เวเนซุเอลา

ดับพุ่ง 164 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา อาคารถล่มนับร้อยแห่ง

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวสะเทือนใจจากต่างประเทศในช่วงนี้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลา จากรายงานข่าวล่าสุดพบว่า ดับพุ่ง 164 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา อาคารถล่มนับร้อยแห่ง ซึ่งถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ให้กับพี่น้องชาวเวเนซุเอลาอย่างมหาศาล

สถานการณ์วิกฤต: ดับพุ่ง 164 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา อาคารถล่มนับร้อยแห่ง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อน โดยครั้งแรกมีขนาด 7.2 และตามมาด้วยขนาด 7.5 ในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วินาที แรงสั่นสะเทือนมหาศาลนี้ส่งผลโดยตรงต่อกรุงการากัสและพื้นที่โดยรอบ ทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 900 คน และตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตก็ยังคงมีโอกาสสูงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความพยายามของทีมกู้ภัย

ผลกระทบที่น่ากลัวและการประเมินความเสียหาย

นอกจากตัวเลขที่ระบุว่า ดับพุ่ง 164 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา อาคารถล่มนับร้อยแห่ง แล้ว ยังมีรายงานว่าอาคารบ้านเรือนพังทลายลงมาจำนวนมาก โดยเฉพาะในเมืองลาไกวราที่เป็นจุดศูนย์กลางของความเสียหายหนัก ความน่ากังวลใจคือการที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงต้องเร่งมือแข่งกับเวลาเพื่อเข้าถึงร่างของผู้ที่อาจจะยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

สาเหตุที่สถานการณ์ดูรุนแรงเป็นพิเศษเนื่องจาก:

  • แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังพักผ่อนภายในที่พักอาศัย
  • โครงสร้างอาคารบางแห่งอาจไม่รองรับแรงสั่นสะเทือนระดับสูง
  • พื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้การเข้าถึงความช่วยเหลือทำได้ยากลำบาก

ในขณะที่หลายประเทศเริ่มส่งความช่วยเหลือเข้ามาสนับสนุน ทั้งหน่วยงานจากสหประชาชาติ จีน และอินเดีย ต่างเร่งระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือในพื้นที่วิกฤต แต่ก็น่าเศร้าใจที่ USGS คาดการณ์ว่ายอดผู้สูญเสียจริงอาจพุ่งสูงขึ้นถึงหลักพันหรืออาจทะลุหนึ่งหมื่นคนเลยทีเดียว ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาแห่งความมืดมนที่สุดของประเทศนี้ในรอบหลายทศวรรษ

ท้ายที่สุดนี้ เราขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยทั่วโลกที่กำลังทำงานอย่างสุดความสามารถ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความไม่แน่นอนของธรรมชาติ และความสำคัญของการร่วมมือกันในระดับสากลเมื่อเกิดวิกฤตการณ์เช่นนี้ หวังว่าความช่วยเหลือจะถึงมือผู้เดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

ที่มา – ดับพุ่ง 164 ศพ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา อาคารถล่มนับร้อยแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ไม่กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ไม่กระทบไทย

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์โลกที่หลายคนกำลังเป็นห่วง หลังจากมีข่าวเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ฉบับที่ 2 เพื่อแจ้งความคืบหน้าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและลดความตื่นตระหนกครับ

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบแผ่นดินไหวบริเวณใกล้ชายฝั่งประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งในตอนแรกมีการรายงานความรุนแรงอยู่ที่ขนาด 6.8 แต่หลังจากมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมพบว่ามีความรุนแรงถึงขนาด 7.2 และ 7.5 ตามมาตราโมเมนต์ โดยในรายละเอียดทางวิชาการระบุว่าเป็นแผ่นดินไหวบนบกที่เกิดจากรอยเลื่อน Bocono ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงในบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะใกล้เมือง Yumare รัฐ Yaracuy ครับ

ทำไมกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ถึงสำคัญ?

การที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา ออกมาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ประชาชนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด เนื่องจากตำแหน่งจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ไกลจากพื้นที่ประเทศไทยและไม่เข้าเกณฑ์การส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast จึงขอให้ทุกคนสบายใจได้เลยครับ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้บ้านเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ แต่การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือก็เป็นเรื่องที่ดีครับ ทั้งนี้สรุปประเด็นสำคัญของเหตุการณ์มีดังนี้:

  • จุดศูนย์กลาง: บริเวณใกล้ชายฝั่งประเทศเวเนซุเอลา
  • ขนาดแผ่นดินไหว: ปรับอัปเดตสูงสุดถึงขนาด 7.5
  • ลักษณะการเกิด: แผ่นดินไหวบนบกจากรอยเลื่อน Bocono
  • ผลกระทบต่อไทย: ยืนยันไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

สุดท้ายนี้ ฝากถึงทุกคนว่าแม้เราจะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงภัยในครั้งนี้ แต่การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติในพื้นที่ตนเอง หรือติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลตัวเองและคนที่คุณรัก หากใครมีข้อสงสัยหรืออยากแชร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถคอมเมนต์มาพูดคุยกันได้นะครับ

ที่มา – “กรมอุตุนิยมวิทยา” ประกาศ “แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา” ฉบับที่ 2 ไม่กระทบประเทศไทย

เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามข่าวต่างประเทศคงจะเริ่มเห็นข่าวใหญ่ที่น่าตกใจกันแล้ว กับเหตุการณ์ เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม จนทำให้ผู้คนในพื้นที่ต่างหนีตายกันอลหม่าน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของชาวเวเนซุเอลาอย่างมากครับ

เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา ใกล้กับกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศเวเนซุเอลา โดยมีการตรวจพบแรงสั่นสะเทือนรุนแรงถึง 2 ครั้งติดต่อกันในระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที นับว่าเป็นสถานการณ์ที่บีบคั้นและน่ากลัวสุดๆ สำหรับคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แรงสั่นสะเทือนขนาด 7.2 และ 7.5 ส่งผลให้โครงสร้างอาคารหลายแห่งในพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลายแห่งถึงกับพังถล่มลงมาต่อหน้าต่อตาผู้คน

รายละเอียดเจาะลึกเมื่อเวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ได้ระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวในครั้งนี้อยู่ที่บริเวณมอนตัลบัน และเมืองยูมาเร โดยมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 13.2 กม. และ 10 กม. ซึ่งถือว่าไม่ลึกมาก ทำให้แรงสั่นสะเทือนส่งผลในวงกว้าง โดยมีรัฐอื่นๆ ในเวเนซุเอลาก็รู้สึกถึงความน่ากลัวนี้ได้เช่นกัน สิ่งสำคัญที่เพื่อนๆ ควรรู้มีดังนี้ครับ:

  • เกิดแผ่นดินไหว 2 ระลอกในเวลาใกล้เคียงกัน เพิ่มความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร
  • ประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีออกมาบนท้องถนนเพื่อความปลอดภัย
  • มีการประกาศเตือนภัยสึนามิในระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะยกเลิกในภายหลัง
  • จนถึงขณะนี้ทางการยังคงเร่งสำรวจและตรวจสอบตัวเลขของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

สถานการณ์ เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างแท้จริงครับ เราก็ได้แต่หวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถเข้าถึงพื้นที่และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวเวเนซุเอลาทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยสวัสดิภาพนะครับ หากใครกำลังวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวในโซนอเมริกาใต้อย่าลืมเช็คข่าวสารความปลอดภัยกันให้ดีด้วยนะ

ที่มา – เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม-คนแตกตื่น

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา

เรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เมื่อล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาประกาศชัยชนะครั้งสำคัญผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จในการทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา ที่มีชื่อว่า ‘นินโญ เกร์เรโร’ ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่ม ‘เทรน เด อารากวา’ (Tren de Aragua) อันโด่งดัง

ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำนโยบายที่เข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังจากที่เขาได้ประกาศให้แก๊งดังกล่าวเป็นองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ ภารกิจการโจมตีทางอากาศครั้งนี้เปรียบเสมือนการปิดฉากอิทธิพลมืดที่ขยายตัวไปทั่วแถบลาตินอเมริกาได้อย่างเด็ดขาด โดยทรัมป์ระบุว่านี่คือคำสั่งที่เขาดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ

เปิดปูมหลังนินโญ เกร์เรโร ผู้นำที่โลกอาชญากรต้องจารึก

นินโญ เกร์เรโร หรือ เอกตอร์ รุสเทนฟอร์ด เกร์เรโร ฟลอเรส ไม่ใช่แค่นักเลงธรรมดา แต่เขาสามารถเปลี่ยนเรือนจำโตโครอนให้กลายเป็นฐานปฏิบัติการหรูหราที่มีทั้งไนท์คลับและสระว่ายน้ำ ก่อนจะหนีรอดเงื้อมมือทางการมาได้หลายครั้ง การที่ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา สำเร็จในครั้งนี้ จึงถือเป็นการทำลายเครือข่ายค้ามนุษย์ รีดไถ และอาชญากรรมข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดกลุ่มหนึ่งในภูมิภาค

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าอิทธิพลของแก๊งอาชญากรรมที่ไร้การควบคุมสามารถขยายตัวจนกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าประเวณี การฆาตกรรม หรือการเรียกค่าไถ่ ซึ่งกลุ่มเทรน เด อารากวา ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศต่างๆ ตั้งแต่โคลอมเบียไปจนถึงชิลี มาอย่างยาวนาน

  • จุดเริ่มต้นจากแก๊งในคุกสู่องค์กรข้ามชาติ
  • ความร่วมมือที่น่าสนใจระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา
  • ผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคลาตินอเมริกา

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์โลก นี่คือความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มอิทธิพลเถื่อนทั่วโลก ว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะจัดการกับผู้ที่เป็นภัยต่อความสงบสุขด้วยปฏิบัติการทางทหารที่รวดเร็วและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ คุณคิดว่าปฏิบัติการในครั้งนี้จะมีผลกระทบอย่างไรต่อสถานการณ์ในเวเนซุเอลาในระยะยาว? มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ

ที่มา – ทรัมป์เผย สหรัฐฯ โจมตีทางอากาศสังหารผู้นำแก๊งอาชญากรรมเวเนซุเอลา

ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่านอีก ขู่ยึดเกาะคาร์ก-แหล่งน้ำมัน ซ้ำรอยเวเนซุเอลา

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ เมื่อล่าสุด ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่านอีก ขู่ยึดเกาะคาร์ก-แหล่งน้ำมัน ซ้ำรอยเวเนซุเอลา โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าจะยกระดับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

เจาะลึก ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่านอีก ขู่ยึดเกาะคาร์ก-แหล่งน้ำมัน ซ้ำรอยเวเนซุเอลา

จากข้อมูลล่าสุด สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายคือการทำลายแสนยานุภาพทางทหารของอิหร่าน ทั้งระบบเรดาร์ กองทัพเรือ และอากาศยาน ซึ่งถือเป็นการกดดันอย่างหนักที่สุดในรอบหลายปี โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศชัดเจนว่าในอนาคตอันใกล้ สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันอิหร่าน เพื่อเข้ามาบริหารจัดการตลาดพลังงานเหมือนที่เคยปฏิบัติกับเวเนซุเอลามาแล้ว

เบื้องหลังคำขู่ที่โลกต้องจับตา

การที่ ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่านอีก ขู่ยึดเกาะคาร์ก-แหล่งน้ำมัน ซ้ำรอยเวเนซุเอลา ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล สหรัฐฯ อ้างถึงความล่าช้าในการเจรจาทางการทูต และกรณีที่อิหร่านโจมตีเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ ตก ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับวอชิงตันอย่างมาก ในขณะที่ฝ่ายอิหร่านโดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ไม่ยอมแพ้ ได้ออกมาโต้กลับด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค พร้อมยืนยันว่าจะตอบโต้อย่างสาสมหากยังมีการกระทำเช่นนี้ต่อ

  • สหรัฐฯ กรีฑาทัพโจมตีเป้าหมายสำคัญทั่วอิหร่าน
  • อิหร่านยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ ซึ่งสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง
  • วิกฤตความเชื่อมั่นในตลาดน้ำมันโลกกำลังพุ่งสูงขึ้น

เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ความขัดแย้งนี้จะบานปลายไปสู่สงครามเต็มรูปแบบหรือจะมีทางออกทางการทูตเข้ามาแทรกแซง เพราะหากสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป ผลกระทบที่จะตามมาไม่ใช่แค่เรื่องของสองประเทศ แต่จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – ทรัมป์สั่งถล่มอิหร่านอีก ขู่ยึดเกาะคาร์ก-แหล่งน้ำมัน ซ้ำรอยเวเนซุเอลา

เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี

เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี

เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2562 สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณบวกในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เครื่องบินโดยสารพาณิชย์ของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ได้ออกเดินทางจากเมืองไมอามีของสหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าสู่กรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี การบินเที่ยวปฐมฤกษ์นี้ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่ถึง 3.5 ชั่วโมง ออกบินเวลา 10:16 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) และลงจอดที่สนามบินนานาชาติซิมอน โบลีวาร์ เวลา 13:36 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีกำหนดบินกลับไมอามีในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

รายละเอียดเที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา

อเมริกัน แอร์ไลน์ส ประกาศเป็นสายการบินสหรัฐฯ แห่งแรกที่กลับมาเปิดเส้นทางรายวันไปเวเนซุเอลา ใช้เครื่องบิน Embraer 175 แบบสองชั้นโดยสาร ดำเนินการโดย Envoy ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่สายการบินเป็นเจ้าของเต็มจำนวน บรรยากาศที่สนามบินไมอามีคึกคักมาก พนักงาน TSA แสดงความประหลาดใจเมื่อเห็นจุดหมายการากัส ขณะที่บนเครื่องมีผู้โดยสารเต็ม 2 ใน 3 ส่วนใหญ่เป็นนักข่าวและเจ้าหน้าที่รัฐ

การกลับมาของ เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ จับกุมนายนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม และทรัมป์สั่งยกเลิกคำสั่งห้ามบินเมื่อสองสัปดาห์ก่อน สหรัฐฯ ห้ามบินตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง แต่ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังปรับปรุงความสัมพันธ์ทางทูตและเศรษฐกิจ

ราคาตั๋วและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ราคาตั๋วไป-กลับจากไมอามีไปการากัสเริ่มต้นกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,500 บาท) ขึ้นอยู่กับวันที่และประเภทตั๋ว การฟื้นฟูเส้นทางบินนี้จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว การค้า และการเดินทางของชาวเวเนซุเอลาที่อาศัยในสหรัฐฯ ซึ่งมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในไมอามีที่เป็นชุมชนเวเนซุเอลาใหญ่

  • ประโยชน์หลัก: ฟื้นฟูเศรษฐกิจเวเนซุเอลา
  • เพิ่มการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ
  • ลดต้นทุนการเดินทางสำหรับครอบครัวที่พลัดถิ่น
  • เสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี

นอกจากอเมริกัน แอร์ไลน์ส ยังมีสายการบินอื่นๆ เตรียมตามมา เช่น LATAM ทำให้การเชื่อมต่อทางอากาศดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าปีนี้จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนถึงความหวังในอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญในการบิน แต่ยังแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่รวดเร็ว หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปเวเนซุเอลา ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสม! ติดตามข่าวสารล่าสุดและจองตั๋วเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่

ที่มา – เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มบินจากสหรัฐฯ ไปเวเนซุเอลา ครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี

ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์

ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง สร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ในเมืองโมรอน หลังประชาชนทนไม่ไหวกับวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานที่ยืดเยื้อ

ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง

เหตุการณ์ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปรื้อค้นและทำลายทรัพย์สินภายในสำนักงานสาขาพรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองโมรอน ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศคิวบา สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า การชุมนุมเริ่มต้นตั้งแต่คืนวันศุกร์และบานปลายในวันเสาร์ที่ 14 มี.ค. โดยผู้ประท้วงไม่พอใจกับราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นซ้ำๆ สลับกันในทุกพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยคิวบาแจ้งว่า มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 5 ราย จากการบุกทำลายทรัพย์สิน หนังสือพิมพ์ Invasor ของรัฐบาลระบุว่า การชุมนุมเริ่มอย่างสงบ แต่กลายเป็นการก่อวินาศกรรมเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงขว้างก้อนหินใส่ทางเข้า นำเฟอร์นิเจอร์จากพื้นที่ต้อนรับมาวางกลางถนนแล้วจุดไฟเผา ไม่เพียงเท่านั้น ร้านขายยาและตลาดของรัฐยังถูกโจมตีเช่นกัน

สาเหตุหลักของการประท้วง: ค่าอาหารพุ่งและไฟดับยาวนาน

ความเดือดร้อนของชาวคิวบามีหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดต่อเนื่อง ขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง และยารักษาโรค ซึ่งถูกซ้ำเติมจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ปิดกั้นการขนส่งน้ำมัน ประธานาธิบดีมิเกล ดิอัซ-กาเนล กล่าวผ่านทีวีถ่ายทอดสดว่า ประเทศขาดเชื้อเพลิงนำเข้ามาตลอด 3 เดือน เนื่องจากนโยบายของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ คิวบาพึ่งพาน้ำมันจากเวเนซุเอลาถึง 50% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด แต่หลังจากสหรัฐฯ จับกุมนีโกลัส มาดูโร ในเดือนมกราคม การส่งน้ำมันถูกระงับ สหรัฐฯ ยังขู่ว่าจะเก็บภาษีประเทศที่ขายน้ำมันให้คิวบา นี่คือการคว่ำบาตรที่ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ทำให้เศรษฐกิจคิวบาใกล้ล่มสลาย

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานครอบคลุมทุกภาคส่วน

วิกฤตนี้ไม่ใช่แค่ไฟดับหรืออาหารแพง แต่กระทบทุกด้านของชีวิตประจำวัน

  • การผลิตไฟฟ้าต้องหยุดชะงัก
  • ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นพุ่งสูง
  • โรงพยาบาลแผนกฉุกเฉินขาดแคลนไฟฟ้า
  • การขนส่งสาธารณะหยุดนิ่ง
  • การศึกษาต้องหยุดชั่วคราว
  • แม้แต่การเก็บขยะก็เป็นปัญหา

ชาวคิวบาต้องเผชิญความลำบากหนัก หลังจากรัฐบาลเพิ่งยืนยันว่าจะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยขู่อย่างชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงผู้นำคิวบา โดยเรียกปัญหาว่า “ฝังรากลึก” และขู่ว่าจะ “ยึดครองแบบเป็นมิตร” คำพูดเหล่านี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียด

นอกจากนี้ คิวบายังสูญเสียพันธมิตรอย่างเวเนซุเอลา ทำให้การนำเข้าพลังงานยากลำบากยิ่งขึ้น เศรษฐกิจที่เคยพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ตอนนี้ใกล้จุดวิกฤตสุดขีด

อนาคตของคิวบาจะเป็นอย่างไร?

เหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจที่สะสมมานาน หากรัฐบาลไม่หาทางแก้ไขด่วน อาจนำไปสู่ความวุ่นวายใหญ่หลวงยิ่งกว่านี้ การเจรจากับสหรัฐฯ อาจเป็นทางออกหนึ่ง แต่ต้องเห็นผลจริง ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่โลกต้องจับตา

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาพันธมิตรภายนอกมากเกินไป คิวบาควรเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา – ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง

ที่มาเพิ่มเติม: BBC

ยามฝั่งคิวบา ยิงสปีดโบ๊ทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ดับ 4 ศพเจ็บ 6 ราย

ยามฝั่งคิวบา ยิงสปีดโบ๊ทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ดับ 4 ศพเจ็บ 6 ราย เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นในน่านน้ำคิวบา สร้างความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบาให้เพิ่มสูงขึ้นอีกขั้น รัฐบาลคิวบาอ้างว่าเป็นการป้องกันตัวเองหลังถูกยิงก่อน

ยามฝั่งคิวบา ยิงสปีดโบ๊ทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ดับ 4 ศพเจ็บ 6 ราย

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลคิวบาได้ออกแถลงการณ์ผ่านกระทรวงมหาดไทยบนแพลตฟอร์ม X ว่า หน่วยยามฝั่งคิวบาพบเรือสปีดโบ๊ทลำหนึ่งซึ่งจดทะเบียนในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา หมายเลขทะเบียน FL7726SH แล่นเข้ามาใกล้เกาะกาโย ฟัลโกเนส จังหวัดบียากลารา ตอนกลางของคิวบา เมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา

เมื่อเรือยามฝั่งคิวบาที่มีเจ้าหน้าที่ 5 นายพยายามเข้าใกล้เพื่อตรวจสอบ คนบนเรือสปีดโบ๊ทกลับยิงปืนใส่ก่อน ทำให้ผู้บัญชาการฝ่ายคิวบาได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่คิวบาจึงยิงตอบโต้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งตัวไปรักษาพยาบาลทันที

รายละเอียดเหตุการณ์ยามฝั่งคิวบา ยิงสปีดโบ๊ทจดทะเบียนในสหรัฐฯ

จนถึงตอนนี้ ยังไม่ทราบตัวตนของผู้โดยสารบนเรือสปีดโบ๊ทชัดเจน รวมถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง รัฐบาลคิวบาได้เริ่มสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตเชื้อเพลิงรุนแรงในคิวบา ซึ่งสหรัฐฯ ถูกกล่าวหาว่าขัดขวางการขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลา พันธมิตรสำคัญ ทำให้เกิดความเดือดร้อนให้ประชาชนคิวบาอย่างหนัก

ด้านนายคาร์ลอส กิเมเนซ สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ จากรัฐฟลอริดา ซึ่งมีเชื้อสายคิวบาและเคยเป็นนายกเทศมนตรีไมอามี ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเร่งด่วน เขาเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “การสังหารหมู่” และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมีพลเมืองอเมริกันหรือผู้พำนักถูกกฎหมายหรือไม่

บริบทความสัมพันธ์สหรัฐฯ-คิวบา

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศนี้ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะประเด็นการย้ายถิ่นของชาวคิวบาที่พยายามหนีภัยมาสหรัฐฯ ผ่านทางเรือสปีดโบ๊ทจำนวนมากในช่วงหลัง วิกฤตเศรษฐกิจและขาดแคลนเชื้อเพลิงทำให้ชาวคิวบาหลายพันคนเสี่ยงชีวิตข้ามทะเล ล่าสุดมีรายงานว่าคิวบากำลังเผชิญปัญหาน้ำมันรุนแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

  • เรือสปีดโบ๊ทจดทะเบียนฟลอริดา FL7726SH
  • พบใกล้เกาะกาโย ฟัลโกเนส จังหวัดบียากลารา
  • ยามฝั่งคิวบา 5 นายเข้าใกล้ตรวจสอบ
  • ถูกยิงก่อน ทำให้ผู้บัญชาการบาดเจ็บ
  • ยิงตอบโต้ ดับ 4 เจ็บ 6

เหตุการณ์ยามฝั่งคิวบา ยิงสปีดโบ๊ทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ดับ 4 ศพเจ็บ 6 ราย นี้ สะท้อนถึงปัญหาการอพยพที่ซับซ้อน ระหว่างนโยบายเข้มงวดของคิวบากับความปรารถนาของประชาชนที่ต้องการชีวิตที่ดีกว่าในสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งรอบใหม่ หากทั้งสองฝ่ายไม่เจรจา

นอกจากนี้ ยังมีประวัติเหตุการณ์คล้ายกันในอดีต เช่น การยิงเรือลักลอบเข้า-ออกน่านน้ำ ซึ่งมักนำไปสู่การประท้วงจากชุมชนชาวคิวบาในไมอามี สหรัฐฯ ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปกป้องพลเมืองของตน

สำหรับชาวคิวบาที่กำลังวางแผนย้ายถิ่น แนะนำให้ใช้วิถีทางที่ถูกกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงชีวิต สถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีการเจรจาทวิภาคี

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

ที่มา – ยามฝั่งคิวบา ยิงสปีดโบ๊ทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ดับ 4 ศพเจ็บ 6 ราย

เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน

เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองโลก โดยเฉพาะในเวเนซุเอลาที่กำลังเผชิญวิกฤตมานาน ล่าสุด ประธานสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลาเปิดเผยว่ามีผู้ต้องขังทางการเมืองยื่นคำร้องขออภัยโทษภายใต้กฎหมายฉบับใหม่มากกว่า 1,500 คนแล้ว รัฐบาลเริ่มดำเนินการปล่อยตัวทันทีหลังกฎหมายผ่านสภาเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ก็มีเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านและองค์กรสิทธิมนุษยชนว่ายังไม่ชัดเจนและมีข้อจำกัดมากมาย

เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน: รายละเอียดสำคัญ

นายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลา เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่ามีนักโทษการเมืองถึง 1,557 รายที่ยื่นคำร้องขออภัยโทษภายใต้กฎหมายใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลกำลังพิจารณาคำร้องโดยทันที และตั้งเป้าปล่อยตัวได้ถึง 11,000 คนในที่สุด กลุ่มแรกที่จะได้รับอิสรภาพคือผู้ต้องขังในคุก “เอล เฮลิคอยด์” ซึ่งเป็นคุกอื้อฉาวในกรุงการากัส คาดว่าจะปล่อยตัวภายในไม่กี่ชั่วโมง

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ส่งกองกำลังบุกจับกุมนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีคนก่อน เมื่อ 3 มกราคม สหรัฐฯ กดดันให้รัฐบาลรักษาการปล่อยนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังยาวนานในสมัยมาดูโร ล่าสุด มีการปล่อยตัวนายฮวน ปาโบล กวานิปา นักการเมืองฝ่ายค้านชื่อดังด้วย

ข้อจำกัดและเสียงวิจารณ์ต่อเวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน

แม้จะดูเป็นข่าวดี แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการชี้ว่ากฎหมายมี “เงื่อนไขแฝง” โดยเฉพาะไม่ให้อภัยโทษผู้ที่เคยเรียกร้องให้ต่างชาติแทรกแซงด้วยกำลังทหาร ข้อกำหนดนี้น่าจะพุ่งเป้านางมารีอา กอรีนา มาชาโด ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพล่าสุด นอกจากนี้ ยังกีดกันนายทหารที่เคยก่อกบฏต่อต้านมาดูโรหลายสิบนาย

  • จำนวนคำร้อง: 1,557 ราย
  • เป้าหมายปล่อยตัว: สูงสุด 11,000 คน
  • คุกแรกที่ปล่อย: เอล เฮลิคอยด์
  • เงื่อนไขสำคัญ: ไม่ครอบคลุมผู้เรียกร้องแทรกแซงทหาร

ปัจจุบัน นายมาดูโรและภรรยานางซีเลีย ฟลอเรส ถูกคุมขังในสหรัฐฯ รอพิจารณาคดีข้อหายาเสพติดและอาวุธ มาดูโรรับว่าตนเป็นเชลยศึก คุกเอล เฮลิคอยด์ถูกประณามเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เคยสัญญาจะปิดสถานที่นี้ถาวรหลังจับกุมมาดูโร บรรดาญาติผู้ต้องขังบางส่วนประท้วงอดอาหารกดดันให้ปล่อยตัวเร็วขึ้น

เหตุการณ์นี้สะท้อนวิกฤตการเมืองเวเนซุเอลาที่ยืดเยื้อมานาน ปัจจุบันรัฐบาลรักษาการถูกกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตย การปล่อยตัวนักโทษการเมืองอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู แต่ข้อจำกัดในกฎหมายทำให้หลายฝ่ายสงสัยในเจตนาจริงๆ นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อลดแรงกดดันจากภายนอกเท่านั้น

เวเนซุเอลากำลังเข้าสู่ยุคใหม่หรือไม่? การติดตามพัฒนาการจะสำคัญมาก หากคุณสนใจข่าวการเมืองต่างประเทศ แนะนำให้ติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้

ที่มา – เวเนซุเอลารับคำขออภัยโทษนักโทษการเมืองกว่า 1,500 คน

Scroll to top