เศรษฐกิจท้องถิ่น

นครสวรรค์เปิด “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” กระตุ้นเศรษฐกิจ

นครสวรรค์เปิดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ถ่ายทอดวัฒนธรรมสะท้อนอัตลักษณ์ และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ม.ค.69 ที่ ตลาดเพี้ยงดี วัดหนองโพ ตำบลหนองโพ อำเภอตาศลี จังหวัดนครสวรรค์ นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม กิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” โดยมีนางสาวนุชรินทร์ภัทร์ ธีระบุญยะ วัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยนายอำเภอตาคลี องค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี สภาวัฒนธรรมอำเภอตาคลี ศิลปิน สถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำชุมชน เครือข่ายศิลปิน และผู้ประกอบการร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนทางวัฒนธรรม เข้าร่วมในโครงการดังกล่าว

กิจกรรมการจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม กิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ในวันนี้ ประกอบไปด้วยกิจกรรมการแสดงทางด้านศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสาธิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน

โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดหนองโพ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพ สภาวัฒนธรรมอำเภอตาคลี และอำเภอตาคลี ได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม กิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์”

มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในท้องถิ่นให้เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นเวทีแสดงผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมร่วม จากภาคีเครือข่าย รวมถึงปลูกฝังความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่

1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์

โครงการ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” เป็นแนวคิดที่น่าสนใจในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดนครสวรรค์ การเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้แสดงออกถึงศักยภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ หัตถกรรม หรืออาหาร เป็นการสร้างความภาคภูมิใจในชุมชนและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละอำเภอ

ประโยชน์ของโครงการ 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์

  • กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
  • สร้างรายได้ให้แก่คนในท้องถิ่น
  • อนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม
  • สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

การจัดกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานอีเว้นท์ แต่เป็นการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการสร้างสรรค์ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน การที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนร่วมมือกันผลักดันโครงการนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศจากฐานราก

“1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ที่นครสวรรค์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การสร้างสรรค์พื้นที่ให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอเอกลักษณ์ของตนเอง ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจและความเข้มแข็งให้กับชุมชนอีกด้วย อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมและสนับสนุนกิจกรรมดีๆ เหล่านี้

ที่มา – นครสวรรค์ เปิดพื้นที่ “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์” ส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน

เที่ยวดีมีคืน! ลดหย่อนภาษี รีบใช้สิทธิ์ด่วน

ใกล้หมดเขตแล้ว! รัฐบาลย้ำประชาชนรีบใช้สิทธิ์ “เที่ยวดีมีคืน” เพื่อลดหย่อนภาษีปลายปีนี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเมืองรอง รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 1.5 เท่า อย่าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป!

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีของรัฐบาล กำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาการใช้สิทธิ์ในวันที่ 15 ธันวาคมนี้แล้ว จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนรีบใช้สิทธิ์ดังกล่าว

เที่ยวดีมีคืน! รีบใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ก่อนหมดเขต

สำหรับมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • เที่ยวเมืองรอง: ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
  • เที่ยวเมืองหลัก: ลดหย่อนภาษีได้ตามค่าใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นค่าที่พักหรือค่าอาหารจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และมีใบกำกับภาษีถูกต้องเท่านั้น อย่าลืมตรวจสอบให้ดีก่อนชำระเงิน

ทำไมต้องรีบใช้สิทธิ์ เที่ยวดีมีคืน?

รัฐบาลเน้นย้ำว่า มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้ไปยังจังหวัดเมืองรอง และส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งในขณะนี้หลายพื้นที่ได้เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวภายในประเทศยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวของไทยอีกด้วย

ดังนั้น การใช้สิทธิ์ “เที่ยวดีมีคืน” จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งในด้านการท่องเที่ยว การลดหย่อนภาษี และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมๆ กัน

สำหรับใครที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง อย่าลืมวางแผนการเดินทาง และรีบใช้สิทธิ์ “เที่ยวดีมีคืน” ให้ทันภายในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพื่อรับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่

การท่องเที่ยวเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่ดี และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย อย่ารอช้า รีบวางแผนเที่ยวกันเลย!

ที่มา – รัฐบาล ย้ำรีบใช้สิทธิ์“เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า ถึง 15 ธ.ค. นี้

เชียงราย: เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี สินค้า GI ของกินอร่อย

เชียงรายโชว์ศักยภาพ “เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี–สินค้าคุณภาพ GI–ของกินอร่อย” หนุนงานใหญ่ “Chiangrai Premium Market” ดันสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก กระตุ้นท่องเที่ยวรับไฮซีซั่น

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 จังหวัดเชียงรายเดินหน้าส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เปิดเส้นทาง “เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี–สินค้าคุณภาพ GI–ของกินอร่อย” ผ่านกิจกรรม “Fam Trip เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ต้นแบบเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนจังหวัดเชียงราย” เพื่อประชาสัมพันธ์งานใหญ่ระดับจังหวัด “Chiangrai Premium Market มหกรรมสินค้าคุณภาพเชียงรายสู่ตลาดโลก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นรับฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่น

นางศุภมิตร เต็งเผ่ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อยกระดับ “สินค้าคุณภาพเชียงราย” สู่ตลาดโลก ภายใต้แนวทาง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และโมเดล BCG Economy ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย SDGs

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรม Fam Trip เปิด 4 เส้นทางต้นแบบ “เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี–ของกินอร่อย–สินค้า GI คุณภาพ” ผ่านโครงการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดบนพื้นฐานการเป็นระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือเชื่อมโยงสู่ระเบียงเศรษฐกิจสำคัญ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 โดยคณะ Fam Trip ได้เดินทางเยี่ยมชม 4 แหล่งเรียนรู้ต้นแบบของจังหวัด ที่สะท้อนอัตลักษณ์และศักยภาพของ “เชียงราย เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี” ได้แก่

ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (Wellness Center – WN) ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ศูนย์บริการสุขภาพแบบองค์รวม ที่ผสานศาสตร์แพทย์แผนไทย แผนจีน แพทย์ชะลอวัย และแพทย์แผนปัจจุบันอย่างลงตัว พร้อมเป็นศูนย์กลางส่งเสริมสุขภาพทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ตอกย้ำภาพลักษณ์ “เชียงราย เมืองสุขภาพ (Wellness City)”

วิสาหกิจชุมชนกระดาษใบสับปะรด ป่าซางวิวัฒน์ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย โมเดล SDGs เชียงราย ตัวอย่างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร แปรรูปใบสับปะรดเหลือใช้เป็นกระดาษธรรมชาติสีและลวดลายสวยงาม ผลิตเป็นสินค้าเชิงสร้างสรรค์ เช่น ถุงกระดาษ สมุดโน้ต ที่คั่นหนังสือ รองเท้า จานรองแก้ว และของที่ระลึกที่ใช้งานได้จริง สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

หจก.นงเยาว์ฟู้ดส์ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ผู้ผลิตสินค้าสับปะรดภูแล GI ชื่อดังถ่ายทอดรสชาติอัตลักษณ์ของผลไม้ท้องถิ่นผ่านผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ เช่น ทาร์ตสับปะรดภูแล น้ำสับปะรด 100% กัมมี่สับปะรด สับปะรดอบแห้ง สบู่ และไซรัปเอนไซม์สับปะรด “Bromelain” ที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดสุขภาพ

ชุมชนท่องเที่ยวปางห้าโฮมสเตย์ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำกระดาษสา ที่เคยได้รับรางวัลกินรีทองคำ ปี 2562 และได้รับเสด็จกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเยี่ยมชมเมื่อปี 2557 นักท่องเที่ยวยังได้ทดลองทำผลิตภัณฑ์ “ใยไหมทองคำ” นวัตกรรมความงามแห่งเดียวในประเทศไทย พร้อมเยี่ยมชมร้าน Modaroom แหล่งรวมผ้าทอและแฟชั่นชาติพันธุ์จากเชียงราย ทั้งนี้ ยังเป็น Chiang Rai Brand Plus+ สาขาสินค้าอื่นๆ ได้แก่ ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางวัน, เซรั่มบำรุงผิวหน้า, ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางคืน

นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายยังได้จัดงานมหกรรม “Chiangrai Premium Market” ได้รวบรวมสินค้าคุณภาพจาก Chiang Rai Brand / GI / Wellness Chiang Rai กว่า 100 คูหา พร้อมกิจกรรม “แชะ แชร์ เช็ค, ซื้อปั๊ป ลุ้นรับโชค, กิจกรรมนาทีทองที่นำสินค้าคุณภาพลดราคากว่า 50%” งานแบ่งจัด 2 ระยะใหญ่ ระยะที่ 1 วันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ ด่านพรมแดนแม่สาย จ.เชียงราย (พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ 31 ต.ค.) ระยะที่ 2 วันที่ 15 – 19 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน จ.ภูเก็ต.

เชียงราย: เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี สินค้า GI ของกินอร่อย

ศักยภาพของเชียงราย: เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี สินค้า GI ของกินอร่อย

จังหวัดเชียงรายกำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี การมีสินค้า GI คุณภาพ และอาหารที่อร่อย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น การจัดงาน Chiangrai Premium Market เป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดโลก และตอกย้ำภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลายและครบครัน เชียงรายเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และสินค้าคุณภาพที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน อย่าลืมมาสัมผัสเสน่ห์ของ “เชียงราย: เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี สินค้า GI ของกินอร่อย” ด้วยตัวคุณเอง

ที่มา – เชียงรายโชว์ศักยภาพ “เมืองสร้างสรรค์สุขภาพดี–สินค้าคุณภาพ GI–ของกินอร่อย”

เผาข้าวหลาม 15,000 กระบอก แจกงานกฐิน แถมได้เลขเด็ด

สาธุชนเนืองแน่นร่วมเผาข้าวหลาม 15,000 กระบอก แจกในงานบุญกฐินวัดเขาโป่งนกเป้า ทำกิจกรรมแข่งกินข้าวหลาม สืบสานประเพณีเก่าแก่ แถมยังได้ “เลขเด็ด” จากธูปมงคลกลับบ้านไปลุ้นโชค

วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดเขาโป่งนกเป้า หมู่ที่ 10 บ้านโป่งนกเป้า ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ชาวบ้านและศิษยานุศิษย์จากประเทศมาเลเซีย ที่เลื่อมใสศรัทธา ครูบาโรจนชัย ชยธมฺโม หรือ หลวงปู่นิรนาม เกจิดังแห่งวัดเขาโป่งนกเป้า ได้นำองค์กฐินมาทอดถวายเพื่อสมทบทุนก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีการทอดกฐินให้คงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาของไทย งานบุญครั้งนี้ยิ่งใหญ่เพราะมีการเผาข้าวหลาม 15,000 กระบอกเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ร่วมงานบุญกฐิน

สำหรับไฮไลต์ของงาน คือการแจกข้าวหลาม 15,000 กระบอก ให้กับผู้คนที่มาร่วมงานบุญกฐิน เพื่อนำไปรับประทานเป็นสิริมงคล เพราะ 1 ปี มีครั้งเดียว โดยการเผาข้าวหลาม ชาวบ้านยังคงใช้วิธีเผาแบบโบราณที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

โดยนำข้าวหลามมาเรียงกับพื้นเป็นแถวยาว จากนั้นใช้ไม้และแกนข้าวโพดเป็นเชื้อเพลิงเผาข้าวหลาม เมื่อน้ำกะทิเดือดและแห้ง ก็จะได้ข้าวหลามที่สุกพอดี เหนียว หอม มัน ชวนให้น่ารับประทาน ซึ่งข้าวหลามแต่ละแถวใช้เวลาเผาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งต้องมีคนคอยดูไฟเผาตลอดเวลา

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีการแข่งขันกินข้าวหลาม 1 กิโลกรัม ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งสร้างความสนุกสนาน ให้กับผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก และอีกหนึ่งไฮไลต์ สำหรับนักเสี่ยงโชค คือตัวเลขธูปมงคล 036 และ 879 ที่จุดต่อหน้าพระประธาน หลังจากตัวเลขปรากฏ เหล่าบรรดานักเสี่ยงโชคต่างใช้โทรศัพท์มาถ่ายภาพเก็บไว้ เพื่อนำไปเสี่ยงโชค เรียกว่าได้ทั้งทำบุญ อิ่มท้อง และได้เลขเด็ดติดมือกลับไปเสี่ยงโชคด้วย

เผาข้าวหลาม 15,000 กระบอก แจกงานกฐิน แถมได้เลขเด็ด

ทำบุญใหญ่! เผาข้าวหลาม 15,000 กระบอก แจกฟรีในงานกฐิน

การเผาข้าวหลาม 15,000 กระบอกในงานบุญกฐินครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้ที่มาร่วมงานอีกด้วย กลิ่นหอมของข้าวหลามที่ถูกเผาด้วยวิธีโบราณอบอวลไปทั่วบริเวณงาน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง นอกจากนี้ การแข่งขันกินข้าวหลามยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับทุกคน

สำหรับนักเสี่ยงโชค การได้เลขเด็ดจากธูปมงคลถือเป็นของแถมที่น่าตื่นเต้น ทำให้งานบุญกฐินครั้งนี้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น หลายคนหวังว่าเลขที่ได้จะนำพาโชคลาภมาให้ และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ไทยด้วยความเป็นสิริมงคล

  • ทำบุญเสริมสิริมงคล
  • สืบสานประเพณีไทย
  • อิ่มอร่อยกับข้าวหลาม
  • ลุ้นโชคจากเลขเด็ด

งานบุญกฐินที่วัดเขาโป่งนกเป้าในครั้งนี้ ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านและศิษยานุศิษย์ ทำให้การก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมมีความคืบหน้า และประเพณีการทอดกฐินยังคงอยู่คู่กับพระพุทธศาสนาของไทยต่อไป

กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในงาน ไม่ว่าจะเป็นการเผาข้าวหลาม การแข่งขันกินข้าวหลาม หรือการเสี่ยงโชคจากธูปมงคล ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน และเป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยต่อไป

ที่มา – สาธุชนร่วมเผาข้าวหลาม 15,000 กระบอก แจกงานบุญกฐิน แถมได้ “เลขเด็ด” ลุ้นโชค

Scroll to top