เส้นทางพายุ

อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวโซเชียลทุกคนครับ วันนี้เรามีข่าวคราวเกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศมาฝากกัน หลังจากที่หลายคนกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งล่าสุดทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการออกมา อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ ต่อประเทศไทยของเราอย่างเป็นทางการครับ

อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ

สำหรับความคืบหน้าของพายุไต้ฝุ่นดอลฟิน (DOLPHIN) นั้น จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าพายุมีศูนย์กลางอยู่บริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีน ห่างจากชายฝั่งมณฑลเจ้อเจียงเพียง 250 กิโลเมตรเท่านั้น โดยทิศทางการเคลื่อนตัวกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ ซึ่งแนวโน้มในขณะนี้คือพายุจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่บริเวณมณฑลเจ้อเจียงในช่วงเย็นวันนี้ครับ

ทางกรมอุตุฯ ยืนยันชัดเจนแล้วว่า อัปเดตเส้นทาง ไต้ฝุ่นดอลฟิน ส่วน พายุจันหอม ไม่มีผลกระทบ ต่อประเทศไทยโดยตรงอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ต้องระวังสำหรับใครที่มีแพลนเดินทางไปเที่ยวประเทศจีน ไต้หวัน หรือหมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในช่วงนี้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศและสถานะเที่ยวบินให้ดีก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางครับ

รายละเอียดสถานการณ์พายุโซนร้อนจันหอม

นอกจากไต้ฝุ่นดอลฟินแล้ว ยังมีพายุอีกลูกที่น่าจับตามองคือพายุโซนร้อนจันหอม (CHAN-HOM) ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พายุลูกนี้ยังอยู่ห่างไกลจากไทยมากและไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อบ้านเรา คาดว่าผลกระทบจากพายุจันหอมจะไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้แทนครับ

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้อ่าน:

  • พายุไต้ฝุ่นดอลฟินจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน
  • ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่อาจมีผลทางอ้อมทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น
  • พายุโซนร้อนจันหอมอยู่ห่างไกลมาก ไม่มีผลกระทบต่อไทย
  • ผู้ที่จะเดินทางไปโซนเอเชียตะวันออกควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ แม้พายุทั้งสองลูกจะไม่พุ่งตรงมายังประเทศไทย แต่ช่วงนี้สภาพอากาศในหลายพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพและเช็กสภาพอากาศในพื้นที่ของตนเองก่อนออกจากบ้านกันด้วยนะครับ การติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เป็นอย่างดีครับ

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง “ไต้ฝุ่นดอลฟิน” ส่วน “พายุจันหอม” อยู่ห่างไกลมากไม่มีผลกระทบ

อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ใครที่มีแพลนจะออกไปเที่ยวหรือต้องเดินทางบ่อยๆ ต้องรีบเช็กสภาพอากาศกันด่วนเลยครับ เพราะล่าสุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เกี่ยวกับสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศที่น่าเป็นห่วง โดยมีหัวข้อหลักคือ อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69 ให้ประชาชนในหลายพื้นที่เตรียมรับมือกับฝนที่อาจตกสะสมจนเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

สถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังตามประกาศ อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69

ในช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ดังนี้:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก: ฝนตกสะสมต่อเนื่อง
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: เตรียมรับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

หากใครอาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือที่ราบลุ่มต่ำ ควรคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะความเสี่ยงเรื่องน้ำป่าไหลหลากถือเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เลยครับ

อัปเดตเส้นทางพายุโนอึลและผลกระทบที่คุณต้องรู้

นอกจากเรื่องฝนตกหนักแล้ว หลายคนคงกังวลเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “โนอึล” หลังจากที่ได้อ่าน อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69 ทางกรมอุตุฯ ได้ชี้แจงว่า พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ และจะไปขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนในช่วงวันที่ 26-27 กรกฎาคมนี้ ซึ่งข่าวดีคือพายุลูกนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงครับ แต่ถึงอย่างนั้น ใครที่มีแผนเดินทางไปประเทศจีนก็อย่าลืมเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทางด้วยนะครับ

ในส่วนของคลื่นลมในทะเล โดยเฉพาะทะเลอันดามันตอนบน จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และหากบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงถึง 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยและอันดามันตอนล่าง คลื่นจะสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเรือเล็กในพื้นที่ข้างต้นควรงดออกจากฝั่งเพื่อความปลอดภัยนะครับ

สรุปสั้นๆ สำหรับทุกคนคือ ในช่วง 5 วันนี้ เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐที่เชื่อถือได้เป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสภาพอากาศแปรปรวนในรอบนี้กันถ้วนหน้าครับ

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนฝนตกหนักช่วง 26-30 ก.ค. 69 พร้อมอัปเดตเส้นทางพายุโนอึล

กรมอุตุฯ เผย “พายุเฟิงเฉิน” ไม่เข้าไทย แต่มีผลกระทบ

กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” คาดวันนี้เคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน โดยไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่ส่งผลให้ภาคอีสานมีฝนตกบางแห่ง

เช้าวันที่ 19 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” (FENGCHEN)

โดยระบุว่า พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” เคลื่อนตัวอยู่บริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่า วันนี้ (19 ตุลาคม) พายุจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน

แนวโน้มต่อไปช่วงวันที่ 21 – 23 ตุลาคม 2568 พายุนี้จะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีนและชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

ในขณะเดียวกัน มีกำลังความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมจีนตอนใต้และเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนบางแห่ง และลมแรงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกและอ่าวไทย

ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด.

ขอบคุณ กรมอุตุนิยมวิทยา

กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทาง “พายุเฟิงเฉิน” ไม่เข้าไทย แต่กระทบอีสานฝนตกบางแห่ง

สถานการณ์พายุในช่วงนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด แม้ว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวอีสานที่อาจจะต้องเผชิญกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง

ทำความเข้าใจสถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน”

“พายุเฟิงเฉิน” เป็นพายุโซนร้อนที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน แม้ว่าเส้นทางหลักจะไม่พุ่งเป้ามาที่ประเทศไทย แต่ด้วยอิทธิพลของลมมรสุม ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้รับผลกระทบไปด้วย

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ล่าสุด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 21-23 ตุลาคม 2568

ถึงแม้ว่า “พายุเฟิงเฉิน” จะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถวางใจได้ เพราะผลกระทบจากลมมรสุมยังคงทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ดังนั้นการติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

สิ่งที่ควรทำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน”:

  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตกฟ้าคะนอง
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฟ้าดับ น้ำท่วม

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน” ได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงนี้ไปด้วยกันนะครับ

สถานการณ์ “พายุเฟิงเฉิน” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การวางแผนรับมือล่วงหน้า และการมีสติอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถลดความสูญเสียและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ที่มา – กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทาง “พายุเฟิงเฉิน” ไม่เข้าไทย แต่กระทบอีสานฝนตกบางแห่ง

อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อนบัวลอย อาจเปลี่ยน 28-29 ก.ย.

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลงช่วง 28–29 ก.ย.นี้

ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะสิ้นสุดลงของประเทศไทย พายุโซนร้อน “บัวลอย” กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน โดยเฉพาะชาวไทยที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกและภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกอัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 26 กันยายน 2568 โดยศูนย์กลางของพายุมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ตอนกลางของฟิลิปปินส์ด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะผ่านฟิลิปปินส์และลงสู่ทะเลจีนใต้ในคืนวันเดียวกันนี้

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลง

จากข้อมูลล่าสุด พายุโซนร้อน “บัวลอย” (BUALOI) มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามและอ่าวตังเกี๋ย อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลงช่วง 28–29 กันยายน 2568 เนื่องจากมีปัจจัยอุปสรรคหลายประการ เช่น ภูมิประเทศของเกาะฟิลิปปินส์ที่เป็นแนวเขื่อนกั้น และมวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมบริเวณตอนบนของทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจทำให้พายุเบี่ยงเบนทิศทางได้

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพายุในเขตร้อน โดยปกติแล้ว พายุโซนร้อนมักได้รับอิทธิพลจากกระแสลมมรสุมและความกดอากาศต่ำ ซึ่งในครั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพายุเข้าสู่ทะเลจีนใต้แล้ว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทย โดยเฉพาะฝนตกหนักและคลื่นลมแรงตามชายฝั่ง

ผลกระทบที่คาดการณ์จากพายุโซนร้อน “บัวลอย”

แม้ว่าพายุจะยังไม่เข้าใกล้ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ชาวประมงและผู้ที่ใช้เรือในทะเลจีนใต้ควรหลีกเลี่ยงการออกทะเลในช่วงนี้ เนื่องจากคลื่นสูงกว่า 2-3 เมตร

เพื่อเตรียมพร้อม ประชาชนควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศประจำวันจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้เตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยาสำคัญไว้ให้พร้อม

  • ติดตามการอัปเดตเส้นทางพายุทุกชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางทางทะเล
  • เตรียมแผนอพยพหากจำเป็น
  • แจ้งเตือนญาติสนิทในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของพายุยังสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้พายุรุนแรงและทิศทางคาดเดายากมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ชี้ว่าปี 2568 นี้เป็นหนึ่งในปีที่พายุเขตร้อนเกิดบ่อยที่สุดในทะเลจีนใต้

ในมุมมองของผู้เขียน การติดตามพายุอย่างใกล้ชิดไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง หากคุณมีประสบการณ์จากพายุในอดีต สามารถแบ่งปันในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อให้ความรู้แก่ผู้อื่น

สุดท้ายนี้ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ช่องทางติดต่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลงช่วง 28–29 ก.ย.นี้

Scroll to top