เศรษฐกิจดิจิทัล

ไอทีดี ชี้ทางรอดประเทศไทย ลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัล

ไอทีดี เผย “เศรษฐกิจดิจิทัล” ทางรอดประเทศไทย หลังรายงานลงทุนโลกปี 2568 จัดทำโดย UNCTAD พบว่า เมื่อปี 2567 เศรษฐกิจดิจิทัลโลกมีมูลค่าลงทุนพุ่ง สวนทาง FDI โลกที่ลดลงถึง 11% แนะไทยหันดึงลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว เหตุมีศักยภาพหลายด้าน

นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) เปิดเผยว่า ไอทีดีจัดสัมมนา การค้าและการพัฒนาในภูมิอาเซียนปี 68 (Southeast Asia Trade and Development Forum 2025) เพื่อจับตามองทิศทางเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยถอดบทเรียนจากรายงานการลงทุนโลกปี 68 (World Investment Report 2025) จัดทำโดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ที่ระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกปี 67 ลดลงถึง 11% ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำว่าเศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การปรับกติการค้าพหุภาคี แรงกดดันสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นความท้าทายที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก โดยอาเซียน และไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งนี้ แม้ไทยและอาเซียนอยู่ห่างจากสมรภูมิหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรป แต่ผลกระทบเกิดขึ้นชัดเจน เพราะเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออก จึงต้องเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ มาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตร ท่องเที่ยว ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม ไทยต้องรับมือกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงและถี่ขึ้น อีกทั้งการแข่งขันของมหาอำนาจสหรัฐฯ และจีนก็กำลังดึงเอาอาเซียน และไทยเข้าสู่สมรภูมิอิทธิพลทางการค้า เทคโนโลยี และความมั่นคง

“ท่ามกลางความปั่นป่วนนี้ อาเซียนถูกจับตามองว่าเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ เพราะยังเห็นการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งในรายงานฯ ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัล มีมูลค่าลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในปี 67 และบริษัทข้ามชาติ 100 อันดับแรกมีรายได้จากเทคโนโลยีมากกว่า 20% ทำให้ไทยมีโอกาสใช้ประโยชน์จากทำเลยุทธศาสตร์และความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนใหม่ของภูมิภาคได้”

นายสุภกิจ กล่าวว่า ไทยควรใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ทั้งด้านแรงงาน ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดี มาต่อยอดสู่การเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน แม้การลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งลดลง แต่สำหรับไทย จะเป็นโอกาสหากเร่งดึงดูดการลงทุนในสาขาเหล่านี้ได้ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจไปพร้อมกับการยกระดับความยั่งยืนในระยะยาว

เศรษฐกิจดิจิทัล คือทางรอดประเทศไทยจริงหรือ?

การที่ไอทีดีออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ประเทศไทยมีในการปรับตัวและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มมากขึ้น การลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ

ทำไมเศรษฐกิจดิจิทัลจึงสำคัญต่อประเทศไทย?

  • การเติบโตทางเศรษฐกิจ: เศรษฐกิจดิจิทัลช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
  • การสร้างงาน: การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลจะสร้างงานใหม่ๆ ที่มีทักษะสูง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย
  • ความสามารถในการแข่งขัน: การลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
  • ความยั่งยืน: การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมสีเขียวจะช่วยให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

การที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนได้นั้น จำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะของแรงงาน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

รัฐบาลและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน ซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืนสำหรับประเทศในระยะยาว การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้น การลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียวจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญเพื่อความอยู่รอดและความเจริญก้าวหน้าในอนาคต

ที่มา – ไอทีดี แนะทางรอดประเทศไทย เน้นลงทุนเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว

นายกฯสิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” นายกฯคนใหม่

“อนุทิน” โพสต์ภาพส่วนตัวนั่งคุยโทรศัพท์ เผย “ลอเรน หว่อง” นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่ ยันรัฐบาลไทยเดินหน้าความร่วมมือทุกด้านร่วมกัน

วันที่ 12 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 11 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพขณะนั่งคุยโทรศัพท์มือถือ ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมข้อความว่า นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีในโอกาสที่ตนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย

นายอนุทินระบุว่า ได้ยืนยันกับผู้นำสิงคโปร์ว่า รัฐบาลไทยพร้อมที่จะร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือในมิติใหม่ ๆ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล ฟินเทค ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการศึกษา

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศยังได้หารือถึงการพบปะอย่างเป็นทางการในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อสานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย–สิงคโปร์ให้ก้าวหน้าและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

การที่นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ที่มีมายาวนาน และยังแสดงให้เห็นถึงความคาดหวังของสิงคโปร์ต่อรัฐบาลไทยชุดใหม่ในการที่จะสานต่อและพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก

ความร่วมมือที่นายอนุทินได้กล่าวถึง เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล ฟินเทค ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และการศึกษา ล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของการที่นายกฯสิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

  • แสดงถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ
  • เป็นสัญญาณที่ดีต่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน

การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน ยังเป็นการปูทางไปสู่การพบปะอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้นำทั้งสองได้หารือในรายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือในด้านต่างๆ และกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทย–สิงคโปร์ในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

นอกจากนี้ การที่นายอนุทินได้ยืนยันความพร้อมของรัฐบาลไทยในการร่วมมือกับสิงคโปร์ ยังเป็นการส่งสัญญาณบวกไปยังประชาคมโลก ว่าประเทศไทยพร้อมที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค และร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาและความท้าทายระดับโลก

ในภาพรวมแล้ว การที่นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่ ถือเป็นข่าวดีและเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสิงคโปร์ และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสสำหรับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ประเทศไทยและสิงคโปร์มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนานอยู่แล้ว การที่ผู้นำทั้งสองได้พูดคุยกันตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำรงตำแหน่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ย่อมเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์นี้ หวังว่าการพบปะอย่างเป็นทางการที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

ที่มา – นายกฯ สิงคโปร์ โทรยินดี “อนุทิน” รับตำแหน่งนายกฯ ไทยคนใหม่

Scroll to top