินต่อไปก็คงยังเดินต่อไปเหมือนเดิม คงจะต้องรอความชัดเจนจากทางพล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่าวันนี้ทั้งพล.อ.ประวิตร และน.ส.ตรีนุช น่าจะชัดเจนได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ค่ะ จะมีความชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวคงต้องรอผลการประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร จะได้มีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอนาคตของแกนนำคนสำคัญ รวมถึงท่าทีของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เลขาธิการพรรค

ล่าสุด น.ส.ตรีนุช ได้ออกมาสยบข่าวลือต่างๆ ด้วยตนเอง โดยยืนยันว่า ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน ทั้งยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคและยังไม่มีการถอนตัวจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคแต่อย่างใด

รอฟังความชัดเจนเรื่อง “ลุงป้อม”

นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการวางมือทางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค โดยยอมรับว่าอาจมีผลกระทบต่อพรรค แต่ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมทั้งย้ำว่าพรรคยังคงต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประวิตร อีกครั้งหนึ่ง

โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น หลังจากมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะมีการพูดคุยและหารือกันถึงแนวทางในการดำเนินงานของพรรคต่อไป

อนาคตของพรรคพลังประชารัฐจะเป็นอย่างไร จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ที่เข้ามานำทัพพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งหมดนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันอย่างใกล้ชิด แต่ที่แน่ๆ คือ ตรีนุชยันอยู่ พปชร. ไม่ไปไหน อย่างแน่นอน

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และรอฟังความชัดเจนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริง และสามารถวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ที่มา – “ตรีนุช” ยันยังอยู่กับ พปชร. ยังไม่ไปไหน ข่าว “ลุงป้อม” วางมือ รอฟังบ่ายนี้

กล้าธรรม ซัด “อภิสิทธิ์” ปลุกแตกแยก

โฆษกกล้าธรรม ซัด “อภิสิทธิ์” ปลุกความแตกแยก หลังประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม

โฆษกพรรคกล้าธรรม ซัดเดือด “อภิสิทธิ์” เล่นการเมืองปลุกความแตกแยก ซ้ำรอยบทเรียนเรียกปฏิวัติ หลังประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ลั่น “ธรรมนัส” ไม่สักแต่พูด แต่ลงมือทำจริง มีผลงานการันตี

วันที่ 24 ธันวาคม เวลา 09.50 น. นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ โฆษกพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศบนเวทีดีเบตว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ว่า ท่าทีดังกล่าวสะท้อนแนวคิดทางการเมืองที่มุ่งสร้างความแตกแยก มากกว่าการแสวงหาความสามัคคีเพื่อร่วมกันทำงานให้ประเทศเดินหน้า

นายอัครแสนคีรี ระบุว่า ตนเชื่อว่าประชาชนยังจดจำบทเรียนทางการเมืองในอดีตได้เป็นอย่างดี ทั้งกรณีการเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติ การบริหารประเทศที่นำไปสู่วิกฤติความขัดแย้งและความสูญเสียกลางเมืองหลวง รวมถึงปัญหาการจัดการที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ที่ถูกตั้งคำถามถึงการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน ตลอดจนความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จากการบริหารจัดการหนี้และทรัพย์สินของชาติ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการขายทรัพย์สินของคนไทยให้ต่างชาติในราคาต่ำกว่ามูลค่า

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ครั้งหนึ่งที่เคยตระบัดสัตย์ทางการเมือง เมื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เคยประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ แต่สุดท้ายมติพรรคกลับเข้าร่วม อีกทั้งยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตซื้อเสียง และกรณีสมาชิกพรรคบางรายต้องโทษจำคุก ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่สังคมรับรู้มาโดยตลอด

นายอัครแสนคีรี กล่าวย้ำว่า การเมืองในยุคปัจจุบันควรมุ่งสมานฉันท์ สร้างความร่วมมือและความหวังให้กับประชาชน ไม่ใช่พฤติกรรมหรือวาทกรรมที่นำไปสู่ความแตกแยก พร้อมชี้ว่า พรรคการเมืองบางพรรค เมื่อได้เป็นรัฐบาลก็มักนำไปสู่วิกฤติและความขัดแย้ง แต่เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลกลับใช้วิธีการนอกระบบ ปลุกเร้าความแตกแยกในสังคม โดยประชาชนยังจดจำภาพบทบาทของผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยลงถนนและเป่านกหวีด จนท้ายที่สุดประเทศต้องเผชิญกับการปฏิวัติ

นายอัครแสนคีรี ระบุว่า พรรคกล้าธรรม ขอยืนยันจุดยืนว่า เราพร้อมทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์ ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมั่นว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินจากผลงานและแนวทางที่แท้จริงในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เราไม่ใช่การเมืองที่สักแต่พูดสวยหรูเพื่อขายฝัน แต่เป็นการเมืองที่ลงมือทำจริงเพื่อประเทศและประชาชน

“ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ก็ยังเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งผมมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นการที่ออกมาระบุว่า จะจับมือกับพรรคนั้นไม่จับกับพรรคนี้ พรรคประชาธิปัตย์คงไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทางการเมือง”

ทำไมพรรคกล้าธรรมถึงออกมาตอบโต้การประกาศไม่ร่วมรัฐบาล

การออกมาตอบโต้ของพรรคกล้าธรรมต่อการประกาศไม่ร่วมรัฐบาลด้วยนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อแนวทางการเมืองที่เน้นการแบ่งแยกและการสร้างความขัดแย้งในสังคม พรรคกล้าธรรมมองว่าการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนควรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่มีความตั้งใจเดียวกัน

ความเคลื่อนไหวนี้ยังเป็นการตอกย้ำจุดยืนของพรรคกล้าธรรมในการทำการเมืองที่สร้างสรรค์ และเน้นการลงมือทำจริงเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศและประชาชน ซึ่งแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่อาจเน้นการพูดสวยหรูแต่ไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม

พรรคกล้าธรรมเชื่อว่าการเมืองที่สร้างสรรค์และความร่วมมือเป็นสิ่งสำคัญในการนำพาประเทศไปข้างหน้า การที่พุ่งเป้าโจมตีและสร้างความแตกแยกไม่ได้ช่วยให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไข แต่กลับเป็นการสร้างความขัดแย้งและทำให้ประเทศชาติอ่อนแอลง

ดังนั้น พรรคกล้าธรรมจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนพิจารณาถึงแนวทางการเมืองที่แท้จริงของแต่ละพรรค และร่วมกันเลือกพรรคการเมืองที่พร้อมจะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย

การเมืองแบบสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน เป็นสิ่งที่เราต้องการ การโจมตีกันไปมาไม่ได้ช่วยอะไรเลย อย่าให้การเมืองแบบเก่าๆ กลับมาทำร้ายประเทศของเราอีกเลย

ที่มา – โฆษกกล้าธรรม ซัดเดือด “อภิสิทธิ์” ปลุกความแตกแยก หลังประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม

จับตา! “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

ข่าวสะพัดว่า “ตรีนุช เทียนทอง” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. เตรียมที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐในวันนี้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการทุ่มเทกับการลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ ทำให้หลายฝ่ายต้อง จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะวางมือทางการเมือง ก่อนที่แกนนำพรรค พปชร. จะออกมาปฏิเสธ โดยระบุว่ายังไม่ได้รับสัญญาณดังกล่าว ในขณะเดียวกัน ในส่วนของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ที่มีรายงานข่าวว่ามีชื่อของ พล.อ.ประวิตร และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรค และยังมีชื่อของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร. ที่เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วยนั้น

ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า น.ส.ตรีนุช เตรียมที่จะขอถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยให้เหตุผลว่าต้องการทุ่มเทในการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจากจะลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสระแก้ว ซึ่งต้องจับตาดูความชัดเจนในวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค พปชร.

จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

การตัดสินใจของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายฝ่ายต่างวิเคราะห์ถึงเหตุผลเบื้องหลังของการตัดสินใจดังกล่าว บางส่วนมองว่าการถอนตัวครั้งนี้ อาจเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเปิดทางให้แคนดิเดตนายกฯ คนอื่น ๆ ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ในขณะที่บางส่วนเชื่อว่า น.ส.ตรีนุช ต้องการมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อรักษาเก้าอี้ สส. ของตนเองไว้

อย่างไรก็ตาม การ จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางทางการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ และภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวมของประเทศได้

เหตุผลที่ต้องจับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

  • ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐ
  • ความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค
  • ผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
  • อนาคตทางการเมืองของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง

การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ ถือเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อโอกาสและความท้าทายของแต่ละพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การตัดสินใจของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา

การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การ จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมือง และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – จับตา “ตรีนุช” ถอนตัวแคนดิเดตนายกฯ พปชร. รอความชัดเจน กก.บห. ถกวันนี้

Scroll to top