เสียงข้างน้อย

“อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวนักอ่านข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องร้อนๆ มาอัปเดตกันก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เลยทีเดียว นั่นคือข่าวที่ “อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง มองแก้แค้นไม่มีประโยชน์ จากปากของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ เอง สัมภาษณ์สดๆ ใหม่ๆ ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 3 ก.พ. นี้เอง ใครที่กำลังลุ้นผลเลือกตั้ง ห้ามพลาดเลยนะ!

“อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง

นายอนุทิน เปิดใจแบบตรงไปตรงมา เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหลังปิดหีบเลือกตั้ง ย้ำชัดๆ ว่าตามกติกาการเมืองไทยแบบดั้งเดิม พรรคที่ได้ ส.ส. อันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนเลย ถ้าทำได้ก็จบ ถ้าไม่ได้ก็ค่อยวนไปอันดับ 2 3 ตามลำดับ ไม่มีใครแซงคิวได้ง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมาในปี 2562 พรรคพลังประชารัฐนำ และปี 2566 พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

เขายังบอกอีกว่า ต้องรอผลนับคะแนนให้ชัดเจนก่อน คาดว่าตัวเลขนิ่งจริงๆ ราว 21.00-22.00 น. ของวันเลือกตั้ง ไม่รีบร้อนจับขั้วทันที รอให้ประชาชนตัดสินใจก่อน ฟังดูมีสปิริตดีใช่มั้ยล่ะ?

ไม่ปิดประตูจับมือ ‘แดง-น้ำเงิน’ ถ้าถูกเชิญต้องดูเงื่อนไข

ที่น่าสนใจคือ “อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง ชัดเจน ไม่ปฏิเสธโอกาสร่วมกับพรรคสีแดง (เพื่อไทย) หรือสีน้ำเงิน ถ้าถูกชวนมาคุย แต่ต้องดูเงื่อนไขว่านโยบายของภท. รับได้มั้ย? อยากมี MOA หรือ MOU กำกับ เหมือนคู่มือเดินทาง ไม่ใช่แค่ Gentlemen’s agreement ที่อาจล้มได้ง่ายๆ

ยกตัวอย่าง ถ้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้อันดับ 1 แล้วเชิญภท. ร่วม ก็ต้องนั่งโต๊ะคุยเงื่อนไขกัน ไม่ใช่ตกลงแล้วปีหน้าถอนสัญญาแบบเก่าๆ ที่เคยเจอตอนรัฐบาลเสียงข้างน้อย

  • รอผลเลือกตั้งนิ่งก่อน ไม่พูดชี้นำ
  • ให้เวลาพรรคอันดับ 1 จัดตั้งตามประเพณี
  • พร้อมทำ MOA กับพรรคร่วม เพื่อความมั่นคง
  • ไม่ลอยแพ้ใคร ถ้าจัดได้เกินกึ่งหนึ่งก็จบ

มองแก้แค้นไม่มีประโยชน์ ‘ศัตรูถาวรมี แต่ไม่ทำ’

ส่วนเรื่องอดีตที่เคยโดน ‘เช็กบิล’ หรือลอยแพ้ นายอนุทิน บอกชัด แก้แค้นไม่มีประโยชน์ ถึงมีศัตรูถาวร แต่แสดงออกทำไม? มีอำนาจแล้วแต่เลือกคิดดีๆ ต่อกันดีกว่า ลืมเรื่องไม่ดีไป ยิ้มไหว้เจอหน้าได้ การเมืองไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวรจริงๆ แต่ทำดีต่อกันนี่แหละยั่งยืน

ยกตัวอย่างเรื่องเขากระโดง การรถไฟฟ้องเอง ไม่แทรกแซง รอคำสั่งศาลชัดเจน กรมที่ดินทำตามกฎหมายเป๊ะๆ ไม่กังวลอะไรทั้งนั้น

วันเลือกตั้งนี้ อนุทินวางแผนไปบุรีรัมย์ ใช้สิทธิ์แล้วตระเวนดูพื้นที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ เกาะติดสถานการณ์แบบเรียลไทม์ อาจนอนบุรีรัมย์ให้โล่งใจ ไม่ลุ้นที่กรุงเทพฯ 555 แต่ถ้าจับขั้ว คงต้องรอฟังข่าว!

ประเมิน ส.ส. ภท. ลุ้นตัวเลข ‘เล็งผลเลิศไว้ก่อน’

เรื่องคะแนน ส.ส. แบ่งเขต 200 + บัญชี 20? อนุทินบอกไม่เคยปราศรัยตัวเลขแบบนั้น แต่ทีมงานติดตามทุกเขต ลุ้นเต็มที่ ‘เล็งผลเลิศไว้ก่อน’ ถ้าภท. ได้อันดับ 1 ทุกอย่างง่าย? เขาหัวเราะไม่ตอบ แต่ย้ำให้ทุกพรรคโฟกัสหาเสียงให้ได้ใจประชาชนก่อน

ไม่ว่าจะพรรคกล้าธรรม หรือเพื่อไทยกลับมาจับมือ อนุทินบอกเป็นคนลืมง่าย ถ้าทำไม่ดีก็ปล่อยวาง อยากยิ้มให้ทุกคน หลังลงพื้นที่ประชาชนตบมือ ‘ผ่านโปร’ ทำงาน 4 เดือนเสียงแหบเลยทีเดียว

สรุปแล้ว การสัมภาษณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าอนุทินเล่นการเมืองแบบมีหลักการ เคารพกติกา รอประชาชนตัดสิน ไม่รีบ ไม่แก้แค้น การเมืองไทยรอบนี้ น่าจะเข้มข้น ลุ้นกันยาวๆ ครับ

ความเห็นส่วนตัว: การเมืองดีๆ ต้องมีกติกาชัด ไม่ใช่แค่ชิงเก้าอี้ คุณคิดว่าภท. จะได้เป็นแกนนำมั้ย? หรือพรรคอื่นจะพลิกเกม? คอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างนี้เลยนะครับ แล้วอย่าลืมไปใช้สิทธิ์ 8 ก.พ. ด้วย!

ที่มา – “อนุทิน” ย้ำพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน ไม่ปิดประตูจับมือแดง มองแก้แค้นไม่มีประโยชน์

ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย จริงหรือ?

ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย ชี้อำนาจยุบสภาอยู่ที่นายกฯ จริงหรือไม่? วันนี้เราจะมาเจาะลึกประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นที่จับตามอง

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภา รวมถึงความเป็นไปได้ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา จะย้ายมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยเน้นย้ำว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งเสมอ

ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย จริงหรือ?

จากคำกล่าวของนายภราดร ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของนายวราวุธ และความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนา ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่นายกรัฐมนตรีอาจยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 หากมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง เนื่องจากรัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย หากมีอภิปรายไม่ไว้วางวใจ ยังไงก็โหวตแพ้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนประเด็น สส. ย้ายพรรคตามกฎหมายให้นับกรอบ 30 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ใช่วันยุบสภา จึงยังสามารถย้ายได้ทันตามกำหนด

ส่วนกระแสข่าวนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จะย้ายมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายภราดรกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แม้จะคุยกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาบ้างแต่ก็เป็นเรื่องทั่วไป การทาบทามใครเข้ามาเป็นอำนาจของหัวหน้าพรรค 

พรรคภูมิใจไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง

นายภราดรยังเน้นย้ำถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ก็ตาม พรรคได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านนโยบาย ผู้สมัคร และการสื่อสารกับประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับประเทศได้

นอกจากนี้ นายภราดรยังกล่าวถึงประเด็นการย้ายพรรคของ สส. ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ โดยชี้แจงว่ากฎหมายกำหนดให้สามารถย้ายพรรคได้ภายใน 30 วันก่อนวันเลือกตั้ง ดังนั้น สส. ที่ต้องการย้ายพรรคยังสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนด

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงความเป็นไปของสถานการณ์ และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

พรรคการเมืองต่างๆ กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสนอนโยบาย การหาเสียง หรือการดึงดูด สส. จากพรรคอื่น การแข่งขันทางการเมืองจึงมีความเข้มข้นและน่าติดตามอย่างยิ่ง

การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการยุบสภา และการตัดสินใจของนายวราวุธเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของตนเอง ล้วนมีความสำคัญต่อทิศทางของประเทศในอนาคต เราจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้นำที่จะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ดังนั้น บทสรุปของเรื่อง ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องรอการไข ภราดรไม่ทราบ วราวุธ ซบภูมิใจไทย จริงหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ภราดร” ไม่ทราบ “วราวุธ” ซบภูมิใจไทย ชี้อำนาจยุบสภาอยู่กับนายกฯ

“อนุทิน” ดีใจ พรรคประชาชนจะโหวตนายกฯ ให้

“อนุทิน” ยิ้มแย้มเข้าสภาฯ หลังพรรคประชาชนมีมติโหวตหนุนนั่งนายกฯ ย้ำพร้อมรับทุกเงื่อนไข หัวเราะ “พรรคเพื่อไทย” บอกเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย พาประเทศไม่รอด เป็นเหตุยื่นยุบสภา ชี้ให้ไปดูคำแถลงพรรคส้ม

วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าสภาฯ เมื่อเวลา 09.47 น. โดยผู้สื่อข่าวถามถึงว่า ทันทีที่พรรคประชาชนได้แถลงข่าวสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ฝั่งพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภา แต่นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถาม

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ดีใจหรือไม่ที่พรรคประชาชนจะโหวตสนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ตอบว่า “ก็ดีใจสิ และรู้สึกขอบคุณมากๆ ด้วย”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทยยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ขอขึ้นไปประชุมกับพรรคภูมิใจไทยก่อน

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยอ้างเหตุผลการยุบสภาว่า เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะนำพาประเทศไปไม่รอด นายอนุทินหัวเราะ ก่อนตอบว่า ดูร่างที่พรรคประชาชนได้แถลงมันมีคำตอบอยู่ในนั้น

เมื่อถามว่าพร้อมเซ็นตามข้อตกลงของพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “พร้อมสิครับ ยอมรับได้ทุกข้อ”

“อนุทิน” ดีใจ ขอบคุณพรรคประชาชนจะโหวตนายกฯ ให้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความขอบคุณพรรคประชาชนที่ให้การสนับสนุนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนทางการเมือง และการยื่นยุบสภาของพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของรัฐบาล

อนุทินขอบคุณพรรคประชาชน “ดีใจที่จะโหวตนายกฯ ให้”

หลังจากการแถลงข่าวของพรรคประชาชนที่ประกาศสนับสนุนนายอนุทินให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นักข่าวได้สอบถามความรู้สึกของนายอนุทิน ซึ่งเจ้าตัวได้ตอบด้วยท่าทียิ้มแย้มว่า “ก็ดีใจสิ และรู้สึกขอบคุณมากๆ ด้วย” คำตอบนี้แสดงให้เห็นถึงความยินดีและความขอบคุณที่นายอนุทินมีต่อพรรคประชาชนที่ให้การสนับสนุน แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยังคงมีความไม่แน่นอน

นอกจากนี้นายอนุทินยังได้กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภา โดยระบุว่าขอขึ้นไปประชุมกับพรรคภูมิใจไทยก่อนที่จะให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติม เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่สามารถนำพาประเทศไปรอดได้ นายอนุทินได้หัวเราะและกล่าวว่าให้ไปดูร่างที่พรรคประชาชนได้แถลง ซึ่งน่าจะมีคำตอบอยู่ในนั้น เป็นการตอบโต้ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในสถานการณ์

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือคำถามที่ว่านายอนุทินพร้อมที่จะเซ็นตามข้อตกลงของพรรคประชาชนหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “พร้อมสิครับ ยอมรับได้ทุกข้อ” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับพรรคประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศต่อไป

การที่พรรคประชาชนตัดสินใจสนับสนุนนายอนุทินให้เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การจับมือกันของสองพรรคนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง และจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป รวมถึงข้อตกลงต่างๆ ที่นายอนุทินพร้อมจะเซ็นนั้น จะมีรายละเอียดอะไรบ้างและจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

อนาคตทางการเมืองของอนุทินกับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน

การได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องพิจารณาเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพ ความท้าทายคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการบริหารจัดการประเทศให้ก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ได้สำเร็จ

อนาคตทางการเมืองของนายอนุทินและรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น จึงขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ การที่ “อนุทิน” ดีใจ ขอบคุณพรรคประชาชนจะโหวตนายกฯ ให้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ท้าทายนี้

การที่ “อนุทิน” ดีใจ ขอบคุณพรรคประชาชนจะโหวตนายกฯ ให้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มทางการเมือง และการสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การเมืองเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การรักษาความสัมพันธ์และความไว้วางใจระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

  • การตัดสินใจของพรรคประชาชนส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร?
  • ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนมีอะไรบ้าง?
  • ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากการร่วมมือของสองพรรคนี้?

คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนอยากรู้และรอคอยคำตอบจากนักการเมืองทุกคน หวังว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุทิน” ดีใจ ขอบคุณพรรคประชาชนจะโหวตนายกฯ ให้ พร้อมเซ็นทุกข้อตกลง

สภาฯ พร้อม**โหวตนายกฯ** หากจับกลุ่มได้ ประสานมา!

“ฉลาด ขามช่วง” ยันสภาฯ พร้อมบรรจุวาระ**โหวตนายกฯ** หากพรรคการเมืองประสานมา เชื่อ พรรคประชาชน ช่วยประคองแก้รัฐธรรมนูญ นำไปสู่การเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 1 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวถึงระเบียบวาระการ**โหวตนายกฯ** ว่า ต้องรอพรรคการเมืองที่จับกลุ่มกันได้แล้วแจ้งมายังประธานสภาฯ หากพร้อมวันไหน ก็บรรจุระเบียบวาระได้เลย สภาฯ พร้อมตลอดเวลา และไม่อยากให้ว่างเว้นผู้บริหารนาน เพราะเราอยู่ระหว่างการพัฒนาประเทศชาติ ใครที่รวมเสียงได้มากกว่าเกินกึ่งหนึ่ง ก็เสนอมาที่ประธานสภาฯ ก็จะมีการนัดประชุมโดยด่วน โดยแจ้ง ส.ส. ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ทั้งนี้ กระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองใดรวมเสียงข้างมากในสภาฯ ก็จะสามารถบริหารประเทศได้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย สภาฯ ก็ไม่มีความมั่นคง การบริหารราชการแผ่นดินก็จะไปไม่รอด จึงต้องรอพรรคประชาชนที่จะมีการประชุม ส.ส. และกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเย็นนี้

การเมืองไทยยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎรในการดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สภาฯ พร้อมโหวตนายกฯ หากพรรคการเมืองจับกลุ่มได้แล้ว ให้ประสานมา

นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้ยืนยันถึงความพร้อมของสภาฯ ในการบรรจุวาระการ**โหวตนายกฯ** เมื่อพรรคการเมืองต่างๆ สามารถรวมตัวและตกลงกันได้แล้ว โดยเน้นย้ำว่าสภาฯ พร้อมที่จะดำเนินการในทันทีหากได้รับการประสานงานและความพร้อมจากฝ่ายการเมือง

สถานการณ์ปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรวมเสียงข้างมากในสภาฯ เนื่องจากความขัดแย้งและความแตกต่างทางความคิดเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ การเจรจาและการประนีประนอมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พรรคประชาชนมีบทบาทสำคัญในการโหวตนายกฯ

บทบาทของพรรคประชาชนในการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากพรรคนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีความหลากหลายทางความคิดเห็น การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงส่งผลต่อทิศทางการเมืองของประเทศในอนาคต

เมื่อถามว่า เงื่อนไขของพรรคประชาชนที่จะยกมือ**โหวตนายกฯ** จะต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยการทำงานในสภาฯ จะยากขึ้นหรือไม่ นายฉลาดกล่าวว่า ทุกฝ่ายก็เสียงข้างน้อยอยู่แล้ว เพราะแยกขั้วกันอย่างชัดเจนเสียงก้ำกึ่งกัน ไม่มีฝั่งไหนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ดังนั้นการโหวตเลือกนายกฯ ต้องอาศัยเสียงของพรรคประชาชน แต่ระหว่างการบริหารราชการ 3-4 เดือนข้างหน้า ตนเชื่อว่าสภาฯ จะเดินหน้าได้ เราไม่มีวาระการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคประชาชนก็ต้องช่วยคนที่ได้เสียงข้างมากเป็นนายกฯ เพื่อประคับประคองให้ภารกิจที่มุ่งหวังคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนำไปสู่การเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมต่อไป

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกมองว่ามีข้อจำกัดและไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นความหวังที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศมากยิ่งขึ้น

สรุป: สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การจับขั้วและการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมืองของประเทศในอนาคต สภาผู้แทนราษฎรมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง แต่การตัดสินใจของพรรคการเมืองต่างๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและสามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น เราในฐานะประชาชนคนไทย ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูล เพื่อให้สามารถตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – สภาฯ พร้อมโหวตนายกฯ หากพรรคการเมืองจับกลุ่มได้แล้ว ให้ประสานมา

“เท้ง” ย้ำไม่โหวต “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะบ่ายนี้ โหวตนายกฯ 3 ก.ย.

“เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย.

หัวหน้าพรรคประชาชน เผยตัดสินใจเลือกใครไม่เลือกใคร บ่ายวันที่ 1 ก.ย. นี้ คาดโหวตเลือกนายกฯ ได้ 3 ก.ย. ย้ำทุกพรรคต้องดีลบนโต๊ะเข้าที่ทำการพรรค ไม่โหวตให้แน่นอนหากเสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์”

วันที่ 30 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงแรมคอนราด นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยถึงกับสายข่าวดีลแลกเก้าอี้ 8 รัฐมนตรีให้นอมินีเข้าไปทำหน้าที่แทนว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีดีลลับใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น ตอนนี้ตนเองและเพื่อนสมาชิกเราต้องการใช้ 140 กว่าเสียงของพรรคประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผ่าทางตันให้กับประเทศโดยไม่ร่วมรัฐบาล ความหมายคือ หากพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จะมาขอเสียงจากพรรคเพื่อโหวตนายกฯ ให้ โดยมีสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือหลักการที่ได้สื่อสารไปก่อนหน้านี้

“การเจรจาต่อรองอะไรต่างๆ ที่บอกว่ามีดีลรับว่าพรรคประชาชนได้ไปขอแลกตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ขอปฏิเสธอีก 1 ครั้งว่าไม่มีทั้งสิ้น เราไม่รับการเจรจาอะไรที่เป็นใต้โต๊ะหรือที่เป็นหลังบ้านใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีข่าวออกมาเป็นการให้สัมภาษณ์การพูดด้วยวาจาปากเปล่า อย่างเช่นไม่ได้ส่งผู้บริหารของพรรคเข้ามาพูดคุย เพื่อที่จะแสดงเจตจำนงแล้วรับข้อเสนอของพรรคประชาชนพร้อมกับผมหรือผู้บริหารพรรคที่พรรคประชาชน ถ้าไม่ส่งตัวแทนเข้ามาเราไม่ได้รับว่าเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการใดๆ ทั้งสิ้น”

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าในอดีตมีการเจรจาบนโต๊ะแต่ก็มีบางพรรคล้มดีล ฉีกข้อตกลงที่ทำไว้กับประชาชน ในครั้งนี้ในฐานะหัวหน้าพรรค จึงขอไม่รับข้อเสนอใดๆ ที่ไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจน และไม่ได้ส่งตัวแทนอย่างเป็นทางการเข้ามาพูดคุย

เมื่อถามว่ายังไม่ได้รับปากจากทางพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ย้ำว่าพรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพราะจะต้องใช้การตัดสินใจจากผู้บริหารพรรคและที่ประชุม ส.ส. ในวันจันทร์ที่ 1 กันยายน ช่วงบ่าย เพราะฉะนั้นข้อเสนอ TOR ที่พรรคประชาชนได้เปิดออกไปนั้น จำเป็นจะต้องยอมรับข้อเสนอของเรา และต้องแสดงเจตจำนง ต้องเข้ามาพูดคุยกับผู้บริหารพรรคและตนเองอย่างเป็นทางการในที่ทำการพรรค

ส่วนที่เพื่อไทยบอกว่ามีการเจรจาแล้ว หากไปเจรจาทางลับ ไม่มีการพูดคุยโดยตรงจะถือว่าไม่มีการรับข้อเสนอใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนทางพรรคภูมิใจไทยที่เข้ามาพูดคุยกับตนเอง ได้แสดงเจตจำนงว่ารับข้อเสนอกับพรรคประชาชน ส่วนพรรคอื่นที่ให้ข่าวออกไป ไม่ถือว่าเป็นแสดงเจตจำนงใดๆ ทั้งสิ้น จึงขอให้ฟังข่าวอย่างเป็นทางการ เพราะตอนนี้มีการปล่อยข่าวเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง

ตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินว่าใครจริงใจไม่จริงใจไปมากกว่ากัน แต่ประเมินจากเสียงในสภา และข้อเสนอใน TOR ที่ต้องการฝ่าทางตันทางการเมือง และต้องยุบสภาหลัง 4 เดือน โดยตอนนี้ทุกพรรคมีโอกาสเท่ากันก่อนที่จะประชุม ส.ส. เพราะไม่ได้มีธงล่วงหน้า

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวยืนยันว่าทุกการตัดสินใจของพรรคประชาชนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ได้พิจารณาว่าเราได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองแต่อย่างใด ตนเองสื่อสารไปหลายครั้งแล้วตอนนี้ประเทศที่มีเหตุการณ์รุมเร้าอยู่หลายด้าน การที่รัฐบาลมาจากความชอบธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และตนเองสามารถบอกได้ทันทีว่า หากมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เราไม่สามารถโหวตให้ได้อย่างแน่นอน

ส่วนการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการบรรยากาศที่ให้เกียรติกันในฐานะนักการเมือง ส่วนจะเชื่อใจพรรคภูมิใจไทยได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ในกรอบ 4 เดือนหากพบว่าไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตาม TOR หรือพยายามทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง ก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

ส่วนข้อเสนอของนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ขอขยายกรอบยุบสภาจาก 4 เป็น 6 เดือนนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า 4 เดือนเป็นข้อเสนอขั้นต่ำ ไม่มีการลดไปมากกว่านี้ และเป็นกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว พร้อมมองว่าหากพรรคเพื่อไทยยุบสภาตอนนี้เชื่อว่าประชาชนมองเห็นว่าเป็นการชิงการได้เปรียบทางการเมือง เพราะหากจะทำเพื่อหาทางออกให้กับประเทศคงทำไปนานแล้ว แต่การออกมาให้ข่าวตอนนี้เป็นการต่อรองอำนาจกับพรรคร่วม ที่ทุกคนสามารถวิเคราะห์ได้เหมือนกัน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า จะมีผลต่อการตัดสินใจต่อพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบในรายละเอียด และย้ำว่าจะรับพิจารณาเฉพาะการเข้ามาพูดคุยกับตนเองและผู้บริหารพรรคอย่างเป็นทางการที่พรรคประชาชน

พรรคประชาชนกับการโหวตนายกฯ

“เราไม่ได้ร่วมรัฐบาล เราไม่ได้จับมือกับใคร และพร้อมยื่นตรวจสอบ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.151 ในการล้มรัฐบาล และวันจันทร์บ่ายนี้ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนในพรรค ที่พึ่งสั่งการใน 1-2 ชั่วโมงที่ผ่านมา จะนำมาประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร ผมเชื่อว่าทุกๆ คนที่โหวตให้พรรคก้าวไกล ที่เราไม่ใช้การซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามา หากอยากจะจัดการเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง นักการเมืองที่ทุจริต ถ้าไม่ใช่อำนาจรัฐจัดการอย่างตรงไปตรงมา แล้ววันนี้อำนาจรัฐที่พรรคประชาชนมีอยู่คือ 140 กว่าเสียง หากนิ่งเฉย ไม่ใช่อำนาจรัฐไปในสิ่งที่ถูกที่ควร ก็อาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้แทนราษฎรหรือเปล่า ในเมื่อประชาชนเลือกพวกเรามา”

เมื่อถามว่ารับนายอนุทินได้ใช่หรือไม่ ที่มีข้อครหาถึง 2 เรื่อง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้อยากขอให้ทุกคนตัดภาพว่าพรรคประชาชนจะเลือกใครไม่เลือกใคร และย้ำจะตัดสินใจในวันจันทร์บ่าย เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ หากจะเลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยก็ถูกด่า นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเป็นสภาพที่เราเป็นอยู่ แต่ยืนยันว่าพวกเราหนักแน่น และจะใช้เสียง 140 กว่าเสียงกำกับประเทศไปในทิศทางที่ดีที่สุด ส่วนเงื่อนไขที่กำหนดเป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้และสำคัญ คือการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นชนวนปัญหาต่างๆ ของประเทศ

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโหวตนายกฯ วันใด นายณัฐพงษ์ ระบุว่า “มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นวันพุธนี้” คาดการณ์ว่าการ“เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย. จะเป็นไปตามกำหนด

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ในช่วงของการแถลงข่าว นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ยื่นโฉนดที่ดินเขากระโดง ประกอบการตัดสินใจของพรรคประชาชนด้วย

ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์ ⁣ สรุปคือพรรคประชาชนจะตัดสินใจเรื่อง“เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย. ในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่จะถึงนี้ และคาดว่าจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 3 กันยายนนี้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงผันผวนและต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของพรรคประชาชนจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน

ที่มา – “เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชน.เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย.

Scroll to top