เศรษฐกิจประเทศ

จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม

เชื่อว่าหลายท่านที่เป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจในไทย คงจะกำลังหายใจคล่องขึ้น หลังจากที่มีข่าวดีล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการบริหารจัดการกำลังคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นที่ จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจกันครับ

จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม เพื่ออุ้มภาคธุรกิจ

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ครั้งล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเพื่อต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงาน 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ออกไปอีก 1 ปี ซึ่งข่าวการที่ จุลพันธ์เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม ครั้งนี้ ถือเป็นความหวังใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

รายละเอียดการต่ออายุใบอนุญาตทำงาน

สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับสิทธิ์นี้ คือแรงงานข้ามชาติที่เคยได้รับอนุญาตตามมติ ครม. เดิมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งกำลังจะหมดอายุในวันที่ 11 ธันวาคม 2569 โดยการขยายเวลาครั้งนี้จะอนุญาตให้แรงงานอยู่และทำงานได้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับภาคธุรกิจและนายจ้างที่มีความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่อง

  • กลุ่มแรงงาน: ลาว เมียนมา และเวียดนาม
  • ระยะเวลาขยาย: เพิ่มอีก 1 ปี รวมเป็นถึง ธันวาคม 2570
  • สถานะปัจจุบัน: รอเสนอ ครม. เห็นชอบก่อนมีผลบังคับใช้

หลายท่านที่กำลังกังวลใจเกี่ยวกับสถานะแรงงานในสถานประกอบการของตนเอง ขอให้ใจเย็นๆ นะครับ เพราะตอนนี้กรมการจัดหางานกำลังเร่งดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด ซึ่งเมื่อมีการประกาศกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงแรงงานออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว นายจ้างจึงจะสามารถเริ่มยื่นดำเนินการได้ตามขั้นตอนครับ

ผมขอแนะนำให้นายจ้างทุกคนคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.doe.go.th หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 2 ครับ การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว จะช่วยให้ท่านวางแผนการดำเนินงานได้อย่างไม่ติดขัด และถือเป็นการรักษาธุรกิจของท่านให้เติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงครับ

ที่มา – “จุลพันธ์”เคาะต่ออายุแรงงาน 3 สัญชาติ ลาว เมียนมา เวียดนาม อุ้มภาคธุรกิจ

นายกฯเรียกรัฐมนตรีบรีฟบนตึกไทยฯ ก่อนถกCEOยักษ์ใหญ่

นายกฯ เรียกรัฐมนตรีบรีฟบนตึกไทยฯ ก่อนถก CEO ยักษ์ใหญ่ จับตาเจ้าสัวตบเท้าร่วม เป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะในแวดวงเศรษฐกิจและการเมืองไทย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์รายละเอียดกันแบบเจาะลึก เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

นายกฯ เรียกรัฐมนตรีบรีฟบนตึกไทยฯ ก่อนถก CEO ยักษ์ใหญ่ จับตาเจ้าสัวตบเท้าร่วม

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (15 พฤษภาคม) รัฐบาลจะจัดงาน “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ซึ่งเป็นเวทีครั้งแรกที่รัฐบาลเชิญภาคเอกชนทุกภาคส่วนมาร่วม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและเสียงสะท้อนโดยตรงจากผู้ประกอบการ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้องการสร้างการจับมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ก่อนเข้าสู่การถกหลัก นายกฯ ได้เรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องขึ้นบรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ในเวลา 14.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อม โดยมีรัฐมนตรีสำคัญเข้าร่วม เช่น

  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  • นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

การบรีฟครั้งนี้มุ่งกำหนดแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทย โดยงานหลักจะจัดที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 17.00-20.30 น. ในรูปแบบเก้าอี้นั่งนำเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะจากตัวแทนธุรกิจแต่ละกลุ่ม

จับตาเจ้าสัวและ CEO ยักษ์ใหญ่ตบเท้าร่วมประชุม

นางสาวรัชดา ยืนยันว่าภาคเอกชนตอบรับเข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเจ้าสัวและ CEO จากบริษัทชั้นนำระดับประเทศ แม้ยังไม่เปิดรายชื่อ แต่คาดว่าจะมีตัวแทนจากสมาคมต่าง ๆ มาพูดตรง ๆ โดยไม่ผ่านการกรอง เพื่อให้ข้อมูลลึกและจริงใจ นี่ต่างจากการรับฟังในอดีตที่มักผ่านสมาคมอย่างเดียว

รัฐบาลเน้นรับฟังเป็นหลัก แต่พร้อมชี้แจงและขอความร่วมมือ หากมีประเด็นที่ต้องการสร้างความเข้าใจ เช่น สิ่งที่ผู้ประกอบการกำลังทำ อยากให้รัฐช่วยอะไรเพิ่ม หรือข้อกังวลในปัจจุบัน การประชุมครั้งนี้จะช่วยหาจุดร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ โดยนายกฯ และรัฐมนตรีจะรับฟังอย่างเต็มที่

ความสำคัญของเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ต่อเศรษฐกิจไทย

ในยุคที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 และเผชิญความท้าทายจากสงครามการค้าโลก การร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนยิ่งสำคัญ เวทีนี้ไม่เพียงรับฟังภาคเอกชน แต่ยังเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนทั่วไปในมิติอื่น ๆ การได้ยินเสียงจริงจาก CEO และเจ้าสัว จะช่วยให้นโยบายเศรษฐกิจตรงจุด เช่น การส่งเสริมการลงทุน ดิจิทัลอีโคโนมี พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมอนาคต

ที่ผ่านมา ไทยเคยประสบความสำเร็จจากความร่วมมือเช่นนี้ เช่น โครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่ดึงดูดการลงทุนมหาศาล หากครั้งนี้ได้ข้อเสนอดี ๆ อาจนำไปสู่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ เช่น ลดภาษี ลดต้นทุนพลังงาน หรือเร่งอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐาน

นอกจากนี้ การจัดเวทีแบบนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ว่าธุรกิจไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย สุดท้ายแล้ว นายกฯ เรียกรัฐมนตรีบรีฟบนตึกไทยฯ ก่อนถก CEO ยักษ์ใหญ่ จับตาเจ้าสัวตบเท้าร่วม จะเป็นก้าวแรกที่แข็งแกร่งในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ

ในมุมมองของเรา การประชุมครั้งนี้คือโอกาสทองที่รัฐและเอกชนจะได้ synergy กันอย่างแท้จริง หากผลลัพธ์ออกมาดี ไทยอาจก้าวสู่การเติบโต GDP สูงกว่า 4% ในปีหน้าได้ คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการเพิ่มเติม!

ที่มา – นายกฯ เรียกรัฐมนตรีบรีฟบนตึกไทยฯ ก่อนถก CEO ยักษ์ใหญ่ จับตาเจ้าสัวตบเท้าร่วม

Scroll to top